แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าเหนือเมืองจินไห่ เสียงนกร้องยามเช้าถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง ณ ลานดินกว้างหลังโรงเตี๊ยมเมฆาเคลิ้ม เย่ฟาน ในสภาพสวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียว ร่างกายที่เคยผอมแห้งจากการาเ็ บัดนี้เต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลโทรมกายจนิัสะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ
"เก้าสิบแปด... เก้าสิบเก้า... หนึ่งร้อย!"
เย่ฟานยันตัวขึ้นจากการวิดพื้นครั้งสุดท้ายด้วยแขนที่สั่นระริก เขาไม่ได้หยุดพัก แต่เริ่มทำการ "ซิตอัป" ต่อทันทีตามด้วยการ "สควอด" จนครบจำนวนอย่างบ้าคลั่ง ทันทีที่จบกระบวนการท่าบริหารกาย เขาก็พุ่งตัวออกไปวิ่งรอบเมืองจินไห่เป็ระยะทางกว่า 20 ลี้ (10 กิโลเมตร) ท่ามกลางสายตาแปลกใจของชาวเมืองที่เห็นชายหนุ่มวิ่งหน้าตั้งผ่านหน้าบ้านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อเย่ฟานกลับมาถึงโรงเตี๊ยม เขาแทบจะล้มฟุบลงกับพื้น ทว่าแววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง
"อืม... ครบแล้วรึ? มานี่มา ข้าจะดูแผลให้"
หลี่ิ เดินออกมาจากห้องพักด้วยท่าทางง่วงนอน มือหนึ่งถือถ้วยน้ำชา อีกมือเกาหัวยุ่ง ๆ เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นกับความพยายามของศิษย์คนแรกเลยแม้แต่น้อย เย่ฟานคลานเข้าไปหาอาจารย์ด้วยความเคารพรัก "ศิษย์... ฝึกเสร็จแล้วครับอาจารย์"
หลี่ิวางถ้วยชาลงแล้วยื่นมือไปแตะที่หน้าอกของเย่ฟาน เขาเรียกใช้ "วิชาแพทย์เทพ" เพื่อรักษาอาการกล้ามเนื้อฉีกขาดจากการโหมฝึกหนัก ทว่าคราวนี้หลี่ิแอบทำสิ่งที่ลึกล้ำกว่านั้น เขาตัดสินใจแบ่งเอาเศษเสี้ยวของ "พลังกายาไร้ขีดจำกัด" ที่เขาได้รับมาจากระบบ ถ่ายโอนผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระแสเืของเย่ฟาน
วูบ!
เย่ฟานสะดุ้งสุดตัว เขารู้สึกเหมือนมีลาวาร้อนแรงไหลพล่านไปทั่วร่าง พลังนั้นไม่ได้ไหลไปรวมที่ตันเทียนที่พังทลาย แต่มันกลับซึมลึกเข้าไปในทุกอณูของกล้ามเนื้อและกระดูก พริบตาเดียว ความเหนื่อยล้าหายไปสิ้น เขาััได้ถึงพละกำลังที่มหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะไม่มีปราณในร่างแม้แต่นิดเดียว แต่เขามั่นใจว่าหากปล่อยหมัดออกไปตอนนี้ พลังของเขาเทียบเท่ากับนักสู้ ขั้น 3 (ขั้นก่อเกิด) ที่เขาเคยเป็ก่อนจะถูกทำลายตันเทียนเสียอีก!
"อาจารย์... นี่มัน... พลังนี้คืออะไร?" เย่ฟานถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"มันคือพลังของคนที่ไม่มีพันธนาการ" หลี่ิตอบนิ่ง ๆ "จำไว้ เย่ฟาน วิชาที่ข้าสอนเ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาหรือพร์จากฟ้า แต่มันขึ้นอยู่กับว่าเ้าจะกล้า 'ข้ามขีดจำกัด' ของตัวเองได้ทุกวันหรือไม่ ยิ่งเ้าฝึกหนัก ร่างกายเ้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่มีเพดานจำกัด ต่างจากพวกที่พึ่งพาปราณ หากตันเทียนพังก็จบสิ้น แต่สำหรับเ้า... ร่างกายคืออาวุธที่ไม่มีวันพัง"
เย่ฟานก้มลงกราบกราน "ขอบพระคุณอาจารย์! ข้าไม่เคยคิดเลยว่าการวิดพื้นและวิ่งธรรมดา ๆ จะแฝงไว้ด้วยสัจธรรมที่น่าทึ่งเพียงนี้!"
