บทที่ 23 ดูถูกกันมากเกินไป
หลินอี้เสวียนเเต่เงียบ ไม่พูดอะไรออกมาอวี้ถิงเหม่ยก็น้ำมันราดไฟต่อ
“ผู้ชายคนนั้นพอเห็นน้องเล็กของฉัน ก็ถึงกับอดใจไม่ไหว กางเกงยังถอดไม่ทันเลย ก็ก้มลงรูดซิป... อุ๊ย! ฉันพูดต่อไม่ไหวแล้ว”
อวี้ถิงเหม่ยเอามือปิดหน้า ทำท่าทางเหมือนสาวน้อยบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่แอบมองผ่านซอกนิ้ว มองดูกำปั้นของหลินอี้เสวียนกำแน่นจนเห็นเส้นเืปูดโปน อวี้ถิงเหม่ยเกือบจะหลุดขำออกมาด้วยความสะใจ
ใครเป็ผู้ชายได้ยินแบบนี้ จะไม่โกรธเคืองบ้าง! อวี้ถิงเหม่ยยอมแม้กระทั่งเอาเื่ตัวเองมาแต่งเป็นิยาย เพื่อที่จะทำลายงานแต่งงานครั้งนี้ เน้นความสมจริง ซาบซึ้งกินใจ ถึงพริกถึงขิง
แต่อวี้ถิงเหม่ยไม่รู้เลยว่าความโกรธของหลินอี้เสวียน ไม่ใช่เพราะเขาสงสัยในตัวของจินซู แต่เป็เพราะความโกรธที่เธอสร้างข่าวลือต่างหาก
“เสี่ยวเหม่ยออกจากบ้านกลางดึก เธอรู้ได้ยังไง”
“เอ่อ คือ...ฉันเลิกงานกะดึกพอดี แล้วบังเอิญผ่านมาทางนี้”
“โรงงานอาหารที่เธอทำงานอยู่ ผลประกอบการไม่ดีไม่ใช่เหรอ แล้วมีกะดึกที่ไหนกัน” อวี้ถิงเหม่ยได้แต่ยืนอึ้งพูดไม่ออก
“พี่สาวเห็นน้องสาวตัวเองมุดเข้าไปในป่า กับผู้ชายตอนกลางดึก ไม่ทำอะไร แถมยังตามมาตลอดทางอย่างนั้นเหรอ” อวี้ถิงเหม่ยรู้สึกหน้าชา เธอไม่ถูกกับอวี้เหยาเหม่ยมาั้แ่เด็ก เห็นอวี้เหยาเหม่ยใช้ชีวิตดี ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะอิจฉาจนแทบบ้า เธอจะพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไง
จริง ๆ แล้ว หลินอี้เสวียนไม่อยากทำเื่ให้มันใหญ่โต แต่พอคิดว่าแม่ลูกคู่นี้กล้าเอาชื่อเสียงอันมีค่าของจินซูมาพูดจาเสียหาย เขาก็เลยต้องงัดไม้ตายออกมา
“อวี้ถิงเหม่ยผู้ชายที่มุดป่ากับเธอน่ะ ที่บ้านเขายังไม่ยอมรับเธอใช่ไหม พวกเธอถึงได้แอบนัดเจอกันตอนกลางคืน ฉันพูดถูกไหมล่ะ”
“นายรู้ได้ยังไง อ๊ะ!” อวี้ถิงเม่ยเผลอหลุดปากพูดความจริงออกมาเพราะโดนหลินอี้ซวนซักไซ้ไล่เรียง
“ถ้าที่บ้านเขายอมรับเธอ เขาก็คงไม่พาเธอมุดป่าหรอก แล้วคราวหน้าถ้าจะกุเื่ใส่ร้ายจินซู ก็ลองคิดถึงความสูงของเธอกับผู้ชายคนนั้นดูหน่อยก็ดี” อวี้ถิงเหม่ยเอาเื่ของตัวเองมาแต่งเื่ใส่ร้ายจินซู แต่ดันมีช่องโหว่ใหญ่หลวงอยู่จุดหนึ่ง
“จินซูสูงกว่าเธอเยอะ เธอมันเตี้ยแคระ ถึงได้ทำผู้ชายต้องก้มเอว!” หลินอี้เสวียนเปรียบเทียบส่วนสูงของอวี้ถิงเหม่ยกับอวี้จินซู คำพูดไม่รุนแรง แต่ดูิ่เหยียดหยามอย่างที่สุด
สายตาของหลินอี้เสวียนนั้นเฉียบคมราวกับมองทะลุทุกคำโกหกให้ไม่อาจรอดพ้นสายตาเขาไปได้ อวี้ถิงเหม่ยถึงกับพูดไม่ออก ใจเธอเต็มไปด้วยความอับอายขายหน้า ผู้ชายคนนี้มันปีศาจชัด ๆ
“เห็นแก่หน้าจินซู ฉันจะไม่ทำอะไรพวกเธอ รีบออกไปซะ!” หลินอี้เสวียนไล่แขก
