“เป่าจิน! รอป้าเดี๋ยว ป้ามีธุระจะคุยกับเธอ”
จางเป่าจินได้ยินเสียงเรียกก็หันหลังกลับไป “ป้าว่านเรียกผมหรือครับ”
“ใช่...ใช่จ้ะ” แม่ว่านทำท่าหายใจหอบ นางมาดักรอพบจางเป่าจินอยู่หน้าโรงงานผลไม้แปรรูปของเขาอยู่หลายวันแล้ว แต่ทุกวันที่จางเป่าจินเดินออกมาจะมีคนงานในหมู่บ้านเดินออกมาพร้อมเขาเสมอ แต่วันนี้โชคดีที่เขาเดินออกมาคนเดียว
“คุณป้ามีธุระอะไรกับผมหรือครับ” จางเป่าจินยิ้มถาม แต่ในใจของเขากลับระวังตัวมาก เขายังจำเหตุการณ์ที่ครอบครัวว่านต้องการจับเขาให้แต่งงานกับว่านอิ๋งได้เป็นอย่างดี
“ป้าอยากมาถามเธอว่าเธอจะรับซื้อผลไม้จากสวนของป้าได้ไหมจ๊ะ ป้าเห็นมีชาวบ้านหลายคนเข้าไปขายผลไม้ในโรงงานของเธอ” แม่ว่านทำหน้าเกรงใจ “ที่สวนของป้าก็ปลูกผลไม้ไว้เยอะเหมือนกัน แต่ป้าไม่รู้ว่าจะเอาไปขายที่ไหนก็เลยลองมาถามเธอดู”
“ถ้าผลไม้ที่จะเอามาขายเป็นไปตามมาตรฐานของโรงงาน ผมรับซื้อหมดครับ”
แม่ว่านอึ้งไปสักพัก เพราะคำตอบที่นางอยากได้ไม่ใช่อย่างนี้ นางอยากให้เขาปฏิเสธเพื่อที่นางจะได้เสนอให้ว่านอิ๋งเข้ามาทำงานในโรงงาน หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของลูกสาวแล้วที่จะสานสัมพันธ์กับจางเป่าจิน แม้จะไม่ได้คำตอบอย่างที่หวัง แต่แม่ว่านก็ยังไม่ยอมถอดใจ นางแสร้งยิ้มให้กับชายหนุ่ม “เหรอจ๊ะ”
“ถ้าคุณป้าอยากเอาผลไม้มาขายก็ไปติดต่อกับฝ่ายรับซื้อของโรงงานได้เลยนะครับ”
“จ้ะๆ เดี๋ยวป้าจะไปติดต่อที่โรงงานของเธออีกทีนะ”
“ถ้าคุณป้าไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” จางเป่าจินเตรียมหันหลังเดินกลับบ้าน
“เดี๋ยวจ้ะ”
จางเป่าจินหันมาเลิกคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
“เอ่อ...ป้าเห็นว่าเธอประกาศรับสมัครคนงาน ถ้าป้าจะให้อาอิ๋งมาสมัครงานด้วย เธอจะรับน้องเข้าทำงานไหมจ๊ะ” แม่ว่านเริ่มบีบน้ำตา “ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น อาอิ๋งของป้าก็ใช้ชีวิตอย่างลำบากมาตลอด ส่วนไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นก็มาทิ้งอาอิ๋งของป้าไปมีผู้หญิงคนอื่น แถมมันยังขโมยเงินเก็บของอาอิ๋งไปจนหมด ตอนนี้อาอิ๋งเดือดร้อนมากเพราะไม่มีงานทำ ส่วนป้ากับลุงก็แก่ขึ้นทุกวัน ไม่รู้จะอยู่ดูแลลูกสาวได้ถึงเมื่อไหร่ ป้ารู้ว่าเมื่อก่อนพวกเราทำเรื่องที่ไม่ควรกับเธอไว้ แต่ตอนนี้พวกเราอับจนหนทางแล้วจริงๆ เธอ...เธอพอที่จะรับน้องเข้าทำงานด้วยได้ไหม ถือว่าป้าขอร้อง”
