ตอนที่ 20 ...หมั้นหมาย... 2
ร้านกาแฟสาขาแรกของคุณนันทิศภายในอาคารรองรับผู้โดยสารของสนามบินจังหวัดเชียงใหม่
นาราภัทรยืนอยู่บนบันไดกำลังขยับภาพวาดผีเสื้อกับดอกดาวเรืองสีม่วงมีรินอารีคอยบอกตำแหน่ง
“เอียงซ้ายอีกนิดค่ะพี่ภัทร”
“แปบนะ” นาราภัทรขยับรูปให้เอียงซ้ายตามที่รินอารีบอก“ได้หรือยัง”
“ค่ะโอเคแล้วค่ะ”
“นี่คุณรินวาดเองเหรอคะ”ผู้จัดการร้านสาวสวยเอ่ยถาม
“ค่ะ”
“สวยมากเลยค่ะสีก็ดูแปลกตา”
“รินใช้จินตนาการมากกว่าความเป็จริงของธรรมชาติค่ะ” รินอารีตอบน้ำเสียงใสแจ๋ว
“แล้วอีกภาพละคะ”
“อ้อ อีกภาพรินว่าจะเอาไปติดที่ร้านด้านนอกคะ”
“ดีเหมือนกันค่ะจะได้มีสีสันเพิ่มขึ้น”
“พี่คะรินขอน้ำส้มสองแก้วนะคะ” เหลือบมองนาราภัทรที่กำลังพับเก็บบันไดแล้วยิ้ม“ให้คนงานแก้วหนึ่ง ของรินอีกแก้วหนึ่ง สั่งงานเสียจนคอแห้งหมดละ”
“ขอพี่ขอกาแฟเย็นดีกว่า”นาราภัทรแทรกขึ้น “พี่คิดค่าแรงด้วยนะ”
“ค้า...เดี๋ยวรินเบิกกับป้าลุงให้”
ตืด... ตืด...ตืด... เสียงโทรศัพท์นาราภัทรดังขึ้นเขารีบกดรับสีหน้าดูจริงจังขึ้นมาทันทีทำให้รินอารีได้แต่นิ่งเงียบทั้งที่ในใจอยากจะพูดหยอกล้อต่ออีกสักหน่อย
“งั้นรินเอารูปออกไปก่อนนะคะ”
“...” นาราภัทรยิ้มพร้อมกับผงกศีรษะแล้วคุยโทรศัพท์ต่อ
รินอารีเดินออกจากร้านกาแฟพร้อมกับภาพวาดอีกภาพผู้จัดการร้านหอบหิ้วของพะลุงพะลังเดินตามหลังมาติด ๆเมื่อมาถึงเก้าอี้แถวยาวที่รินอารีคุ้นเคยหล่อนก็หยุดยืนอยู่ตรงนั้นก่อนจะหันไปบอกกับผู้จัดการร้าน
“พี่คะไปรอรินที่ร้านเลยนะคะ เดี๋ยวกรินจะรอพี่ภัทรตรงนี้ก่อน”
“ค่ะ”
รินอารีนั่งบนเก้าอี้ตัวที่สองหล่อนวางภาพวาดไว้ด้านล่างหลังจากที่นั่งพักได้ครู่หนึ่งเมื่อไม่มีใครพูดคุยด้วยความคิดของหล่อนก็เริ่มนึกถึงสิ่งที่คุ้นเคยรอบตัวขณะนั้น
แววตาเศร้า ๆคู่นั้นปรากฏเป็ภาพชัดเจนในความรู้สึกที่ระคนความสงสัยแววตาแบบนั้นหรือที่เป็แววตาของความหลอกลวงแววตาของคนที่คิดจะเข้ามาทำลายชื่อเสียงของหล่อน ทั้งความคิด เหตุผลความรู้สึกต่างพากันรบเร้าราวกับจะเอาคำตอบจากหล่อนให้ได้แต่ท้ายที่สุดแล้วก็มีเพียงความสงสัยกับความสับสน
“มันจะเป็ไปได้อย่างไรเมื่อเขาเองก็เพิ่งจะหายจากอาการสติเลอะเลือนได้ไม่นานหรือว่าก่อนหน้าเขาจะรู้จักและมีความชิงชังในตัวเธอ รินอารี”
“แต่แววตาของเขาในตอนนั้นปราศจากการเสแสร้งหรือเขาอาจจะเป็นักแสดงระดับมืออาชีพจนเธอแยกแยะเขาไม่ออกก็ได้นะ รินอารี”
“ป้าลุงกับแม่คงจะไม่โกหกเธอหรอก รินอารี”
“และสุดท้ายเธอมีคู่หมั้นแล้วนะ รินอารี”
รินอารีคุยกับตัวเองและเริ่มสับสนจนรู้สึกปวดศีรษะจนต้องหาวิธีหยุดคิดเื่ต่างๆ ที่ไหลวนในอยู่ แต่จนแล้วจนรอดหล่อนก็ค่อย ๆยื่นเท้าสองข้างออกมาด้านหน้าแล้วจ้องมอง
อย่างที่มันเคยเป็แบบนั้นบ่อยครั้งความเผลอเลอหรือความรีบร้อนเชื่อผูกรองเท้าด้านขวาของหล่อนหลุดปล่อยให้สายผูกห้อยเป็เส้นยาวจากภาพที่เห็นตรงหน้าน้ำเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นมาประกอบกับภาพนั้นในทันที
... “เสร็จแล้ว... รองเท้าของเ้าหญิง” ...
ใบหน้าและรอยยิ้มของเขาปรากฏเด่นชัดในความรู้สึกและน้ำเสียงที่ชัดเจน
“...”
รินอารีถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“ริน...”
เสียงเรียกนั้นค่อนข้างแ่เบาแต่ทว่ารินอารีกลับได้ยินมันอย่างชัดเจนมันไม่ใช่เสียงเรียกจากความรู้สึกภายในที่เกิดขึ้นจากความนึกคิดเสียงเรียกนั้นดังมาจากทางด้านซ้ายของหล่อนนี่เอง
“น้ำ”คำตอบรับของรินอารีกลับดังก้องอยู่ภายในความนึกคิดเพียงแค่นั้น...
รินอารีหันมองไปยังต้นเสียงเรียกชื่อหล่อนเมื่อครู่มันเป็จริงอย่างที่หล่อนนึกเอาไว้ น้ำฟ้ายืนอยู่ตรงนั้น
เพียงชั่วขณะในความรู้สึกของรินอารีหล่อนรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นแต่แล้วความรู้สึกนั้นก็ถูกฝังลึกด้วยเหตุผลบางประการ
ใบหน้าของน้ำฟ้าแม้จะปรากฏรอยยิ้มแต่แววตากลับดูอ่อนแรงประกายจากแววตาที่คลอเคลียเหมือนกับสื่อความหมายและกำลังป่าวประกาศออกบอกกับรินอารีว่า... “ฉันคิดถึงเธอ”...
รินอารีรีบหลบซ่อนสายตาของตัวเองด้วยการก้มมองที่รองเท้าผ้าใบสีแดงของหล่อนร่างกายของหล่อนในตอนนั้นเหมือนต้องมนต์สะกดให้แน่นิ่งนั่งตัวเกร็งโดยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือทำอะไรได้ในขณะนั้นซึ่งในเวลาเดียวกันน้ำฟ้าก็เริ่มก้าวเท้าเข้ามาหาหล่อนแต่เพียงแค่ก้าวเดียวเขาก็ต้องหยุดชะงักในทันที
“ริน” เสียงเรียกของนาราภัทรดังมาจากทางด้านขวา
“พี่ภัทร”
รินอารีส่งยิ้มให้กับนาราภัทรในตอนแรกหล่อนพยายามปกปิดแหวนที่นิ้วนางแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะตกปกปิดเพราะนาราภัทรคือคนรักคือคู่หมั้นที่ได้หมั้นหมายกันไว้เรียบร้อยส่วนน้ำฟ้าจะรู้สึกอย่างไรก็แล้วแต่เขาในเมื่อหล่อนกับเขาไม่มีอะไรที่จะต้องมาเกี่ยวข้องต่อกันอีก
“ทำไมช้าจังคะ”
“แหมแค่นี้ก็บ่น”
“เรารีบไปกันเถอะค่ะ”
รินอารีแอบเหลียวมองน้ำฟ้าเขายังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแต่หล่อนก็ไม่ได้สบตาเขาเพียงแค่เหลียวมองใน่เวลาเพียงสั้นๆ
“รินเดี๋ยวก่อน”
“คะพี่ภัทรมีอะไรเหรอคะ”
“เดี๋ยวก็ทำให้ตัวเองเจ็บอีกหรอกมีเ้าสาวพิการพี่ไม่เอาด้วยนะ”
นาราภัทรพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้รินอารีเขาเดินตรงไปหาหล่อนแล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้ารินอารีรู้แล้วว่านาราภัทรจะทำอะไรหล่อนได้แต่ยืนนิ่งเฉย
“...”
