เสียงลมหายใจกระชั้นแทรกอยู่ในความเงียบของลานฝึกยามรุ่งสางไอเย็นยังไม่ทันจางจากพื้นหิน ร่างทั้งสามยืนอยู่กลางลาน
“เริ่ม”
คำสั่งสั้นหลุดจากปากโจเวลไม่มีการนับถอยหลัง ไม่มีสัญญาณใดๆ
แซมพุ่งเข้าใส่ทันทีเท้ากระแทกพื้นอย่างรุนแรง ร่างทั้งร่างทะยานเข้าประชิดในพริบตาหมัดขวาเหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของโจเวลไม่ยั้งมือ
ปัง!
การปะทะดังสนั่นแต่ไม่ใช่เสียงหมัดกระทบเนื้อ เป็เพียงแรงอัดจากหมัดชกเข้ากับอากาศอันว่างเปล่า
ร่างของโจเวลหายไปจากตรงหน้า
แซมเบิกตากว้าง
เงาหนึ่งปรากฏด้านหลัง “ช้าไป”ประโยคเย็นเฉียบดังอยู่ข้างหู
ตูม!!
เข่ากระแทกกลางหลังอย่างจังแบบไม่ทันได้ตั้งตัวลมหายใจของแซมขาดห้วงในทันที ภาพตรงหน้าพลันสั่นไหวการเคลื่อนไหวรอบข้างเหมือนจมหายหายไปชั่วขณะ ฝุ่นหินกระจายขึ้นเป็วงกว้าง
“ลุก”
คำพูดนั้นไม่ได้ดังแต่กลับกดทับลงมาหนักอึ้งราวกับทั้งลานฝึกเงียบงันไปพร้อมกัน
แซมกัดฟัน มือสั่นแต่ยังยันพื้นขึ้นมาร่างกายร้องโอดครวญทุกส่วน แต่ดวงตายังไม่ยอมแพ้
“มันยังไม่จบ”พึมพำทั้งพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
คราวนี้เร็วกว่าเดิม หนักกว่าเดิมดุดันกว่าเดิม
หมัดซ้ายหลอก หมัดขวาจริง เตะต่ำตัดขาตามด้วยศอกพุ่งใส่ลำตัว ชุดการโจมตีต่อเนื่องเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกไล่ต้อนจนมุม
ปึก!
โจเวลยกมือขึ้นเพียงข้างเดียวรับหมัดนั้นเอาไว้ แรงปะทะหยุดลงกลางอากาศโลกทั้งใบหยุดนิ่งลงในชั่วขณะนั้น
“แรงดีขึ้น” โจเวลเอียงคอยิ้มรับ
ใบหน้าแซมเหวอ เกร็งร่างกายรับแรงกระแทก
“กัดฟันไว้”
เอเมอร์หลับตาข้างหนึ่งหลีกเลี่ยงภาพอันน่าสยดสยองก่อนที่ร่างของแซมจะถูกเหวี่ยงกระแทกลงพื้นเต็มแรง
ตู้ม!!
