ทั้งสี่ยืนห่างเ้าพระยาวิเศษภักดี ไม่เกินสิบเมตร ได้แต่ยืนอึ้งไม่กล้าพูดอะไร แต่ทันใดนั้น ก็มีคนรับใช้ของท่าน เข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ แล้วคุกเข่าพนมมือ รีบเอ่ยออกมาว่า
“ เกิดเื่ใหญ่แล้ว ทางเวียงจันทร์ถูกเผาทำลายสิ้น เ้าอนุวงศ์ถูกจับ ตอนนี้ถูกส่งตัวมาที่พระนครแล้วขอรับ”
“ กูเตือนเสด็จพ่อแล้ว ว่าอย่าเชื่อใจ พวกอังกฤษ กับ พวกเวียดนาม เห็นไหม พวกมันไม่ร่วมมือด้วย สุดท้ายท่านก็จะพ่ายแพ้จริงๆ”
“ ตอนนี้ทางราชสำนัก ส่งท่านเ้าพระยาไกรสร มาที่ตำหนักของเราแล้ว ขอให้ท่านเ้าพระยารีบสั่งการด้วยเถิดขอรับ”
“ มาเร็วจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจหนีพ้นพระอาญาแผ่นดินได้ บอกลูกหลานและบ่าวไพร่ให้ หลบไปที่เรือนด้านหลัง ส่วนที่เหลือตามกูมา ไปต้อนรับท่านเ้าพระยาไกรสร”
ไม่ทันที่จะได้ออกคำสั่ง ก็ได้ยินเสียงปืนดังเข้ามาจากด้านนอก ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี รีบเดินออกไปดูทันที ขจร และเพื่อนๆ ก็รีบตามออกไปดูด้วยแต่ทว่าเวลาเดินออกไป กลับเดินชน กับองครักษ์หลายคน กลับเดินผ่านร่างพวกเขาไปเหมือนผ่านอากาศ
“ พระยาวิเศษภักดี คงให้พวกเราเห็น เหตุการณ์เหล่านี้ พวกเราคงได้แต่มองดูเฉยๆ ทำอะไรไม่ได้”
ขจรบอกกับทุกคนที่ทำหน้าใ และยังมึนงงกับเหตุการณ์นี้
พอมาที่ด้านนอก พบว่ามีทหารเฝ้าประจำ และคนอีกหลายคน ถูกยิงตายไปหลายคน
มีทหารกว่า สองร้อยนายถืออาวุธปืนโบราณ อยู่ด้านหน้าเตรียมยิง มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง แต่งกายคล้ายขุนนางผู้สูงศักดิ์ ขี่ม้านำหน้า องครักษ์อีกสิบกว่าคน
“เ้าพระยาวิเศษภักดี ไม่ได้เจอกันนาน ”
“ เ้าพระยาไกรสร เหตุไฉน ต้องฆ่าผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ด้วย” พระยาวิเศษภักดีเห็นคนของตน ล้มตายเป็อันมาก ก็ไม่พอใจยิ่ง
“ เฮอะ บิดาของท่านนำกำลังบุกตีเมืองอีสาน แล้วตัดหัวเ้าเมืองไปหลายร้อยชีวิต พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็ผู้บริสุทธิ์ทั้งนั้น หากบิดาของท่านบุกเข้าตีเมืองหลวงมาได้ท่านคิดหรือว่า เขาจะไว้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม”
พระยาวิเศษภักดี ได้แต่อึ้งไม่กล้าเอ่ยออกมา เพราะว่าสิ่งที่เ้าพระยาไกรสรพูดนั้นล้วนถูกต้องทุกประการ หากบิดาตีเมืองหลวงสำเร็จ ชีวิตผู้บริสุทธิ์ ต้องล้มตายอีกนับหมื่นนับแสนอย่างแน่นอน
“ จับตัวฉันไปแต่เพียงผู้เดียวก็พอ พวกเขาล้วนไม่เกี่ยวข้อง ฉันจะขอเข้าเฝ้าพระพุทธเ้าหลวงให้ทรงพระเมตตา เหล่าลูกหลาน และข้าทาสและบริวารเหล่านี้”
“ สายไปแล้ว สิ่งที่เ้าอนุวงศ์กระทำนั้น เป็ฏต่อแผ่นดิน อภัยมิได้ ต้องถูกปะาเจ็ดชั่วโคตร ท่านก็รับราชการ มานานท่านเองก็น่าจะรู้กฏเป็อย่างดี”
“ ได้โปรด เถอะท่านพระยา ครั้งนี้ถือว่าฉันขอร้องท่าน ขอให้ฉันเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยตัวเองเถอะ จากนั้นท่านจะทำอย่างไรกับฉันก็ได้”
เ้าพระยาวิเศษภักดี คุกเข่าต่อหน้า เ้าพระยาไกรสร ที่ทำหน้านิ่งไม่สนใจ
“ สายไปแล้ว เื่ที่พ่อทำลูกหลานต้องร่วมกระทำผิดไปด้วย ฉันเองที่มาวันนี้ก็มาเพื่อปะาทุกๆ คน ให้สิ้น ไม่ต้องเอากลับพระนคร ลงมือได้”
พระยาไกรสร ยกมือสั่งทหารร้อยกว่าคนยิงปืนใส่ เ้าพระยาวิเศษภักดี กับ คนของท่านอีก ห้าสิบกว่า จนล้มหงายกระเด็นไป เืสาด เต็มพื้นไปทั่ว เ้าพระยาวิเศษภักดี ถูกยิงเข้าไปหลายนัด แต่ยังไม่ตาย ยังพอมีสติ ท่านบริกรรมคาถาป้องกันตัวเอาไว้ เลยไม่เป็อะไร
เ้าพระยาไกรสรสั่งให้ทุกคนหยุด พอเห็นเ้าพระยาวิเศษภักดีไม่เป็อะไร ก็เอ่ยออกมาว่า
“ ท่านจะให้ฉันเอาปืนยิงกรอกปากท่าน หรือ ให้เอาไม้สวนทวารท่าน ถึงจะยอมคลายยันต์มหาอุตม์ของท่านแต่โดยดี?”
“ ชีวิตนี้ของฉันคงหมดสิ้นแล้วซินะ” ท่านพระยาวิเศษภักดี ท่องคาถาทำลายยันต์มหาอุตม์ทิ้งไป เพื่อจะได้จากไปจากโลกนี้เสียที ทำให้ตอนนี้ถึงกับกระอักเืออกมา เ้าพระยาไกรสรสั่งลูกน้องให้ยิง เ้าพระยาวิเศษภักดีอีกครั้ง
แต่ว่า ขจรนั้นกลับไปยืนขวางหน้า ท่านพระยา แล้วใช้แผ่นหลังต้านลูกะุเอาไว้ แสงแห่งยันต์เกราะเพชร ส่องแสงออกมา คล้ายเกราะเพชรเป็ชั้นๆ ลูกะุปืนไม่อาจเจาะผ่านเข้าไปได้ ทำให้ทหารถึงกับยืนนิ่งค้างไม่กล้ายิงปืนชุดต่อไป
ทุกๆ คนต่างสงสัยเื่ที่เกิดขึ้นยิ่งนัก แต่ว่า ทุกๆ คนนั้นไม่มีใครเห็นขจรแม้แต่คนเดียว
“ นี่ท่านยังไม่ยอมทำลายคาถายันต์มหาอุตม์อีกรึ?”
