ดาบเก่าคร่ำคร่าที่เขาเก็บได้ กลายเป็เพื่อนเพียงคนเดียว เขาใช้เวลาว่างทุกนาทีฝึกฝนการใช้มันอย่างเงอะงะ เขาไม่เคยจับดาบมาก่อนในชีวิต ท่าทางของเขาจึงดูเก้ๆ กังๆ ไม่ได้เื่ แต่ทุกครั้งที่เหวี่ยงดาบ ทุกครั้งที่รู้สึกถึงน้ำหนักของมันในมือ ภาพของครอบครัวและคำสาบานจะย้อนกลับมา ทำให้เขากัดฟันฝึกต่อไป แม้จะรู้ดีว่าเพียงแค่การฝึกดาบ
ธรรมดาๆ คงไม่อาจทำให้เขาแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับอสูรร้ายเ่าั้ได้
"ต้องมีทางสิ..." หลี่ชิงพึมพำกับตัวเอง เหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมตามขมับแม้ว่าอากาศในชั้นใต้ดินจะเย็นชื้น เขาหยุดพัก หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน "พวกฮันเตอร์... พวกเขาทำได้ยังไง? พลังนั่น... มันมาจากไหน?"
ข่าวสารเกี่ยวกับ 'ผู้ปลุกพลัง' หรือ 'ฮันเตอร์' นั้นกระจัดกระจายและไม่ปะติดปะต่อ ส่วนใหญ่มาจากโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ตก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศ เขาจำได้ลางๆ ว่าพลังเ่าั้มักจะ 'ตื่นขึ้น' ในสถานการณ์คับขัน หรือในตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติบางอย่าง แต่คุณสมบัติที่ว่าคืออะไร? แล้วเขา... เด็กหนุ่มธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลยคนนี้ จะมีคุณสมบัติแบบนั้นหรือ?
"ไม่ลองก็ไม่รู้" เขากระซิบกับตัวเองอย่างแน่วแน่ ความสิ้นหวังเป็สิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับเขาในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือพยายาม
หลี่ชิงหลับตาลง พยายามขับไล่ความเหนื่อยล้าและความคิดฟุ้งซ่านออกไป เขานึกถึงภาพพ่อที่ยืนหยัดปกป้องพวกเขาจนวินาทีสุดท้าย นึกถึงรอยยิ้มอ่อนโยนของแม่ นึกถึงเสียงหัวเราะสดใสของเสี่ยวเยว่ ความรัก ความอบอุ่น ความสุข... และความเ็ปจากการสูญเสีย ทั้งหมดถาโถมเข้ามาในหัวใจ บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นปราดไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ความเ็ป ไม่ใช่ความเหนื่อยล้า แต่เป็เหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ไหลเวียนอยู่ใต้ิั เริ่มจากปลายนิ้ว ลามขึ้นมาตามแขน แผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัว ร่างกายของเขารู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ราวกับมีพลังงานบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นจากภายใน
"อะ... อะไรกัน?" หลี่ชิงเบิกตากว้าง ความรู้สึกนี้มัน... ไม่คุ้นเคยแต่ก็ไม่ได้น่ากลัว เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเอง ััต่างๆ ดูเหมือนจะเฉียบคมขึ้น เสียงหยดน้ำที่มุมตึก เสียงลมที่พัดผ่านซากปรักหักพัง้า ทุกอย่างดังชัดเจนขึ้นอย่างน่าประหลาด
และแล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันที่สุดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ฟุ่บ!
แผ่นแสงโปร่งใสคล้ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ลอยนิ่งอยู่ระดับสายตาของหลี่ชิง บนนั้นมีตัวอักษรส่องสว่างเป็สีฟ้าอ่อนๆ เรียงกันอยู่ไม่กี่บรรทัด
[ยินดีด้วย! คุณได้ปลุกพลังในฐานะ 'ผู้ปลุกพลัง'] [กำลังประมวลผลข้อมูลคลาส...] [กำหนดคลาสสำเร็จ]
หลี่ชิงยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก นี่มัน... นี่มันคือสิ่งที่เขาได้ยินมางั้นหรือ? ระบบ? หน้าต่างสถานะ? การปลุกพลัง?