พื้นหินแตกร้าวเป็เส้นฝุ่นควันลอยขึ้นตามความรุนแรงจากท่าดังกล่าว เืแซมไหลออกจากมุมปาก
“ฮะ ฮ่าๆๆๆ” แซมพยายามหัวเราะ
ถึงร่างกายจะบอบช้ำแต่ความสะใจรวมถึงความเคารพต่อโจเวลกลับไม่น้อยลงไปเลยยิ่งเพิ่มมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ
เขาถ่มเืทิ้งลุกขึ้นยืนทั้งที่ขาสั่นจนดูแทบไม่ได้
“แบบนี้สิ…ถึงจะเรียกว่าการฝึกฝนได้”
โจเวลมองคนตรงหน้านิ่งๆดวงตาสีโลหะสะท้อนบางอย่างที่เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ความบ้าบิ่น
ภาพของแซมที่ล้มแล้วลุกลุกแล้วพุ่งเข้าใส่ไม่หยุด ฉายซ้ำอยู่ในสายตา มันคือบางสิ่งที่ไม่ยอมแตกหักแม้จะโดนพังทลายลงหลายครั้ง
“นักสู้โดยแท้จริง”
ความกล้าที่กล้าวิ่งเข้าซัดกับอะไรที่อันตรายโดยตรงไม่ใช่สิ่งที่ใครก็ทำได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยอมรับความเ็ปที่ถาโถมเข้ามาในเสี้ยววินาทีก่อนหน้า
“ดี” โจเวลก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว
จิตสังหารเข้มข้น เจตนาฆ่าฟันชัดเจนแม้ไม่มีออร่าปรากฏให้เห็น แต่พื้นใต้เท้ากลับสั่นไหว
“รอบนี้…” น้ำเสียงต่ำลง
สมาธิจดจ่อไปยังเบื้องหน้าไม่คลายความจริงจังเผยให้เห็นว่าต่อจากนี้คือการทุ่มสุดตัว
“ไม่มีการออมมือแล้วนะ”
เงาของโจเวลเกิดการบิดเบี้ยวอากาศรอบตัวสั่นสะท้านราวกับกำลังถูกบีบอัด เสียงรอบข้างเพี้ยนผิดจากเดิม
อึก!
แรงกดดันมหาศาลกดทับแซมให้ต้องเข่าทรุดลง
“นั่นมันอะไร”
เอเมอร์หรี่ตาลงทันทีระยะยืนดูอยู่ค่อนข้างไกล แต่เนื้อตัวกลับสั่นร้องเตือนให้ระวัง
กลิ่นอายออร่าของโจเวลเหมือนกับตอนสู้กับจาเร็ตไม่มีผิดอากาศถูกกรีดเป็ชั้นส่งเสียงแหลม
หมับ!
“ท่านคิดจะฆ่าเขางั้นหรือนายน้อยโจเวล”
หมัดของโจเวลถูกรั้งไว้ด้วยมือของโรเบิร์ตการปรากฏตัวอย่างไร้ที่มา ทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเขาคงเพ่งความสนใจข้างหน้าเกินไป จนไม่รับรู้ถึงการมาเยือนของชายผู้นี้
“ท่านต้องฝึกควบคุมออร่าให้ได้เสียก่อนไม่งั้นคนเจ็บตัวถัดไปจะเป็ท่านเอง”
โรเบิร์ตชี้แนะทั้งพยายามเกลี้ยกล่อมไม่ให้ทำอะไรอันตรายอีก
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ”
วันเวลาล่วงเลยกว่าหนึ่งเดือนแล้วที่พวกเขาทั้งสามคนฝึกฝนทั้งร่างกายและกระบวนท่าต่อสู้กันมา
ความแปลกใจมีให้เห็นบ่อยครั้งจากเพื่อนร่วมชะตากรรมการฝึกซ้อมทั้งสอง
พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนถึงวิธีฝึกอันบ้าระห่ำแบบนี้จะมีอยู่จริง
แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาเกินกว่าคำว่าคุ้มค่ายิ่งกว่าอะไร
ร่างกายของแซมเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่แข็งแกร่งดุจหินผาส่วนเอเมอร์ดูคล่องแคล่วว่องไวขึ้น ฝีเท้าเบายิ่งกว่าขนนกตกลงพื้นเสียอีก
คนที่เปลี่ยนแปลงไปได้มากสุดคือโจเวลทุกสัดส่วนของร่างกายดูกระชับและมีพลังงานยิ่งกว่าก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติดไม่ต้องหอบร่างกายผุพังไปไหนมาไหนอีกแล้ว
“จากที่เห็น…ตอนนี้ร่างกายของท่านคงพร้อมสำหรับการฝึกใช้ออร่า”
“ข้าพาทั้งสองเข้าร่วมด้วยได้หรือไม่”โจเวลชี้ไปยังแซมกับเอเมอร์ที่กำลังทำหน้าเหวอ
“…”โรเบิร์ตจ้องมองทั้งคู่แล้วครุ่นคิดสักพัก “ได้ขอรับ”
ความยินดีเปื้อนอยู่บนใบหน้าแซมกับโจเวล
ผิดแปลกเพียงเอเมอร์ที่ดูหม่นหมองลงที่สาบานจากใจได้เลยว่าเหนื่อยจนร่างกายแทบขาดวิกฤตการณ์ทางร่างกายเพิ่งหมดไป ยังต้องเจอกับบททดสอบใหม่เข้ามาแบบทันควัน
“ข้าขอไม่ไปด้วยได้ไหมขอรับ”
“อย่าคิดต่อต้าน จงเข้าร่วมเสีย”
แซมพยักหน้าเห็นด้วยแล้วตบไหล่เอเมอร์ให้กำลังใจ
…
ห้องฝึกออร่าของลาเมทัสตั้งอยู่ข้างล่างใต้พื้นปราสาทลึกลงไป ทางเดินหินแคบทอดยาวนำไปสู่ความเงียบที่หนักอึ้งทุกย่างก้าวสะท้อนกลับมาเป็เสียงก้องต่ำ
“เ้าเคยลงมาบ้างไหม”
“ครั้งแรกเลยขอรับ”
เอเมอร์ตอบกลับโจเวล
เมื่อประตูหินบานใหญ่เลื่อนเปิดกลิ่นของหินเก่าและอากาศเย็นเฉียบก็ไหลทะลักออกมาไม่ใช่ความเย็นที่รู้สึกได้ทั่วไป แต่เป็ความเย็นที่เหมือนซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก
ภายในห้องกว้างขวางกว่าที่คาดเพดานโค้งสูงทอดขึ้นไปในความมืด จนแทบมองไม่เห็นปลายสุด
แสงเพียงไม่กี่จุดจากโคมคริสตัลสีฟ้าแขวนเรียงกันเป็ระยะตามทางเดินสาดเงานุ่มลงบนผนังหินสีเข้ม แสงนั้นไม่สว่างพอจะขับไล่ความมืดออกไปได้ทั้งหมดมีเพียงพอให้มองเห็นสิ่งรอบตัวอย่างเลือนราง
“อลังการมาก”โจเวลชื่นชมสิ่งมหัศจรรย์นี้ด้วยความตื่นตา
ผนังทั้งสี่ด้านถูกสลักด้วยลวดลายโบราณเส้นสายบางเส้นพันเกี่ยวกันอย่างซับซ้อนเป็เถาวัลย์คล้ายกับหอรักษารอยสลักบางจุดสึกกร่อน ผ่านการใช้งานมานับไม่ถ้วน บางเส้นมีคราบดำฝังลึกเหมือนเคยมีบางสิ่งเผาไหม้อยู่ตรงนั้น
“ห้องนี้ถูกออกแบบด้วยจอมเวทประจำตระกูลของท่านเมื่อนานมาแล้วเพื่อช่วยเหลือลูกหลานให้สามารถเข้าถึงพลังออร่าได้ชัดเจนมากขึ้น”
พื้นเป็หินสีเข้มขัดเรียบจนสะท้อนแสงได้มองถัดไปตรงใจกลางห้อง พบเข้ากับวงกลมขนาดใหญ่ที่ถูกสลักไว้โดดเด่นเส้นอักขระโบราณซ้อนทับกันหลายชั้น วนเป็เกลียวเข้าหาศูนย์กลางยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงสายตาเข้าไปข้างใน
“ตรงนั้นเป็แกนกลางสำหรับการไหลเวียนพลังในห้องนี้หลีกเลี่ยงมันเสีย หากอยากตาย…ข้าก็ไม่ห้าม”
โรเบิร์ตสั่งห้ามทันทีเมื่อเห็นมีคนพยายามจะเข้าไปใกล้จุดกลางห้อง
อึก!