“อวี้เหยาเหม่ยไม่ได้อยากใช้ชีวิตร่วมกับนายจริง ๆ หรอก ขอแค่นายพยักหน้าวันนี้ ฉันจะพาเธอกลับไปเดี๋ยวนี้!” หลินอี้เสวียนไม่หลงกล แถมยังแฉเื่ที่ลูกสาวคนโตแอบไปกับผู้ชายในป่าอีก จางจ้าวตี้ร้อนรนขึ้นมาทันที ขณะที่หลินอี้เสวียนกำลังจะไล่พวกเขาออกไป ก็มีเสียงคนคุยกันดังมาจากข้างนอกอวี้จินซูกลับมาแล้ว
จินซูขี่จักรยานเข้ามาในลานบ้าน ข้าง ๆ มีพ่อค้าหิ้วเครื่องเล่นเทปตามมาด้วย
“เห็นมั้ย! เธอพาผู้ชายกลับมาด้วย!” จางจ้าวตี้ดีใจจนเนื้อเต้น อวี้ถิงเหม่ยก็มีสีหน้าแบบเดียวกัน กำลังกลุ้มใจไม่รู้จะสาดน้ำสกปรกใส่อวี้เหยาเหม่ยยังไง เธอก็พาผู้ชายกลับบ้านมาซะแล้ว
จางจ้าวตี้กับลูกสาวมองหลินอี้เสวียนเป็ตาเดียว พวกเธอไม่เชื่อว่าเขาจะทนได้อีก จินซูพาคนขายเทปเข้ามาในบ้าน เธอซ่อมวิทยุเทปให้คนขายเทป พาเขามารู้จักทางเพื่อความสะดวกในการรับส่งของในอนาคต
จางจ้าวตี้กับอวี้ถิงเหม่ยไม่รู้จักคนขายเทป พวกเธอเห็นว่าจินซูพาผู้ชายกลับบ้าน นี่คือการนอกใจสามี เป็การเปิดโอกาสให้พวกเธอนินทาได้
อวี้เหยาเหม่ย ทำตัวเองแท้ ๆ พาผู้ชายกลับบ้านมาแบบนี้ หลินอี้เสวียนจะยังเชื่อเธออีกเหรอ จางจ้าวตี้กำมือแน่นรู้สึกว่าโอกาสแสดงฝีมือของตัวเองมาถึงแล้ว
“ฉันจะออกไปแฉนังโสเภณีนี่เดี๋ยวนี้แหละ…อ๊า!” อวี้ถิงเหม่ยเห็นแม่ของตัวเองโดน หลินอี้เสวียนจับเข้าแบบนั้น เธอสั่นกลัว ชี้หน้า หลินอี้เสวียน แล้วถามว่า
“นาย นาย นายทำอะไรน่ะ…อ๊า!” เสียงกรีดร้องอย่างน่าสยดสยองสองเสียงดังขึ้น ภายในห้องก็พลันเงียบสงัด หลินอี้เสวียนจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
เขาอดไม่ได้ที่จะดูถูกสติปัญญาของนางจางจ้าวตี้กับลูกสาว ในบรรดาสองแม่ลูก หลินอี้เสวียนดูถูกอวี้ถิงเหม่ยน้องสาวของเธอมากที่สุด เขาสงสัยว่าจินซูไม่น่าจะเกิดในตระกูลอวี้ ไม่งั้นทำไมจินซูถึงได้เฉลียวฉลาดปราดเปรื่องขนาดนั้น ในขณะที่อวี้ถิงเหม่ยโง่เง่าเต่าตุ่น
เขาลงมือจัดการกับจางจ้าวตี้ก่อน ทำให้เธอเงียบเสียงด้วยวิธีการทางกายภาพ ภายใน่เวลาเพียงไม่กี่วินาที หากอวี้ถิงเหม่ยฉลาดพอ เธอก็น่าจะวิ่งหนีออกไปได้แล้ว
หากเป็จินซูด้วยนิสัยที่แข็งกร้าว เธออาจจะคว้าอาวุธข้างกายขึ้นมาต่อสู้กับเขาอย่างเอาเป็เอาตาย นี่ถึงจะเป็ปฏิกิริยาที่ควรจะเป็ของผู้หญิงฉลาด แต่แน่นอนหลินอี้เสวียนไม่มีวันลงมือทำร้ายจินซูอย่างแน่นอน
ถ้าไม่ใช่เพราะสองแม่ลูกจางจ้าวตี้ ทำเื่ที่ไร้ยางอาย พูดถ้อยคำที่น่ารังเกียจเกินกว่าขีดจำกัดความเป็มนุษย์ หลินอี้เสวียนก็คงไม่ทำกับพวกเธอเช่นนี้
เมื่อจินซูพาคนขายเทปเข้ามาในห้อง ก็เห็นเพียงหลินอี้เสวียนยืนอยู่เพียงลำพัง ไม่มีร่องรอยของสองแม่ลูกจางจ้าวตี้อยู่เลย
“นี่หลินอี้เสวียนสามีฉันเอง” จินซูแนะนำหลินอี้เสวียนให้คนขายเทปรู้จัก หลินอี้เสวียนพอใจกับการแนะนำตัวครั้งนี้ จึงยื่นมือออกไปทักทายกับคนขายเทป