ในขณะที่ภายในโรงเตี๊ยมกำลังมีการถ่ายทอดวิชาลับ ภายนอกเมืองจินไห่กลับกำลังเข้าสู่สภาวะาประสาท บนกำแพงเมืองและบอร์ดประกาศทุกแห่งมีใบหน้าของ "คุณชายชุดขาว" แปะอยู่เต็มไปหมด ค่าหัวของหลี่ิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยการสนับสนุนเงินจากสามตระกูลใหญ่
ชาวเมืองและนักล่าค่าหัวต่างพากันออกตามหาชายคนนี้ แต่ทว่า... ยิ่งตามหาก็ยิ่งเสียสติ
ณ ที่ว่าการเมือง แม่ทัพไป๋เหลียน นั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้ไม้ หน้าตาของเขาดูทรุดโทรมลงไปหลายปี ผมเผ้าที่เคยเรียบตึงบัดนี้ยุ่งเหยิง ตาสีแดงก่ำเพราะอดนอนมาสามวันติด ทันใดนั้นทหารองครักษ์ก็วิ่งเข้ามารายงาน
"ท่านแม่ทัพ! เราจับเป้าหมายที่ตลาดสดได้แล้วครับ!"
ไป๋เหลียนลุกพรวด "พาตัวมันเข้ามา!"
ไม่กี่อึดใจ ทหารลากชายในชุดพเนจรหน้าตาี้เีคนหนึ่งเข้ามา แต่ยังไม่ทันที่ไป๋เหลียนจะอ้าปากถาม พลันเกิดเสียง ปุ้ง! ควันสีขาวพวยพุ่งไปทั่วห้อง เมื่อควันจางลง ร่างของหลี่ิหายไป เหลือเพียง ขอนไม้เก่า ๆ ท่อนหนึ่งที่นอนแผ่อยู่บนพื้น พร้อมมีตัวอักษรเขียนติดไว้ว่า "ขอบคุณที่ช่วยแบกมาส่งนะพี่ชาย"
"ขอนไม้! ขอนไม้อีกแล้วววว!" ไป๋เหลียนคำรามลั่นจนแจกันแตก "พวกเ้าไปตัดไม้มาทั้งป่าเพื่อมาหลอกข้าใช่ไหม! ข้าจะเผาป่าเมืองจินไห่ทิ้งให้หมด!"
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลิวรั่วเฉิน แอบสังเกตการฝึกของเย่ฟานด้วยความสงสัย นางเห็นเย่ฟานแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตา ผิวพรรณเริ่มมีประกายของยอดฝีมือ และความเร็วในการเคลื่อนไหวที่แม้แต่ผู้มีปราณยังตามไม่ทัน
'หรือว่ามันจะได้ผลจริง ๆ?' นางคิดในใจ
เช้าวันต่อมา หลิวรั่วเฉินตัดสินใจลองทำตามดูบ้าง นางตื่นมาวิดพื้น 100 ครั้ง ซิตอัป 100 ครั้ง สควอด 100 ครั้ง และออกวิ่งไป 20 ลี้ตามเย่ฟานเป๊ะ ๆ แม้นางจะมีฐานพลังปราณขั้น 4 (ขั้นจิตผสาน) ทำให้การฝึกนี้ดูไม่หนักหนาเกินไป แต่นางก็พยายามทำอย่างเคร่งครัด
ทว่า... เมื่อจบการฝึกและผ่านไปหลายวัน นอกจากความรู้สึกที่ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นเล็กน้อยและการที่กล้ามเนื้อดูทะมัดทะแมงขึ้น นางกลับไม่รู้สึกถึง "พลังที่ไร้ขีดจำกัด" หรือความแข็งแกร่งที่ก้าวะโแบบเย่ฟานเลยแม้แต่นิดเดียว พลังปราณในร่างยังคงเท่าเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน
นางเดินหน้ามุ่ยเข้าไปหาหลี่ิที่กำลังนั่งแทะซาลาเปา "พี่หลี่... ข้ามีเื่จะถามเ้าค่ะ"
"ว่ามาสิแม่นางหลิว" หลี่ิตอบทั้งที่ซาลาเปายังเต็มปาก
"ข้าฝึกแบบที่เย่ฟานฝึกทุกอย่าง วิดพื้น วิ่ง ซิตอัป... ทำไมข้าถึงไม่เห็นแข็งแกร่งขึ้นแบบเขาเลยล่ะเ้าคะ? ข้ายังรู้สึกเหมือนเดิมเป๊ะ พลังลึกลับที่พี่หลี่บอกมันไม่เห็นเกิดขึ้นกับข้าเลย หรือว่าพี่หลี่ลำเอียงสอนเคล็ดลับให้แต่ลูกศิษย์คนใหม่?"