รินอารีไม่สามารถที่จะควบคุมความคิดและความรู้สึกของตนเองได้อีกต่อไปแม้จะพยายามสะกดกั้นมันเอาไว้ในขณะที่นาราภัทรผูกเชือกรองเท้าหล่อนหันมองไปที่น้ำฟ้าเพราะคิดว่าเขาต้องยืนมองการกระทำของหล่อนกับคู่หมั้นแต่แล้วหล่อนก็เห็นเพียงด้านหลังของเขาที่ค่อย ๆ เดินไกลห่างออกไปด้วยอาการเหมือนคนเหนื่อยอ่อน
... “เสร็จแล้ว รองเท้าของเ้าหญิง” ... เสียงของน้ำฟ้ายังคงดังก้องในความรู้สึกของหล่อน
... “มันถูกต้องแล้วนี่รินอารี”...รินอารีพยายามปลอบใจตัวเอง ... “เธอจะรู้สึกผิดไปทำไมละ ในเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้คือคู่หมั้นของหล่อนผู้ชายคนนั้นคือคนที่พยายามจะเข้ามาทำให้ชื่อเสียงของหล่อนต้องมัวหมองพวกเขาเคยทำให้พี่วาของเธอต้องเ็ปและเสียใจมาแล้วเธอจะไม่มีวันเป็เหมือนพี่วาดีเสียอีกที่ทำให้พวกเขาต้องเสียใจ แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”..
... “แต่ถ้าเขาเสียใจจริง ๆ ก็แสดงว่าเขารักเธอนะสิรินอารี โอย...ใครก็ได้หยุดความคิดของฉันที” ...
“เอาละเสร็จแล้ว” นาราภัทรยืนขึ้น“เห็นทีรินต้องติดรูปที่เหลือเองแล้วหละเพราะพี่ต้องรีบไปดูงานที่โรงแรมมีเื่นิดหน่อย”
“...”รินอารีเงียบครู่หนึ่ง “ค่ะ พี่ภัทรไปเถอะค่ะ”
“นี่ทำไมทำเสียงแบบนั้นหละน้อยใจพี่เหรอ พี่ไม่ไปก็ได้นะ”
“เปล่านะคะแต่พี่ภัทรคะ”
“มีอะไร”
“ตอนที่เราคบกันพี่ภัทรเคยมาส่งรินบ่อยๆ หรือเปล่าคะ”
“...”นาราภัทรนิงเงียบครู่หนึ่ง “เปล่าหรอกจ๊ะ นี่เป็ครั้งแรกที่พี่มากับรินเพราะส่วนมากเราจะเจอกันที่ไร่และที่โรงแรมของพี่”
“เหรอคะ”
“รินถามทำไม”นาราภัทรยิ้ม “นี่ถ้านึกไม่ออกก็ไม่ต้องพยายามฝืน เดี๋ยวจะปวดหัวอีกคราวนี้แหละพี่ก็จะไม่ได้ไปไหนกันจริง ๆ หน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วเห็นไหม”
“...”
รินอารีนิ่งเงียบเมื่อนาราภัทรเอื้อมมือขวาลูบศีรษะของหล่อนเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มละมุนของเขา
... “เมื่อไม่ใช่พี่ภัทร ก็คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพี่วาของเรา” ...
“เป็อะไรทำไมถึงได้เงียบไปละ”
“ริน...คิดถึงพี่วาค่ะ”
“เห็นไหม”น้ำเสียงนาราภัทรอ่อนหวาน “อยากให้พี่อยู่ด้วยไหม พี่ไม่ไปก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะพี่ภัทรไปเถอะ แค่นี้รินสบายมาก” รินอารีฝืนยิ้ม
สายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านและััร่างกายของรินอารีหล่อนรีบหันมองไปยังทิศทางของต้นลมและได้เห็นนำฟ้าจากทางด้านหลังเขากำลังเดินผ่านประตูแก้วที่เลื่อนออกและปิดด้วยระบบไฟฟ้า
... “สายลมเมื่อกี้ เป็พี่วาหรือเปล่าคะ พี่วาเองก็คิดถึงรินเหมือนกันใช่หรือเปล่าคะอีกไม่นานแล้วนะคะ อีกไม่นานรินก็จะแต่งงานแล้วนะคะ พี่วามายินดีกับรินด้วยนะคะรินคิดถึงพี่วานะคะ” ...