“สี่ปึกงั้นสินะ...ต่อให้ใช้เงินเก็บก็ยังไม่พอเลย”
ซองกูที่เพิ่งปลุกพลังขึ้นมาเมื่อสองเดือนก่อนหาเงินได้มากกว่าเพื่อนที่อายุยี่สิบเอ็ดเท่ากันเสียอีกแต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะหามาได้ง่าย ๆ
ตลอดระยะเวลาสองเดือนเขาวนเข้าดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวไม่เว้นวันแม้แต่เงินเล็กน้อยไม่ถึงสามพันวอนก็ยังถูกรวมเข้าเป็เงินเก็บประสิทธิภาพของสกิลลูกไฟก็เพิ่มขึ้นทั้งยังลดการใช้พลังกายและระยะเวลาคูลดาวน์ได้สำเร็จอีกด้วย
หากเทียบกับคนธรรมดาเขาก็ถือว่ามีรายได้สูงทีเดียว แต่เป็เงินที่เสี่ยงชีวิตแลกมาทั้งนั้น พอเกิดเื่ที่ทำให้เงินทั้งหมดที่อุตส่าห์ดิ้นรนหามาได้ลอยหายไปในพริบตาแบบนี้เขาก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน
แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายถือเป็คนช่วยชีวิตเขาเอาไว้จะเสียดายเงินทองไปทำไมกัน ถ้าเป็เงินสี่สิบล้าน หากลองไปขอยืมจากหลาย ๆที่ก็น่าจะช่วยเติมส่วนที่ขาดไปได้
“อืมสี่ปึกที่ว่านั่นคงไม่ใช่ สี่ปึกใหญ่ใช่ไหมนะ”
จะสี่สิบล้านหรือสี่ร้อยล้านก็เถอะถ้านั่นเป็ราคาของชีวิต จะเท่าไรเขาก็ยินดีจ่ายทั้งนั้นแต่ตอนนี้เงินสี่ร้อยล้านเป็จำนวนที่เขาไม่มีกำลังมากพอจะไปกู้ยืมใครและรู้สึกได้เพียงความห่างไกลจนเกินเอื้อมเท่านั้น
ซองกูได้แต่หวังว่าอูจินจะไม่ตีราคาชีวิตของเขาสูงถึงขนาดนั้นก่อนจะมุ่งหน้าไปยังธนาคารเพื่อถอนเอาเงินเก็บออกมา
อูซึงฮุนเป็เ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือที่กิจการกำลังไปได้สวย ร้านของเขาที่เซ้งต่อมาด้วยเงินที่เก็บหอมรอมริบจากประสบการณ์การเป็พนักงานขายกว่าแปดปีนั้นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
“หาวววววันนี้ไม่มีลูกค้าเลยแฮะ”
จังหวะที่ซึงฮุนกำลังหาวประตูกระจกถูกเปิดออกก่อนที่ชายคนหนึ่งจะพุ่งเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว
“ห้องนํ้าที่นี่อยู่ไหนเหรอครับตรงนี้หรือเปล่า”
อยู่ ๆชายคนนั้นก็เปิดประตูด้านหลังตู้โชว์แล้วเดินเข้าไปเสียอย่างนั้นซึงฮุนมองการกระทำของเขาด้วยแววตาสับสนงุนงงใช่อย่างที่ว่ากันว่าเมื่อคนเราสับสนมาก ๆ จะพูดอะไรไม่ออกหรือเปล่านะ
“อะไรวะไอ้บ้านี่”
ซึงฮุนลุกขึ้นจากที่นั่งพร้ะโกนใส่ด้วยนํ้าเสียงไม่พอใจ
“นี่คุณตรงนั้นมันห้องเก็บของนะครับ ออกมาเลย”
“...”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบกลับหรือมีปฏิกิริยาใดๆ เส้นเืบนหน้าผากของซึงฮุนก็ปูดโปนขึ้นมาเขาเปิดประตูเข้าไปเผื่อว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในห้องเก็บของนั้น
“อ่า นี่ออกมา...”
ซึงฮุนถูกกระชากเข้าที่คอเสื้อก่อนจะถูกบังคับลากเข้าไปในห้องเก็บของ
โครม
เขากระแทกเข้ากับกล่องสินค้าจนล้มกลิ้งก่อนจะรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
คนบ้าแน่ ๆ คนบ้าออกอาละวาดแล้ว
ซึงฮุนรีบหันไปหาฝ่ายตรงข้ามทันทีไม่สิ ฝ่ายตรงข้ามต่างหากที่เป็ฝ่ายกระชากซึงฮุนขึ้นก่อนเขาถูกดึงคอเสื้อจนทั้งร่างถูกยกขึ้น ปลายเท้าที่ไม่ติดพื้นสะบัดไปมา
ระ...แรงเยอะอะไรอย่างนี้
ซึงฮุนเป็คนตัวใหญ่แต่อีกฝ่ายมีพละกำลังเหนือกว่าเขาแถมยังดูไร้สติหนักพอกันกับพละกำลังที่มีอยู่ด้วย
เพียะ!
อยู่ ๆก็โดนตบหน้าฉาดใหญ่ ซึงฮุนถึงกับพูดไม่ออก หูอื้อจนได้ยินเสียงวิ้งดังแว่วอยู่ข้างในสมองก็ดูเหมือนจะแย่ยิ่งกว่าเพราะคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียวราวกับกลายเป็คนโง่ขึ้นมาดื้อ ๆ
เพียะ!
เขาถูกตบอีกครั้งเข้าที่แก้มอีกฝั่งหนึ่งซึงฮุนรู้สึกว่าสติเริ่มเลือนรางข้างในโพรงปากปริแตกไปหมดจนได้รสคาวของเื
เพียะ!
หลังถูกตบอีกครั้งซึงฮุนก็ตั้งสติได้พร้อมความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณเขาพยายามเปิดปากพูดอย่างสุดกำลัง
“วะ...ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ”
เพียะ!
ตอนที่ฝ่ามือลอยมาปะทะแก้มที่ชาจนไร้ความรู้สึกแทนคำตอบจากอีกฝ่ายซึงฮุนก็รู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง
นี่มันคนบ้าของแท้เลย ขืนพลาดนิดเดียวละก็ตายแหง
ใช่ที่เคยเห็นในโทรทัศน์หรือเปล่านะการสุ่มทำร้ายร่างกาย? นี่ใช่การบุกทำร้ายร่างกายคนอื่นโดยไม่มีสาเหตุหรือเปล่าหรือว่าจะเป็นักฆ่าที่ใครสักคนส่งมาอย่างนั้นเหรอ มาลองคิด ๆ ดูอีกฝ่ายจงใจลากเขาเข้ามาในห้องเก็บของที่ไม่มีกล้อง CCTV เสียด้วย
โดนเข้าให้แล้วนี่ต้องเป็อาชญากรรมที่วางแผนไว้แล้วแน่ ๆ
“เฮ้ยแกน่ะ”
“คะ...ครับ!”
อยู่ ๆคำเรียกจากอีกฝ่ายก็ดังขึ้นมาปะทะเขาแทนฝ่ามือเป็ครั้งแรกซึงฮุนจึงขานตอบโดยอัตโนมัติ
ชายปริศนาเหวี่ยงซึงฮุนอัดเข้ากับผนังอย่างแรงอีกครั้ง
“อึก”
“ลุกขึ้นซะปฏิบัติ”
“ครับ”
ทั้งที่ปลดประจำการมานานมากแล้วแต่สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดได้ทำให้ความรู้สึกตอนเป็ทหารหวนคืนมาอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาจะบังอาจโพล่งออกไปว่าหากผู้ปลุกพลังก่ออาชญากรรมกับคนธรรมดาจะได้รับโทษหนักแค่ไหนหรือกฎหมายพิเศษสำหรับผู้ปลุกพลังเป็อย่างไร
ราวกับว่าแค่ส่งเสียงพูดขัดอีกฝ่ายขึ้นมาก็อาจถูกทำร้ายจนตายได้ทุกเมื่อ
ชายปริศนาหรือก็คืออูจิน มีบรรยากาศรอบตัวเป็อย่างนั้นเ้าตัวยืนอย่างอหังการราวกับหัวโจกของพวกนักเลงที่ไหนสักที่ที่ปกครองลูกน้องเป็ร้อยชีวิตบรรยากาศคุกคามบีบบังคับราวกับกำลังจะบอกว่า‘คนอย่างแกน่ะต่อให้ฆ่าทิ้งจนไม่เหลือซากก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย’
“ฉันน่ะเกลียดพวกที่มาแทงข้างหลังฉันสุดๆ เลยละ รวมถึงพวกที่บังอาจมาหลอกกันด้วยน่ะ”
“...”
เขาไปเจอหมอนี่แล้วแทงข้างหลังใส่เมื่อไรกันซึงฮุนกลัวมากจนไม่กล้าแม้แต่จะทำสีหน้าแสดงความรู้สึกไม่ยุติธรรมที่ตนเองถูกใส่ความออกมาอูจินตวัดสายตามองเขา
“จะไม่ตอบใช่ไหม”
“ขะ...ขออภัยครับ”
ขอร้องละเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังขอโทษเื่อะไร
“เฮ้อก็ได้ รู้ไว้ซะว่าแกโชคดีแค่ไหน”
“...”
“ถ้าเป็ที่ดาวอาร์เฟนละก็ป่านนี้พ่อฆ่าทิ้งไปแล้ว”
“...”
ซึงฮุนไม่เห็นรู้สึกเลยว่าสถานการณ์ที่เป็อยู่ตอนนี้มันเรียกว่าโชคดีตรงไหน
“สำนึกเอาไว้ซะที่แกได้เกิดในเกาหลีใต้น่ะ”
“ครับผม!เกาหลีใต้ไชโย!”
“อย่าโอเวอร์สิฟะ”
“ครับ”
เพราะที่นี่เป็ประเทศที่มีศีลธรรมกฎหมาย และสิทธิมนุษยชนคุ้มครองอยู่เขาจะฆ่าคนด้วยเื่เล็กน้อยเพียงเท่านี้ได้อย่างไรล่ะ
อูจินคิดว่าแค่ข่มขู่ประมาณนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ตุบ
โทรศัพท์มือถือที่เขาโยนไปตกลงตรงปลายเท้าของซึงฮุน
“เมื่อวานแกขายมือถือรุ่นล่าสุดให้ฉันใช่ไหมล่ะ”
“...”
เวรแล้วไง
ซึงฮุนจำได้แล้วว่าชายปริศนาตรงหน้านี้คือใครเขาเจอหมอนี่ที่ท่าทางเหมือนจะมาจากบ้านนอกสักที่แล้วขายโทรศัพท์มือถือราคาไม่ถึงหมื่นวอนให้อีกฝ่ายไปในราคาเก้าแสนวอนเขาอารมณ์ดีมากจนถึงขั้นจำชื่อได้ด้วยซํ้า
ไอ้บ้านนอกเมื่อวานคือหมอนี่งั้นเหรอ
บรรยากาศรอบตัวคนเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ
ไอ้บ้านนอกคนเมื่อวานกลับกลายเป็ยมทูตในวันนี้
แล้วทำไมต้องเป็ผู้ปลุกพลังด้วยนะถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายเป็ผู้ปลุกพลังละก็เขาไม่มีทางที่จะทำเื่หลอกลวงโง่ ๆแบบนั้นแน่
“ฉันซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดไป...”
“...”
“แต่พอกลับไปบ้านเห็นเขาบอกมาว่าเป็รุ่นเก่าน่ะ”
“ระ...เื่นั้น...”
“นายคงเข้าใจผิดไปเองใช่ไหมล่ะ”
สถานการณ์ที่รุนแรงถึงขั้นเป็อันตรายต่อชีวิตจะทำให้สมองของคนเราทำงานเร็วขึ้นไม่มีทางที่อูซึงฮุนผู้มีประสบการณ์ในการขายมานานกว่าแปดปีจะไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของอูจิน
“ขะ...เข้าใจผิดไปจริงๆ ครับ”
“ว่าแล้วใช่ไหมล่ะ”
ใช่ก็บ้าแล้วไล่ทุบคนอื่นขนาดนี้เพราะอีกฝ่ายเข้าใจผิดแค่นั้นน่ะเหรอ
“ไปเอามาเปลี่ยน”
“ระ...รับเป็รุ่นไหน...”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงฟะแกรู้แกก็เอามาเปลี่ยนสิ”
“...”
“เอาอันแพงสุด”
“...”