หลี่ิกลืนซาลาเปาลงคอแล้วมองหลิวรั่วเฉินด้วยสายตาปลาตาย "อ๋อ... เื่นั้นน่ะรึ ก็แหงล่ะ แม่นางหลิวยังมีตันเทียนและพลังปราณที่คอยต่อต้านกฎเกณฑ์ของข้าอยู่นี่นา พลังที่ข้าสอนมันคือพลังของการ 'ทลายโซ่ตรวน' หากเ้ายังมีปราณ เ้าก็ยังมีโซ่ตรวนผูกมัดร่างกายไว้ พลังใหม่มันเลยเข้าไปทำงานไม่ได้"
หลิวรั่วเฉินขมวดคิ้ว "แล้วข้าต้องทำอย่างไรล่ะเ้าคะ?"
หลี่ิยืดตัวขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง (ที่หาได้ยาก) "ง่ายมาก... เ้าก็ทำลายตันเทียนตัวเองทิ้งสิ เดี๋ยวข้าจะช่วยทุบให้เอง รับรองว่านิ่มนวลที่สุด พอปราณสลายหมด ข้าจะใส่พลังกายาไร้ขีดจำกัดให้เ้าทันที แล้วเ้าจะเก่งกว่าเดิมร้อยเท่า!"
พูดจบ หลี่ิก็ง้างมือทำท่าจะเดินเข้ามาช่วย "ทุบ" ตันเทียนของนางจริง ๆ ตามที่ปากว่า
หลิวรั่วเฉินหน้าซีดเผือด ถอยกรูดไปจนติดกำแพง "พี่หลี่! ท่านจะบ้าไปแล้วหรือ! ตันเทียนคือรากฐานของชีวิตนักสู้ ท่านจะให้ข้ากลายเป็คนพิการเพื่อฝึกวิชาวิ่งวิดพื้นเนี่ยนะ? ท่านแกล้งข้าใช่ไหม! ท่านไม่อยากสอนข้าก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องมาขู่กันแบบนี้!"
นางสะบัดหน้าหนีด้วยความน้อยใจและงอนสุดขีด "คนใจร้าย! ข้าไม่เชื่อท่านหรอก!" แล้วนางก็เดินกระทืบเท้าปัง ๆ ออกจากห้องไป ทิ้งให้หลี่ิยืนเกาหัวแกรก ๆ อยู่คนเดียว
"อ้าว... ข้าพูดจริงนะเนี่ย ทำไมคนเราต้องยึดติดกับก้อนกลม ๆ ในท้องขนาดนั้นด้วยนะ... ไม่เชื่อกันบ้างเลย" หลี่ิถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบซาลาเปาลูกที่สองขึ้นมาแทะต่ออย่างเซ็ง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าความงอนของหลิวรั่วเฉินครั้งนี้ จะทำให้เขาต้องปวดหัวยิ่งกว่าโดนประกาศจับเสียอีก