16
รุ่นพี่
เมื่อสองพี่น้องได้คำตอบของคำถามที่้าแล้วพวกเขาทั้งสองคนจึงเดินกลับมาที่หอเพื่อที่จะเตรียมตัวในการเรียนครั้งต่อไป แต่แฝดผู้น้องดูเหมือนจะมีสีหน้าที่ดูเป็กังวลอยู่ตลอดเวลาั้แ่พูดคุยกับคารอสเสร็จจนแฝดผู้พี่ทนไม่ไหวจนต้องถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“เป็อะไรไปเซสีหน้าดูไม่ค่อยดี”
“ไม่ได้เป็อะไรค่ะน้องแค่กำลังคิด….คิดอะไรบางอย่าง”
“คิดเื่อะไรอยู่ละ”
“พี่ออสว่าคนที่มาหาเราคืนนั้นเขาจะรู้เื่เราสองคนมากแค่ไหนคะ?”เซริน่าถามขึ้นพร้อมกับเงยหน้าเพื่อสบตากับพี่ชายของตน
“อืม…..ก็ไม่รู้สิเซคิดว่ายังไงละ”เซริออสตอบพร้อมกับหยุดเดินและมองเข้าไปในดวงตาของน้องสาวตรงหน้า
“เซเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันแต่ว่าวันนั้น…วันที่น้องสู้กับเนโรน้องรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนกำลังมองมาทางน้องอยู่ตลอดเวลาแต่หาต้นตอเท่าไหร่ก็หาไม่เจอแล้วพอพวกพี่ออสมาความรู้สึกนั้นก็หายไปจนมารู้สึกอีกครั้งก็ตอนที่เรามาหาของกันแล้วก็ไปเจอเขากับคนปริศนานั้นแหละคะ”เซริน่าตอบด้วยสีหน้าที่ยังคงเป็กังวลอยู่ไม่หายเซริออสยกมือขึ้นลูบหัวน้องสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดว่า
“ไม่เป็ไรหรอกเซเราปล่อยเื่นี้ให้พวกสโนว์หาคนทำมาแล้วคงไม่นานนักหรอก แล้วก็อีกอย่างนะพี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายเซได้หรอกนะเอ้ายิ้มหน่อยสิคนสวยของพี่” เมื่อเซริน่าได้ยินคำที่พี่ชายของเธอพูดแบบนั้นเธอจึงยิ้มออกมาอย่างสบายใจอีกครั้งอย่างขำขัน
“พอแล้วน่าพี่ออสน้องอายคนอื่นเขา” เซริน่าพูดอย่างเขินๆ แต่เซริออสก็ยังคงแซวไม่เลิก จนทำให้เซริน่าต้องลงไม้ลงมือซะก่อนผู้เป็พี่ชายของเธอจึงหยุดแซวและเริ่มพูดเพื่อเปลี่ยนเื่ทันที
“เซไม่ต้องเครียดไปหรอกน่าเชื่อมือพวกสโนว์เถอะ เซยังมีเื่อื่นให้เครียดมากกว่าเื่พวกนี้อีกนะ”
“เื่อื่น? เื่อะไรอ่ะค่ะ” เซริน่าเอียงคอถาม
“ก็เื่การแข่งของเราไงเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่เดือนเองนะเซ อย่าบอกนะว่าน้องลืมไปแล้วน่ะ”เซริออสตอบด้วยรวยยิ้มที่เหมือนกับว่าตัวเขาได้ชัยชนะครั้งนี้ไปแล้วเมื่อเห็นว่าน้องสาวของตนจำเื่การแข่งของพวกเขาไม่ได้
“อ่อเื่นี้นั้นเอง น้องไม่มีทางลืมหรอกค่ะไม่ต้องมายิ้มเ้าเล่ห์แบบนี้เลยนะพี่ออส”เซริน่าตอบกลับพร้อมๆกับเอื้อมมือขึ้นไปหยิกแก้มของพี่ชายก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะกันออกมาและจูงมือกันกลับไปยังหอพักของพวกเขา
และเมื่อทั้งสองเดินมาถึงบริเวณลานกว้างตรงบริเวณบ่อน้ำพุที่มีรูปปั้นนางเงือกสถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนเป็จุดรวมพล และจุดแจ้งข่าวสารที่สำคัญๆจากทางโรงเรียนก็พบว่ามีผู้คนจำนวนมากที่มารวมตัวกันอยู่ในบริเวณนั้นและเมื่อเซริน่าเห็นร่างของลิฟที่เป็เพื่อนสนิทของเธอเธอจึงไม่รอช้ารีบเดินและเข้าไปถามลิฟถึงเื่นี้ในทันที
“ลิฟเกิดอะไรขึ้นเหรอ”เซริน่าถามลิฟพร้อมๆกับยกมือขึ้นสะกิดไหล่ของเพื่อนสนิทสาวตรงหน้า ลิฟที่โดนสะกิดอย่างไม่รู้ตัวก็มีสีหน้าที่ใก่อนที่จะหันไปตามเสียงเรียกเธอก็พบกับเซริน่าที่ยืนอยู่ข้างๆกับเซริออสและร้องออกมาอย่างโล่งอก
“พวกเธอหายไปไหนกันมาพวกฉันตามหาพวกเธอกันแทบแย่”
“พวกเราไปคุยกับคารอสมาแล้วมีเื่อะไรพวกเธอตามหาพวกเราทำไมกันอะ” เซริน่าถามกลับอย่างสงสัย
“ก็พวกรุ่นพี่นะสิเลื่อนกำหนดให้เร็วขึ้นจากของเดิมที่ต้องมาเจอกันในอีกสามอาทิตย์เลื่อนเป็พรุ่งนี้แทนน่ะ” ลิฟตอบด้วยความหงุดหงิด แต่ทั้งเซริน่าและเซริออสก็ยังคงไม่เข้าใจถึงความหงุดหงิดนั้นอยู่ดีจึงได้เอ่ยถามกลับไปว่า
“แล้วเธอจะหงุดหงิดทำไมอะลิฟฉันไม่เข้าใจ”
“ก็ไอ้ของที่พวกรุ่นพี่ให้เราไปหาพวกเขาบอกว่าไม่ต้องหาแล้วให้ยกเลิกการค้นหาซะเพราะมีการต่อสู้และการาเ็กันเกิดขึ้น” ลิฟตอบ
“อ้าวแล้วงี้ของที่พวกเราหามาครบแล้วให้ทำไงอะ” เซริน่าถามกลับและเริ่มเข้าใจอารมณ์หงุดหงิดของเพื่อนสาวตรงหน้าแล้วก็เพราะเธอต้องไปหาของพวกนี้มาน่ะสิ ถึงได้เจอแต่เื่วุ่นวายพวกนี้แล้วอยู่ดีๆจะมาบอกว่าไม่ต้องหากันแล้วเนี่ยนะ จะบ้ารึไง
“พวกเขาบอกว่าให้เราเก็บเอาไว้ก่อนนะ”
“ถ้างั้นพวกเขาจะนัดเจอพวกเราอีกทำไมก็ในเมื่อของก็ไม่ต้องหาแล้ว” เซริออสถามเป็ฝ่ายถามขึ้นบ้าง
“ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันเห็นบอกแค่ว่าพรุ่งนี้มีเื่สำคัญจะแจ้งให้ทราบให้มาเจอกันที่นี่ในตอนเช้าตรู่น่ะ”
“งั้นเหรอขอบใจมากนะลิฟ” เซริออสกล่าวขอบคุณพร้อมๆกับเพาเซริน่าดินขึ้นไปยังหอพักที่อยู่ข้างๆกับประกาศนั้นไปท่ามกลางสายตาของใครบางคนที่มองมายังเซริน่าด้วยความอิจฉาริษยา
เช้าวันต่อมา
เช้านี้เป็เช้าที่อากาศดีที่สุดวันหนึ่งหมอกที่ลงเล็กน้อยและอากาศที่เย็นกำลังสบายสร้างความลำบากในการลุกขึ้นจากเตียงให้กับเหล่านักเรียนที่กำลังนอนหลับอย่างสบายแต่พวกเขาก็ต้องลุกขึ้นมาทำความสะอาดร่างกาย เพราะเหล่ารุ่นพี่นัดร่วมตัวและถ้าหากว่าจะไม่ไปก็กลัวว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลังอีกจึงต้องจำใจลุกและออกไปยังลานกว้างสถานที่ ที่เหล่ารุ่นพี่ได้นัดกันเอาไว้ และทันทีที่เหล่าบรรดารุ่นน้องมากันครบแล้วพวกรุ่นพี่ก็ทยอยกันปรากฏตัวขึ้นยังบริเวณด้านหน้าและออกคำสั่งให้รุ่นน้องทั้งหมดนั่งลงเพื่อสะดวกต่อการพูดคุย
“เอาละสวัสดีอีกครั้ง เหล่ารุ่นน้องที่น่ารัก วันนี้พวกพี่มีเื่จะแจ้งให้ทราบทั้งหมดสองเื่ สำหรับเื่แรก ในวันปิดภาคเรียนที่จะเกิดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้าพวกน้องนักเรียนชั้นปีที่หนึ่งจะต้องทำการแสดงหอละหนึ่งการแสดงส่วนเื่ที่จะแสดงอะไรนั้นให้พวกเธอไปตัดสินใจกันเอาเองและสำหรับเื่ที่สองนั้น ในอีก 2อาทิตย์นับจากนี้ทางโรงเรียนของเราจะเป็เ้าภาพในการจัดประชุมที่สำคัญระดับโลกโดยมีคนสำคัญของแต่ละประเทศมารวมตัวกันพวกเธอทั้งหมดจะต้องร่วมมือกันอารักขาคนสำคัญเ่าั้ในส่วนของหน้าที่นั้นพวกพี่จะมีบททดสอบให้ว่าพวกเธอเหมาะกับตำแหน่งอะไรเข้าใจไหมครับ” รุ่นพี่ที่ชื่อลอว์เรนซ์พูดขึ้นและในทันทีที่ลอว์เรนซ์พูดจบก็มีรุ่นน้องที่นั่งฟังอยู่ยกมือขึ้นเพื่อจะถามเมื่อรุ่นน้องเห็นว่าลอว์เรนซ์พยักหน้าเป็เชิงอนุญาตรุ่นน้องคนนั้นจึงยืนขึ้นและเริ่มถามคำถาม
“ถ้ามีบุคคลที่สำคัญระนั้นมาด้วยทำไมพวกรุ่นพี่หรืออาจารย์ถึงไม่อารักขากันเองละครับจะมาให้พวกเราปีหนึ่งที่เพิ่งมาเข้าเรียนได้ไม่กี่อาทิตย์ไปทำหน้าที่ที่สำคัญระดับนั้นทำไมกันละครับ”
“นั้นเป็เพราะว่าพวกพี่และเหล่าอาจารย์ต่างก็มีหน้าที่ที่สำคัญที่ต้องไปทำอยู่น่ะสิและแต่พวกน้องที่สอบเข้าโรงเรียนมาได้คงไม่มีปัญหาสำหรับเื่นี้หรอกใช่ไหมเพราะฉะนั้นในอีก 3 วันหลังเลิกเรียนแล้วพวกพี่จะมีการทดสอบให้พวกเธอ เพราะฉะนั้นอย่ามาสายกันละ มีใครจะถามอะไรอีกไหม”ในรอบนี้เป็เซริน่าเองที่ยกมือขึ้นถาม และทันทีที่เพื่อนร่วมรุ่นนั่งลงเธอก็ยืนขึ้นและถามทันที
“แล้วของที่ให้พวกเราไปหาละคะจะให้ทำยังไง”
“อ่อของพวกนั้นพวกเธอเก็บเอาไว้ก่อนแล้วกันนะ รับรองว่าในอานาคตจะมีประโยชน์กับพวกเธอแน่นอนมีอะไรจะถามอีกไหมครับ” รุ่นพี่ลอว์เรนซ์ถามด้วยรอยยิ้มทำให้เซริน่ายิ้มกลับและส่ายหัวเบาๆก่อนจะนั่งลง
“ถ้าอย่างนั้นเราเข้าใจตรงกันแล้วเนอะมีใครจะพูดอะไรอีกไหม” ลอว์เรนซ์ที่หันไปถามเพื่อนร่วมรุ่นที่ยืนกันอยู่ข้างหลังและเมื่อเห็นว่าไม่มีเพื่อนคนไหนจะออกมาพูดอะไรเพิ่มเติมเขาจึงสั่งให้เรารุ่นน้องแยกย้ายกันกลับไปเข้าเรียนตามวิชาเรียนของตน