"เป็... เป็ไปได้ยังไง..." เขาละล่ำละลัก ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ความหวังที่เคยริบหรี่พลันสว่างวาบขึ้นมา มันเกิดขึ้นจริงๆ! เขากำลังจะได้รับพลัง! พลังที่จะใช้แก้แค้น!
แต่แล้ว บรรทัดต่อมาที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างโปร่งใสนั้น กลับทำให้ความดีใจของเขาชะงักงัน กลายเป็ความสับสนและงุนงงอย่างรุนแรง
[คลาส: ดาบ]
เพียงคำเดียวสั้นๆ... "ดาบ"
แค่นั้น? หลี่ชิงขมวดคิ้วแน่น จ้องมองตัวอักษรคำนั้นซ้ำไปซ้ำมา "ดาบ? นี่มันคลาสอะไรกัน?" หรือมันคือคลาสนักดาบ เขาเคยได้ยินชื่อคลาสแปลกๆ มาบ้าง อย่าง [นักรบคลั่ง] [นักเวทเงา] หรือแม้แต่ [ผู้สื่อสาริญญา] แต่ [ดาบ]? คำเดียวโดดๆ แบบนี้ มันหมายความว่ายังไง?
ที่สำคัญกว่านั้น... แรงค์อยู่ไหน? ตามที่เขาเคยได้ยินมา คลาสของผู้ปลุกพลังควรจะมีระดับบ่งบอกความหายากและความแข็งแกร่งกำกับอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็ S, A, B, C, D หรือ E แต่บนหน้าต่างของเขา มันกลับว่างเปล่า มีเพียงคำว่า "ดาบ" โดดๆ ไร้ซึ่งการบ่งชี้ใดๆ ทั้งสิ้น
"ไม่มีแรงค์? หรือว่า..." ความคิดอันน่าหวาดหวั่นแวบเข้ามาในหัว "หรือว่ามันอ่อนแอเกินไป... อ่อนแอจนไม่มีค่าพอที่จะจัดอันดับ? เหมือนพวกแรงค์ F ที่เขาว่ากันว่าไม่มีสิทธิ์เป็ฮันเตอร์?"
หัวใจของหลี่ชิงหล่นวูบ ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ ดูเหมือนจะถูกดับลงอย่างรวดเร็ว นี่น่ะหรือพลังที่เขาได้รับ? คลาสที่ไม่มีแม้แต่แรงค์กำกับ? เขาจะเอาพลังแบบนี้ไปสู้กับมอนสเตอร์ร้ายกาจพวกนั้นได้ยังไง? เขาจะแก้แค้นให้ครอบครัวได้อย่างไร?
"ไม่จริงน่า..." เขาส่ายหัว พยายามไล่ความคิดด้านลบออกไป "ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ระบบอาจจะยังประมวลผลไม่เสร็จ หรือมันอาจจะเป็คลาสพิเศษที่ไม่มีใครเคยมีมาก่อนก็ได้"
เขาพยายามมองโลกในแง่ดี แต่มันก็ยากเหลือเกิน ความผิดปกติของคลาสนี้มันชัดเจนเกินไป เขาลองเพ่งสมาธิไปที่หน้าต่างระบบอีกครั้ง ลองนึกในใจว่า 'แสดงสถานะ' หรือ 'รายละเอียด'
น่าประหลาดใจที่หน้าต่างระบบตอบสนอง ตัวอักษรเปลี่ยนไป แสดงข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง:
[ชื่อ: หลี่ชิง]
[เลเวล: 1]
[คลาส: ดาบ]
[ฉายา: ไม่มี]
[HP: 100/100]
[MP: 50/50]
[พละกำลัง: 10]
[ความทนทาน: 8]
[ความว่องไว: 9]
[พลังเวท: 5]
[แต้มสถานะคงเหลือ: 0]
[สกิล: ไม่มี]
ค่าสถานะพื้นฐานดู... ธรรมดาอย่างยิ่ง คงไม่ได้โดดเด่นไปกว่าคนทั่วไปนัก อาจจะดีกว่าเล็กน้อยในด้านพละกำลังและความว่องไว แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร และที่สำคัญที่สุดคือช่อง 'สกิล' ยังคงว่างเปล่า
"ไม่มีสกิลเริ่มต้นเลยเหรอ?" หลี่ชิงพึมพำอย่างผิดหวัง ปกติแล้วผู้ปลุกพลังที่มีพร์มักจะได้รับสกิลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับคลาสของตนมาั้แ่แรก และจะได้มาเพิ่มทุกๆ10เลเวล แต่เขากลับไม่มีอะไรเลย
ความสับสน ความผิดหวัง และความหวาดหวั่นถาโถมเข้าใส่หลี่ชิงอีกครั้ง เขาเกือบทิ้งดาบในมือลงกับพื้นด้วยความท้อแท้ แต่แล้ว ภาพใบหน้าของพ่อแม่และน้องสาวก็ปรากฏขึ้นในความคิด เสียงคำสาบานของตัวเองดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง
"...ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น! แข็งแกร่งพอที่จะฆ่าพวกแกทุกตัว!"
