(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 37 กินข้าวมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย

    บทที่ 37 กินข้าวมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย


    ตระกูลฉินมีสมาชิกจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ชาย


    มีเด็กผู้หญิงเพิ่มเข้ามาหนึ่งคน ไม่ต้องพูดเลยว่าดาวจรัสค้างฟ้าอย่างคุณนายตระกูลฉินจะดีใจมากแค่ไหน เธออยากมีลูกสาว ลูกสะใภ้สองคนของตระกูลฉินเองก็ชอบอิงอิงน้อยมากเป็นพิเศษ


    เด็กผู้ชายที่อายุน้อยที่สุดของตระกูลฉินคือฉินเฉิงฮ่าวกับฉินเฉิงหนิง ลูกแฝดของฉินอี้เฉินกับซูหลี ฉินเฉิงหนิงเป็นคนรู้ความมาตั้งแต่เด็ก เงียบสงบมากอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับน้องชายฝาแฝดของเขา


    เมื่อนายใหญ่ตระกูลฉินกับฉินอี้หานออกมาจากห้องหนังสือก็พบว่า สมาชิกในครอบครัวรวมตัวกันที่โต๊ะอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้ใหญ่อยู่หนึ่งโต๊ะและเด็ก ๆ อยู่อีกหนึ่งโต๊ะ เดิมทีคุณนายตระกูลฉินคิดจะอุ้มอิงอิงมานั่งที่โต๊ะผู้ใหญ่ ผลคือพวกเด็ก ๆ ชอบน้องสาวตัวกลมนุ่มนิ่ม และเอาแต่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะดูแลน้องเอง คุณนายตระกูลฉินจึงได้แต่ต้องยอมแพ้


    เนื่องจากฉินอี้หานบอกไว้ก่อนมาว่า อิงอิงน้อยกินเยอะมาก แถมยังชอบกินอาหารทะเลสุด ๆ คุณนายตระกูลฉินก็เลยเตรียมไว้ล่วงหน้า อาหารเย็นส่วนใหญ่จึงเป็นอาหารทะเล คุณย่าถึงขนาดทำลูกชิ้นปลาทำมือ ลูกชิ้นกุ้งสดและอาหารอื่น ๆ ที่ใช้เวลานานและใช้แรงงานมาก


    อาหารที่เรียบง่ายก็เป็นปลาแซลมอนสองจานใหญ่และสเต๊กปลาแซลมอนหอมกรุ่น ฉินอิงอิงเห็นแล้วเกือบจะน้ำลายไหล


    เยี่ยนลี่เฉิงเห็นแล้วเม้มปากขำ “อิงอิงน้อยหิวแล้วเหรอ?”


    ฉินอิงอิงรีบร้อนพยักหน้า “หิวแล้วค่ะ”


    อาหารทะเลมีเยอะมาก ตอนนี้ต่อให้เห็นแมวน้ำกับเพนกวินอะไรพวกนั้น เจ้าตัวเล็กก็ไม่อยากกินแล้ว ปลาแซลมอนเองก็ดีเหมือนกัน!


    หากมองดูอาหารจานอื่นพบว่ามีส่วนที่เป็นผักบ้าง แต่อาหารส่วนมากจะเป็นเนื้อ


    ตระกูลฉินมีหลานชายเยอะ โบราณว่ากันว่าเด็กผู้ชายจะกินเยอะและทำให้จนลง


    เหล่าผู้ปกครองตระกูลฉินไม่กลัวว่าลูกตัวเองจะกินข้าวจนพวกเขาหมดตัว แต่เมื่อเด็กจำนวนแปดเก้าคนมารวมตัวกันทานอาหาร ปริมาณอาหารก็น่าตกใจจริง ๆ 


    โดยเฉพาะฉินอิงอิงที่เป็นวาฬน้อยจอมเขมือบ อาหารบนโต๊ะถูกเธอทำให้อันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว


    นอกจากเยี่ยนลี่เฉิง เด็กผู้ชายทั้งเจ็ดคนก็เบิกตาโต อ้าปากเหวอ


    คนที่แสดงสีหน้าท่าทางชัดเจนที่สุดคือฉินเฉิงฮ่าว ลูกชิ้นกุ้งสดในปากแทบจะร่วงออกมา พอรู้สึกตัวถึงได้รีบร้อนใช้ลิ้นม้วนมันเข้าไปในปาก


    เคี้ยวเข้าปากไปสองสามคำก็กลืนลงคอไป จากนั้นก็พูดออกมาอย่างอดไม่ได้


    “อิงอิงน้อย เธอ… กินเยอะมากเลยนะ”


    ฉินอิงอิงกินเจียดเวลากินอาหารไปมองฉินเฉิงฮ่าวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอแวบหนึ่ง


    “อื้ม เด็กอย่างเราก็ต้องกินเยอะหน่อยสิ ถึงจะโตไว ๆ”


    ฉินเฉิงฮ่าวเตรียมจะพูดอะไรสักอย่าง แต่จู่ ๆ ฉินอิงอิงก็จ้องเขาอย่างจริงจัง


    “พี่เจ็ดผอมมากเลย กินน้อยเกินไปใช่มั้ยคะ?”


