“คุณเมษาเชิญพบคุณหมอค่าา”
“ค่ะๆ”
ราวสิบนาทีต่อมา เสียงเรียกชื่อที่ดังขึ้นอย่างเรียบเฉยทำให้เมย์สะดุ้งสุดตัว เธอรีบลุกเดินไปยังห้องตรวจที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ทางเดินนั้นสว่างโร่ด้วยแสงไฟนีออนสีขาวซีดที่ส่งเสียงครางหึ่งเบาๆ สภาพตึกดูเก่าแก่ทว่าสะอาดสะอ้านจนดูแห้งแล้ง ทุกอย่างดูเป็ปกติเสียจนเมย์รู้สึกระแวงอย่างบอกไม่ถูก
หญิงสาวเดินตัวลีบผ่านโถงทางเดินที่เงียบสงัด จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าห้องตรวจ มือเล็กจึงยกขึ้นเคาะประตูเบาๆ สองสามครั้งด้วยใจที่เต้นไม่เป็จังหวะ สิ้นเสียงเคาะประตูเพียงครู่เดียว เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังลอดออกมา เมย์ได้ยินก็เผลอเกร็งไหล่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอคาดเดาว่านั่นคงเป็เสียงของ "หมอประเสริฐ" เ้าของคลินิกแห่งนี้
ก๊อกๆๆ
“ขออนุญาตนะคะ”
“เชิญครับ”
เมย์ออกแรงดันบานประตูไม้ให้เลื่อนเปิดออกอย่างแ่เบา ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในห้องตรวจที่เย็นเฉียบด้วยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เธอหันไปงับประตูให้ปิดสนิทแล้วจึงหมุนตัวกลับมา...
ที่เื้ัโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มีชายร่างสันทัดคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ร่องรอยลึกรอบดวงตาและเส้นผมที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีดอกเลา สื่อให้เห็นว่าเขาผู้นี้น่าจะมีวัยราวห้าสิบเศษ ชายคนนั้นส่งยิ้มให้เธอผ่านดวงตาที่ดูเป็มิตร เมย์จึงฝืนปั้นยิ้มตอบกลับไปก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าเขา
“ไม่ตรงเกร็งครับ หมอไม่ดุ….ไหนดูหน่อยสิ คุณ….คุณเมษา วันนี้อาการเป็ยังไงครับ”
“เอ่อ…..คือ….คือว่า คือ….เอ่อออ...คือหนู”
“ใจเย็นๆ ไม่ต้องเกร็งนะ สูดหายใจเข้าลึกๆ นะ….”
“สูดดดดด อาาาาาาาาา”
“อย่างน้านนนนน…...เอาล่ะไม่ต้องอายนะ มีปัญหาตรงไหนบอกหมอได้เลยครับ”
อาจเป็เพราะเนื้อเสียงทุ้มลึกที่ฟังสบายหู หรือท่วงท่าที่ดูสุขุมเยือกเย็นของคุณหมอ ความว้าวุ่นในใจของเมย์จึงค่อยๆ มลายหายไปจนเหลือเพียงความเงียบสงบ หญิงสาวลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ อีกครั้งเพื่อรวบรวมสมาธิ ก่อนจะเริ่มต้นบอกเล่าอาการผิดปกติของตัวเอง
“คือหนูปะ...ปวดท้องน้อยค่ะ ปวดมาหลายวันแล้ว ประจำเดือนก็ขาดไปสองเดือนแล้ว”
“ครับ….อือออออ….แล้วยังไงต่อ แค่นั้นเหรอ….เราต้องบอกหมอให้หมดนะ ไม่งั้นหมอจะรักษาไม่ถูกจุด”
“เอ่อ…..คือ….”
“ว่าไงครับ??”
ไร้น้ำเสียงกดดันหรือท่าทีเร่งเร้าใดๆ จากคุณหมอ ทว่าเมย์กลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวลอบเหลือบมองเขาด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนแดงก่ำถึงใบหู ริมฝีปากบางเผยอออกคล้ายจะพูดแต่ก็หุบลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างคนน้ำท่วมปาก แต่สุดท้ายภายใต้สายตาที่จ้องนิ่งราวกับกำลังรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น เธอก็ตัดสินพูดอาการของตัวเองออกมาในที่สุด
“คือ…..คือหนูคะ...คันตรงนั้นด้วยค่ะ”
“อ้ออออออ….”
เสียง "อ้อ…..." ที่ลากยาวอย่างนุ่มนวลรับกับดวงตาที่หยี่โค้งขึ้นของคุณหมอ ทำเอาเมย์รู้สึกเหมือนมีไฟมาลวกที่ใบหน้า เธอรีบก้มหน้าลงจนคางชิดอกเพื่อซ่อนพวงแก้มที่แดงระเรื่อ หญิงสาวจ้องมองมือของตัวเองที่กำแน่นอยู่บนต้นขา ใจนึกอยากจะมีเวทมนตร์ให้ตัวเองมุดดินหายไปจากตรงนี้เสียจริง
แต่ทว่าความอายก่อนหน้านี้กลับเป็เพียงจุดเริ่มต้น เมื่อประโยคถัดมาที่หลุดออกมาจากปากของคุณหมอ ทำเอาใบหน้าที่แดงอยู่แล้วกลับยิ่งเข้มจัดจนร้อนฉ่าราวกับเืในกายจะสูบฉีดออกมาเสียให้ได้
“เรามีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายเมื่อไรครับ”
“…..”