ไม่ได้! เขาท้อแท้ตอนนี้ไม่ได้! ถึงแม้คลาสนี้จะดูแปลกประหลาด ถึงแม้จะไม่มีแรงค์หรือสกิลเริ่มต้น แต่มันก็คือ 'พลัง' ที่เขาได้รับมา เขาต้องใช้มันให้ได้ ไม่ว่ามันจะเป็อะไรก็ตาม อย่างน้อยเขาก็ได้ปลุกพลังแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้น
หลี่ชิงสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ เขาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว: เื่คลาส [ดาบ] ที่ไม่มีแรงค์นี้ จะต้องเป็ความลับสุดยอด เขาจะไม่บอกใครทั้งสิ้น ถ้ามันอ่อนแอจริง การเปิดเผยออกไปก็มีแต่จะทำให้เขาถูกดูแคลนและตกเป็เป้าได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าหาก... ถ้าหากมันเป็คลาสพิเศษที่ทรงพลังจริงๆ การเก็บงำความลับไว้ก็ยิ่งจำเป็ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะตามมา
"เอาล่ะ" เขาพูดกับตัวเอง เสียงหนักแน่นขึ้น "ไม่ว่าแกจะเป็คลาสบ้าบออะไรก็ตาม [ดาบ]... ฉันจะใช้แกนี่แหละเป็เครื่องมือแก้แค้นของฉัน"
เขาลองจับดาบเก่าๆ ในมืออีกครั้ง คราวนี้มีความรู้สึกแตกต่างออกไปเล็กน้อย มันไม่ได้รู้สึกแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน แต่เขากลับรู้สึกว่าดาบมัน 'เข้ามือ' มากขึ้น ราวกับว่าเขาสามารถควบคุมน้ำหนักและความสมดุลของมันได้ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด หรือนี่จะเป็ผลกระทบแฝงของคลาส [ดาบ]?
เสียงครืดคราดดังมาจาก้า ทำให้หลี่ชิงสะดุ้ง เขารีบดับความคิดและสลายหน้าต่างระบบทิ้งทันที สัญชาตญาณบอกให้เขาหลบเข้าที่กำบังในเงามืด อาจจะเป็แค่เสียงลมพัด หรืออาจจะเป็อะไรที่อันตรายกว่านั้น
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับเสียงพูดคุยกันเบาๆ
"...ตรวจดูแถวนี้ให้ละเอียด อาจจะมีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่" เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็เสียงของผู้ชายที่ดูมีอายุและสุขุม
"ครับหัวหน้า แต่ซากตึกแถวนี้มันไม่ค่อยมั่นคงเลยนะครับ" อีกเสียงตอบกลับ ดูอ่อนวัยกว่าและมีความกังวล
"ระวังตัวด้วยก็แล้วกัน งานค้นหาก็สำคัญ แต่ชีวิตพวกเราก็สำคัญเหมือนกัน" เสียงแรกกล่าวตอบ
หลี่ชิงกลั้นหายใจ มองลอดผ่านช่องเล็กๆ บนกำแพง เห็นกลุ่มคนสวมชุดคล้ายเครื่องแบบติดอาวุธเบาๆ ประมาณ 4-5 คน กำลังเคลื่อนที่ผ่านไปอย่างระมัดระวัง บนแขนเสื้อของพวกเขามีตราสัญลักษณ์บางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย หรือว่าจะเป็... พวกฮันเตอร์? หรือหน่วยกู้ภัย?
ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม หลี่ชิงตัดสินใจที่จะไม่ปรากฏตัวออกไป เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับโลกภายนอก และความลับเื่การปลุกพลังที่เพิ่งได้รับมายังคงเป็เื่ที่เขาต้องเก็บงำไว้ก่อน
เมื่อกลุ่มคนเ่าั้เดินผ่านไปและเสียงฝีเท้าค่อยๆ เงียบหายไป หลี่ชิงจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา เขารู้แล้วว่าต้องทำอะไรต่อไป เขาจะอยู่ที่นี่ ฝึกฝนร่างกายเท่าที่จะทำได้ และเมื่อพร้อม เขาจะออกจากซากปรักหักพังนี้ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ผู้ปลุกพลังทุกคนต้องไป... สมาคมฮันเตอร์
เขาต้องไปลงทะเบียน ต้องได้รับการประเมินอย่างเป็ทางการ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าคลาส [ดาบ] ที่ไม่มีแรงค์นี้อาจจะทำให้เขาถูกจัดอยู่ในระดับต่ำสุดก็ตาม แต่นั่นคือหนทางเดียวที่จะทำให้เขาได้รับใบอนุญาตเข้าสู่ดันเจี้ยน สถานที่ที่เขาจะได้เผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และที่สำคัญที่สุด... ได้แข็งแกร่งขึ้น
การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้น และถึงแม้จุดสตาร์ทของเขาจะดูไม่สวยงามนัก แต่ประกายตาของหลี่ชิงกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า คลาส [ดาบ]... ไม่ว่ามันจะคืออะไรก็ตาม เขาจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่ามันมีค่าพอ…
การเดินทางออกจากใจกลางซากปรักหักพังนั้นเต็มไปด้วยอันตรายและความยากลำบากยิ่งกว่าที่หลี่ชิงคาดคิดไว้ ทุกย่างก้าวต้องเต็มไปด้วยความระมัดระวัง โครงสร้างอาคารที่ผุพังพร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ เศษซากโลหะและกระจกที่แหลมคมเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นราวกับกับดักธรรมชาติ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือความเงียบสงัดที่อาจถูกทำลายลงได้ทุกขณะด้วยเสียงคำรามหรือการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ที่อาจยังหลงเหลืออยู่
หลายครั้งที่เขาต้องซ่อนตัวอย่างรวดเร็วในเงามืดเมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวที่ไม่น่าไว้วางใจ หรือเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนผ่านไปในระยะไกล ดาบเก่าในมือกลายเป็ทั้งเครื่องมือป้องกันตัวและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แม้จะยังใช้มันได้ไม่คล่องแคล่ว แต่ความรู้สึก 'เข้ามือ' ที่ได้รับหลังจากการปลุกพลังก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เขาได้บ้างเล็กน้อย
หลังจากเดินทางอย่างทุลักทุเลมาเกือบสองวันเต็ม ภาพที่เห็นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ซากปรักหักพังเริ่มเบาบางลง กลายเป็พื้นที่ที่ได้รับการเคลียร์และควบคุมโดยทหารและเ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ มีจุดตรวจเป็ระยะๆ และเริ่มเห็นผู้คนมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็ผู้รอดชีวิตที่ดูอิดโรยและสิ้นหวัง อาศัยอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวที่สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบ
บรรยากาศยังคงตึงเครียดและหดหู่ แต่ก็มีความเป็ระเบียบและความหวังอยู่บ้าง ต่างจากความโกลาหลและความตายที่เขาเพิ่งจากมา …