“คุณผู้ชายเรียกหาป้าหรือคะ” ป้าจางเดินเข้าไปในห้องทำงานของเกาหยางอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“ป้าจางนั่งลงก่อนครับ วันนี้คุณผู้หญิงกับหรงหรงไม่อยู่บ้าน ป้าทำตัวตามสบาย” เกาหยางบอกกับแม่บ้าน “ปกติเวลาอยู่ที่บ้าน คุณผู้หญิงทำโทษจิ้งหยวนกับหวาหวาบ่อยไหม”
ป้าจางเงยหน้ามองเ้านายและเลขาของเขาสลับกันไปมาอย่างคาดไม่ถึง ในความทรงจำของป้าจาง ั้แ่คุณผู้หญิงกัวเยว่จินออกจากบ้านไป คุณผู้ชายก็ไม่ค่อยสนใจลูกชายและลูกสาวฝาแฝดของตัวเองมากนัก แต่มาวันนี้ เขากลับมาถามถึงเื่ของเด็กๆ เหตุการณ์ไม่คาดคิดนี่มันคืออะไรกัน และป้าจางก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตอบคำถามอย่างไรดี “เอ่อ...ป้า...”
“ถ้าป้ายังไม่ยอมบอกความจริงกับผม แล้วผมจะช่วยลูกๆ ของผมได้ยังไงล่ะครับ รู้อะไรมาป้าก็เล่ามาให้หมด”
ได้ฟังอย่างนั้น ป้าจางจึงตัดสินใจพูดความจริงที่นางเก็บเอาไว้มาหลายปีออกมาจนหมด “คุณผู้ชาย คุณหนูทั้งสองคนเป็เด็กน่ารักและเชื่อฟังมากค่ะ คุณหวาหวาถูกสั่งให้ทำงานบ้านงานครัวทุกอย่าง คุณจิ้งหยวนก็เหมือนกัน งานทำความสะอาดและทำสวน เธอก็ทำไม่หยุดเหมือนกัน ทุกอย่างนี้คุณผู้หญิงจะสั่งให้คุณหนูทั้งสองทำเวลาที่คุณผู้ชายออกไปทำงานข้างนอกแล้วน่ะค่ะ งานที่พวกคุณหนูทำมันหนักกว่าตอนที่คุณผู้ชายเห็นหลายเท่า ถึงอย่างนั้นคุณผู้หญิงก็ยังไม่พอใจ เธอมักจะหาเื่ทำโทษคุณหนูทั้งสองคนอยู่ทุกวัน แม้แต่คุณหรงหรงก็ยังไม่ให้ความเคารพคุณหนูทั้งสองในฐานะพี่เลยสักครั้ง แม้แต่...เอ่อ...คำพูดหยาบคายบางคำ คุณหรงหรงก็ยังเอามาใช้ต่อว่าคุณหวาหวา”
“ทำไมป้าไม่เคยบอกผมในเื่พวกนี้เลย”
“ป้าพยายามจะบอกคุณแล้วค่ะ แต่คุณหนูทั้งสองคนห้ามเอาไว้ เพราะถ้าคุณผู้หญิงถูกคุณผู้ชายตำหนิ คุณหนูทั้งสองก็จะต้องถูกทำโทษอีก บางครั้งที่คุณผู้ชายไปต่างประเทศ คุณผู้หญิงยังเคยทำโทษคุณหนูทั้งสองด้วยการให้อดข้าวด้วยซ้ำ” ป้าจางร้องไห้ออกมาในที่สุด “ป้าแก่แล้ว แต่ที่ป้ายังทนทำงานอยู่ที่นี่ต่อก็เพราะอยากอยู่ดูแลคุณหนูทั้งสองคนต่อ”
“ป้าคงคิดว่าผมใจร้ายกับลูกมากเลยใช่ไหม”
“คุณผู้ชายคะ หากป้าพูดเื่เหล่านี้ออกไปแล้วคุณผู้ชายอยากจะไล่ป้าออก ป้าก็ยอมค่ะ แต่ขอคุณผู้ชายฟังป้าสักนิด” ป้าจางมองเ้านายอย่างประเมิน “ป้าทำงานอยู่ที่บ้านหลังนี้มานานแล้ว อยู่ั้แ่ตอนที่คุณแต่งงานกับคุณผู้หญิงคนเก่าใหม่ๆ ตอนนั้นพวกคุณทั้งสองรักกันมาก และคุณเยว่จินก็เป็คนดี เธอเอื้อเฟื้อกับคนงานทุกคนในบ้าน พวกเราเคารพและรักเธอมาก หลังจากที่คุณเยว่จินคลอดคุณหนูทั้งสองออกมาได้ไม่นาน ตอนนั้นคุณหย่าซิน เอ่อ...ป้าขอโทษค่ะ ป้าหมายถึงคุณผู้หญิงมาเยี่ยมคุณเยว่จินที่บ้านบ่อยมาก และเธอก็มักจะโทรตามให้คุณเยว่จินออกไปพบเธอข้างนอกบ่อยมากเหมือนกัน เท่าที่คุณเยว่จินเคยเล่าเหตุผลให้ป้าฟัง ดูเหมือนตอนนั้นคุณผู้หญิงจะบอกว่าเธอมีปัญหากับว่าที่เ้าบ่าว เธอไม่อยากเข้าพิธีแต่งงานกับเ้าบ่าวที่ทางบ้านเลือกให้ คุณเยว่จินปฏิเสธไม่ได้ เธอก็เลยต้องออกไปข้างนอกเพราะเป็ห่วงเพื่อนรัก และมันก็คือวันนั้น...วันที่คุณผู้ชายตัดสินใจหย่ากับคุณเยว่จินนั่นล่ะค่ะ”
“ทำไมตอนนั้นป้าถึงไม่เล่าให้ผมฟัง” เกาหยางถามเสียงเข้ม
