ในที่สุดก็ถึงประตูที่เปิดติดต่อระหว่างห้องใต้หลังคากับชั้นบนของตัวบ้านวิลลี่ออกแรงผลักประตูเต็มเหนี่ยวมันเป็นการต่อสู้ที่แม้จะเงียบกริบแต่ก็รุนแรงมากในยามนี้วิลลี่มีความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดิ้นรนอยู่ในเสื้อเกราะที่สวมใส่ให้คนบ้า
แต่เธอก็ได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดทั้งผลัก ทั้งฉุดและรั้งร่างสามีออกประตูไปจนได้และมาหยุดอยู่ตรงบันไดที่ทอดระหว่างชั้นสองกับชั้นล่างของตัวบ้านซึ่งมีช่วงยาวมากกว่าวิลลี่คิดว่าจะต้องไปให้ถึงประตูบานนั้นเสียก่อนจึงจะพาตัวสามีออกพ้นจากบ้านหลังนี้ได้รู้ดีว่า ถ้าทั้งเขาและเธอออกพ้นจากบ้านหลังนี้เมื่อใดเธอกับจอห์นก็จะปลอดภัยจากเงื้อมมือของเจสสี ออร์ซ่า ไร้ท์เมื่อนั้น
เธอสูดลมหายใจลึกเรียกพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกายมารวมกันไว้หวังแต่เพียงว่าเมื่อลงมาถึงชั้นล่างแล้วอำนาจของเจสสีจะลดน้อยลง แต่ตอนที่เธอก้มตัวลงลากร่างจอห์นอีกครั้งนั้นนังแมวเอมี่ก็กรีดร้องออกมาสุดเสียง
พร้อมกันนั้นร่างของเธอก็ถูกผลักจากใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหลังเต็มแรงวิลลี่กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้คว้าอะไรบางอย่างเพื่อเกาะไว้ร่างลอยลงไปชนกับราวบันไดเต็มที่และราวบันไดที่เก่ามากอยู่แล้วก็หักลงทันทีร่างของวิลลี่ลอยลงไปข้างล่างแต่สัญชาตญาณอีกนั่นเองที่ทำให้เธอคว้าพรมปูขั้นบันไดไว้ได้ทันแต่กระนั้นร่างก็ยังถูกเหวี่ยงอยู่ในอากาศ เธอค่อยๆปล่อยตัวให้ทิ้งลงสู่พื้นห้องซึ่งอยู่ในท่ามกลางความมืดนั้นโดยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่สูงจากพื้นชั้นล่างมากน้อยเพียงไร
เธอนอนนิ่งอยู่กับพื้นห้องเป็นครู่เจ็บปวดขัดยอกไปทั้งตัว แต่ในที่สุดลมหายใจก็กลับคืนมา วิลลี่ค่อยๆประคองตัวขึ้นนั่งลองขยับแขนขาดูก็รู้สึกว่าไม่มีส่วนใดได้รับอันตรายมากจนเกินไปนัก
ในห้องโถงชั้นล่างนั้นมืดมิดเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองบันไดขั้นบน ก็รู้สึกอยู่ว่าตรงนั้นเป็นส่วนที่มืดมากที่สุดแต่สำนึกหนึ่งก็บอกเธออยู่ว่าตรงนั้นยังมีร่างของสามีที่นอนรอคอยความช่วยเหลือจากเธออยู่และยังมีเจสสี ออร์ซ่าไร้ท์รออยู่ด้วย
เธอผุดลุกขึ้นยืนตั้งสติอยู่ครู่สั้นๆรวบรวมพละกำลังและความกล้าหาญเข้าไว้ เธอไม่มีทางที่จะขอความช่วยเหลือจากใครที่ไหนได้อยู่แล้วและไม่รู้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าใดและถ้าเธอออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านในช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ จอห์นอาจตกอยู่ใต้อำนาจของเจสสีเมื่อเธอกลับเข้ามาเขาอาจจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วก็ได้เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะช่วยตัวเองกับจอห์นถึงอย่างไรเธอก็จำเป็นจะต้องเสียงแม้มันจะอันตรายถึงชีวิตก็ตาม
เสียงแมวร้องดังมาจากบันไดขั้นบนซึ่งดูจะช่วยกำลังใจของวิลลี่ได้มาก เธอตัดสินใจวิ่งไปเปิดประตูบ้านรอไว้
สายลมเย็นเยือกพัดผ่านเข้ามาอย่างรุนแรงกระแทกกระทั้นอยู่กับผนังห้อง ความหนาวเย็นของอากาศทำให้วิลลี่ถึงกับชะงักไปหิมะปลิวคลุ้งเข้ามาในห้อง
เธอรีบเดินกลับไปที่บันไดอีกครั้งคราวนี้พยายามแนบร่างไว้กับผนังห้องตลอดเวลาและพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็เอื้อมมือไปกระชากจอห์นเต็มแรงร่างของเขาร่วงหล่นลงมาตามขั้นบันไดปะทะกับแผ่นอกเธอต้องใช้วิธีเดียวกันนี้คลอดเวลาที่ฉุดลากสามีลงจากบันไดและยังลากต่อไปไม่ยอมหยุดจนในที่สุดก็พาจอห์นออกประตูบ้านได้สำเร็จ..!
