แรงบีบอัดที่บ้าคลั่ง ส่งผลให้กายา อี้เฉินทั่วร่างกระดูกข้อต่อต่างๆ เกิดเสียงดังลั่นไปทั่วตัว ร้องอ๊ากกก!!ออกมาด้วยความเจ็บปวด ครั้นเห็นร่างวิถีอาชูร่า ของเขาค่อยๆ แตกสลาย พังทลายลงไปช้าๆ จากการถูกพื้นปฐพีทั้งสองด้าน ราวกับเป็นโม่บดยักษ์ พุ่งปราดเข้าบีบอัดกดขยี้ ร่างอี้เฉินให้กลายเป็นเศษเนื้อเละ
อี้เฉินที่ไร้ทางเลือก เขาใช้ฝ่ามือ ยันพื้นปฐพีทั้งสองด้านเอาไว้ทันใด ส่งผลให้แขนทั้งสองข้างของเขา เกิดเสียงกระดูกแตกหักดังออกมาก้อง พร้อมโลหิตที่ไหลริม เมื่อกระดูกภายในทิ่มแทง ทะลุแขนออกมาทั่ว “อ๊าก!! ไอ้เวรบัดซบเอ้ย”
เสียงหัวเราะ หนานกงอวิ๋น ดังออกมาก้อง ครั้นเห็นสภาพของอี้เฉิน ที่ติดอยู่ภายในเขตแดนมิติเทพมารของเขา “ฮ่าๆ เหมือนว่าความโอหังของเจ้าจะหมดลงแล้วซินะ เช่นนั้นก็จงตายเสีย”
ฉับพลันที่สิ้นน้ำเสียงของหนานกงอวิ๋น ที่เอ่ยพูดออกมาเสียงดังก้อง กายาอี้เฉินยิ่งถูกแรงบดขยี้ร่างอย่างหนัก ฝ่ามือที่ยันพื้นปฐพี ทั้งสองด้านเอาไว้มั่น ค่อยๆ บีบรัดเข้าหาตัวเขาช้าๆ จนเกิดเสียงกระดูกแตกหัก ดังออกมาก้องไม่มีขาด แม้แต่หน้าผาก กลางหว่างคิ้ว บัดนี้ยังเกิดรอยปริแตก ลุกลามออกไปทั่ว
อี้เฉินต้องแค่นเสียงสบถด่า ออกมาลั่นด้วยความเจ็บปวด ดวงตาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีทับทิมเลือด เต็มเปี่ยมไปด้วยความคับแค้นใจ ครั้นบัดนี้ตัวเขารับรู้ ถึงความตายขึ้นมาอย่างหนัก จากแรงกดทับที่บ้าคลั่ง จวนจะทำให้สติ ของเขาแทบจะหลุดลอยออกจากร่างไปอยู่หลายครั้งหลายครา หากจิตใจอี้เฉินไม่แน่วแน่เกรงว่า เขาคงจะตายตกไปนานแล้ว
“หืม!! เจ้ายังจะทนแรงบีบอัดที่บ้าคลั่ง ได้อีกเช่นนั้นหรือ” หนานกงอวิ๋น ที่มองชมเขาแค่นเสียงขึ้นมา ด้วยความไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหมุนฝ่ามือขับเคลื่อน ปฐพีทั้งสองด้าน บดขยี้อี้เฉินให้เป็นเศษเนื้อ
อี้เฉินเขาระเบิดพลังกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ออกมาใช้อย่างไม่มีเก็บออม หมายมั่นจะหลุดออกไป จากสถานการณ์ที่ยากลำบาก แสงศักดิ์สิทธิ์ ที่ทอประกายขึ้นมาจนเด่นชัด บนหน้าอกอี้เฉิน เปล่งแสงวาบออกมาพร่างพราว พร้อมกับอักษรเก่าแก่ต่างๆ ปรากฏออกมารายล้อม กระดูกศักดิ์สิทธิ์ของอี้เฉินไว้ มองเห็นอักษรที่ต่อเป็นแถวยาว เรียงรายหมุนวน ทั่วกระดูกศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน ซึ่งมันแฝงไว้ด้วยวิชาต่างๆ ที่อี้เฉินได้สลักลงไปอย่างไม่รู้ตัว
ภาพนั้นถึงกับทำให้หนานกงอวิ๋น เบิกตาออกกว้าง ประกายตาวาวโรจน์ขึ้นมาอยู่ชั่วครู่ ครั้นเห็นกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของอี้เฉิน เป็นไปได้ว่า แม้แต่วิชาระดับชั้นฟ้า ยังเทียบกับกระดูกศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่า ของอี้เฉินไม่ได้
แล้วยิ่งเห็นอี้เฉินค่อยๆ ดันฝ่ามือทั้งสองข้าง ขยับพื้นปฐพี ทั้งสองด้านออกมาช้าๆ หนานกงอวิ๋นเขาถึงกับกลอกตาขึ้นมา “นั้นหรือกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่สลักวิชาสังสารวัฏส่วนหนึ่งเอาไว้ เช่นนั้นข้าขอกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ของเจ้าไปศึกษา สักหน่อยแล้วกันอี้เฉิน”
ฉับพลันที่หนานกงอวิ๋น บีบฝ่ามือเข้าหากัน หมายมั่นจะบดขยี้อี้เฉินให้เป็นเศษเนื้อเละ เขาก็ต้องตื่นตะลึง เมื่อฝ่ามือที่บีบรัด เข้าหากันจนแน่น จู่ๆ กลับมีปราณพลังความตายโพยพุ่งขึ้นมา จากฝ่ามือของเขา ที่เป็นรอยแผลกว้าง มีโลหิตไหลซึม
“หืม!! มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเขตแดนเทพมารของข้า หรือว่าไอ้เวรนั้นจะ รู้ความลับของเขตแดนนี้แล้ว บัดซบ! บัดซบ!” หนานกงอวิ๋น เขาสบถด่าออกมาลั่น ด้วยความไม่จำยอม ครั้นเห็นอี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง เอ่ยพูดออกมาด้วยความโอหัง
“เจ้ายังไม่รีบปลดเขตแดนเสมือน ของเจ้าออกอีกหรือ หนานกงอวิ๋น”
“เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไปอี้เฉิน ตราบใดที่ข้าสามารถทำให้เจ้าหวาดกลัว ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ ข้าก็สามารถคุกคามชีวิตของเจ้าได้อยู่ดี” ฉับพลันฝ่ามือ หนานกงอวิ๋น ตบเข้าหากันอย่างรุนแรง ปัง!! เสียงพื้นปฐพีทั้งสองด้าน ขยับเข้าหากันอย่างบ้าคลั่งในทันที จนบัดนี้ปฐพีทั้งสองด้าน มันแทบรวมกันเป็นหนึ่ง จากแรงบีบอัดที่รุนแรง ตู้ม!! ดังสนั่นออกมาก้องเก้าชั้นฟ้า
ทุกๆ อย่างหยุดนิ่งไปชั่วครู่ หลงเหลือเพียงลมหายใจของหนานกงอวิ๋น ที่หอบเหนื่อย ออกมาน้อยๆ พร้อมเสียงหัวเราะของเขาที่ดังออกมาก้อง ครั้นไม่เห็นสิ่งใดขยับไหวติงอีกต่อไป
ภาพที่อี้เฉินสำแดง วัฏจักรชีวิตและความตายหมุนวน ขึ้นมาอย่างเร็วจี๋ จู่ๆ วงแหวนวัฏจักรชีวิตและความตาย ที่มีอี้เฉินเป็นแกนกลาง ก็แพร่ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ตัดผ่าปฐพีที่กักขังอี้เฉินเอาไว้ จนพังทลาย เต๋า ธรรมต่างๆ ของหนานกงอวิ๋น ถูกผ่าสะบั้น แตกกระจัดกระจาย ออกไปทั่วในเสี้ยวพริบตา
หนานกงอวิ๋นดวงตาเขาเบิกออกกว้าง ด้วยความไม่อยากเชื่อ ครั้นเห็นพื้นปฐพีขนาดใหญ่ ถูกอี้เฉินตัดผ่า แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยวพริบตา จนเขาต้องกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ กายาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ลุกลามไปทั่วในเสี้ยวพริบตา จากเต๋า ธรรมที่ถูกผ่าสะบั้น
“ไม่! ไม่! เป็นไปไม่ได้ เขตแดนเทพมาร ของข้าถูกอี้เฉิน ทำลาย มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้” หนานกงอวิ๋น เขาไม่คิดเลยว่าคนดินแดนเทพ ที่ต่ำต้อยอย่างอี้เฉิน จะทำลายเขตแดนเทพมาร ทำให้เขาบาดเจ็บหนักได้
ภาพภายนอกเองหมู่ชน ที่มองชมการประลอง พวกเขาต่างก็อยากรู้ ว่าบัดนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ภายในมิติเทพมาร “หรือว่าคุณชาย หนานกงอวิ๋น จะฆ่าสังหารอี้เฉินไปแล้ว”
ชายหนุ่มอีกคนกล่าวค้านเสียงแข็ง ครั้นเห็นมิติสีม่วง ยังคงลอยเด่น ไม่มีการขยับไหวมาพักใหญ่ “มิติยังอยู่ เป็นไปได้ที่พวกเขา กำลังต่อสู้ ห้ำหั่นกัน ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ”