    ฉินเฉิงอวี้ยิ้ม “อิงอิงน้อยพูดถูก เฉิงฮ่าวกินน้อยมากมาโดยตลอด แถมยังเลือกกินด้วย”


    ฉินเฉิงฮ่าวร้องเฮอะ “พูดอย่างกับว่าพี่ไม่เลือกกินเลยงั้นแหละ”


    ใบหน้าของฉินเฉิงอวี้ยังคงมีรอยยิ้ม เขาหน้าตาหล่อมาก ยิ้มออกมาแล้วดูเป็นมิตรสุด ๆ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพี่ใหญ่ในบ้าน ถึงฉินเฉินฮ่าวจะพูดออกมาอย่างโกรธเคือง เขาก็แอบกลัวอยู่ลึก ๆ


    พ่อแม่อาจจะทำอะไรเขาไม่ลง แต่พี่ชายสองคนของเขาไม่เคยเมตตาเขาเลย


    ถ้าจะเรียกให้สวยหรูคือ ทั้งคู่สอนวิชาต่อสู้ให้เขาประจำ


    ต่อสู้บ้านมันสิ!


    เขาสู้พี่ชายไม่ได้ แถมตอนที่พวกพี่ชายลงมือ อีกฝ่ายยังเลือกสถานที่เก่งมากด้วย


    พวกผู้ใหญ่ไม่มีทางมองเห็นเด็ดขาด แถมยังไม่มีร่องรอยที่เห็นได้ชัดทิ้งไว้ตามเนื้อตัวเขา


    น่ากลัวจริง ๆ!


    ฉินเฉิงอวี้เพิ่งจะได้โอกาสสั่งสอนน้องชายที่เลือกอาหารขั้นรุนแรง ฉินเฉิงเจ๋อ พี่ชายคนโตที่ใจเย็นที่สุดมาโดยตลอดก็ส่งเสียงจิ๊อย่างอดไม่ได้


    “อิงอิงน้อยกินแบบนี้ ไม่รู้สึกอึดอัดท้องเลยเหรอ?”


    เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มและส่ายหน้า “ไม่เป็นไรหรอก เธอก็แค่กินเยอะไปหน่อย”


    ฉินเฉิงไห่เห็นชามข้าวเปล่าห้าชามวางซ้อนกันกับจานอาหารสี่จานใหญ่ตรงหน้าอิงอิงน้อยก็แทบสะอึก


    “ก็แค่กินเยอะไปหน่อย? ลี่เฉิง ฉันว่านายเข้าใจคำว่ากินเยอะไปหน่อยผิดนะ”

    ฉินอิงอิงได้ยินหัวข้อสนทนาที่เกี่ยวกับตัวเองก็เงยหน้าจ้องมองผู้คนที่ตกตะลึงอย่างอดไม่ได้


    เธอเคี้ยวแก้มตุ่ย ในปากยังมีอาหารอยู่


    หลังจากที่กลืนลงไป ปากเล็ก ๆ ที่มันแผล็บก็อ้าออก


    “พวกพี่ ๆ กินอิ่มกันแล้วเหรอ? ถ้าอิ่มกันแล้วฉันไม่เกรงใจละนะ”


    ฉินเฉิงเฟิงทำหน้างงงัน “ตอนนี้อิงอิงน้อยกำลังเกรงใจอยู่เหรอ?”


    ฉินอิงอิงพยักหน้าและหัวเราะฮี่ ๆ


    ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ปริมาณอาหารที่เธอเคยกินถึงกลับมาเยอะเหมือนเดิมแล้ว


    ของอร่อยเยอะมาก รสชาติก็ยอดเยี่ยม ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหน


    เหมือนว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เยี่ยนลี่เฉิงเห็นอิงอิงน้อยกินข้าวในบ้านด้วยท่าทางแบบนี้ เขาทั้งขำทั้งช่วยไม่ได้ทำให้รู้สึกรักและเอ็นดูน้องสาวยิ่งกว่าเดิม


    “อิงอิงน้อยกินช้าลงหน่อยสิ ที่ห้องครัวยังมีอีก”


    ฉินเฉิงฮ่าวที่เลือกกินมาโดยตลอดเห็นปากเล็กที่กินไม่เลือกของอิงอิงน้อยก็หยิบตะเกียบมาคีบอาหารตรงหน้าเข้าปากโดยไม่รู้ตัว


    เคี้ยวไปหนึ่งคำ รสชาติก็แปลกนิดหน่อย


    ฉินอิงอิงเห็นแล้วก็ชี้ไปที่อาหารอีกจานตรงหน้าเขา


    “พี่เจ็ด ปลาแซลมอนอร่อยมากเลยนะ!”


    ฉินเฉิงฮ่าวคีบปลาแซลมอนขึ้นมา เขาถึงขนาดยัดเข้าปากโดยไม่จิ้มน้ำจิ้ม


    มันคือรสชาติของผักชี รสชาติแบบนี้มัน…


    ฉินเฉิงฮ่าวที่ไม่เคยกินผักชีมาก่อนมีใบหน้าบิดเบี้ยว อ้าปากอยากคายออกมา ฉินอิงอิงเห็นเข้า ใบหน้าเล็กก็ดูจริงจังขึ้นมากเป็นพิเศษ


    “พี่เจ็ดสิ้นเปลืองอาหารเป็นเรื่องน่าละอายนะ!”


    ฉินเฉิงฮ่าว “...”


    เขากินอาหารเหลือน้อยมาก นอกเสียจากเขาจะรับรสชาติของมันไม่ได้จริง ๆ


    แต่เมื่อถูกน้องสาวตัวกลมอายุสามขวบใช้ตากลมโตสีดำเหมือนเม็ดองุ่นจ้องมอง ฉินเฉิงฮ่าวก็อายเกินกว่าที่จะคายออกมา


    เขาหน้าเขียวหน้าดำ กลืนทุกอย่างลงคอไปเหมือนกับกลืนน้ำลาย


    จากนั้นก็ก้มหน้าคีบข้าวในชามมากินอย่างบ้าคลั่ง

    ฉินเฉิงอวี้กับคนอื่น ๆ มองอย่างตกตะลึงอีกครั้ง จากนั้นก็ชูนิ้วโป้งให้อิงอิงน้อย


    อิงอิงน้อยเก่งจริง ๆ


    นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่น้องเจ็ดกินอาหารที่ไม่คุ้นเคย


    ไม่นึกเลยว่าจะไม่คายออกมา


    แต่ในช่วงเวลาที่พวกเขาเหม่อลอยก็พบว่าอาหารบนโต๊ะเหลืออยู่แค่ไม่กี่อย่างจนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน


    เยี่ยนลี่เฉิงหยิบหม้อหุงข้าวออกมาจากห้องครัว และตักข้าวทัพพีสุดท้ายให้กับอิงอิงน้อย


    ฉินอิงอิงรับชามข้าวมากินต่อ


    เหล่าเด็ก ๆ ตระกูลฉิน “...”


    นี่น้องสาวของพวกเขายังไม่อิ่มอีกเรอะ!


    พวกผู้ใหญ่ดูเหมือนกำลังกินและพูดคุย แต่ที่จริงแล้วความสนใจทั้งหมดกลับพุ่งตรงไปที่โต๊ะของพวกเด็ก ๆ 


    คุณนายตระกูลฉินตกใจ “ปริมาณอาหารที่อิงอิงน้อยกิน… น่าตกใจจริง ๆ”


    ฉินอี้ซิงก็ถอนหายใจ “พี่ชายทั้งเจ็ดคนคงไม่อยากเลี้ยงดูเธอแน่”


    ฉินอี้เฉินกลัวว่าน้องสามจะคิดบัญชีทีหลังเลยกระแอมออกมาหนึ่งที “ได้กินก็ถือเป็นพรแล้ว!”

    ฉินอี้ซิงรีบร้อนโต้ตอบและมองน้องสามในทันที


    “ใช่ อี้เฉินพูดถูก ได้กินก็ถือเป็นพรแล้ว”


    ฉินอี้หานมองพวกพี่ชายเหม่อลอย เขาไม่ได้พูดอะไร


    นายใหญ่ตระกูลฉินเห็นเข้าก็ตกใจ ขณะเดียวกันก็มองลูกชายคนเล็กอย่างเย็นชา


    เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจที่ลูกชายคนเล็กไม่อธิบายให้ละเอียดว่าทำไมหลานสาวถึงกินมากมายขนาดนี้


    แต่ก็ช่างเถอะ… เย็นวันนี้ทุกคนได้กินข้าวด้วยกันก็โอเคแล้ว


    อิงอิงเหมาข้าวทุกจานจนเกลี้ยง


    พอกินข้าวเสร็จ พวกเด็ก ๆ ก็ไปวิ่งเล่น พวกผู้ใหญ่ก็นั่งคุยกันในห้องรับแขก


    ประเด็นสำคัญยังคงพูดถึงอิงอิงน้อย ซ่งซือหลินบังเอิญโทรมาพอดี นายใหญ่ตระกูลฉินเลยให้ลูกชายคนเล็กเปิดลำโพง


    “อี้หาน ผลตรวจสุขภาพของอิงอิงน้อยไม่มีปัญหาอะไรเลย”


    เหล่าคนตระกูลฉิน “...”


    แน่ใจเหรอ?


    หากอีกฝ่ายไม่ใช่ซ่งซือหลินจะต้องโดนด่าว่าไอ้หมอไร้ฝีมืออย่างแน่นอน


    ฉินอี้หานเอ่ยถามเสียงเรียบ “ตรวจหมดทุกอย่างแล้ว?”


    “ใช่ ที่ทำได้ก็ทำหมดแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลย”


    เหล่าคนตระกูลฉินยังคงนิ่ง “...”


    นี่เป็นข่าวดีที่ฟ้าประทานมาให้จริง ๆ อิงอิงน้อยสุขภาพร่างกายแข็งแรง!

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว ที่คุณอ่าน