แซมกลืนน้ำลายคำโตลงคอเสียงดัง
เมื่อมองดูให้ดีแล้วจะพบว่าทั่วมุมห้องมีวงกลมคล้ายกันสลักไว้อยู่แต่เป็ขนาดพอเหมาะที่หนึ่งคนสามารถเข้าไปยืนได้
“พวกท่านจงไปยืนในวงกลมพวกนั้นคนละมุมข้าจะได้เริ่มอธิบายการใช้ออร่าเบื้องบน”
ทุกคนทำตามอย่างว่าง่ายไม่มีใครสงสัยหรือตั้งคำถามใดๆ เพราะทันทีที่ย่างกายเข้ามาพวกเขารับรู้ได้ทันทีเลยว่า พลังออร่าเริ่มตอบสนองรุนแรง ราวกับกำลังคลุ้มคลั่ง
“หลับตาลง…เพ่งสมาธิไปยังกลางหน้าอก”เสียงของโรเบิร์ตทุ้มต่ำ
เพียงปิดตาลงความรู้สึกทั้งหมดเหมือนถูกความมืดกลืนกินไปในทันที
“อย่าฝืน…อย่าพยายามค้นหา…ปล่อยให้มันตอบสนองต่อพวกท่านเอง”
คำพูดดังก้องในโสตประสาทประหนึ่งบทสวดชักนำให้จิติญญาคล้อยตาม
แซมขมวดคิ้วแน่น
เอเมอร์กลืนน้ำลาย มือสั่นเล็กน้อย
ส่วนโจเวลนิ่งสนิทแล้วเริ่มขมวดคิ้วหนักเหมือนได้ยินอะไรบางอย่าง
ตึก…ไม่ใช่เสียงจากภายนอกแต่มันดังมาจากภายใน
หัวใจ…การเต้นของหัวใจเริ่มชัดขึ้นถี่รัวยิ่งกว่ากลองศึกที่ถูกโหมกระหน่ำอยู่ในอก
ดวงตาของโจเวลกระตุกหลายครั้งแรงกดดันของพลังแผ่ออกโดยไม่รู้ตัว อักขระโบราณรอบตัวส่องแสงขึ้นมาเองเริ่มไล่มาจากจุดที่เขายืนอยู่
“หืม…” โรเบิร์ตมีสีหน้าไม่สู้ดี
ดวงตาของโจเวลตื่นขึ้นสร้างคลื่นพลังเข้ากดทับ
“หายใจ…ไม่ออก”เอเมอร์ทรุดลงกับพื้นพยายามหาอากาศเข้าร่างกาย
“อะ อีกแล้ว”แซมชันเข่าเงยหน้ากัดฟันจนเืซึมจากเหงือก
อากาศทั้งห้องหนักอึ้งราวกับถูกบีบอัด
“นี่มันไม่ปกติ” โรเบิร์ตพึมพำ
เงาของโจเวลบนพื้นเริ่มสั่นไหวแล้วบิดเบี้ยวไปมาคล้ายกับหญ้าโดนกระแสลม มันไม่ขยับตามร่างของเขา
“นายน้อย หยุดเดี๋ยวนี้!”
โรเบิร์ตเคลือบพลังออร่าทั้งตัวเรียกโล่ขนาดใหญ่มาไว้กับตัวก่อนปักมันลงกับพื้นเสียงดังก้อง
สร้างตาข่ายพลังงานครอบคลุมร่างของทุกคนเอาไว้
แม้หัวหน้าหน่วยอัศวินพิทักษ์อรุณจะส่งเสียงคำรามลั่นแต่เด็กหนุ่มต้นเื่กลับไม่มีท่าทีโต้ตอบ
แล้วต้องพบว่า…
ดวงตาสีโลหะของโจเวลตอนนี้ไร้แววประกายอันเจิดจรัสเหมือนก่อนหน้าหน้าตาเหม่อลอย ถูกดูดจมลึกลงไปในบางสิ่งที่ไร้ก้นบ่อ
“อึก!”พลังอำนาจของอันลึกลับเล่นงานทั้งสามคนอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของโจเวลโดยตรงน้ำเสียงเย็นยิ่งกว่าส่วนลึกสุดของมหาสมุทร และทรงอำนาจมากกว่าผืนฟ้าอันกว้างใหญ่
จุดที่แปลก คือให้ความรู้สึกที่น่าโหยหาจนน้ำตาต้องไหลริน
“ในที่สุด…”
เสียงปริศนาเว้น่จังหวะ
“เ้าก็เปิดประตูบานนี้”