ไฟในถนนออเร้นจ์ สตรีทยังคงดับอยู่จากจุดที่ยืนอยู่วิลลี่มองไม่เห็นสัญญาณของสิ่งที่มีชีวิตเลยเธอรู้ว่าจอห์นไม่อาจทนกับอากาศที่เย็นจัดขนาดนี้ได้อีกนานนักแม้แต่ตัวเธอเองก็เช่นกัน
เสื้อคลุมของเธอแชวนอยู่ด้านในของประตูบ้านและในเสื้อคลุมตัวนั้นมีกุญแจรถอยู่ด้วย สิ่งที่เธอจะต้องทำก็คือเข้าไปเอากุญแจรถเท่านั้นและการจะเข้าไปในบ้านมันก็เป็นเรื่องง่ายๆที่เธอทำมาแล้วนับร้อยๆ ครั้งโดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่อยู่ในนั้นมาก่อน
แต่ในยามนี้วิลลี่แทบไม่อาจบังคับตัวเองให้เดินกลับเข้าประตูบ้านได้เลยเพราะมันเหมือนกับเดินเข้าสู่ขุมนรกไม่มีผิด แต่ข้างนอกนี่มันก็หนาวจนเกือบจะถึงจุดเยือกแข็งอยู่แล้วส่วนข้างในบ้านก็มืดมิดราวเข้าถ้ำวิลลี่มีความรู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่กำลังตกอยู่ในท่ามกลางฝันร้ายไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดินเข้าไปข้างในบ้าน
ขณะเดียวกันสัญชาตญาณก็เตือนเธออยู่ว่าหัวใจของจอห์นใกล้จะหยุดเต้นเต็มทีแล้ว เธอก้มลงมองเขาอย่างตระหนก แนบหูลงกับหัวใจพอรู้สึกได้ว่าเขายังมีลมหายใจอยู่บ้าง ฝ่ามือเธอชาแข็งแทบไม่รู้สึกอะไรเลยความกลัวว่าสามีและเธอจะต้องมาตายลงในท่ามกลางความเหน็บของอากาศทำให้วิลลี่ตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง
ตอนที่กลับเข้าไปนั้นเธอได้ยินเสียงกึกก้องดังอยู่รอบบ้านและเลยเข้าไปถึงภายในราวเกิดแผ่นดินไหวแต่เธอไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย นอกจากจะฝ่าเสียงนั้นเข้าไปจนถึงเสื้อคลุมกระชากมันลงมาจากตะขอและวิ่งออกจากบ้านทันทีควานมือลงในกระเป๋าและแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ เมื่อมือสัมผัสกับกุญแจรถในกระเป๋า
หลังจากนั้นทุกสิ่งก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นเธอลากตัวจอห์นไปที่รถผลักร่างเขาเข้าไปภายในอย่างรวดเร็วแล้วจึงได้ปีนขึ้นบนที่นั่งคนขับมือไม้สั่นเทาขณะสอดกุญแจเข้าไปในช่องและติดเครื่องขึ้นเพียงครู่เครื่องยนต์ก็ครางกระหึ่ม เรียกกำลังใจให้กลับมาอย่างเอกอุก
เธอรู้จักเส้นทางไปโรงพยาบาลอย่างดีแม้ว่าการขับรถบนถนนที่มีหิมะปกคลุมอยู่หนาแน่นจะค่อนข้างลำบากแต่ระยะทางก็ไม่ได้ไกลจนเกินไปนัก ในยามนี้วิลลี่แน่ใจอย่างที่สุดว่า ผีเจสสีออร์ซ่า ไร้ท์ ไม่ได้ติดตามเธอมาด้วย ดังนั้นจึงไม่กลัวอะไรอีกต่อไป
แต่เธอยังไม่กล้าพอที่จะทิ้งจอห์นไว้ตามลำพังเมื่อจอดรถลงหน้าโรงพยาบาลแห่งนั้นพยายามออกแรงลากตัวเขาให้เข้าไปในอาคารกับเธอด้วยทันทีที่นางพยาบาลเห็นเธอเข้าก็รีบวิ่งออกมาให้ความช่วยเหลือ
ในนาทีสุดท้ายนั้นวิลลี่ได้เงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับพยาบาลทุกคน ผู้เปรียบเสมือนนางฟ้ามาโปรดและแล้วก็เป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเอง..