“ว่าไงครับ”
“นะ…..หนูยังไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อนค่ะ”
“…….”
คราวนี้กลับกลายเป็ฝ่ายคุณหมอที่นิ่งเงียบไปเนิ่นนานจนผิดสังเกต เมย์ค่อยๆ ลอบเหลือบสายตาขึ้นมองด้วยความหวาดหวั่น ทว่าเธอกลับพบเพียงสายตาคมกริบที่จ้องมองมายังเธอนิ่งงันราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง หรือว่าอาการของเธอจะร้ายแรงเกินกว่าที่เธอคิด แต่ยังไม่ทันที่เมย์จะได้คิดเตลิดหมอประเสริฐก็พูดขึ้นมาว่า
“อาการที่เราว่ามันก็เป็ไปได้หลายอย่าง เอาอย่างนี้…..หมอขอดูภายในเพิ่มเติมนะครับ ถ้าไม่สบายใจบอกหมอได้ตลอดนะครับ”
“!!!!”
“สะดวกใจมั้ยครับ หมอถามก่อนนะ….แต่ถ้าหมอได้ตรวจก็จะได้รักษาได้ตรงจุด”
แล้วเธอจะเลือกอะไรอย่างอื่นได้อีกเหรอ….. สายตาของเธอสั่นระริกขณะมองสลับไปมาระหว่างใบหน้าหมอ กับเตียงขาหยั่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก นี่เธอต้องพาตัวเองขึ้นไปนอนอยู่บนนั้นจริงๆ เหรอ เธอไม่ได้เตรียมใจมาที่จะทำในเื่นี้เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าเล็กที่แดงซ่านอยู่แล้วกลับยิ่งร้อนผ่าวจนแทบไหม้ แต่สุดท้ายเมื่อนึกถึงความเ็ปที่เกิดขึ้นในวันก่อนๆ เธอจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับคำอย่างจำนน
“เดี๋ยวหมอให้ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ กระเป๋าถอดเอาไว้ตรงนี้ได้เลยครับ ใช่….ถอดแค่่ล่างนะ ใส่ผ้าคลุมไว้ แล้วขึ้นเตียงได้เลยครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ”
“คะ….ค่ะ”
เมย์วางกระเป๋าสะพายลงบนเก้าอี้ตัวเดิมที่ตัวเองนั่งเมื่อครู่ ก่อนจะพาสองขาที่สั่นเทาก้าวไปยังมุมห้องที่กั้นด้วยม่านผืนหนา แสงสว่างจางลงที่มุมนี้ทำให้เธอผ่อนคลายลงเล็กน้อย หญิงสาวหยิบผ้าคลุมที่พับเรียบร้อยขึ้นมาคลี่ออกช้าๆ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่นจนเกือบเป็เส้นตรง ทว่าในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ปลดกระดุมกางเกงลงอย่างแ่เบา
สวบ…..สวบ
เสียงเสื้อผ้าถูกถอดออกดังอยู่ในห้องตรวจที่เงียบงัน เมย์เขินไม่น้อยที่ต้องทำอะไรแบบนี้ ไม่นานร่างเล็กที่ท่อนล่างโปร่งสบายก็ออกมาจากมุมเปลี่ยนเสื้อผ้า หมอเห็นเมย์เดินออกมาอย่างกระมิดกระเมี้ยนก็พลันยิ้มให้อย่างเอ็นดู เขาผายมือไปยังเตียงขาหยั่งที่อยู่ไม่ไกล
“ขึ้นเตียงแล้วนอนหงายได้เลยนะครับ”
“คะ...ค่ะ”
“จากนั้นก็วางขาลงบนขาหยั่งตรงนี้ ใช่….ถูกต้องครับ อายล่ะสิ...งั้นเดี๋ยวหมอปิดม่านให้เอามั้ย”
“เอาค่ะๆ”
เป็อีกครั้งที่หมอประเสริฐยิ้มให้เธออย่างเอื้อเอ็นดู เขาขยับราวผ้าม่านผืนหนามาปิดกั้นสายตาระหว่างเธอกับเขา เมื่อไม่ต้องทนเห็นสายตาของอีกฝ่าย เมื่อไม่ต้องทนแบกรับสายตาที่จ้องมองมา เมย์จึงลอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ทว่าความสงบนั้นกลับถูกแทรกซึมด้วยเสียงกระทบกันของโลหะจากการจัดเตรียมเครื่องมือที่ดังแว่วมาให้ได้ยินเป็ระยะ ความสงสัยสายหนึ่งจึงผุดขึ้นมากลางใจ... ในคลินิกที่เงียบงันเช่นนี้ พยาบาลหรือผู้ช่วยหายไปไหนกันหมด ทำไมถึงมีเพียงเขากับเธอแค่สองคนในห้องตรวจนี้เท่านั้น