สายลมเอื่อยยามบ่ายพัดพาเอาความร้อนอบอ้าวเข้ามาปะทะผิวกาย ทว่าบรรยากาศหน้าบ้านพักของเจนนี่กลับเต็มไปด้วยความเงียบเชียบและตึงเครียดจาง ๆ รถยนต์ส่วนตัวของหมอเอกจอดสตาร์ทเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว บานประตูรถฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าถูกเปิดออกกว้างโดยฝ่ามือหนาของแพทย์หนุ่มที่ยืนรอด้วยท่าทีสงบนิ่ง สุขุม และพึ่งพาได้ในคราบของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เจนนี่ก้าวเท้าเดินออกจากประตูบ้านอย่างเชื่องช้า โดยมีมิ้นท์คอยประคองกอดต้นแขนไว้ด้วยความห่วงใยไม่ห่าง ร่างอวบอิ่มอยู่ในชุดเดรสสีอ่อนดูสะอาดสะอ้าน ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวบัดนี้เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง ทว่าสิ่งที่ทำให้มิ้นท์และผู้กองวุติรู้สึกแปลกใจ... คืออาการสงบเสงี่ยมอย่างประหลาดของเจนนี่ เธอไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน ขยะแขยง หรือหวาดกลัวผู้ชายตรงหน้าเหมือนในคราแรกแม้แต่น้อย
ทันทีที่ก้าวมาหยุดอยู่ข้างตัวรถ จังหวะที่ไม่มีใครคาดคิด เจนนี่ลอบเหลือบสายตาขึ้นสบตากับหมอเอกโดยตรงผ่านกรอบแว่นสายตาบางเบาของเขา
วินาทีนั้น... ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ดวงตาคู่สวยของเจนนี่ฉายแวว ขัดเขินและเอียงอายอย่างปิดไม่มิด พวงแก้มเนียนซับสีเลือดฝาดแดงระเรื่อขึ้นมาทันตาเมื่อภาพเหตุการณ์อันแสนรัญจวนใจและสัมผัสอันดุดันเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนแล่นปราดเข้ามาในห้วงคำนึง ทว่าในความเหนียมอายนั้นกลับท่วมท้นไปด้วยแววตาแห่ง ความเชื่อฟังและยอมสยบ อย่างสิ้นเชิง ราวกับลูกแกะตัวน้อยที่พร้อมจะมอบทั้งชีวิตและจิตใจให้อยู่ภายใต้การดูแลของคนตรงหน้าโดยไม่มีข้อกังขา
หมอเอกจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่หวานนั้น นัยน์ตาคมกริบของเขาไหวระริกจาง ๆ แอบซ่อนกระแสธารแห่งความรักและความเป็นเจ้าของเอาไว้ภายใต้หน้ากากอันเฉยชา ชายหนุ่มระบายยิ้มละมุนที่มุมปากแผ่วเบา เป็นยิ้มรับรู้ที่มีเพียงเขาและเธอสองคนเท่านั้นที่เข้าใจความหมาย
"เดินทางปลอดภัยนะมึง ถึงที่นั่นแล้วโทรหากูด้วย" มิ้นท์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลันสวมกอดเพื่อนรักเบา ๆ โดยไม่รู้เลยว่าสายตาเมื่อครู่ของทั้งคู่แฝงความลับอะไรไว้
"อื้ม... กูฝากทางนี้ด้วยนะมิ้นท์ ขอบคุณผู้กองมากนะคะ"
เจนนี่เอ่ยเสียงแผ่วหวาน ก่อนจะหันกลับมาก้าวขาเรียวขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับของหมอหนุ่มแต่โดยดี ท่าทางที่ว่าง่ายและเชื่อฟังอย่างราบรื่นนั้นทำเอาผู้กองวุติแอบพยักหน้าด้วยความทึ่งในฝีมือการบำบัดของเพื่อนสนิท หมอเอกปิดประตูรถให้คนไข้สาวอย่างเบามือ ก่อนจะหันมาพยักหน้าทิ้งท้ายให้ผู้กองวุติและมิ้นท์ แล้วก้าวขึ้นรถขับเคลื่อนพาร่างอวบอิ่มออกเดินทางสู่เซฟเฮ้าส์ส่วนตัว
ทันทีที่ตัวรถเคลื่อนผ่านพ้นเขตรั้วบ้านและลับสายตาของผู้กองวุติกับมิ้นท์ ความเงียบสงัดอันแสนกระอักกระอ่วนก็เข้ายึดพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่เย็นเฉียบทันที เสียงเครื่องยนต์ครางแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงสัญญาณไฟเลี้ยวไม่ได้ช่วยลดทอนความตื่นตระหนกในอกของเจนนี่ลงได้เลย หญิงสาวนั่งตัวเกร็ง สายตาจับจ้องออกไปนอกกระจกหน้าต่างราวกับสนใจทิวทัศน์ข้างทางนักหนา ทว่าสองมือนุ่มกลับบิดประสานกันไปมาบนตักด้วยความขัดเขินปนอายขีดสุด
ภาพการกระทำอันรุ่มร้อนและเสียงครวญครางอย่างสุขสมที่เธอเป็นฝ่ายเรียกร้องจากเขาเมื่อค่ำคืนดังก้องอยู่ในหัวสมอง ยิ่งคิด พวงแก้มเนียนก็ยิ่งซับสีเลือดแดงก่ำจนแทบจะระเบิด
หมอเอกละสายตาจากเส้นทางข้างหน้าเล็กรอย แวบหนึ่งที่เขาเห็นท่าทางประหม่าราวกับเด็กหญิงผู้มีความผิดของคนข้างกาย นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นก็อ่อนแสงลงด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มปล่อยมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัย เอื้อมมือหนาอันอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยกระแสธารแห่งความมั่นคงเข้าไปกุมฝ่ามือบางที่กำลังบิดเร่าของเจนนี่เอาไว้ละมุนละไม
สัมผัสอุ่นซ่านจากฝ่ามือใหญ่ส่งผลให้เจนนี่สะดุ้งเฮือกเบา ๆ ทว่าเธอไม่ได้ชักมือหนี หากแต่ยอมปล่อยให้เขาเกี่ยวกระสอดนิ้วเรียวประสาทเข้าหากันจนแน่นหนา
"บิดมือจนเนื้อแดงหมดแล้วครับ... ยังอายหมออยู่เหรอ? เจนนี่" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอ่ยทำลายความเงียบ พลันใช้นิ้วหัวแม่มือลูบหลังมือเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
"หมอเอกคะ... คือเจนนี่..." หญิงสาวอ้อมแอ้มเสียงแผ่ว ไม่กล้าแม้แต่จะหันมาสบตา "เจนนี่แค่นึกถึงเรื่องเมื่อคืน... เจนนี่ทำเรื่องน่าอายกับคุณหมอไปตั้งมากมาย ทั้งที่หมอตั้งใจจะมาช่วยรักษาแท้ ๆ แต่เจนนี่กลับ..."
"เจนนี่ครับ ฟังหมอนะ" หมอเอกเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังทว่าท่วมท้นไปด้วยความละเมียดละไม ชายหนุ่มผ่อนความเร็วรถลงพลันบีบมือเธอเน้นย้ำ "เรื่องเมื่อคืน... ถ้าจะบอกว่ามีคนผิด คน ๆ นั้นต้องเป็นหมอไม่ใช่คุณ หมอเป็นจิตแพทย์ หมอรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยและระบบประสาทสั่งการให้ทำแบบนั้น แต่สุดท้าย... หมอก็ยอมปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกระแสอารมณ์ และเลือกที่จะใช้เรือนร่างของหมอเป็นยารักษาคุณ"
คำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาของหมอหนุ่มทำให้เจนนี่ต้องหันกลับมามอง ใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างของเขายังคงสุขุม ทว่าส่วนลึกในดวงตากลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ก้าวข้ามเส้นกั้นวิชาชีพไปไกลแสนไกล
"หมอไม่ได้มองว่ามันคือความผิดพลาด และไม่ได้มองว่าคุณน่ารังเกียจเลยสักนิด... ตรงกันข้าม มันทำให้หมอรู้ตัวว่า หมออยากปกป้องผู้หญิงคนนี้ในฐานะ 'คนรัก' ไม่ใช่แค่คนไข้" ชายหนุ่มยกมือบางของเธอขึ้นมาประทับจูบแผ่วเบาที่หลังมือ "แต่ในเมื่ออาการของคุณยังต้องบำบัด หลังจากนี้เมื่อไปถึงเซฟเฮ้าส์... เรามาตกลงกันนะครับ ว่าเราจะสลับบทบาทกันยามที่อาการของคุณกำเริบ หมอจะคอยกอดคุณ คอยรักคุณ เพื่อบำบัดฝันร้ายนั้นให้มลายหายไปเอง ยินดีให้หมอใช้ 'วิธีส่วนตัว' รักษาคุณไปตลอดไหมครับ?"
คำพูดที่แสนอ่อนโยนปนความนัยอันลึกซึ้งทำเอาหัวใจของเจนนี่พองโต ความอับอายขายหน้าในคราแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งและอบอุ่นใจจนขอบตาร้อนผ่าว หญิงสาวบีบมือหนากลับแน่น ระบายยิ้มละมุนทั้งน้ำตา พยักหน้ายอมรับสถานะใหม่และวิธีการบำบัดอันแสนหวานล้ำนี้แต่โดยดี
ล้อรถยนต์บดเบียดย่ำลงบนผืนทรายนุ่มก่อนจะจอดสนิทลงหน้าบ้านพักตากอากาศส่วนตัวของหมอเอก บ้านไม้สีขาวหลังย่อมตั้งตระหง่านอยู่ริมชายหาดอันเงียบสงบ เสียงคลื่นลมทะเลซัดสาดกระทบฝั่งดังแว่วมาคลอเคล้ากับสายลมเอื่อยยามเย็น หมอเอกจัดแจงพาเจนนี่ขึ้นมาพักผ่อนบนห้องนอนชั้นบนที่เปิดหน้าต่างกว้างรับลมทะเล ชายหนุ่มจัดที่นอนหมอนมุ้งให้เธอใหม่ด้วยความเอาใจใส่ ทว่าเมื่อความเงียบสงบโรยตัวลง ร่างอวบอิ่มที่นั่งอยู่บนขอบเตียงกลับเริ่มสั่นเทา น้ำตาเม็ดโตสลัดร่วงอาบแก้มเนียนเมื่อความกังวลในใจพุ่งเข้าโจมตี
"คุณหมอคะ..." เจนนี่เอ่ยเสียงสั่นเครือ สองมือบีบเข้าหากันแน่นจนซีดเผือด "คุณหมอ... ไม่รังเกียจเจนนี่จริงๆ เหรอคะ? เจนนี่มันสกปรก... เจนนี่ผ่านผู้ชายพวกนั้นมาแล้ว ร่างกายนี้มันแหลกสลายไปหมดแล้ว..."
คำสารภาพที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและปมด้อยทำเอาหมอเอกชะงักมือ ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาวางไว้ข้างเตียง ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง สอดฝ่ามือหนาเข้าประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้นสบตากันตรงๆ นัยน์ตาคู่คมของเขาไม่มีแววรังเกียจแม้เพียงเศษเสี้ยว มีเพียงความรักและความอาทรอันท่วมท้น
"ฟังผมนะเจนนี่... สำหรับผม คุณคือเหยื่อที่บริสุทธิ์และเข้มแข็งที่สุด" หมอเอกเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำหนักแน่นพลาวยกนิ้วหัวแม่มือซับหยาดน้ำตาให้เธอแผ่วเบา "ผมไม่เคยรังเกียจคุณเลยสักนิด ตรงกันข้าม... ผมอยากจะใช้ทั้งชีวิตของผมเยียวยาและโอบอุ้มคุณเอาไว้ และต่อจากนี้เวลาอยู่ด้วยกันสองคน อย่าเรียกผมว่าคุณหมอเลยนะครับ... เรียกผมว่า 'พี่เอก' แทนนะคนดี"
“พี่เอก... ขา...”
สรรพนามที่แสนอบอุ่นทำลายทำนบความหวาดกลัวในใจของเจนนี่จนพังทลาย หญิงสาวโผเข้ากอดรัดลำคอหนาพลาวปล่อยโฮด้วยความตื้นตันใจ หมอเอกกระชับอ้อมกอดแน่นหนา ก่อนจะค่อยๆ ดันร่างระหงให้นอนราบลงบนเตียงนุ่ม ชายหนุ่มโน้มกายลงประกบปิดเรียวปากอิ่มด้วยรสจูบอันแสนละเมียดละไม อ่อนโยน ก่อนจะทวีความเร่าร้อนดูดดื่มเพื่อกลืนกินเสียงสะอื้น ฝ่ามือร้อนลุ่มเลื่อนลงไปปลดเปลื้องเดรสชุดสวยให้หลุดพ้นจากเรือนร่าง เผยผิวขาวผ่องประดุจน้ำนมที่ต้องแสงจันทร์ยามเย็นต่อสายตา
หมอเอกซุกไซ้ปลายคางครึ้มลงพรมจูบไปตามลาดไหล่เนียนละเอียดและซอกคอหอมกรุ่นของเจนนี่ ฝ่ามือแกร่งร้อนจัดเฟ้นคว้าตะโบมลูบไล้ไปตามสะโพกมนกลมกลึง บีบเค้นปทุมถันอวบอิ่มเต่งตึงอย่างแรงยิ่ง ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะเข้าครอบครองยอดชมพูชูชัน ภายใต้ลิ้นที่ฉกระรัวจนเจนนี่ครางเครือเสียงสั่น
“พี่เอก... แรงกว่านี้... เจนนี่ชอบแบบนี้...” เธอสะอื้นรบเร้าด้วยน้ำเสียงหวานพร่า แม้จะยังมีสติ แต่โรคฮิสทีเรียในตัวเธอก็ทำให้เธอโหยหาความรุนแรงไม่เคยพอ
ชายหนุ่มแทรกกายหนั่นแน่นเข้ากลางเรียวขาเนียนที่แยกกว้างโดยไม่ต้องรอ ท่อนเอ็นยาวที่แข็งชูชันร้อนระอุจ่ออยู่ตรงทางเข้าภวังค์หวานของกุหลาบงามช่อชุ่มฉ่ำที่กำลังหลั่งหยาดน้ำหวานใสไหลเยิ้มต้อนรับเขา
เขากดสะโพกสอบลงไปในคราเดียว ดันแก่นกายหนาใหญ่ทะลวงผ่านความคับแน่นเข้าไปลึกสุดทางรักอย่างเน้นหน่วงและดุดัน!
“อ๊าาาา!... พี่เอกขา... อื้อออ... เจนนี่เสียว... แรงๆ ... รักพี่เอกนะคะ”
เจนนี่เชิดหน้าหวีดร้องแผ่วเบา สองมือบางจิกข่วนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเกิดรอยแดง บทเรียนรักครั้งนี้แตกต่างจากอดีตอันเลวร้ายที่เคยพบ ทุกจังหวะกระแทกกระทั้นของหมอเอกเต็มไปด้วยทั้งความดุเดือดตามสัญชาตญาณผู้ชาย และความทะนุถนอมที่ทำให้หัวใจเธออบอุ่น
สะโพกสอบของเขาซอยถี่รัว บดเบียดและกระแทกเข้าใส่ร่องเนื้อชุ่มฉ่ำอย่างรุนแรงไม่ยั้ง แต่แฝงด้วยความละมุนละไม ทุกครั้งที่ดันสุดลำเขาจะวนสะโพกบดถูไถจุดเสียวภายในของเธออย่างตั้งใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังปั้กๆ ปั้กๆ ประสานกับเสียงคลื่นทะเลด้านนอกและเสียงครวญครางระเส่าหวานล้ำของเจนนี่
เธอยังคงกระหายความแรง จึงยกสะโพกขึ้นรับจังหวะของเขาอย่างดุเดือด สองขาเนียนพันรอบเอวเขาแน่นขึ้น “แรงอีกค่ะพี่... เจนนี่ชอบให้พี่เอกกระแทกแรงๆ แบบนี้... อ๊าาา!”
หมอเอกขบกรามแน่น เร่งจังหวะสะโพกให้เร็วและหนักหน่วงยิ่งขึ้น ทุกดอกทุกดันลึกเข้าไปสุดโคน บดจุดกระสันภายในของเธอรัวเร็ว จนร่างอวบอิ่มของเจนนี่เกร็งกระตุกไม่หยุด หยาดน้ำหวานฉ่ำไหลทะลักตามแรงกระแทก
“เจนนี่... ผมรักคุณ...” เขาครางพร่าด้วยเสียงแหบต่ำ ก่อนจะเกร็งสรีระแกร่งทั้งตัว โถมแก่นกายฝังลึกที่สุด แล้วปล่อยสายธารน้ำรักขาวข้นร้อนผ่าวฉีดพ่นอัดแน่นเข้าเต็มเปี่ยมส่วนลึกของกุหลาบช่อสวยจนเอ่อล้นทะลัก
เจนนี่เกร็งสะโพกกระตุกรัวตามมาในเวลาเดียวกัน ร่างกายสั่นระริกอย่างแรง เธอซึมซับความสุขสมที่เต็มเปี่ยมทั้งกายและใจ ความรุนแรงที่เธอโหยหา ผสานกับความหอมหวานโรแมนติกที่หมอเอกมอบให้ ทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจและอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เธอโอบกอดเขาไว้แน่น กระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย “พี่เอก... เจนนี่... ดีใจที่ได้รักดีๆ แบบนี้...พี่ทำให้เจนนี่รู้สึก... ปลอดภัย” สองร่างโอบกอดกกกันแนบชิดใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืนอันแสนสุข พายุร้ายในใจของเจนนี่ถูกสยบลงด้วยอ้อมกอดของ "พี่เอก" อย่างสมบูรณ์