โรงพยาลได้เก็บตัวจอห์นไว้เพื่อทำการรักษาเป็นเวลานานถึง3 อาทิตย์เนื่องจากเขาเป็นโรคขาดอาหารและมีอาการทางประสาทอย่างรุนแรงเขาต้องรักษาตัวอยู่ในห้องมืด ต้องให้อาหารและน้ำเกลือทางสายยาง อาทิตย์แรกนั้นเขาไม่ได้สติเลย
สำหรับวิลลี่นั้นแพทย์สั่งให้เธอนอนโรงพยาบาล 1 คืนเนื้อตัวเธอเต็มไปด้วยบาดแผล เนื่องจากตกลงมาจากบันไดศีรษะและตามร่างกายภายนอกฟกช้ำดำเขียวไปทั่วและเธอยังอยู่ในอาการช็อครุนแรงเช่นเดียวกันแต่พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้นสภาพร่างกายของเธอก็ดีขึ้นมาก จนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้
เนื่องจากเธอจำเป็นจะต้องให้ข้อมูลบางประการกับทางโรงพยาบาลวิลลี่จึงได้เล่าให้ทั้งแพทย์และพยาบาลฟัง ว่าจอห์นเป็นศิลปินเธอได้ทิ้งเขาไว้ที่บ้านตามลำพังเป็นเวลานานถึง 3 อาทิตย์เมื่อกลับมาก็พบว่าเขาทำงานหนักมากจนลืมกินอาหาร ตอนที่เธอพบเขานั้นเขาอยู่ในสภาพที่แทบจะช่วยตัวเองไม่ได้เลยอ่อนเพลียมากจนหมดกำลังและเธอต้องลากตัวเขาลงมาจากห้องใต้หลังคาเป็นผลให้ตกบันไดลงมาด้วยกันทั้งคู่
ซึ่งทั้งหมดที่เธอเล่านั้นมันก็เป็นความจริงและเธอยังเล่าต่อด้วยว่าเอพยายามจะเรียกรถพยาบาลแต่โทรศัพท์เสีย ซึ่งจากเหตุผลเหล่านี้ทำให้ทั้งแพทย์และพยาบาลไม่สงสัยอะไรอีกต่อไป
เช้าวันรุ่งขึ้นนางพยาบาลได้นำถาดอาหารเข้ามาให้พร้อมกับบอกเธอว่า
“หมออนุญาตให้คุณกลับบ้านได้แล้วนะคะ”
ทันทีที่ได้ยินคำพูดประโยคนั้นวิลลี่ก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ ในยามนี้สิ่งที่เธอไม่ต้องการทำอย่างที่สุดก็คือการ“กลับบ้าน” บ้านหลังที่ตั้งอยู่บนถนนออเรนจ์สตรีทหลังนั้น เธอกลัวที่จะต้องกลับไปยังบ้านหลังนั้นคนเดียวเหลือเกิน
แต่เมื่อทอดสายตาออกไปทางหน้าต่างเธอก็พบว่าแสงแดดสาดสว่างสดใส ภายหลังจากที่พายุได้พัดผ่านไปแล้วหิมะที่ทับถมอยู่บนพื้นถนนและตามอาคารบ้านเรือนต่างๆ เป็นประกายวาววับจับตาท้องฟ้าเป็นสีครามสดใส ในวันที่อากาศสดใสเช่นนี้จะไม่มีเรื่องร้ายใดๆเกิดขึ้นอีกแน่นอน
ยิ่งกว่านั้นวิลลี่ก็ยังมีแมวที่จะต้องเลี้ยงดูเธอรู้สึกสงสารที่ต้องทอดทิ้งมันไว้ที่บ้านหลังนั้นทั้งที่มันเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน
ดังนั้นภายหลังจากที่ได้เซ็นชื่อลงในแบบฟอร์มที่นางพยาบาลนำมาให้แล้ววิลลี่ก็สวมเสื้อคลุมและออกจากโรงพยาบาล