“ ฉันทำไปแล้ว ท่านก็เห็นแล้วนี่”
“ แล้วใครกันที่ทำเื่เช่นนี้ได้”
“ เอาปืนไปยิงกรอกปากท่านเ้าพระยาเดี๋ยวนี้”
ทหารวิ่งถือปืน ออกไป สี่นาย ล้อมจับแขนท่านเ้าพระยาวิเศษภักดีไว้ทั้งสองข้าง แล้วมีคนหนึ่ง เอาปืนจะจ่อเข้าปากของท่าน แต่ขจรกลับเดินเข้าไป ตบเข้าที่หัวของทหารผู้นั้น จนล้มคว่ำไปกับพื้น สลบไปในทันที
เพื่อนทุกคนต่างมึนงง กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนๆ ของเขาก็สงสัยด้วย ทำไมขจรถึงได้สามารถ ทำเื่แบบนี้ได้
“นี่มันเป็ภาพมายาไม่ใช่เหรอ?” แอลเอ่ยออกมาอย่างใ
ก่อนที่จะเ้าพระยาไกรสรจะสั่งการต่อ ก็มีม้าเร็ว ขี่เข้ามาสิบกว่าตัว โดยคนที่ขี่ม้าร้องะโดังลั่นว่า มีพระราชโองการ มีพระราชโองการ ทั้งหมด เลยต้องคุกเข่า แล้วรับพระราชโองการทันที
“ เื่เ้าอนุวงศ์ก่อฏนั้น ล้วนแล้วแต่เป็กรรมของมันแต่ผู้เดียว ลูกหลาน และคนอื่นๆ ล้วนไม่เกี่ยวข้องด้วย เรากษัตริย์ไม่อยากเป็เวรเป็กรรมสืบไป ให้ตัดสินโทษเ้าอนุวงศ์ ปะาชีวิตแต่เพียงผู้เดียว แล้วตัดหัวเสียบประจาน ส่วนลูกหลานคนอื่นๆ ให้เว้นโทษไว้ โดยเฉพาะ เ้าพระยาวิเศษภักดี ผู้ทำคุณงามความดีมาตลอดสองรัชกาล ให้รับราชการต่อ แล้วคืนที่ดินที่พระราชทานเอาไว้ ให้เป็ของเ้าพระยาวิเศษภักดีคงเดิมตลอดไป”
เ้าพระยาวิเศษภักดี ถึงกับก้มลงกราบไปที่ พระราชโองการฉบับนั้น และถือเอาไว้อ้อมอก น้ำตาไหลรินท่วมหน้า
“ พระเ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตากับ ท่านจริงๆ นะ ท่านเ้าพระยา หวังว่า ท่านจะสำนึกสนองพระเดช พระคุณที่พระองค์มีต่อท่าน อย่าได้คิดชั่วช้า เช่นพระบิดาของท่านก็แล้วกัน” เ้าพระยาไกรสรเอ่ยจบ ก็ควบม้ากลับพระนครไป
ลูกหลานพอรู้ข่าวว่าปลอดภัยก็มา หาท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี แต่ว่าท่านก็อายุไม่น้อย เจอะุเข้าไปหนักๆ แบบนี้ ภายในก็กระทบกระเทือนหนัก แทบจะพูดไม่ไหว แต่ว่า ท่านก็พยายามฝืนพูดออกมาว่า
“ พอกูตาย ห้ามพวกมึงเอาที่ดินไปขายกิน เพราะว่าพระพุทธเ้าหลวงท่านได้ทรงพระเมตตา ให้ตระกูลของเราอยู่รอด ดังนั้นเพื่อทดแทนสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงพระเมตตา พวกมึงทุกคนต้อง ช่วยการสร้างโรงเรียนให้เจริญก้าวหน้า ให้ชาวบ้านได้มีความรู้อย่างทั่วถึง พอกูตาย พวกมึงก็เอากูไปเผา แล้วเอาเถ้ากระดูกของกู ไปโรย รอบๆ ทิ่ดินแปลงนี้ กูจะคอยคุ้มครองปกป้องพวกมึงทุกคนเอง”
ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี เอ่ยจบ ท่านก็สิ้นใจ
ม่อนกับแอล พี่อ้วนตากล้อง เห็นลูกหลานของท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี ร้องไห้คร่ำครวญกันหนัก ก็เลยร้องไห้ตามพวกเขาไปด้วย
ทันใดนั้นเอง ภาพต่างๆ ก็ค่อยๆ เลือนหายไป สุดท้าย กลับมาเป็โรงเรียนร้างเหมือนเดิม
“ นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ม่อนเอ่ยอย่างสงสัย
“ ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี คงอยากให้พวกเรารับรู้เื่นี้ แต่ว่าเพื่ออะไร”
แอลคิด แต่หาเหตุผลไม่ได้
“ เื่นั้นช่างเถอะ แต่ว่าพวกเราไม่มีใครเป็อะไรในตอนนี้ก็ดีแล้ว พวกเรารีบกลับกันก่อนดีกว่า ิญญาท่านเ้าพระยาคงไม่อยากให้พวกเรา มารบกวนท่านแน่ๆ” ม่อนรีบชวนกลับ พี่อ้วนก็ยกมือเห็นด้วย
ทั้งหมดเลยตั้งใจออกไปตั้งหลัก รีบไหว้รูปปั้นของ ท่านเ้าพระยาวิเศษภักดี แล้วก็รีบพากันเดินออกไป แต่ว่า พอผ่านทางเดินด้านหน้าตึก ที่เคยมีคนมากมายต้องล้มตาย ทุกคนก็เริ่มขนหัวลุก รีบเดินออกไปอย่างเร็วๆ แต่ทว่า ทันใดนั้น ก็มีรากไม้ผุดขึ้นมา แล้วเข้ามารัดขาทุกคนเอาไว้ ทำให้ทุกคนไม่อาจขยับตัวหนีไปได้
ม่อนกับ แอล กรีดร้องเสียงหลง พี่อ้วนก็ร้องลั่นตาม
ขจรสะบัดมือออกมา มีมีดเสือซ่อนเล็บอยู่ในมือ แล้วแทงเข้าไปที่รากไม้ ที่เข้ามารัดที่ขาของเขาเหมือนกัน ฉึก !! อ๊ากกกกกกก !! เสียงร้องของรากไม้ดังโหยหวน ขจรรีบไปตัดรากไม้ที่ขาของทั้งสาม จนขาดออกหมด แล้วทั้งหมดก็วิ่งกันหน้าตั้งเพื่อออกจากโรงเรียนแห่งนี้ แต่ทว่ายิ่งวิ่งเท่าไร ดูเหมือนว่า ไม่ถึงประตูทางออกเสียที คล้ายวิ่งอยู่กับที่ก็ไม่ปาน ทันใดนั้น กิ่งต้นก้ามปูั์ ก็ตวัดเข้ามารัดร่างของ แอลกลับเข้าไปเป็คนแรก จากนั้นก็รัดร่างของ ม่อน แล้วก็พี่อ้วน ตามเข้าไปติดๆ ขจรวิ่งตรงเข้าไป ที่ต้นไม้ใหญ๋ ไม่สนทั้งสามคนที่ห้อยต่องแต่ง อยู่บนต้นไม้ และยังมีพวกยูทูปเบอร์อีก 5 คน ก็ถูกกิ่งไม้จับแขวนเอาไว้ที่ต้นก้ามปูั์ ขจรขว้างมีดเสือซ่อนเล็บเข้ากลางลำต้นใหญ่ มีเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่น
“ ตะมัตถัง ปะกาเสนโต ตัวกูคือราชสีโห สัตถาอาหะ”
ขจรท่องคาถาอัญเชิญพลังราชสีห์ เ้าป่า เพื่อจัดการกับปีศาจต้นก้ามปูั์
แล้ว มีดเสือซ่อนเล็บอีกเล่ม ก็ปักเข้าที่กลางลำต้น คู่กัน คราวนี้ ปีศาจต้นก้ามปูั์ถึงกับมีรอยไหม้ที่ต้นไม้ แล้วค่อยๆ ลามไปทั่วทั้งต้น กิ่งไม้ที่รัดผู้คนเอาไว้
ก็ค่อยๆ คลายปล่อยให้ร่วงหล่นลงมา ขจรกลับไปอุ้มร่างของแอลได้ทัน แต่ของคนอื่น ก็ร่วงสู่พื้น าเ็กันไปไม่มาก พอรู้สึกตัว ต้นก้ามปูั์ก็ลุกเป็ไฟแล้ว ทั้งหมดเลยรีบวิ่งออกมา
ทั้งหมดออกมานอกโรงเรียนสำเร็จ แต่ละคนล้วนขยาดไม่กล้าเข้าไปในโรงเรียนเ้าพระยาวิเศษภักดี และ ทุกคนยังได้ภาพถ่ายของต้นก้ามปูั์ที่ไฟไหม้ได้อีก
ทำให้สามารถไปทำคอนเทนต์ต่อได้ ทุกคนต่างแยกย้ายกันนั่งแท๊กซี่กลับไป แต่ยังเหลือขจรอยู่ ยังไม่กลับ เพราะเขาเห็นว่า พระยาวิเศษภักดี กำลังกวักมือเรียกให้เขากลับเข้าไปโรงเรียน
ขจรก็เลยกลับเข้าไปโรงเรียนอีกครั้ง
“ ในที่สุด ข้าก็ได้พบเ้าเสียที พ่อหนุ่ม”
ขจรทำหน้าสงสัย แต่เ้าพระยาวิเศษภักดีก็เอ่ยต่อว่า
“ ในวันที่ข้าถูก เ้าพระยาไกรสร สั่งลูกน้องให้ยิงนั้น ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของใครบางคนปกป้องข้าเอาไว้ ทีแรกข้าก็คิดว่า คงเป็ิญญาของบรรพบุรุษมาคอยปกป้องข้า แต่ว่า หาเป็เช่นนั้นไม่ พอข้าตายไป ข้าก็พบว่า มีิญญาร้ายสิงสถิตย์อยู่ในต้นก้ามปูั์ มันกลืนกินิญญาของลูกหลานข้า ที่ตายไป ทำให้ข้าต้องใช้มนต์ตราสะกดมันเอาไว้ ทำให้ข้าไม่ได้ไปผุดไปเกิด ดังคนทั่วไป จนกระทั่งวันนี้ วันที่ข้าพบกับเ้า ข้าได้ใช้ภาพนิมิตรในอดีตเพื่อตรวจสอบเ้า เวทย์มนตร์ของข้ามันก็เริ่มถดถอยลง ทำให้ต้นก้ามปูั์ ฟื้นคืนพลังกลับมา มาเตรียมจะกลืนกินิญญาคนที่เข้ามาในโรงเรียนนี้ทั้งหมด แต่ว่าโชคดดีที่ได้เ้าเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้ได้”
“ ที่แท้เื่ราวเป็เช่นนี้ แต่ว่าตรวจสอบอะไรผม?”
“ ตรวจสอบว่า คนที่ช่วยข้าเอาไว้นั้น เป็เ้าหรือไม่ แล้วข้าก็รู้ว่า เป็เ้าจริงๆ ที่สามารถย้อนเวลา ไปช่วยข้าในวันนั้น และวันนี้ข้าก็จะได้หมดหน้าที่เสียที”
“ ท่านก็ดูแลทรัพย์สิน ให้ลูกหลานของท่านมาเป็ร้อยกว่าปีแล้ว ก็สมควรไปเกิดใหม่ได้แล้ว ผมจะแผ่เมตตาไปให้นะครับ”
“ ไม่ใช่เื่นั้น ข้าไม่ได้อยู่เพื่อทรัพย์สินเหล่านี้ แต่ข้าอยู่รอมอบของสิ่งหนึ่งให้กับเ้าแทน”
“ ให้ผม?”
แล้วทันใดนั้นเอง แผ่นดินก็เกิดรอยแยก มีก้อนหินสีเขียวมรกตขนาดเท่าฝ่ามือลอยขึ้นมา แล้วมาหยุดต่อหน้าขจร
“ นี่คือ หินมรกตศักดิ์สิทธิ์ เป็หินมรกตชนิดเดียวกันกับ ที่ใช้สร้างพระแก้วมรกต ข้าเองได้เฝ้ารอที่จะมอบให้กับเ้าของที่แท้จริง และคนผู้นั้นก็คือเ้า”
ขจรจับหินมรกตเท่าฝ่ามือ ด้วยความแปลกใจ ััแรก เขาก็รู้ว่า มีพลังแปลกอยู่ในหินมรกตศักดิ์สิทธิ์ ก้อนนี้
“ ทำไมต้องเป็ผม?”
“ เป็มันบอกข้าเอง และมันบอกว่า วันหนึ่งที่เ้ามีพลังมากพอ มันจะสามารถสื่อสารกับเ้าได้ ข้าต้องไปแล้ว ลาก่อนโลกมนุษย์”
เ้าพระยาวิเศษภักดี โบกมืออำลา ร่างิญญาของเขาก็ค่อยๆ สลายกลายเป็ดาว พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าไปในทันที
ขจรลูบ หินมรกต สักพัก ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงนำไปเก็บเอาไว้ใน แผ่นหนังมิติของเขา แล้วออกจากสถานที่แห่งนี้ไป
ตอนเช้าก็มียูทูปเบอร์ลงข่าว เื่ โรงเรียนร้างสุดเฮี้ยน ผู้คนต่างเข้ามาดูกันมากมาย นักข่าวเข้ามาทำข่าวติดกันหลายคืน แต่ว่า กลับไม่มีใครได้เห็นท่านเ้าพระยาวิเศษภักดีอีกเลย
ขจรกลับไปที่วัด แต่พอไปถึงก็พบกับรถมูลนิธิ พากันนำศพสองแม่ลูกคู่หนึ่งมาที่วัด ขจรเข้าไปช่วยสัปเหร่อ คอยจัดสถานที่ พอเปิดผ้าห่อศพ ก็ใยิ่ง เพราะคนที่ตายคือ เจ้คิ้ม กับ น้องหมวย สองแม่ลูก
“ เกิดอะไรขึ้น?” ขจรถามกับพวกมูลนิธิ
“ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปที่ร้านเจ้คิ้ม เมื่อตอนกลางดึกเมื่อวานแล้วพวกมันก็ได้ฆ่าปาดคอเจ้คิ้ม แล้วรุมข่มขืนน้องหมวย สุดท้ายก็บีบคอน้องจนสิ้นใจ กว่าคนจะมาพบศพก็เมื่อบ่ายวันนี้ คนร้ายมันช่างชั่วช้าจริงๆ”
ขจรเห็นใบหน้าน้องหมวยที่คอยมาเอาใจเขา เวลาไปที่ร้าน ก็ซึมไปในทันที
แล้วเห็นพี่ธงขี่มอเตอร์ไซด์คันใหญ่เข้ามาที่ศาลา แล้วเข้ามาดูหน้าน้องหมวยด้วยความอาลัย
แล้วเอ่ยกับขจรว่า
“ ต้องเป็มันแน่ ไอ้สัตว์นรกเซ่งคุน กูต้องฆ่ามึงให้ได้” พี่ธงเอ่นอย่างเคียดแค้น เพราะในใจของเขานั้นแอบชอบน้องหมวยมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ต้องจากกันเสียแล้ว
“ พี่แน่ใจหรือว่าเป็มัน”
“ มีคนเห็นมัน มากับ พวกนักรบรับจ้าง สิบกว่าคน ขับรถมาจอดห้าคัน แถวบ้านเจ้คิ้มเมื่อคืน”
“ ตำรวจว่าไงบ้าง”
“ เซ่งคุน มันจ่ายส่วยทุกเดือน หากไม่มีหลักฐานแน่ชัด ตำรวจไม่ช่วยแน่ มึงมีอนาคตอีกไกล เื่นี้มึงไม่ต้องยุ่ง ส่วนกูตัวคนเดียว ครั้งนี้กูจัดการกับมันก่อน ไม่เช่นนั้นไม่มึงก็กูต้องเสร็จมันแน่” ……..