“ทำไมงานมันดูยุ่งๆยังไงก็ไม่รู้แฮะ”เซริน่าออกความเห็นเมื่อพวกเขาทั้งหมดเดินมาถึงห้องเรียนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“นั้นสิไหนจะงานอารักขา ไหนจะบททดสอบ ไหนจะงานแสดง แล้วไหนจะรายงานอีก”เทียร์พูดเสริมเมื่อนั่งลงยังที่นั่งประจำของตนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว และยังไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไรต่ออีกก็มีหญิงสาววัยกลางคนที่ไม่สามารถระบุอายุได้เธอมีดวงตาสีฟ้าและเส้นผมสีทองที่ยาวถึงกลางหลังเดินเข้ามาในห้องเรียนและเริ่มต้นแนะนำตัวทันที ที่เธอเดินถึงกลางห้องเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“สวัสดีค่ะดิฉันชื่อ เอเรีย ซอลเนร่า เป็ผู้สอนในวิชาเสียงเพลงและเวทมนตร์ และถ้าใครเล่นดนตรีไม่เป็ขอให้ยกมือด้วยนะคะทางดิฉันจะได้เตรียมการสอนสำหรับขั้นพื้นฐานไว้ให้ เอาล่ะค่ะใครที่เล่นดนตรีไม่เป็บ้างคะ” สิ้นเสียงคำถามแต่ก็ไม่มีนักเรียนคนไหนยกมือขึ้นมาเลยสักคนทำให้ศาสตราจารย์เอเรียพยักหน้าอย่างพอใจที่เห็นว่าลูกศิษย์ของเธอในคราวนี้พอจะเป็ดนตรีกันหมดทุกคน
“ถ้าไม่มีใครยกมือขึ้นมางั้นดิฉันขอทดสอบความสามารถของแต่ละคนหน่อยนะคะว่าอยู่ระดับไหนกันบ้าง เราจะทดสอบผ่านโหล่แก้วเหล่ากันโหล่แก้วเหล่านี้เป็สิ่งที่ดิฉันสั่งทำขึ้นเป็พิเศษมันจะแสดงตัวโน๊ตขึ้นมาทันทีที่พวกเธอปล่อยพลังเวทลงไป ดิฉันขอให้พวกเธอเอามือััไปที่โหล่แก้วแล้วนึกถึงตอนที่กำลังเล่นดนตรีอยู่นะคะแล้วหลังจากนั้นจึงค่อยปล่อยพลังเวทออกมาดิฉันจะทำตัวอย่างให้ดูก่อนแล้วหลังจากนั้นพวกเธอค่อยทำตามนะคะ” ทันทีที่ศาสตราจารย์เอเรียพูดจบ
เธอก็เอามือไปัักับโหล่แก้วใสนั้นและหลังจากนั้นก็มีตัวโน๊ตต่างๆพร้อมกับแสงสีทอง ปรากฏขึ้นอยู่บนโหล่แก้ว และไม่รู้ว่าพวกเซริน่ารู้สึกไปเองรึเปล่าว่าเธอได้ยินเสียงเพลงเบาๆลอยออกมาทุกครั้งที่ตัวโน๊ตขยับมันเป็เพลงที่อ่อนโยนแต่ก็ฟังดูเศร้าในเวลาเดียวกันเสียงเพลงที่คลอตามแสงนั้นพอผ่านไปสักพักมันก็เบาลง เบาลงจนแทบจะไม่ได้ยินพร้อมๆกับแสงสีทองนั้นที่อ่อนแสงลงจนจางหายไป
“ประมาณนี้นะคะเอาละลองทำกันดูนะคะ” สิ้นเสียงของศาสตราจารย์
เหล่านักเรียนทั้งหลายก็ยกมือขึ้นัักับโหล่แก้วที่ตั้งอยู่ข้างหน้าแล้วเสียงเพลงต่างๆก็ปะปนกันออกมา บางคนออกมาเป็แสงสีฟ้า สีเขียว สีเหลืองแตกต่างกันไป และเหล่าตัวโน๊ตที่วิ่งขึ้นลงวนอยู่ในโหล่แก้วนั้นของบางคนนั้นก็ออกมา 3 ตัวแต่ของบางคนนั้นก็ออกมา 5 ตัว แตกต่างกันไปเช่นกัน และในส่วนของเซริน่ากับเซริออสนั้นโหล่แก้วของพวกเขามีสีแดงสว่างจนกลบแสงของคนอื่นจนมิดและเสียงเพลงที่ใหลออกมาตามตัวโน๊ตก็กระจายตัวออกมาจนทำให้โหล่แก้วนั้นมีรอยร้าวเกิดขึ้น!