“คุณผู้ชายสั่งห้ามไม่ให้คนในบ้านพูดถึงคุณเยว่จินอีก และยังกำชับพวกเราไม่ให้เปิดประตูรับคุณเยว่จินเข้าบ้าน รวมถึงไม่ยอมให้คุณเยว่จินมาพบกับคุณหนูทั้งสองคนด้วย คุณเยว่จินเธอเสียใจมาก และเธอก็เหมือนจะรู้ว่าคุณผู้ชายจะไม่ฟังสิ่งที่เธออธิบาย คุณเยว่จินก็เลยดักรอพบป้าระหว่างทางกลับบ้าน เธอฝากฝังให้ป้าช่วยดูแลคุณหนูทั้งสองแทนเธอ นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ป้าได้เจอคุณเยว่จินค่ะ”
“ตอนนั้นเยว่จินเป็ยังไงบ้างครับ เธอคงเสียใจมากเลยใช่ไหม” เกาหยางพูดอย่างเหม่อลอย “ป้าออกไปก่อนเถอะครับ และไม่ต้องเล่าให้ใครฟังว่าวันนี้ได้คุยอะไรกับผม”
เกาหยางยังนั่งเงียบอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขานึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นไม่ออกเลยนอกจากความโกรธที่เขามี เขาอาละวาดทุกคนในบ้านเพราะควบคุมสติไม่ได้ จนบางครั้งเขาเกือบจะพลั้งมือทำร้ายกัวเยว่จินด้วยมือของเขาเองเลยด้วยซ้ำ เกาหยางกำหมัดแน่นอย่างอธิบายความรู้สึกไม่ได้
“พี่หลิว ผมมันโง่มากเลยใช่ไหม วันนี้คำพูดของป้าจางมันทำให้คิดได้ เมื่อก่อนผมทำแต่งาน หวังที่จะสร้างฐานะเพื่อให้ภรรยากับลูกๆ ได้อยู่กันอย่างสุขสบาย ผมไม่นึกเลยว่ามันจะเป็การปล่อยปละละเลยต่อเยว่จิน และผมไม่คิดเลยว่าเพื่อนที่ผมรู้จักมาั้แ่เด็ก จะเป็คนทำร้ายครอบครัวของผม และผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตอนนี้ผมยังต้องมาแต่งงานและมีลูกกับผู้หญิงใจดำคนนี้เสียอีก”
“นายอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจเลยนะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อคำพูดของป้าจาง จากที่ป้าจางเล่ามา หย่าซินก็ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้จริงๆ เพียงแต่...ฉันอยากให้นายสืบเื่ราวเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียก่อน ยังไงตอนนี้หย่าซินเธอก็เป็ภรรยาของนายแล้ว อีกทั้งยังมีหรงหรงอีก ฉันไม่อยากให้นายด่วนตัดสินใจแล้วทำเื่ผิดพลาดขึ้น” เลขาหลิวพูดเตือนสติ
“นั่นสินะ ผมคงต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแล้ว” เกาหยางมองหน้าเลขาคนสนิทนิ่ง “พี่หลิว เราโตด้วยกันมาั้แ่เด็ก พี่ก็เหมือนกับพี่ชายของผมคนหนึ่ง พี่ช่วยแนะนำผมสักหน่อยได้ไหมครับว่าผมควรที่จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี ใจหนึ่งผมก็อยากจะรู้ความจริงของเื่ทั้งหมด แต่อีกใจหนึ่งผมก็กลัวว่าคำตอบมันก็จะยังเป็เหมือนเดิม”
“นายกำลังกลัวเื่อะไรอยู่” เลขาหลิวถาม
“ผม...”
“เื่ของเด็กๆ หรือ” เลขาหลิวมองหน้าเกาหยาง ก่อนจะพูดเหตุผล “มันไม่ผิดหรอกนะที่นายจะสงสัยในตัวเด็กๆ ใครไปเห็นภาพวันนั้นเข้าและยังต้องมานั่งฟังที่หย่าซินพูดกรอกหูเื่นี้อยู่ทุกวัน เป็ฉันนะ ฉันก็คงจะสงสัยเหมือนนายนั่นล่ะ แต่ถ้านายอยากจะมั่นใจ นายก็แค่ไปตรวจ DNA เื่แค่นี้ทำไมต้องกลุ้มใจด้วย”
“ผมกลัวเด็กๆ มารู้ทีหลังแล้วพวกเขาจะเสียใจ”
“เสี่ยวหยวนกับหวาหวาเป็เด็กมีเหตุผล เอาไว้ให้ถึงตอนนั้น นายก็ค่อยอธิบายให้เด็กๆ ฟัง นายไม่ต้องคิดอะไรให้มันมากมายไปหรอก ค่อยๆ แก้ปัญหาไปทีละเื่” เลขาหลิวบอก