อัศวินพลังมาเฟีย

    ตอนที่ 6 : หยุดนิ่งแต่เปลี่ยนแปลง

            เสียงลมหายใจกระชั้นแทรกอยู่ในความเงียบของลานฝึกยามรุ่งสางไอเย็นยังไม่ทันจางจากพื้นหิน ร่างทั้งสามยืนอยู่กลางลาน

     

            “เริ่ม”

     

            คำสั่งสั้นหลุดจากปากโจเวลไม่มีการนับถอยหลัง ไม่มีสัญญาณใดๆ

     

            แซมพุ่งเข้าใส่ทันทีเท้ากระแทกพื้นอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างทะยานเข้าประชิดในพริบตาหมัดขวาเหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของโจเวลไม่ยั้งมือ

     

            ปัง!

     

            การปะทะดังสนั่นแต่ไม่ใช่เสียงหมัดกระทบเนื้อ เป็๲เพียงแรงอัดจากหมัดชกเข้ากับอากาศอันว่างเปล่า

     

            ร่างของโจเวลหายไปจากตรงหน้า

     

            แซมเบิกตากว้าง

     

            เงาหนึ่งปรากฏด้านหลัง “ช้าไป”ประโยคเย็นเฉียบดังอยู่ข้างหู

     

            ตูม!!

     

            เข่ากระแทกกลางหลังอย่างจังแบบไม่ทันได้ตั้งตัวลมหายใจของแซมขาดห้วงในทันที ภาพตรงหน้าพลันสั่นไหวการเคลื่อนไหวรอบข้างเหมือนจมหายหายไปชั่วขณะ ฝุ่นหินกระจายขึ้นเป็๲วงกว้าง

     

            “ลุก”

     

            คำพูดนั้นไม่ได้ดังแต่กลับกดทับลงมาหนักอึ้งราวกับทั้งลานฝึกเงียบงันไปพร้อมกัน

     

            แซมกัดฟัน มือสั่นแต่ยังยันพื้นขึ้นมาร่างกายร้องโอดครวญทุกส่วน แต่ดวงตายังไม่ยอมแพ้

     

            “มันยังไม่จบ”พึมพำทั้งพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง

     

            คราวนี้เร็วกว่าเดิม หนักกว่าเดิมดุดันกว่าเดิม

     

            หมัดซ้ายหลอก หมัดขวาจริง เตะต่ำตัดขาตามด้วยศอกพุ่งใส่ลำตัว ชุดการโจมตีต่อเนื่องเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกไล่ต้อนจนมุม

     

            ปึก!

     

            โจเวลยกมือขึ้นเพียงข้างเดียวรับหมัดนั้นเอาไว้ แรงปะทะหยุดลงกลางอากาศโลกทั้งใบหยุดนิ่งลงในชั่วขณะนั้น

     

            “แรงดีขึ้น” โจเวลเอียงคอยิ้มรับ

     

            ใบหน้าแซมเหวอ เกร็งร่างกายรับแรงกระแทก

     

            “กัดฟันไว้”

     

            เอเมอร์หลับตาข้างหนึ่งหลีกเลี่ยงภาพอันน่าสยดสยองก่อนที่ร่างของแซมจะถูกเหวี่ยงกระแทกลงพื้นเต็มแรง

     

            ตู้ม!!

     

            พื้นหินแตกร้าวเป็๲เส้นฝุ่นควันลอยขึ้นตามความรุนแรงจากท่าดังกล่าว เ๣ื๵๪แซมไหลออกจากมุมปาก

     

            “ฮะ ฮ่าๆๆๆ” แซมพยายามหัวเราะ

     

            ถึงร่างกายจะบอบช้ำแต่ความสะใจรวมถึงความเคารพต่อโจเวลกลับไม่น้อยลงไปเลยยิ่งเพิ่มมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

     

            เขาถ่มเ๣ื๵๪ทิ้งลุกขึ้นยืนทั้งที่ขาสั่นจนดูแทบไม่ได้

     

            “แบบนี้สิ…ถึงจะเรียกว่าการฝึกฝนได้”

     

            โจเวลมองคนตรงหน้านิ่งๆดวงตาสีโลหะสะท้อนบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความบ้าบิ่น

     

            ภาพของแซมที่ล้มแล้วลุกลุกแล้วพุ่งเข้าใส่ไม่หยุด ฉายซ้ำอยู่ในสายตา มันคือบางสิ่งที่ไม่ยอมแตกหักแม้จะโดนพังทลายลงหลายครั้ง

     

            “นักสู้โดยแท้จริง”

     

            ความกล้าที่กล้าวิ่งเข้าซัดกับอะไรที่อันตรายโดยตรงไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยอมรับความเ๽็๤ป๥๪ที่ถาโถมเข้ามาในเสี้ยววินาทีก่อนหน้า

     

            “ดี” โจเวลก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว

     

            จิตสังหารเข้มข้น เจตนาฆ่าฟันชัดเจนแม้ไม่มีออร่าปรากฏให้เห็น แต่พื้นใต้เท้ากลับสั่นไหว

     

            “รอบนี้…” น้ำเสียงต่ำลง

     

    สมาธิจดจ่อไปยังเบื้องหน้าไม่คลายความจริงจังเผยให้เห็นว่าต่อจากนี้คือการทุ่มสุดตัว

     

            “ไม่มีการออมมือแล้วนะ”

     

            เงาของโจเวลเกิดการบิดเบี้ยวอากาศรอบตัวสั่นสะท้านราวกับกำลังถูกบีบอัด เสียงรอบข้างเพี้ยนผิดจากเดิม

     

            อึก!

     

            แรงกดดันมหาศาลกดทับแซมให้ต้องเข่าทรุดลง

     

            “นั่นมันอะไร”

     

            เอเมอร์หรี่ตาลงทันทีระยะยืนดูอยู่ค่อนข้างไกล แต่เนื้อตัวกลับสั่นร้องเตือนให้ระวัง

     

            กลิ่นอายออร่าของโจเวลเหมือนกับตอนสู้กับจาเร็ตไม่มีผิดอากาศถูกกรีดเป็๲ชั้นส่งเสียงแหลม

     

            หมับ!

     

            “ท่านคิดจะฆ่าเขางั้นหรือนายน้อยโจเวล”

     

            หมัดของโจเวลถูกรั้งไว้ด้วยมือของโรเบิร์ตการปรากฏตัวอย่างไร้ที่มา ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเขาคงเพ่งความสนใจข้างหน้าเกินไป จนไม่รับรู้ถึงการมาเยือนของชายผู้นี้

     

            “ท่านต้องฝึกควบคุมออร่าให้ได้เสียก่อนไม่งั้นคนเจ็บตัวถัดไปจะเป็๲ท่านเอง”

     

            โรเบิร์ตชี้แนะทั้งพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้ทำอะไรอันตรายอีก

     

            “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ”

     

            วันเวลาล่วงเลยกว่าหนึ่งเดือนแล้วที่พวกเขาทั้งสามคนฝึกฝนทั้งร่างกายและกระบวนท่าต่อสู้กันมา

     

            ความแปลกใจมีให้เห็นบ่อยครั้งจากเพื่อนร่วมชะตากรรมการฝึกซ้อมทั้งสอง

     

            พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนถึงวิธีฝึกอันบ้าระห่ำแบบนี้จะมีอยู่จริง

     

            แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาเกินกว่าคำว่าคุ้มค่ายิ่งกว่าอะไร

     

            ร่างกายของแซมเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่งดุจหินผาส่วนเอเมอร์ดูคล่องแคล่วว่องไวขึ้น ฝีเท้าเบายิ่งกว่าขนนกตกลงพื้นเสียอีก

     

            คนที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากสุดคือโจเวลทุกสัดส่วนของร่างกายดูกระชับและมีพลังงานยิ่งกว่าก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติดไม่ต้องหอบร่างกายผุพังไปไหนมาไหนอีกแล้ว

     

            “จากที่เห็น…ตอนนี้ร่างกายของท่านคงพร้อมสำหรับการฝึกใช้ออร่า”

     

            “ข้าพาทั้งสองเข้าร่วมด้วยได้หรือไม่”โจเวลชี้ไปยังแซมกับเอเมอร์ที่กำลังทำหน้าเหวอ

     

            “…”โรเบิร์ตจ้องมองทั้งคู่แล้วครุ่นคิดสักพัก “ได้ขอรับ”

     

            ความยินดีเปื้อนอยู่บนใบหน้าแซมกับโจเวล

     

            ผิดแปลกเพียงเอเมอร์ที่ดูหม่นหมองลงที่สาบานจากใจได้เลยว่าเหนื่อยจนร่างกายแทบขาดวิกฤตการณ์ทางร่างกายเพิ่งหมดไป ยังต้องเจอกับบททดสอบใหม่เข้ามาแบบทันควัน

     

            “ข้าขอไม่ไปด้วยได้ไหมขอรับ”

     

            “อย่าคิดต่อต้าน จงเข้าร่วมเสีย”

     

            แซมพยักหน้าเห็นด้วยแล้วตบไหล่เอเมอร์ให้กำลังใจ

     

            …

             

            ห้องฝึกออร่าของลาเมทัสตั้งอยู่ข้างล่างใต้พื้นปราสาทลึกลงไป ทางเดินหินแคบทอดยาวนำไปสู่ความเงียบที่หนักอึ้งทุกย่างก้าวสะท้อนกลับมาเป็๲เสียงก้องต่ำ

     

            “เ๽้าเคยลงมาบ้างไหม”

     

            “ครั้งแรกเลยขอรับ”

     

            เอเมอร์ตอบกลับโจเวล

     

            เมื่อประตูหินบานใหญ่เลื่อนเปิดกลิ่นของหินเก่าและอากาศเย็นเฉียบก็ไหลทะลักออกมาไม่ใช่ความเย็นที่รู้สึกได้ทั่วไป แต่เป็๲ความเย็นที่เหมือนซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก

     

            ภายในห้องกว้างขวางกว่าที่คาดเพดานโค้งสูงทอดขึ้นไปในความมืด จนแทบมองไม่เห็นปลายสุด

     

            แสงเพียงไม่กี่จุดจากโคมคริสตัลสีฟ้าแขวนเรียงกันเป็๲ระยะตามทางเดินสาดเงานุ่มลงบนผนังหินสีเข้ม แสงนั้นไม่สว่างพอจะขับไล่ความมืดออกไปได้ทั้งหมดมีเพียงพอให้มองเห็นสิ่งรอบตัวอย่างเลือนราง

     

            “อลังการมาก”โจเวลชื่นชมสิ่งมหัศจรรย์นี้ด้วยความตื่นตา

     

            ผนังทั้งสี่ด้านถูกสลักด้วยลวดลายโบราณเส้นสายบางเส้นพันเกี่ยวกันอย่างซับซ้อนเป็๲เถาวัลย์คล้ายกับหอรักษารอยสลักบางจุดสึกกร่อน ผ่านการใช้งานมานับไม่ถ้วน บางเส้นมีคราบดำฝังลึกเหมือนเคยมีบางสิ่งเผาไหม้อยู่ตรงนั้น

     

            “ห้องนี้ถูกออกแบบด้วยจอมเวทประจำตระกูลของท่านเมื่อนานมาแล้วเพื่อช่วยเหลือลูกหลานให้สามารถเข้าถึงพลังออร่าได้ชัดเจนมากขึ้น”

     

            พื้นเป็๲หินสีเข้มขัดเรียบจนสะท้อนแสงได้มองถัดไปตรงใจกลางห้อง พบเข้ากับวงกลมขนาดใหญ่ที่ถูกสลักไว้โดดเด่นเส้นอักขระโบราณซ้อนทับกันหลายชั้น วนเป็๲เกลียวเข้าหาศูนย์กลางยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงสายตาเข้าไปข้างใน

     

            “ตรงนั้นเป็๲แกนกลางสำหรับการไหลเวียนพลังในห้องนี้หลีกเลี่ยงมันเสีย หากอยากตาย…ข้าก็ไม่ห้าม”

     

            โรเบิร์ตสั่งห้ามทันทีเมื่อเห็นมีคนพยายามจะเข้าไปใกล้จุดกลางห้อง

     

            อึก!

     

            แซมกลืนน้ำลายคำโตลงคอเสียงดัง

     

            เมื่อมองดูให้ดีแล้วจะพบว่าทั่วมุมห้องมีวงกลมคล้ายกันสลักไว้อยู่แต่เป็๲ขนาดพอเหมาะที่หนึ่งคนสามารถเข้าไปยืนได้

     

            “พวกท่านจงไปยืนในวงกลมพวกนั้นคนละมุมข้าจะได้เริ่มอธิบายการใช้ออร่าเบื้องบน”

     

            ทุกคนทำตามอย่างว่าง่ายไม่มีใครสงสัยหรือตั้งคำถามใดๆ เพราะทันทีที่ย่างกายเข้ามาพวกเขารับรู้ได้ทันทีเลยว่า พลังออร่าเริ่มตอบสนองรุนแรง ราวกับกำลังคลุ้มคลั่ง

     

            “หลับตาลง…เพ่งสมาธิไปยังกลางหน้าอก”เสียงของโรเบิร์ตทุ้มต่ำ

     

            เพียงปิดตาลงความรู้สึกทั้งหมดเหมือนถูกความมืดกลืนกินไปในทันที

     

            “อย่าฝืน…อย่าพยายามค้นหา…ปล่อยให้มันตอบสนองต่อพวกท่านเอง”

     

            คำพูดดังก้องในโสตประสาทประหนึ่งบทสวดชักนำให้จิต๥ิญญา๸คล้อยตาม

     

            แซมขมวดคิ้วแน่น

     

            เอเมอร์กลืนน้ำลาย มือสั่นเล็กน้อย

     

            ส่วนโจเวลนิ่งสนิทแล้วเริ่มขมวดคิ้วหนักเหมือนได้ยินอะไรบางอย่าง

     

            ตึก…ไม่ใช่เสียงจากภายนอกแต่มันดังมาจากภายใน

     

            หัวใจ…การเต้นของหัวใจเริ่มชัดขึ้นถี่รัวยิ่งกว่ากลองศึกที่ถูกโหมกระหน่ำอยู่ในอก

     

            ดวงตาของโจเวลกระตุกหลายครั้งแรงกดดันของพลังแผ่ออกโดยไม่รู้ตัว อักขระโบราณรอบตัวส่องแสงขึ้นมาเองเริ่มไล่มาจากจุดที่เขายืนอยู่

     

            “หืม…” โรเบิร์ตมีสีหน้าไม่สู้ดี

     

            ดวงตาของโจเวลตื่นขึ้นสร้างคลื่นพลังเข้ากดทับ

     

            “หายใจ…ไม่ออก”เอเมอร์ทรุดลงกับพื้นพยายามหาอากาศเข้าร่างกาย

     

            “อะ อีกแล้ว”แซมชันเข่าเงยหน้ากัดฟันจนเ๣ื๵๪ซึมจากเหงือก

     

            อากาศทั้งห้องหนักอึ้งราวกับถูกบีบอัด

     

            “นี่มันไม่ปกติ” โรเบิร์ตพึมพำ

     

            เงาของโจเวลบนพื้นเริ่มสั่นไหวแล้วบิดเบี้ยวไปมาคล้ายกับหญ้าโดนกระแสลม มันไม่ขยับตามร่างของเขา

     

            “นายน้อย หยุดเดี๋ยวนี้!”

     

            โรเบิร์ตเคลือบพลังออร่าทั้งตัวเรียกโล่ขนาดใหญ่มาไว้กับตัวก่อนปักมันลงกับพื้นเสียงดังก้อง

     

            สร้างตาข่ายพลังงานครอบคลุมร่างของทุกคนเอาไว้

     

            แม้หัวหน้าหน่วยอัศวินพิทักษ์อรุณจะส่งเสียงคำรามลั่นแต่เด็กหนุ่มต้นเ๱ื่๵๹กลับไม่มีท่าทีโต้ตอบ

     

            แล้วต้องพบว่า…

     

            ดวงตาสีโลหะของโจเวลตอนนี้ไร้แววประกายอันเจิดจรัสเหมือนก่อนหน้าหน้าตาเหม่อลอย ถูกดูดจมลึกลงไปในบางสิ่งที่ไร้ก้นบ่อ

     

            “อึก!”พลังอำนาจของอันลึกลับเล่นงานทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง

     

            ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของโจเวลโดยตรงน้ำเสียงเย็นยิ่งกว่าส่วนลึกสุดของมหาสมุทร และทรงอำนาจมากกว่าผืนฟ้าอันกว้างใหญ่

     

            จุดที่แปลก คือให้ความรู้สึกที่น่าโหยหาจนน้ำตาต้องไหลริน

     

            “ในที่สุด…”

             

            เสียงปริศนาเว้น๰่๥๹จังหวะ

     

            “เ๯้าก็เปิดประตูบานนี้”