เสียงที่ดังจอแจออกมาก้อง ต่างก็ทำให้สายตาหมู่ชน จับจ้องลงไปที่ลานประลองเป็นสายตาเดียว ด้านจักรพรรดิฟู่เฉิง ที่หลับตาพริ้มอย่างใจเย็น จู่ๆ เขาก็ต้องรีบเปิดเปลือกตา ขึ้นมามอง ครั้นรับรู้ มิติเทพมาร บัดนี้ส่งริ้วคลื่น ความผิดปกติออกมาอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ พวกเขายังรับรู้ได้
“หืม!! มิติเทพมารของหนานกงอวิ๋น กำลังพังทลายเช่นนั้นหรือ?”ก่อนเสียงแตกร้าว มิติสีม่วงใจกลางสนามประลอง จะดังออกมาก้อง พร้อมร่าง หนานกงอวิ๋นที่แตกร้าว ถอยกรูดกระเด็น ออกมาจากมิติสีม่วงอย่างรวดเร็ว
ครั้นเมื่อเห็นร่างมังกรสีดำตัวเขื่อง พุ่งปราดเข้าโจมตี หนานกงอวิ๋น จนเขาต้องถอยหนีอย่างไม่คิดชีวิต โฮก!! ปัง!! หมู่ชนที่เห็นมังกรสีดำพุ่งทะยาน หายวับขึ้นสู่ท้องฟ้า พวกเขาต่างก็หันขวับ ไปจ้องมองมิติสีม่วงที่พังเสียหายนั้น เป็นสายตาเดียวทันที
ครั้นเห็นร่างอี้เฉินสืบฝีเท้า ออกมาจากมิติสีม่วง ที่แตกสลาย พร้อมวงแหวนวัฏจักร ที่หมุนวนภายในฝ่ามือของเขา มองเห็นเต๋าแห่งชีวิต ความตาย หมุนวนเป็นพลัง ขับเคลื่อนขึ้นมาอย่างชัดเจน แผ่ริ้วคลื่นพลังชีวิต และความตายออกมาไม่ขาดสาย ราวกับเป็นหยินและหยาง ธาราสองขั้วที่ไม่มีทางสมานเข้าหากัน
ภาพนั้นต่างก็ทำให้หมู่ชน สูดลมหายใจเข้าไปลึกจนเต็มปอด พวกเขาต่างก็ไม่คาดคิดอี้เฉิน จะใช้วัฏจักรที่เขาสลักสร้างขึ้นมาต่อสู้ หากวัฏจักรนั้นของเขาถูกทำลาย จะเป็นตัวเขาที่ตายตกไปด้วย ซึ่งคนทั่วไปเขาไม่ทำกัน ก่อนเสียงกลืนน้ำลายลงคอหมู่ชน จะดังออกมาอึกใหญ่
ครั้นเมื่อพวกเขาเห็นอี้เฉิน ขับเคลื่อนวัฏจักร แพร่ขยายขนาดขึ้นมาใหญ่โต ปลดปล่อยรัศมีคลื่น ความน่าประหวั่นพรั่นพรึงออกมา ปัง! ปัง! ปัง! ดังออกมาก้องไม่มีขาดสาย อายความเฉียบคมแผ่ซ่านออกมา ราวกับไม่มีสิ่งใดที่มันตัดผ่าไม่ได้ แม้แต่เหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขายังหดดวงตา กันจนเล็กแคบ ครั้นเห็นวัฏจักร ที่หลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่าง ของอี้เฉินเอาไว้ สำแดงพลังของมันไปสู่จุดสูงสุด แถมยังแฝงไว้ด้วยวิชาสังสารวัฏส่วนหนึ่ง
“เจ้าจงยอมแพ้เสีย หนานกงอวิ๋น หรือเจ้าจะยอมตายอยู่ที่นี่” อี้เฉินแค่นเสียงขึ้นมาทันที
หนานกงอวิ๋น บัดนี้เขารับรู้ถึงความตายอย่างหนัก แล้วยิ่งเห็นวัฏจักร ที่แพร่ขยายออกมาอย่างรวดเร็วของอี้เฉิน มันยิ่งทำให้ใบหน้าเขามืดทะมึนขึ้นมาไม่น้อย พร้อมเสียงกัดกรามกรอด ก่นด่าอี้เฉินออกมาลั่น "บัดซบ บัดซบ ไอ้เวรข้าจะแพ้เจ้าไม่ได้" แม้แต่จักรพรรดิฟู่เฉิง เขายังสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
ภาพนั้นถึงกับทำให้จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง องค์หญิงอี้ฟางหรง คลี่ยิ้มขึ้นมาได้ครั้นเห็นสภาพของจักรพรรดิ ฟู่เฉิง ที่โอหังบัดนี้ เขาเริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป