สืบสู้ผี ภาค 1-3

    78 เส้นใยมรณะ

    ร่างของสตรีวัยรุ่นชุดเสื้อกระโปรงเสื้อฟ้าครีมอันเป็นร่างของนุชแต่วิญญาณภายในก็คือ สิงห์ หรือเเท้ที่จริงก็คือ เจ้าชายสิงหราช อันเป็นเจ้าชายรัชทายาทแห่งอณาจักรวาณิการ์ได้ทรุดฮวบลงไปกับพื้น ก่อนที่่เขาจะพยายามลุกขึ้นยืนขึ้นมาอย่างยากเย็นด้วยลักษณะอาการที่แข็งเกร็งไปทั้งร่าง เขาพยายามที่จะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาแต่ก็ราวกับว่าแขนทั้งสองข้างและตลอดลำตัวของเขานั้นได้ถูกยึดเหนี่ยวไว้ด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น ! "เกิดอะไรขึ้นรึท่านอาคันตุกะ ข้าได้ยินเสียงร้...?" คำสุดท้ายยังไม่ทันหลุดออกจากปากของท่านจ้าวแห่งมิตทราห์ที่รีบเดินย้อนมาดู ท่านก็ถึงกับชงักคัางตื่นตะลึงกับสภาพของสิงห์ในร่างนุชเช่นคนอื่นๆ มูติชาห์ถลาเข้าไปมองสิงห์จนใกล้กว่าคนอื่นๆพร้อมกับมองจ้องตาสิงห์อย่างวิเคราะห์ก่อนจะหันมาทางท่านดาบสที่กำลังเดินเข้ามา "ท่านอาจารย์ เกิดอะไรขึ้นกับสิงห์ ทำไมร่างกายของเขาถึงแข็งเกร็งไปอย่างนี้ ท่านดูสิ ดูเหมือนเขาจะพยายามเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ก็ชงักเกร็งอยู่แค่นั้น แล้วดูที่ปากของเขาสิ ดูเหมือนว่าเขาพยายามจะพูดอะไรออกมา แต่ก็พูดออกมาไม่ได้ ?" "เอ๊ะ... หรือว่า" ผมโพล่งออกไปเหมือนนึกอะไรได้ "สิงห์จะโดนอาคมประหลาดของบุรุษตาไฟอีกครั้ง จนทำให้พูดไม่ได้อีกครั้งครับ ?" "เป็นไปไม่ได้หรอกน้องกิตติ" พี่เมฆส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วย "อาคมของบุรุษตาไฟที่ทำให้สิงห์พูดไม่ได้ถือว่าได้ถูกแก้ไปแล้ว แต่อาการที่เราเห็นกันนี้เป็นอาการที่ราวกับเขากำลังถูกควบคุมไปทั้งตัว แม้กระทั่งปากและดวงตาของเขาก็แทบไม่อาจกระดิกเคลื่อนไหวได้ ให้ตายสิ นี่มันอะไรกันแน่ ?" พี่เมฆพูดแล้วก็หันไปทางท่านดาบสอย่างขอความเห็นทันที ทว่าขณะที่ท่านดาบสกำลังจะกล่าวสิ่งใดออกมา อยู่ๆร่างของสิงห์ก็ราวกับถูกฉุดกระชากไปอีกทางหนึ่งด้วยสิ่งที่มองไม่เห็นอย่างรวดเร็ว ! "นรกอะไรกันนี่ !" มูติชาห์ร้องลั่น "ทหารรีบตะครุบจับร่างของสิงห์ไว้เร็ว !!" ร่างของสิงห์ถูกกระชากไถไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว และขณะที่เหล่าทหารกำลังช่วยกันตะครุบจับร่างของสิงห์กันอย่างชุลมุนแต่ก็ไม่อาจจะจับไว้ได้ อยู่ๆร่างของสิงห์ก็ลอยขึ้นไปสู่อากาศจนอยู่สูงแทบจะชิดเพดานหินของทางเดินในเส้นทางลับนี้ ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของพวกเราเกือบทั้งหมด ท่านดาบสก็ก้าวจ้ำพรวดๆออกไปข้างหน้า แล้วเหวี่ยงคฑาออกจากมือไปยังร่างของสิงห์ที่ยังคงลอยอยู่ในอากาศทันที ! คฑาสีขาวของท่านดาบสหมุนวนเป็นจักรผันอยู่รอบๆร่างของสิงห์ และพริบตาต่อมานั้น ร่างของสิงห์ก็ร่วงตกลงมาจากกลางอากาศอย่างที่ใครก็ไม่ทันคาดคิด และนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกใจหายวาบ เพราะร่างของสิงห์นั้นดูท่าจะตกกระแทกกับพื้นข่างล่างแน่ๆแล้ว ?! แต่ทว่าก่อนที่ร่างของเขาจะตกกระแทกพื้น เขากลับหมุนร่างของตัวเองหนึ่งรอบ ก่อนที่จะทิ้งฝ่าเท้าของตนเองลงพื้นอย่างปลอดภัยในชั่วพริบตา ! มูติชาห์รีบวิ่งไปที่สิงห์ทันที "ท่านปลอดภัยดีใช่ไหมสิงห์ ?!" มูติชาห์ดูจะเป็นห่วงในตัวสิงห์เป็นอย่างมาก "อย่าเพิ่งเข้ามา ถอยไปซะ !" เสียงของสิงห์ตวาดพร้อมยกมือห้าม และนั่นก็ทำให้มูติชาห์หยุดร่างตัวเองอย่างกะทันหัน "อันตรายยังไม่จบสิ้น" ท่านดาบสรีบพูดขึ้น "ข้าจะทำให้เห็น ว่ามันคืออะไร" ท่านดาบสได้หมุนควงไม้เท้าที่ขณะนั้นได้ลอยกลับคืนสู่มือแล้วเป็นวงกลมสองรอบก่อนที่จะปรากฏควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นไปยังเพดานใกล้กับจุดที่ร่างของสิงห์ได้ลอยขึ้นไปเมื่อก่อนหน้านี้ "จงจับตาดูให้ดี" ท่านดาบสบอกทุกคน ขณะที่ควันสีขาวนั้นก็ค่อยๆจางหายไป โดยที่ก็ค่อยๆปรากฏสิ่งประหลาดสิ่งหนึ่งเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตรงใต้เพดานหินข้างหน้านั้น ผมพยายามเพ่งมองและปรับโฟกัสสายตาไปที่สิ่งนั้นและก็ได้มองเห็นว่ามันเป็น เส้นใยสีแดงจำนวนหลายสิบเส้นที่ได้กำลังเคลือนไหวตัวเองไปมาอย่างยึกๆยือๆก่อนที่มันจะพุ่งตัวเข้าหาร่างของสิงห์อีกครั้ง ! แต่สิงห์ดูเหมือนจะระวังตัวเองอยู่แล้ว เขาขยับตัวหลบนิดเดียว เส้นใยสีแดงยึกๆยือๆนั้นก็พุ่งกระทบกับพื้นหินข้างล่างไปทันที "กลมายาของเจ้า มันใช่ไม่ได้ผลอีกแล้ว" ท่านดาบสพูดขึ้นพร้อมมองขึ้นไปยังเพดานหินข้างหน้า "กล... กลมายาหรือคะท่านดาบส ?" เสียงไอรินถามออกไป "ใช่ เส้นใยสีแดงที่เห็นนั่น มันก็คือ สิ่งที่ผูกพันธนาการร่างของเขาไว้ในตอนแรก มันใช้สิ่งนี้เพื่อที่จะควบคุมและจับเขาไป" "อา น่าทึ่งจริงๆ" พี่เมฆอดจะอุทานออกมาไม่ได้ "เส้นใยนี้กลับยังล่องหนหรือมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จนกว่าจะมีอะไรไปทำปฏิกริยากับมันสินะ" แล้วจุดสีแดงคู่หนึ่งก็เรื่อเรืองขึ้นมาในความมืดสลัวของเพดานหิน ขณะที่เส้นเงาใยสีแดงหลายสิบเส้นก็เลื้อยกลับไปหาที่จุดสีแดงคู่นั้นที่ดูราวกับเป็นดวงตาของสัตว์ร้ายบางชนิด "ดาบสบัดซบ !" เสียงนั้นดังมาจากร่างของเจ้าของดวงตาสีแดง "เจ้าพ่นควันเน่าๆของเจ้ามาอย่างนี้ พวกเจ้าก็เห็นเส้นใยของข้าหมดสิ" แล้วอยู่ๆร่างที่ซ่อนในความมืดของมันก็ร่วงตกลงมาจากเพดานอย่างฉับพลัน จนเสียงร้องของไอรินก็ดังขึ้นคำหนึ่ง พร้อมๆกับที่ผมก็ดันหันไปเห็นนายชัยยาประคองร่างของไอรินไม่ให้ตกใจอย่างเต็มตา 'แม่งเอ๊ย...!' คำนี้ของผมสบทอยู่ในใจจนแทบลืมหันไปมองเจ้าสิ่งที่ร่วงตกมาจากเพดาน และเมื่อผมหันกลับไปดูที่เจ้าสิ่งนั้นอีกทีผมก็พบว่า มันหาได้ร่วงตกลงไปกระแทกกับพื้นข้างล่างไม่ แต่ขณะนี้มันกลับลอยห้อยหัวอยู่กลางอากาศ แม้ว่าหัวของมันจะห้อยตกเกือบถึงพื้น แต่ทว่าที่ปลายขาอันน่าเกลียดของมันกลับมีเส้นใยสีแดงกลุ่มหนึ่งโยงมันห้อยไว้กับเพดานหินด้านบน เจ้าสิ่งมีชีวิตที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวนี้ มันกำลังห้อยหัวแสยะยิ้มอันน่าเกลียดให้พวกเราอย่างเย้ยหยัน เจ้าสิ่งนี้... มันคือตัวอะไรกันล่ะนี่...?!
    (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)