แม้ซึงฮุนจะพยายามแล้วก็ตามแต่สุดท้ายก็ต้องเอาโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่เพียงเครื่องเดียวเครื่องนั้นออกมาจนได้
อูจินออกมาจากร้านขายโทรศัพท์มือถือสีหน้าชื่นมื่น
“หึ ๆโลกนี้ดีขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย”
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็สามารถเปิดแผนที่ได้แล้วระบบนำทางเริ่มค้นหาจุดหมายพร้อมแนะนำเส้นทางไปด้วย อินเทอร์เน็ตก็เร็วขึ้น อะไรๆก็น่าพอใจไปเสียหมด
“ฮ่า ๆมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดนี่มันดีจริง ๆ”
อูจินเปิดรายการหมายเลขโทรศัพท์ขึ้นมา
‘แม่ โดแจมิน แจมินตัวจริง สี่ล้าน คนขายมือถือ’
“เ้านั่นย้ายข้อมูลมาเรียบร้อยเลยแฮะ”
อูจินมองรายชื่อหมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงถึงความภูมิใจในสายสัมพันธ์ของมนุษย์อันสุดแสนธรรมดาที่คนในยุคปัจจุบันอาจคาดไม่ถึงแล้วยิ้มออกมา
เขาขู่ซึงฮุนไปว่าจะแวะมาอีกและได้ขอเบอร์ของอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมขู่ไปว่าถ้าเปลี่ยนเบอร์ละก็ได้เห็นดีกันแน่
อูจินโทร.หาแม่แล้วขอที่ตั้งร้านอาหารที่เธอทำงานอยู่มาซึ่งไม่ได้ไกลจากบ้านนักอูจินที่กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านจึงก้าวเดินไปอย่างไม่รีบร้อน
หึ ๆ ไว้เก็บเงินได้มากกว่านี้อีกนิดจะเริ่มย้ายบ้านกันก่อนเลย แต่อันดับแรกต้องจัดการให้แม่ลาออกจากงานก่อนสินะ
ถึงอูจินจะทำตัวไม่มีมารยาทไปบ้างแต่ถึงอย่างนั้นก็เป็การไปเยี่ยมเยือนที่ทำงานของแม่เป็ครั้งแรกเขาจึงซื้อเครื่องดื่มติดไม้ติดมือไปแพ็กหนึ่ง
ร้านอาหารซึงมี
“ที่นี่ใช่ไหมนะ”
อูจินมาถึงร้านอาหารตอนสี่โมงเย็นแม้จะเป็่เวลาที่ไม่ค่อยมีคนมาแต่ที่นั่งครึ่งหนึ่งของร้านอาหารเล็ก ๆแบบนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยลูกค้า
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
เสียงเปิดประตูทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เอ่ยทักทายออกมาโดยอัตโนมัติโดยที่สายตาของเธอไม่ละจากโทรศัพท์มือถือในมือเลยแม้แต่น้อย
ปิ้วปิ้วฟีเวอร์! ปิ้วปิ้วปิ้ว
พัคซึงมีที่กำลังสนุกกับเกมในมือถือเงยหน้าขึ้นเมื่อเกมจบลงอย่างน่าเสียดาย
“กี่ท่านคะ...”
เมื่ออ้าปากเอ่ยต้อนรับลูกค้าก็ตาโตขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ลาดไหล่กว้างพอดีกับส่วนสูงนั้นเหมาะสมกับคำว่ากำยำลํ่าสันถึงไม่ใช่หนุ่มหล่ออะไร แต่ใบหน้าก็ฉายแววของผู้ชายอบอุ่นรวมถึงความดิบเถื่อนที่ราวกับมีดาร์กออร่าแผ่ออกมา
และที่สำคัญใบหน้าของเขานั้น...
“พี่อูจิน?”
“อ้าวซึงมี ไหงเธอมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
พอนึกถึงชื่อร้านอาหารอูจินก็ปะติดปะต่อสถานการณ์ได้ไม่ยาก
“นี่แม่ฉันมาทำงานที่ร้านอาหารของเธอหรอกเหรอเนี่ย”
“เอ๋ แม่?”
“หมายถึงคุณป้าอีซูกยองน่ะ”
“ป้าแม่ครัวน่ะเหรอ”
ซึงมีใตาค้างอยู่อย่างนั้นป้าแม่ครัวเป็แม่ของอูจินอย่างนั้นเหรอ
ยิ่งไปกว่านั้น...
“พี่เป็ไปได้ยังไงกันเนี่ย ก็เมื่อห้าปีก่อน พี่น่ะ...”
อูจินฉีกยิ้มกว้าง
จะเป็อะไรไปได้
“คัมแบ็กโฮมไงล่ะ”
“อา...”
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดหลุดออกมาจากปากของซึงมี
รักแรกของเธอที่หายสาบสูญไปเมื่อห้าปีก่อนกลับมาแล้ว