“คุณเป็ทหารหรือเปล่า” หลี่เต๋อิหรือคนขายเทปเห็นท่าทางองอาจสง่าผ่าเผยของหลินอี้เสวียน กิริยาท่าทางเหมือนกับเคยเป็ทหารมาก่อน บริเวณหน้าบ้านของหลินอี้เสวียน ยังมีชุดทหารที่เพิ่งซักตากอยู่
“ครับ ขอบคุณที่อุตส่าห์เป็ธุระให้ภรรยาผม” หลินอี้เสวียนตั้งใจเน้นคำว่าภรรยาผมให้ชัดเจนเป็พิเศษ หลี่เต๋อิรู้สึกเคารพขึ้นมาทันที และรู้สึกวางใจมากขึ้น
ที่แท้ภรรยาของเขาก็เป็ภรรยาทหาร การร่วมมือกับครอบครัวแบบนี้ เขาจะกังวลอะไรอีกล่ะ นี่เป็คนที่น่าเชื่อถือที่สุด
“เดี๋ยวผมเอาเครื่องเล่นเทปมาส่งให้ทั้งหมดเลยแล้วกัน จะได้ไม่ต้องมาหลายรอบ” เดิมทีหลี่เต๋อิคิดว่าจะทยอยส่งวันละไม่กี่สิบเครื่อง แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายเป็คนที่มีภูมิหลังดี ไม่น่าจะมาหลอกลวงเขา หลี่เต๋อิก็ไม่อยากเสียเวลา จึงตัดสินใจส่งของทั้งหมด ครอบครัวนี้ไว้ใจได้แน่ ๆ
อากาศร้อน จินซูจึงชวนหลี่เต๋อิดื่มน้ำแก้กระหาย ระหว่างนั้นหลี่เต๋อิก็พูดคุยกับหลินอี้เสวียนอย่างออกรส ขณะที่กำลังคุยกันอย่างออกรส ทันใดนั้นก็มีเสียงแปลก ๆ ดังมาจากห้องด้านใน จินซูมองไปที่หลินอี้เสวียนด้วยความฉงน หลินอี้เสวียนยังคงสีหน้าเรียบเฉยแม้จะทำเื่ผิดไว้
“หนูมาวุ่นวายอีกแล้ว” เสียงแหลมสองเสียงของเ้าหนูตัวเมียที่ชอบนินทา
“งั้นคราวหน้าผมเอายาเบื่อหนู มาฝากดีไหม รู้จักอยู่ร้านนึงยาแรงดีนัก” หลี่เต๋อเสนออย่างกระตือรือร้น แน่นอนว่าจินซูรู้ดีว่าไม่ใช่ฝีมือหนูแน่ เธอจึงใช้สายตาถามหลินอี้เสวียน
หลินอี้เสวียน แอบขยิบตาให้เธออย่างซุกซนตอนที่หลี่เต๋อิไม่ทันสังเกต ยิ่งทำให้จินซูอยากรู้อยากเห็นขึ้นไปอีก หลังจากหลี่เต๋อกลับไป จินซูก็กอดอก
“สารภาพมาเถอะ เกิดอะไรขึ้น” หลินอี้เสวียนทำท่าทางเชิญให้เธอไปดูเองเพราะเขากำลังยุ่งอยู่กับการสับไส้ จินซูบอกว่าคืนนี้จะทำขนมแป้งทอดใส่ไส้ เขาจะมานั่งกินเฉย ๆ โดยไม่ช่วยงานได้อย่างไร ผู้ชายตัวจริงไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำต่างหาก
จินซูผลักประตูห้องนอนเข้าไป ปากของเธออ้าเป็รูปตัวโอทันที จางจ้าวตี้และอวี้ถิงเหม่ยถูกมัดปากเอาไว้ หลังชนกันติดกับผนัง พอเห็นจินซู พวกเธอสองคนที่โชคร้ายก็ส่งเสียงอู้อี้ขอความช่วยเหลือ
“นี่…” จินซูชี้นิ้วไปที่สองคนนี้ ช่างเป็เื่น่าประหลาดใจเสียจริง!
“เธอพาแขกกลับมา กลัวว่าพวกเธอจะมาทำเสียเื่ เลยจับแยกไว้ก่อน” จินซูยกนิ้วโป้งให้หลินอี้เสวียนอย่างเงียบ ๆ นิ้วเดียวคงไม่สามารถแสดงออกถึงความชื่นชมในตัวหลินอี้เสวียนได้หมด เธอจึงชูนิ้วโป้งทั้งสองข้างขึ้น
“หลินอี้เสวียน! พวกเราก็หวังดีกับนาย นายจะเนรคุณกันแบบนี้ได้ยังไง เธอสวมเขาให้นาย นายไม่โกรธบ้างหรือไง!” จางจ้าวตี้คายผ้าที่อยู่ในปากออกอย่างยากลำบาก ะโใส่ห้องครัวเสียงดังลั่น
หลินอี้เสวียนตอบกลับไปเพียงประโยคเดียว จางจ้าวตี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก