“ไม่ต้องมายุ่ง คุณทรยศหักหลังกั้งกั้งไม่มีวันเชื่อใจคุณอีก”
ชื่อกั้งงั้นเหรอคณินคิด ดีจริง เขาชอบกินกั้งอยู่แล้วด้วย
ปกติคณินไม่สนใจคำพูดคนเมาแต่ว่าพอเป็หญิงสาวคนนี้ทำไมเขาต้องสนใจอยากรู้ขนาดนี้ แต่มากกว่านั้นคือเธอกำลังจะอาเจียน
กัญญาภัคไม่ได้กินข้าวเลยและก็ทั้งเครียดทั้งพะอืดพะอมผสมกันไปหมดจนในที่สุดก็ปล่อยสิ่งที่รบกวนกระเพาะอาหารออกมารดบ่าชายหนุ่ม
“แหวะ”
“เฮ้ย นี่คุณ”คณินเบือนหน้าหนี ปล่อยมือจากคนตัวเล็กให้ก้มลงไปอาเจียนกับพื้น กัญญาภัคอ้วกอย่างเอาเป็เอาตายจนโล่งลูกน้องของคณินจะเข้ามาช่วยแต่ถูกโบกมือห้ามไว้ ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทที่สวมอยู่ออก เบ้หน้าหนีกลิ่นอ้วกเขาส่งให้ลูกน้องมาถือไป พอไม่มีเสื้อสูทกลิ่นอาเจียนจึงหมดลงเหลือเพียงคราบเล็กน้อยที่เสื้อเชิ้ต
“อ้วกให้หมดตรงนี้ อย่าไปอ้วกบนรถผมล่ะ”
กัญญาภัคเงยหน้าซีดๆขึ้นมา ปากอิ่มจิ้มลิ้มเถียงกลับทันที “ฉันจะกลับเอง”
“เก่งจริงนะเดินยังไม่ตรงทางเลย”
“ยุ่ง”ด่าแล้วก็อ้วกต่อ คราวนี้กัญญาภัคอาเจียนของเหลวออกมาจนหมดไส้หมดพุงทีนี้ก็หมดแรงตามไปด้วยทำให้กว่าจะพยุงกายลุกขึ้นจึงช้าและมีสภาพไม่น่าดูนัก แต่เธอก็เดินไปต่อได้ด้วยใบหน้าสวยจัด รูปร่างเซ็กซี่ เมื่อเดินไปตรงไหนก็เป็จุดสนใจของหนุ่มๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นักเที่ยวซึ่งจับกลุ่มอยู่ในบริเวณนั้น
แต่ไม่มีใครกล้ามายุ่งเมื่อเห็นว่าด้านหลังมีร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตามมาไม่ห่างราวกับคอยคุมเชิง ที่จริงคณินไม่อยากสนใจ แต่อยากรู้ว่าเธอจะไปไหนกันแน่
ในที่สุดกัญญาภัคก็เดินมาถึงหน้าโรงแรมที่พักได้อย่างปลอดภัยหากแต่ฝนฟ้าก็ไม่เป็ใจ เม็ดฝนโปรยลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย กัญญาภัคเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อจะรีบเข้าไปด้านในทว่ากลับเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเมื่อรองเท้าส้นสูงลื่นไถลไปกับพื้นกระเบื้องระหว่างจะก้าวเข้าประตูเลื่อนของโรงแรม
“ว้าย”
ร่างบอบบางไถลหงายหลังศีรษะกระแทกลงมากับความแข็งชนิดหนึ่งแต่ไม่ได้เกิดความเ็ปกัญญาภัคเบิกตากว้างแทบจะหายเมาในทันใด รีบเอี้ยวหน้าไปมองจึงเห็นว่าคนที่ช่วยเธอคือคณินนั่นเอง
“คุณ” หญิงสาวใเหมือนเขาจะปล่อยเธอเลยรีบคล้องมือรอบลำคอแกร่งเอาไว้
คณินประคองร่างอ้อนแอ้นให้แน่นขึ้นเมื่อกี้เธอเอี้ยวตัวมามองเลยทำให้เกือบหลุดจากมือ “เป็อะไรไหม”
“ไม่ค่ะขอบคุณนะคะที่ช่วย”
“พักที่นี่เหรอ”เขาถามเสียงเข้ม ไม่พอใจคนเมาที่อวดดีจะเดินเองจนล้มศีรษะเกือบฟาด
