พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 5 บทที่ 141 วิงวอนขอความสงสาร

            “ท่านพ่อ... ท่านพ่อ...” เสียงร้องไห้ของโม่เสวี่ยหมิ่นดังมาจากหน้าประตู ทำลายบรรยากาศเศร้าสลดที่ครอบคลุมภายในห้องหนังสืออันสงบเงียบ โม่ฮว่าเหวินปรับสีหน้าโดยพลัน เงยศีรษะมองไปยังโม่เสวี่ยหมิ่นที่แสร้งทำหน้าสลดโดยมีโม่ซิ่วคอยประคองด้วยแววตาเย็นเยียบ

            โม่เสวี่ยหมิ่นคาดไม่ถึงว่าโม่เสวี่ยถงก็อยู่ด้วย เบื้องลึกดวงตาเผยแววเกลียดชัง นางก้าวเท้าเข้ามาด้วยท่าทางอ่อนแรง ศีรษะยังมีผ้าพันแผลซึ่งมีโลหิตซึมออกมาจางๆ คิดว่าคงเป็นบาดแผลที่เกิดจากการพยายามฆ่าตัวตายเมื่อครู่ นางยังคงสวมอาภรณ์สีชมพูที่ปรากฏรอยด่างดวง ปล่อยผมเผ้าที่มิได้เกล้ามวยสยายลงมา หยาดน้ำตาคลอหน่วงเต็มสองเบ้า ริมฝีปากขาวซีดดูน่าสงสารจับใจ 

            ยังไม่ทันเดินพ้นประตูก็สะดุดล้ม หากมิใช่เพราะโม่ซิ่วประคองไว้ทันท่วงที ป่านนี้คงล้มหัวฟาดไปแล้ว

            ด้วยท่าทางน่าเวทนาเยี่ยงนี้ หากเป็นเมื่อก่อนโม่ฮว่าเหวินคงใจอ่อน ไหนเลยจะลงโทษนางได้ลงคอ ไม่ว่านางจะพูดแก้ตัวอย่างไรก็ย่อมเป็นไปตามนั้น

            แต่ตอนนี้โม่ฮว่าเหวินกำลังโกรธเคืองฟางอี๋เหนียง เมื่อนึกขึ้นว่าหากเมื่อวานโม่เสวี่ยหมิ่นฟังคำพูดเขาแล้วเก็บตัวอยู่ในเรือน ไหนเลยจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ จึงตำหนิด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เจ้ามาที่นี่ทำไม ไยไม่อยู่เรือนฝูงฉิงของตนเอง หรือยังไม่พอใจงานมงคลที่ตนเองเลือกมาอีก” 

            “ท่านพ่อ...” โม่เสวี่ยหมิ่นไม่คิดว่าบิดาที่รักใคร่นางมาโดยตลอดจะไม่ไว้หน้าตนเองเช่นนี้ พอโม่ซิ่วคลายมือที่ประคองอยู่นางก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงต่อหน้าโม่ฮว่าเหวินอย่างแรง แล้วร้องไห้ปานจะขาดใจ 

            ทำท่าสำออยอ่อนแอน่าสงสาร แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เปลี่ยน หากอยากมาพบท่านพ่อจริงๆ ไฉนจึงไม่เปลี่ยนอาภรณ์ก่อนเล่า นี่คงต้องการให้ท่านพ่อเห็นแล้วรู้สึกสงสาร ไม่เอาเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดล่ะสิ! 

            โม่เสวี่ยถงก้มหน้าหลุบตาลงนึกเยาะหยันอยู่ในใจ 

            เรื่องนี้หากเกิดขึ้นก่อนที่ตนเองจะเข้ามาในห้องหนังสือ ท่านพ่อเห็นโม่เสวี่ยหมิ่นในสภาพนี้แล้วก็อาจรู้สึกสงสาร ไม่แน่ว่าเรื่องเมื่อวานอาจจะยอมปล่อยเลยตามเลยไปก็ได้ แต่การที่นางมาแสดงบทโศกในยามนี้ มีแต่จะเพิ่มความขุ่นเคืองให้บิดาเปล่าๆ ฟางอี๋เหนียงทั้งโกหกหลอกลวงสารพัดเยี่ยงนั้น ไหนเลยจะได้รับความเมตตาสงสารจากบิดาอีก 

            โม่ฮว่าเหวินเห็นโม่เสวี่ยหมิ่นทำท่าทางอ่อนแอร้องไห้น้ำตานองหน้า พลันนึกถึงวันที่ลั่วเสียสิ้นใจ ฟางอี๋เหนียงก็ร้องไห้น้ำตาไหลพรากเช่นนี้ บอกตนเองว่าถงเอ๋อร์ใจคอโหดร้ายตีทุบตีอิ๋งชุนสาวใช้ของฮูหยินจนเกือบตาย ภายในใจก็โกรธเคืองจนห้ามไม่อยู่ พรวดพราดลุกขึ้นตบโต๊ะผางดุด่าเสียงเกรี้ยวกราด 

            “เมื่อคืนเจ้าออกไปข้างนอกทำอะไร มิใช่ว่าข้าสั่งให้เจ้าคัดลอกบัญญัติสตรีอยู่ในเรือนของตนเองหรือ หรือรู้สึกว่าคำพูดของบิดาอย่างข้าไร้น้ำหนักไปเสียแล้ว ถึงได้กล้าทำอะไรตามใจตนเองเยี่ยงนี้” 

            ร้องไห้เหมือนกัน ท่าทางอ่อนแอเหมือนกัน ล้วนแต่มารยาสาไถยทั้งสิ้น...

            “ท่านพ่อ... หมิ่นเอ๋อร์ผิดเอง ขอท่านพ่อโปรดให้อภัยด้วยเถิดเจ้าค่ะ” โม่เสวี่ยหมิ่นน้ำตาร่วงเผาะ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่โม่เสวี่ยถงกลับมองเห็นพยับเมฆดำทะมึนคลุมครึ้มอยู่ในดวงตาของนาง 

            “ท่านพ่อ เมื่อวานอี๋เหนียงแท้งบุตร... เมื่อคืนข้าออกไปก็เพื่อ... ก็เพื่อ...” กล่าวยังไม่ทันจบความก็สะอึกสะอื้นขึ้นมาอีก

            “เพื่ออะไร” โม่ฮว่าเหวินถามเสียงเย็นชา ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น

            “นายท่าน คุณหนูทำไปก็เพื่อนายท่านและอี๋เหนียงนะเจ้าคะ” โม่ซิ่วที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังโม่เสวี่ยหมิ่น คลานเข้ามาถึงข้างกายโม่เสวี่ยหมิ่น แล้วโขกศีรษะกับพื้นอย่างแรง ก่อนกล่าวแทนโม่เสวี่ยหมิ่นที่ร้องไห้อยู่ด้านข้าง 

            “นายท่าน... อี๋เหนียงเพิ่งแท้งลูกเมื่อวาน แล้วยังถูกคุมขังไว้ เรื่องนี้แท้จริงก็ต้องโทษอี๋เหนียงเอง ไม่อาจตำหนิผู้อื่นได้ แต่ว่า... หากปล่อยให้ถูกขังอยู่ในเรือนหลีหวาเยี่ยงนั้น ไม่มีใครเข้าไปดูแลรักษา คุณหนูวิตกว่าจะเกิดเรื่อง จึงลอบออกไปจากจวน เพื่อไปขอเจียดยามาสักเล็กน้อย ช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองเช่นนี้ หากอี๋เหนียงเกิดเป็นอะไรไปขึ้นมาก็จะไม่เป็นผลดีต่อนายท่านด้วย คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่อง นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณหนูเลยนะเจ้าคะ เป็นความผิดของบ่าวเองที่ไม่ดูแลคุณหนูให้ดี คิดแต่ว่านางมีใจกตัญญู ไม่คิดว่า...”

            โม่ซิ่วโขกศีรษะอย่างแรงบนพื้นที่ปูด้วยอิฐ เพียงชั่วพริบตาก็เห็นเลือดซึมออกมาจากหน้าผาก

            “โม่ซิ่ว อย่าทำเช่นนั้น ท่านพ่อ ทั้งหมดเป็นความผิดของหมิ่นเอ๋อร์เองเจ้าค่ะ ท่านพ่อลงโทษลูกคนเดียวก็พอ” โม่เสวี่ยหมิ่นหน้านิ่ว ร้องไห้เสียงดังลั่น รีบดึงโม่ซิ่วเข้ามากอด ดูคล้ายเจ้านายแสนดีที่พยายามปกป้องบ่าวของตนเอง นางมองโม่ฮว่าเหวินด้วยสายตาวิงวอน สีหน้าเหมือนได้รับความไม่เป็นธรรมอย่างถึงที่สุด 

            โม่เสวี่ยถงแค่นเสียงเย็นในใจ

            โม่เสวี่ยหมิ่นช่างกำกับละครเก่งนัก การให้โม่ซิ่วโขกศีรษะสุดชีวิตช่วยพูดแก้ตัวให้ ย่อมมีน้ำหนักให้คนเชื่อมากกว่าที่นางเป็นฝ่ายกล่าวออกมาเอง ที่แท้มิใช่ไปนัดพบกับใครเป็นการส่วนตัว แต่แค่เป็นห่วงชื่อเสียงของจวนโม่และเป็นการเตือนสติบิดาว่าแม้อี๋เหนียงจะทำความผิด แค่สูญเสียบุตรไปก็นับว่าได้รับโทษแล้ว ความผิดนี้ไม่ถึงตาย ขนาดนางแอบออกไปนอกจวนก็ยังสามารถบิดเบือนว่าทำไปด้วยความกตัญญู ที่เกิดเรื่องน่าอับอายขึ้นก็เพราะโชคไม่ดีเท่านั้น

            เหตุผลแบบนี้ก็อาจฟังขึ้นหากท่านพ่อยอมรับเด็กในท้องของฟางอี๋เหนียง แต่โม่เสวี่ยหมิ่นคงไม่มีวันคาดเดาได้ว่าแท้จริงแล้วที่เด็กคนนั้นแท้งไปกลับสมใจท่านพ่อมากกว่า เด็กคนนั้นเป็นดั่งหนามแหลมทิ่มแทงจิตใจที่ท่านพ่อคิดจะบ่งทิ้งอยู่แล้ว แม้จะไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นท่านพ่อก็ย่อมลงมือด้วยตนเองอยู่ดี

            โม่ฮว่าเหวินสีหน้าดำทะมึน ผ่านไปครู่ใหญ่จึงถามเสียงเย็น “นางออกไปข้างนอกเพื่อขอยาจริงๆ หรือ” 

            “ท่านพ่อไม่เชื่อหมิ่นเอ๋อร์หรือเจ้าคะ หมิ่นเอ๋อร์เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน จะทำเรื่องน่าอัปยศอดสูเยี่ยงนี้ได้อย่างไร หมิงกั๋วกงซื่อจื่อก็อยู่ ท่านพ่อไปสอบถามเขาดูก็ได้ หมิ่นเอ๋อร์อยู่ตัวคนเดียวมิได้นัดหมายกับผู้ใดทั้งสิ้น ในรถคันนั้นจนถึงตอนนี้ยังมียาห้ามเลือดของฟางอี๋เหนียงตกอยู่ หากท่านพ่อไม่เชื่อก็ให้คนไปตรวจสอบได้” โม่เสวี่ยหมิ่นแหงนใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตา คำพูดก็จริงจังหนักแน่น

            การกล่าวเหตุผลทั้งน้ำตาในครานี้แสดงได้งดงามกว่าเมื่อครู่มากนัก นางอ้างถึงโหยวเยวี่ยเฉิงหมิงกั๋วกงซื่อจื่อก่อน แล้วค่อยกล่าวถึงหลักฐานที่อยู่ในรถ โม่เสวี่ยถงก็เชื่อว่ามียาอยู่ที่นั่นจริง และแน่ใจว่าต้องมีทิ้งไว้เต็มไปหมด เพราะนี่เป็นข้ออ้างที่นางใช้ออกจากจวนตั้งแต่แรก เรื่องที่นางแอบออกไปอย่างไรก็ไม่อาจหลบสายตาของโม่ฮว่าเหวินไปได้ ช้าหรือเร็วบิดาก็ต้องรู้ หากไม่มีหลักฐานเป็นข้ออ้างอย่างชัดเจน คนอย่างนางหรือจะกล้าออกไป 

            นางกล่าวออกมาเช่นนี้ แม้บิดาจะแคลงใจก็ย่อมจะเชื่ออยู่บ้างกระมัง 

            “มีคนเห็นเหตุการณ์มากมาย หลี่โย่วโม่ผู้นั้นก็กัดเจ้าไม่ปล่อย เมื่อเจ้าไม่ยินยอมแต่งกับเขา ไหนพูดมาซิว่าจะจัดการอย่างไร” โม่ฮว่าเหวินนั่งลง นิ่งใคร่ครวญอยู่นาน ก่อนจะหันมาทิ้งคำถามให้โม่เสวี่ยหมิ่น

            แม้ว่าโม่ฮว่าเหวินฟังเหตุผลแล้วจะยังไม่หายโกรธ แต่น้ำเสียงก็อ่อนลงมาบ้าง โม่เสวี่ยหมิ่นลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก แล้วเงยหน้าอธิบาย นี่เป็นเป้าหมายที่นางมาหาบิดา

            “ท่านพ่อ หลี่โย่วโม่ผู้นั้นไม่รู้จักหมิ่นเอ๋อร์เสียหน่อย แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสตรีผู้นั้นคือหมิ่นเอ๋อร์ ชื่อเสียงของเขาก็ไม่ดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้ว่าเขาจะพูดอะไร ย่อมไม่มีใครเชื่อวาจาของเขา ยิ่งไปกว่านั้นบนรถยังไม่มีสัญลักษณ์ของสกุลโม่อีกด้วย” 

            “แม้ว่าคำพูดของหลี่โย่วโม่จะไม่มีใครเชื่อ แต่โหยวเยวี่ยเฉิงก็อยู่ที่นั่น คำพูดของเขาย่อมมีคนเชื่อแน่นอน ถึงเวลาแล้วจะอธิบายอย่างไร” แววตาของโม่ฮว่าเหวินยังคงเย็นเยียบดั่งฉาบด้วยน้ำแข็ง

            “วันนั้นแม้ซื่อจื่อจะเห็นว่าเป็นหมิ่นเอ๋อร์จริงๆ แต่หมิ่นเอ๋อร์สามารถขอร้องให้เขาบอกว่าเห็นไม่ชัดได้ หากเขาบอกว่าสตรีผู้นั้นอาจไม่ใช่คุณหนูใหญ่สกุลโม่ แล้วหลี่โย่วโม่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าสตรีที่เขาพบคือลูก” 

            โหยวเยวี่ยเฉิงคือหัวใจสำคัญ แต่โม่เสวี่ยหมิ่นเชื่อมั่นว่าเขาจะช่วยบิดเบือนวาจาเพื่อตนเองได้ 

            นางไปหอเซียงหม่านโหลวเพื่อไปพบโหยวเยวี่ยเฉิง เขาย่อมเชื่อคำพูดของนาง ที่ว่านังเด็กสมควรตายโม่เสวี่ยถงมีจิตใจดั่งอาบยาพิษทำร้ายอี๋เหนียงและพี่สาว แม้แต่บุตรในครรภ์ของอี๋เหนียงก็ไม่ละเว้น หากเมื่อวานไม่เกิดเรื่องเช่นนั้นกับตนเองก่อน เรื่องอื้อฉาวในวันนี้ก็ต้องตกเป็นของโม่เสวี่ยถง โหยวเยวี่ยเฉิงจะต้องช่วยเหลือตนเองแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้หลี่โย่วโม่จะพูดอย่างไรก็ทำอะไรตนเองไม่ได้แล้ว แน่นอนว่านางจะก็ฉวยโอกาสนี้ใส่ไฟให้โหยวเยวี่ยเฉิงนึกรังเกียจนังแพศยานั่นให้มากขึ้นไปด้วย กล่าวได้ว่ายิงหินนัดเดียวได้นกถึงสองตัว 

            แต่สิ่งที่โม่เสวี่ยหมิ่นคาดไม่ถึงคือ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโม่เสวี่ยถงจริงๆ

            “เจ้าจะไปพูดโน้มน้าวหมิงกั๋วกงซื่อจื่อเช่นนั้นหรือ” โม่ฮว่าเหวินเลิกคิ้วขึ้น ดูไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร 

            โม่เสวี่ยหมิ่นแสดงท่าทางกระตือรือร้นขึ้นมาทันที ดวงตาซ่อนความยินดีไว้ไม่มิด ยิ่งมีโอกาสพูดคุยกับโหยวเยวี่ยเฉิงมากเท่าไร ก็ยิ่งเรียกคะแนนสงสารจากเขาได้มากเท่านั้น นี่คือสิ่งที่โม่เสวี่ยหมิ่นยินดีทำเป็นอย่างยิ่ง ฮูหยินหมิงกั๋วกงซื่อจื่อคือตำแหน่งที่นางมั่นหมาย เพียงอ้างว่าถูกคนใส่ร้าย ทั้งยังถูกบิดาคุมขังจนต้องลอบออกมาขอความช่วยเหลือ แสดงให้โหยวเยวี่ยเฉิงเห็นอีกครั้งว่าตนเองเป็นสตรีอ่อนแอไร้ที่พึ่ง ทำตัวให้ดูน่าสงสาร เท่านี้ย่อมทำให้คนสะเทือนใจยิ่งกว่าเอ่ยอ้างด้วยคำพูดใด 

            “ท่านพ่อ หมิ่นเอ๋อร์ยินดีไปโน้มน้าวซื่อจื่อเองเจ้าค่ะ เขาจะต้องช่วยให้ฝ่ายนั้นยอมวางมือจากจวนโม่ได้แน่ ชื่อเสียงของหมิ่นเอ๋อร์จะเสียหายไปบ้างย่อมไม่เป็นไร กลัวแต่จะทำให้พี่น้องคนอื่นๆ เดือดร้อนไปด้วย” ครานี้โม่เสวี่ยหมิ่นใช้เหตุผลความถูกต้องชอบธรรมและความสัมพันธ์พี่น้องมาเป็นข้ออ้าง ไม่เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่านางมิได้ทำเพื่อตนเอง แต่ยังบอกเป็นนัยว่าหากตนเองต้องแต่งให้หลี่โย่วโม่จริงๆ ผู้ที่ต้องเสียหายมิได้มีนางเพียงแค่คนเดียว 

            เรื่องพูดโน้มน้าวหมิงกั๋วกงซื่อจื่อเคยอยู่ในความคิดของโม่ฮว่าเหวิน แต่หากโหยวเยวี่ยเฉิงเป็นคนที่เกลี้ยกล่อมง่ายดังว่า ไหนเลยจะมีชื่อเสียงดีงามอยู่เช่นนี้ได้ เมื่อเห็นโม่เสวี่ยหมิ่นยืดตัวตั้งตรงดั่งลำไผ่ ท่าทางมั่นอกมั่นใจยิ่ง ทั้งกล่าวอย่างเปี่ยมไปด้วยเหตุผลเยี่ยงนั้น ในหัวใจกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นอีก หากต้องทนเห็นต่อไปเขาคงทนไม่ไหวระเบิดออกมาแน่นอน 

            นี่คือบุตรสาวที่เขาเชื่อว่าเป็นเด็กฉลาดรู้ความ เป็นกุลสตรีที่มีจิตใจดีงาม เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในเหย้าเรือนมาโดยตลอด ถึงขนาดนี้แล้ว นางจะอาศัยสิ่งใดมาทำให้โหยวเยวี่ยเฉิงยอมกลับคำ? หรือว่าตนเองถูกหลี่โย่วโม่ทำชื่อเสียงเสียหายขนาดนี้แล้วยังไม่พอ ยังต้องการให้โหยวเยวี่ยเฉิงแพร่งพรายสิ่งใดออกไปอีก ช่วงก่อนเรื่องที่นางถูกซือหม่าหลิงอวิ๋นอุ้มออกไปตอนเหตุการณ์ไฟไหม้เพิ่งจะสงบลงไปได้ไม่นาน ก็มีเรื่องหลี่โย่วโม่ขึ้นมาอีก 

            ผู้เป็นธิดาสกุลใหญ่แม้จะไร้ยางอายแค่ไหนก็ไม่น่าจะทำผิดซ้ำซากแบบเดิมอยู่เยี่ยงนี้ ทั้งยังมาอ้างเรื่องน้ำใจพี่น้อง เมื่อครั้งที่แล้วก็ให้ฉงเอ๋อร์ออกรับผิดแทนมิใช่หรือไร แม้ว่าโม่ฮว่าเหวินจะไม่โปรดปรานบุตรสาวผู้นี้ของตนเองเพียงใด แต่ก็รู้ว่าการทำเช่นนี้ถือเป็นการเอาเปรียบโม่เสวี่ยฉงอย่างยิ่ง สตรีที่ยังไม่ออกเรือนแต่มีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น แม้จะแต่งออกไปได้แต่ย่อมถูกผู้คนเดียดฉันท์ ยิ่งไปกว่านั้นนางยังแต่งออกไปได้เพียงฐานะอนุภรรยา 

            ช่วงนี้โม่ฮว่าเหวินจับตามองโม่เสวี่ยหมิ่นอยู่ตลอด จึงรู้ว่าหลังจากเกิดเรื่องนางก็ไม่เคยไปหาโม่เสวี่ยฉงอีกเลย รับความช่วยเหลือจากน้องสาวอย่างหน้าตาเฉย ทำราวกับว่าผู้ที่ถูกช่วยออกมาจากกองเพลิงวันนั้นคือโม่เสวี่ยฉงจริงๆ ไม่เคยคิดเลยว่าน้องสาวของตนเองแต่งออกไปครานี้จะถูกบ้านสามีดูหมิ่นเหยียดหยาม ตกเป็นที่ครหาของผู้คน

            แล้งน้ำใจต่อพี่น้องเช่นนี้ แต่กลับแสดงท่าทางรักใคร่พี่น้องต่อหน้าผู้อื่น เหมือนกับฟางอี๋เหนียงไม่มีผิด เมื่อคิดถึงความร้ายกาจที่ฟางอี๋เหนียงกระทำต่อโม่เสวี่ยถง นึกถึงความไม่เป็นธรรม ความอัปยศและความเจ็บปวดที่โม่เสวี่ยถงได้รับ โม่ฮว่าเหวินจะยังพูดคุยกับนางอย่างอารมณ์ดีต่อไปได้อย่างไร รู้สึกเพียงว่าวาจาของนางล้วนมีเจตนาปกปิดความผิด ไม่มีความจริงแม้แต่ประโยคเดียว 

            “ออกไป!” โม่ฮว่าเหวินโบกมือเอ่ยปากไล่ด้วยสีหน้าดุดัน ไม่อาจทนเห็นหน้าโม่เสวี่ยหมิ่นอีก

            “ไป!” 

            ท่าทีของโม่ฮว่าเหวินอยู่เหนือความคาดหมายของโม่เสวี่ยหมิ่นโดยสิ้นเชิง ชั่วขณะนั้นสองนายบ่าวต่างตะลึงพรึงเพริด เมื่อเห็นโม่ฮว่าเหวินไม่แม้แต่จะหันมามองก็ยังไม่ละความพยายาม นางคลานเข่าเข้ามาแล้วร้องไห้ขอความเมตตา “ท่านพ่อ… ท่านพ่อ...”

            โม่ฮว่าเหวินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สีหน้าอิดโรย หัวคิ้วขมวดเป็นเกลียว สายตาแข็งกร้าวชวนให้รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงหัวใจ ตวาดเสียงลั่น “ออกไป!”

            บุตรสาวคนนี้ นับวันก็ยิ่งทำให้ตนเองรู้สึกผิดหวังยิ่ง

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359