“ความจริงแล้วเรื่องรับคนงานใหม่เป็นหน้าที่ของพี่ตง แต่ไหนๆ คุณป้าก็ออกปากขอร้องผมโดยตรง เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมบอกไว้ตรงนี้เลยก็แล้วกันว่าผมไม่คิดจะรับคนของครอบครัวว่าน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของคุณป้าเอง หรือเป็นครอบครัวของญาติ ขอแค่พวกเขาใช้แซ่ว่าน โรงงานของผมก็จะไม่รับเข้าทำงานทั้งหมดครับ”
“ท...ทำไมล่ะจ๊ะ เพราะเธอยังโกรธเรื่องคราวนั้นอยู่ใช่ไหม ป้ารับรองได้นะว่าจะไม่ให้เรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นอีก ตอนนี้ป้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ” แม่ว่านนั่งลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดัง เพราะนางเหลือบไปเห็นคนงานเริ่มทยอยเดินออกมานอกโรงงานกันบ้างแล้ว นางแอบคิดในใจว่าหากจางเป่าจินไม่อยากเสียหน้า หรือไม่อยากให้คนมองไม่ดี เขาต้องยอมรับปากนางแน่นอน
แต่จางเป่าจินไม่ใจอ่อนอยู่แล้ว เขาปล่อยให้แม่ว่านร้องไห้ไปและเขาก็ยืนมองอยู่เฉยๆ เมื่อแม่ว่านไม่เห็นจางเป่าจินขยับ ทั้งคนงานและชาวบ้านก็เริ่มมามุงดูมากขึ้น
“เป่าจิน ยังไงเราก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน เธอช่วยรับอาอิ๋งให้เข้ามาทำงานที่โรงงานของเธอเถอะนะ ถ้าเธอไม่ช่วย คราวนี้ครอบครัวของป้าต้องอดตายแล้วจริงๆ เพื่อนบ้านของเราต่างก็บอกว่าเธอเป็นคนดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น ครั้งนี้ป้าขอให้เธอช่วยครอบครัวของป้าด้วยเถอะนะ เธอจะให้ป้าคุกเข่าให้เธอก็ได้” แม่ว่านทำท่าจะคุกเข่าลงจริงๆ
“ถ้าคุณป้าอยากคุกเข่าหรืออยากนั่งอยู่ตรงนี้ คำตอบของผมก็ยังเหมือนเดิม ผมจะไม่รับคนแซ่ว่านเข้ามาทำงานแน่นอน และที่สำคัญผมไม่เชื่อคำพูดของคุณป้าเลยสักนิด เพราะเรื่องในอดีตเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของผม ดังนั้นผมถึงไม่คิดจะรับคนมีปัญหาไว้ใช้งาน”
“ป้าก็รับปากกับเธอแล้วว่าเราจะไม่สร้างปัญหาให้เธออีก เป่าจิน...เธอจะใจดำไม่ช่วยคนหมู่บ้านเดียวกันไม่ได้นะ เธอจะทนเห็นครอบครัวของป้าอดตายได้จริงหรือ” แม่ว่านร้องไห้เสียงดัง
ชาวบ้านก็เริ่มมองหน้ากันและไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี จางเป่าจินเป็นเจ้าของโรงงานที่พวกเขาทำงานอยู่ ส่วนแม่ว่านก็เป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานาน
จางเป่าจินไม่คิดจะสนใจความเห็นของคนอื่น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ “ถ้าทุกคนยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ทุกคนก็น่าจะเข้าใจในการตัดสินใจของผม แต่ถ้าใครยอมรับไม่ได้และเห็นว่าผมใจดำเกินไป ถ้าไม่พอใจก็ลาออกจากโรงงานของผมไปได้เลย และไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้รับค่าแรง ผมจะให้พี่ตงคำนวณรายได้เฉลี่ยตามวันที่พวกคุณเข้ามาทำงานและจะจ่ายค่าจ้างให้ครบแน่นอน ผมให้เวลาทุกคนตัดสินใจถึงวันพรุ่งนี้”
คนงานที่ได้ฟังต่างก็หันไปมองแม่ว่านด้วยสายตาไม่พอใจ พวกเขาเกือบลืมไปแล้วว่าครอบครัวว่านเคยทำอะไรกับเจ้านายของตนเองไปบ้าง มาวันนี้ยังขู่ให้เจ้านายรับตัวเองเข้าทำงานอีก มันจะหน้าด้านเกินไปแล้ว
“พอเถอะครับ ป้าจะมาสร้างความวุ่นวายให้เจ้านายของเราทำไม ถ้ารู้ว่าจะมีวันนี้ แล้วเมื่อก่อนให้ลูกสาวทำเรื่องไร้ยางอายอย่างนั้นทำไป ป้ารีบกลับบ้านไปเถอะ อย่าทำให้พวกเราเดือดร้อนเลย เกิดเจ้านายโมโหและไล่พวกเราออกจริงๆ คอยดูเถอะว่าผมจะไปทวงเงินค่าเสียหายที่บ้านของป้า” คนงานชายคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างโมโห เขานึกย้อนกลับไปว่ายังดีที่ไม่ได้ขอร้องเจ้านายให้รับว่านอิ๋งเข้าทำไม ไม่อย่างนั้นคนที่ต้องถูกเจ้านายไล่ออกต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน
คนงานอีกหลายคนก็เริ่มต่อว่าแม่ว่านอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นท่าไม่ดี แม่ว่านก็รีบวิ่งกลับบ้านของตัวเองทันที
“อารมณ์เสียอะไรมาหรือคะ” หลี่ปิงปิงนวดหัวไหล่ให้สามี
“เจอคนบ้ามาทำให้หงุดหงิดนิดหน่อยครับ” จางเป่าจินถอนหายใจ “ก็ป้าว่านน่ะสิครับ อยู่ดีๆ ก็มาร้องไห้โวยวายอยู่ที่หน้าโรงงาน จะบังคับให้ผมรับว่านอิ๋งเข้ามาทำงานที่โรงงานของเราด้วยให้ได้ พวกเขาคิดว่าผมเป็นคนโง่หรือไงที่พอผ่านเหตุการณ์ร้ายนั้นมาแล้วยังจะใจดีกับพวกเขาอยู่”
“อย่าอารมณ์เสียไปเลยค่ะ พวกเขาอยากจะทำอะไรก็ปล่อยให้พวกเขาทำไปเถอะ เราก็ไม่ต้องไปสนใจเขาก็สิ้นเรื่อง”
“ว่าแต่ทำไมคุณดูไม่แปลกใจเลยล่ะครับ”
“จะแปลกใจได้ยังไงคะ วันนี้ฉันเห็นว่านอิ๋งมาเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้านเราทั้งวัน ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วว่าหล่อนต้องมีแผนอะไรในใจอยู่แน่ แต่พอดีฉันต้องเร่งทำงานออกแบบเสื้อผ้าชุดใหม่ ฉันก็เลยไม่ได้สนใจน่ะค่ะ”
“งั้นคุณก็ระวังเอาไว้หน่อยก็ดี พวกเขาเคยวางแผนเล่นงานผมแต่ไม่สำเร็จ ผมกลัวว่าพวกเขาจะเปลี่ยนมาเล่นงานคุณแทน ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับคุณ”
“ตกลงค่ะ ฉันจะระวังตัวเองให้ดีนะคะ”
“แม่ไปทำอีท่าไหนพี่เป่าจินถึงปฏิเสธมาล่ะ หนูเคยบอกแม่แล้วใช่ไหมว่าไม่มีใครหรอกที่ชอบให้คนอื่นมาบังคับ แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดี ถ้าเข้าไปทำงานที่โรงงานของเขาไม่ได้ แล้วหนูจะหาโอกาสเข้าใกล้พี่เขาได้ยังไง” ว่านอิ๋งบ่นมารดา
“แม่อุตส่าห์ลงทุนคุกเข่าให้เขาเลยนะ แต่ไม่คิดว่าจางเป่าจินจะเป็นคนใจดำทนเห็นคนแก่อย่างแม่คุกเข่าได้ ถ้าเป็นคนอื่นคงและตอบตกลงกับแม่ไปแล้ว”
“พวกเธอกำลังปรึกษาอะไรกัน” พ่อว่านเดินเข้ามาถาม “คงไม่ได้วางแผนจะทำอะไรลับหลังฉันอีกใช่ไหม อย่าให้ฉันรู้นะ ไม่งั้นฉันจะสั่งสอนพวกเธอให้หนักเลยคอยดู”
“แกหายหัวไปไหนมา ไปเข้าบ่อนมาอีกแล้วใช่ไหม คราวนี้เสียมาอีกเท่าไหร่ล่ะ ที่บ้านไม่มีเงินให้แกผลาญอีกแล้วนะ” แม่ว่านตะโกนต่อว่าสามี
“นังนี่วอนซะแล้ว” พ่อว่านตรงเข้าไปทำท่าจะตบภรรยา แต่ว่านอิ๋งเข้ามาขวางไว้ก่อน
“พ่ออย่าทำร้ายแม่! พ่อเลิกทำร้ายพวกเราได้แล้วค่ะ”
“แกกล้าขึ้นเสียงกับฉันแล้วหรือ งั้นแกก็โดนก่อนแม่แกเลย” พ่อว่านเตรียมจะฟาดฝ่ามือไปบนหน้าลูกสาว
“ถ้าพ่อไม่อยากได้เงินไปทำทุนต่อ พ่อก็ตบหนูได้เลยค่ะ”
มือของพ่อว่านชะงักค้างอยู่บนอากาศ จากนั้นเขาค่อยลดมือลง “แกบอกว่าแกจะให้ทุนฉันไปเล่นการพนันต่อหรือ”
“ถ้าพ่อช่วยให้แผนของหนูสำเร็จ หนูรับรองว่าพ่อจะมีเงินไปเข้าบ่อนได้อีกนานเลยค่ะ”
“แกมีวิธีอะไร” พ่อว่านเสียงอ่อนลง
“ทีแรกหนูตั้งใจจะเข้าหาพี่เป่าจิน แต่ตอนนี้คงทำไม่ได้แล้ว เพราะแม่ทำแผนพังไปหมดแล้วค่ะ”
“ก็แม่แกมันไม่ได้เรื่อง แต่พ่อได้ยินว่าภรรยาของจางเป่าจินมีพี่ชายบุญธรรมที่มีเบื้องหลังใหญ่โตอยู่คนหนึ่ง จะลงมือกับหล่อน แกคิดดีแล้วหรือ” พ่อว่านถามอย่างไม่มั่นใจ เขาเข้าออกบ่อนการพนันมาหลายปี และรู้จักคนในนั้นอยู่ไม่น้อย หลายคนบอกว่าแม้แต่เจ้าของบ่อนยังต้องเกรงใจซ่งหมิง ดูอย่างเสี่ยวจื่อที่เป็นคนคุมบ่อน เจ้าของบ่อนยังยอมปล่อยให้ซ่งหมิงพาเสี่ยวจื่อออกไปเป็นคนขับรถได้เลย นับประสาอะไรกับครอบครัวเล็กๆ อย่างเขา ถ้าไปมีเรื่องกับคนระดับนั้นเข้า... พ่อว่านได้แต่ส่ายหน้าเพราะไม่อยากนึกถึงผลลัพธ์ “แกตั้งใจจะทำอะไร”
“ทางเดียวที่จะให้พี่เป่าจินหมดรักผู้หญิงคนนั้นได้ เราก็ต้องทำให้หล่อนตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับหนูเมื่อตอนนั้นยังไงล่ะคะ พอพี่เป่าจินเห็นหล่อนนอนอยู่กับผู้ชายคนอื่น เขาต้องหย่ากับหล่อนแน่นอน หลังจากนั้นหนูก็จะทำให้พี่เป่าจินหันมาสนใจหนูให้ได้” ว่านอิ๋งพูดขึ้นอย่างมั่นใจ