“ใช่” เธอตอบเพราะเห็นว่าเขาเพิ่งช่วย แต่ว่าก็ไม่ควรกอดเธอไว้แน่นแบบนี้ไหมทว่าจะบิดตัวออกก็ยังมึนๆ อยู่ ให้เขาช่วยพยุงเธอยืนก็น่าจะดีกว่า
คณินเผลอสูดดมความหอมจากกายสาวเนื้อตัวนุ่มนิ่มทำให้เขาตื่นตัว แต่ว่าเธอเมา เขาไม่อยากเอาเปรียบ ยังไงก็พาไปส่งก่อนดวงตาคู่คมมองรองเท้าที่กระเด็นออกมา
“ผมอุ้มไปส่งพักห้องไหน”
“ไม่ต้องค่ะฉันเดินได้” แผ่นอกแน่นๆ ทำให้กัญญาภัครีบปฏิเสธถ้าเขาไปส่งคงไม่ดีแน่ คนเพิ่งเจอกันไม่ถึงวัน
“รองเท้าคุณส้นหักไปแล้ว” เขาบุ้ยหน้าไปยังทิศทางที่รองเท้ากระเด็น แต่กัญญาภัคก็ยังปฏิเสธ
“คุณก็ไปหยิบมาแล้วหักส้นอีกข้างให้ฉัน”
คณินส่ายหน้าเห็นว่าถ้าคุยต่อก็คงยืดเยื้อเขาเลยตัดสินใจแทนคนเมาด้วยการอุ้มเธอให้กระชับแนบอกแล้วพาเดินไปที่ลิฟต์
“เฮ้ย คุณปล่อยฉันลง”
“พักห้องไหนเร็วเข้า ถ้าไม่บอกผมจะเปิดห้องใหม่ให้เอง”
“คุณปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้”
“งั้นผมเปิดห้องใหม่ให้แล้วกันแล้วที่ผมตามมาเพราะไม่อยากให้เกิดเื่คนเมาเดินลื่นหัวแตกตายในโรงแรม รู้แบบนี้แล้วก็รีบบอกมาเถอะผมไม่ทำอะไรคนเมาหรอก”
หญิงสาวขึงตาใส่ทันทีผู้ชายอะไรปากจัดที่สุด “ห้อง 408”
คณินยิ้มพอใจแล้วเข้าไปด้านในลิฟต์กดปุ่มดิจิตอลข้างผนังประตูให้ขึ้นไปยังชั้นสี่ เวลานี้ไม่มีแขกมาใช้ลิฟต์จึงมีแค่เขากับเธอสองคนคณินก้มมองคนในอ้อมแขน ตัวเธอเบาหวิว เวทที่เขายกก็น้ำหนักราวๆ นี้ได้แถมเวทนั้นก็เป็เหล็กที่จับแล้วกระด้างมือ ผิดกับเรือนร่างนุ่มนิ่ม หอมกรุ่นที่อุ้มอยู่ตอนนี้
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกชายหนุ่มจึงหยุดความคิดลง เดินตรงไปยังห้องพักของหญิงสาวอย่างชำนาญ เมื่อมาถึงหน้าประตูเขาก็วางเธอลงให้เท้าแตะพื้น กัญญาภัคปล่อยมือจากที่โอบรอบลำคอแกร่งมายืนเองตอนนี้เองถึงรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น
“ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่มาส่งถึงฉันจะไม่ได้ขอร้องก็เหอะ”
คณินยกยิ้มดวงตาจับนิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่คลาดสายตา สวย สวยมาก “ผมไม่เคยอุ้มใครมาส่งแบบนี้มาก่อนเลยนะคุณเป็คนแรก”
“ฉันไม่มีอะไรให้มากกว่าคำขอบคุณหรอกนะคะขอตัวก่อน” กัญญาภัคยังเข็ดกับความรักไม่หายคำหวานพวกนี้ไม่ทำให้เธอหวามไหวได้เลย มีแต่สะอิดสะเอียนมากกว่า
หญิงสาวขอบคุณแล้วหันมาแนบการ์ดกับประตูเมื่อผลักประตูเข้าไปหันกลับมาก็เห็นว่าชายหนุ่มยังยืนอยู่ที่เดิมก่อนที่ประตูจะปิดลง ทุกอย่างคงจบลงแค่นี้ เมื่อครู่ที่ถูกเขาอุ้มเธอไม่กล้าสบตาเขาเลยมีเพียงความรู้สึกว่าเขาแข็งแรง ทรงพลังมาก อีกทั้งกลิ่นน้ำหอมของเขาก็รบกวนสมาธิเธอมากเช่นกัน ขนาดเธอเคยมีแฟนเป็นชนินทร์ยังไม่เคยรู้สึกถึงแรงดึงดูดได้ขนาดนี้