[อ้อแอ้อู้โอ้ว!] พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง!

    บทที่ 20 ความท้าทายครั้งใหม่!?


    error loaded"ข้าพบแล้วพี่ชาย ท่านไง"ชายชราในชุดมอซอสกปรก ฝ่ามือเอื้อมไปยังด้านหลัง“ท่านกำลังตามหาคนอยู่ เรื่องหานั้นไม่ยากเย็นเลย เพราะถ้าตายไป วิญญาณทุกคนก็จะไปพบยมบาลยังไงล่ะ ท่านผู้กล้ากาลิค!” เมื่อพูดจบ ชายชราก็ชักมีดปลายแหลมจ่อไปที่หน้าของผู้กล้าที่เมามายอยู่อย่างรวดเร็ว!! ดวงตาของกาลิคเบิกกว้าง! ร่างกายของยอดจารชนเอนกายหลบวิถี แม้ว่าจะเมามายกับสุราอาหารบนโต๊ะ แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดยังทำงานเป็นอย่างดีอยู่ เขาเอนหลังถอยหลบเตรียมตอบโต้ทว่าเมื่อมองดูอาวุธอีกฝ่ายให้ดี กลับพบว่ามันเป็นเพียงของปลอมเท่านั้น “เฮ้ย? เล่นอะไรของลุงกัน อยากตายหรือไง!?”กาลิคเอ่ยอย่างเดือดดาล หัวของเขารู้สึกร้อน สายตาจดจ้องอีกฝ่ายที่ฉีกยิ้มออกมา“เจ้ารู้จักข้าได้ไงกันตาเฒ่า!?”อีกฝ่ายหนึ่งเผยรอยยิ้มออกมา เลียนเสียงเหมือนมีดกระซวกไส้“ฉัวะ! ฉัวะ! ฮ่าฮ่าฮ้า เจ้าเรียกว่าตาเฒ่าเลยเชียวรึ! กล้าหาญเกินไปแล้ว!”ชายชราพูดก่อนจะหัวเราะออกมาดังๆ “เมาขนาดไหนกัน...จำข้าไม่ได้หรือไง กาลิค!”"ข้าไม่ตลกกับเจ้าด้วยหรอก"ผู้กล้าสายเมาตวาด"จะกินก็กินไปแล้วกัน ลาขาด!""คิดดีแล้วเหรอที่ไม่คุยกับข้าต่อ..."ชายชราพูดอย่างตั้งใจ พลางกอดอก"หา? หมายความว่ายังไง?""ข้าทดสอบเจ้าเฉยๆ ลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นใคร?"ท่าทีอีกฝ่ายทำให้กาลิคยืนขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโกรธ เขาก้าวมาอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ แล้วพิจารณาร่างบุรุษตรงหน้าชายชราในชุดมอซอสกปรกมีรูปหน้าใหญ่ ท่ามกลางโคลน กลิ่นตัวเหม็นและคราบเลอะ กาลิคมองเห็นเส้นผมสีทองเหมือนกองฟาง จารชนเผื่อสบตาอีกฝ่าย ดวงตาสีมรกตจดจ้องกาลิคอย่างตั้งใจ จมูกเป็นสัน ไว้หนวดเครายาวทั่วริมฝีปากหนาผ่านไปชั่วอึดใจ กาลิคทำหน้าเหมือนนึกออก...“ขอโทษทีนะลุง!"ผู้กล้าจารชนส่ายหน้า เขากล่าวอย่างย้อนแย้งต่อท่าทางเมื่อครู่"ข้าจำไม่ค่อยได้เลยว่าสนิทกับคนที่เล่นมุกตลกแรงๆนี่ตั้งแต่เมื่อไร นึกไม่ออกเลย เราเคยติดเงินกันมาก่อนหรือเปล่า?”พูดเสร็จก็กรอกตามาทางชายชราคำตอบของกาลิคทำให้อีกฝ่ายทำหน้าเคือง ชักสีหน้าฮึดฮัดออกมาในทันที“ยืมเงินหรือ? ก็ใช่เคยอยู่บ้าง"พูดพลางเกาหัวสีฟางข้าวของตนเอง ก่อนใบ้ต่อให้คาดเดา"ตอนอยู่ที่ทะเลเพลิงไง...จำ—ได้—ไหม—เอ่ย?”“ทะเลเพลิง?"ชายหนุ่มผมดำทวนคำที่ได้ยิน"กว้างเกิน ข้าไปมาทั่วต้าจินแล้ว ขอแคบกว่านี้หน่อยซิ!?"กาลิครู้จักทะเลเพลิงดีเท่ากับชาวต้าจินทั่วไปรู้จัก มันคือชื่อของแผ่นน้ำกว้างใหญ่ที่โอบล้อมบริเวณทางตะวันออกของจักรวรรดิต้าจิน รวมถึงตอนเหนือของจักรวรรดิศวาติและตอนใต้ของจักรวรรดิอาคเนย์เอาไว้ที่มาของชื่อทะเลเพลิงมีเพียงชาวต้าจินเท่านั้นมีเรียก มาจากสงครามทางทะเลสมัยก่อตั้งราชวงศ์ต้าจินเมื่อหลายพันปีก่อน ว่ากันว่าภายใต้ท้องฟ้ามีดวงอาทิตย์อันร้อนแรง บนท้องน้ำแห่งนี้ก็ปรากฏมีเปลวเพลิงแห่งการต่อสู้อยู่ทั่วทั้งผืนน้ำด้วยความอันตรายจากสัตว์อสูรและมรสุมมากมาย จึงทำให้เป็นหนึ่งในปราการธรรมชาติที่คุ้มครองดินแดนเอซิเรียกับทวีปอื่นมาอย่างยาวนาน กระนั้นเหตุการณ์ลักลอบผิดกฎหมายของชาวต่างชาติต่างอารยะต่างทวีปก็ยังเคยมีปรากฏอยู่บ้างสมัยก่อนเมื่อครั้งกาลิครับตำแหน่งเป็นจารชนหลวงประจำราชสำนัก เขาเคยช่วยเหลือกลุ่มพ่อค้าจากสารพัดโจรสลัดต่างทวีป และตั้งสมาคมการค้าขึ้นในหมู่เกาะแห่งหนึ่ง[ภายหลังได้รับพระราชทานนามว่าหมู่เกาะมังกรสวรรค์หลงเทียน] พัฒนาเป็นเขตเมืองและแดนการค้าพิเศษขึ้นเมื่อนึกถึงอดีต ใบหน้าของชายชราตรงหน้าก็เริ่มทำให้กาลิครู้สึกคุ้นๆ"อย่าบอกนะว่า...”จารชนผมดำอุทาน พลางเสยผม อ้าปากเหวอตกใจ“ท่านนายห้างเนโธ่?”“ข้าชื่อเนโธเทปโว้ย! เจ้าลูกหมานี่!”ชายชราผมทองกองฟางสบถ เมื่ออีกฝ่ายพูดชื่อผิดเนโธเทป คือชื่อของ นายห้างใหญ่ผู้นำระดับสูงของกลุ่มการค้านาม ปโตเลมีน่า เป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการใหญ่โต ผู้กุมค้าขายสินค้าจากท้องทะเลของจักรวรรดิต้าจินเขาเป็นชาวหมู่เกาะทะเลที่เติบโตมาในเขตแดนแห่งต้าจิน มีความสามารถในทางการค้าและชั้นเชิงในการเจรจา เรียกได้ว่าเอกอุเหลือประมาณ ก่อนเป็นพ่อค้า เขาเคยเป็นนักท่องทะเลที่มีชื่อเสียง วีรกรรมอันโดดเด่นคือการเปิดเดินทางเจรจาเส้นทางการค้าทางทะเล กับเหล่าหมู่เกาะน้อยใหญ่ในเอซิเรียกว่าสามสิบเจ็ดหมู่เกาะซึ่งว่ากันว่าทรัพย์สินกิจการของเขาใหญ่โตจนสามารถซื้อเมืองใหญ่ในทวีปสักสองสามแห่งก็สามารถทำได้“เจ้าใช้เวลาจำหน้าคนมากไปแล้ว เป็นผู้กล้าจารชนประสาอะไรกัน ถุ้ย!"เนโธเทปถ่มน้ำลายลงพื้น พลางคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มจนชุ่มคอจึงพูดต่อ"ข้าไม่ได้ชุบเลี้ยงมือดีอย่างเจ้า ให้ไปรับใช้องค์จักรพรรดิแล้วลืมหน้าลืมตาข้าหรอกนะ! ถ้าความจำสั้นลงแบบนี้ คืนชื่อผู้กล้าบ้าบอนั่นให้ทางการเถอะไป! ถ้าฝีมือจะตกขนาดนี้!”พูดเสร็จก็ดื่มต่ออีกยกหากกล่าวให้ถูกต้อง ในสมัยก่อนชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เคยเป็นผู้ชุบเลี้ยงเขาให้ในฐานะ'กะลาสี'และ'เสมียน'มากกว่า ถึงภายหลังที่เขากลายมาเป็น'ผู้กล้าแห่งจารชน'ก็เถอะทว่ากาลิคนึกยอมรับว่ามันเป็นรากฐานสำคัญจนกลายเป็นชีวิตจารชนของเขาในเวลาต่อมาร่างในชุดดำจ้องนิ่งร่างชรามอซออยู่นาน ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เขารู้สึกว่าตนเองสามารถสร่างเมาได้ จารชนหนุ่มเกาหัวแกรกๆแล้วพูดต่อ“นายห้างเนโธเทป เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมีสภาพ...เอ่อ กลายเป็นกระยาจกแบบนี้!?”อดีตนายห้างพ่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ แลบลิ้นแบร่“ยี้! พอกันนะแหละ! สภาพบัดซบยังกะเป็นหมาตกถังทะเลสาป อย่ามาทำเป็นพูดดี”เนโธเทปหรี่ตาทำปากเบ้“ว่าแต่จำกันได้แบบนี้ ...มื้อนี้ช่วยเลี้ยงได้ไหม?”"เลี้ยงอาหาร?"จารชนหนุ่มขมวดคิ้วแต่ก็ตอบไปด้วยความสัตย์ซื่อ“มีหรือจะขัดนายห้างเนโธเทปผู้ยิ่งใหญ่ได้” พูดจบก็เลื่อนถาดอาหารเข้าไปใกล้ตัวชายสูงวัย“ขอบใจ” นายห้างตอบสั้นอย่างว่าง่าย แล้วก็คว้าอาหารบนโต๊ะขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อยเมื่อมองคู่สนทนากินอาหาร กาลิคก็ค่อยๆพูดแทรกขึ้น“ท่านนายห้าง...ท่านล้มละลายหรือ?”กาลิคเอ่ย แม้สำหรับเขามันเป็นไปได้ยาก ที่จะเกิดเรื่องอย่างที่พูดไปก็ตามชายชราหยุดเคี้ยวอาหารในปากแล้วเหล่ตามอง ...นายห้างเนโธเทปถอนในใจดังเฮือกใหญ่ก่อนก็ตอบมาอย่างปลงตก“ชิ! แสลงใจว่ะที่ได้ยินคำนี้”เขาพูดพร้อมกับสีหน้าที่ดูเศร้าสร้อย “ใช่ กิจการล้มละลาย”“ เป็นไปได้ยังไงกัน ท่านเป็นสุดยอดพ่อค้าของพ่อค้าที่ข้าเคยพบ ไอ้เรื่องล้มละลายฟังดูสยองขวัญยิ่งกว่าพวกมารที่ข้าเคยไปต่อสู้มาเสียอีก!? อะไรทำให้คนที่เก่งแบบนายห้างใหญ่ ย่ำแย่ถึงขนาดนี้ได้? เกิดอะไรขึ้นหรือ?”ผู้กล้าผมดำถามรวดเร็วเป็นชุดนายห้างใหญ่หัวเราะแห้งๆในลำคอ ดวงตาของเขาที่มองไปที่อาหารและหยิบขึ้นกินต่อไป“เจ้ารู้ไปจะช่วยข้าอย่างนั้นหรือ?”เขาถามตรงจุด“สองหัวดีกว่าหัวเดียวน่า เล่ามาก็ไม่เสียหลาย" จารชนพูดอย่างรวดเร็วอะไรก็ตามที่ทำให้ชายคนนี้สิ้นท่า จะมาอยู่ในสภาพนี้ได้มันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่นอน กาลิคคิด มันคงเป็นเรื่องทำใจยากจะพูดน่าดูชมสิ่งที่ทำให้ผู้กล้าผู้นี้พยายามค้นหาความจริง คือความอยากรู้อยากเห็นและความห่วงใย...ซึ่งแน่นอนอย่างแรกมีมากกว่าเล็กน้อย!เรื่องเมียเจ้าซือหลินก็คนหนึ่งล่ะ ขืนมาสงสัยเรื่องนี้อีก มีหวังอกแตกตาย ไม่ว่ายังไงก็ต้องเค้นเอาความจริงมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นข้านอนไม่หลับ... ชายหนุ่มคิดในใจ"เฮ้อ ข้าไม่มีอะไรมอบหรือตอบแทนอะไรให้เจ้าได้หรอกนะตอนนี้” ชายชราตอบน้ำเสียงสงบ“ท่านนายห้างเคยช่วยเหลือข้าไว้มาก ทั้งตอนระดมกองทัพหนุนคราวศึกจอมมาร มิหนำซ้ำท่านเคยกรุณาช่วยเหลือข้าในอดีตด้วย ยังไม่มีโอกาสตอบแทนพระคุณท่านนายห้างเลย”ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ของตนเองเนโธเทปพยักหน้าเห็นพ้อง"แหม นึกถึงสมัยก่อนจัง ตอนเจ้ากลับมาหาข้าอีกครั้ง นึกว่าจะกลับมาเป็นพ่อค้าเสียอีก!""อดีตคือเรื่องราวแก้เบื่อในยามคิดถึง"กาลิคยิ้มเป็นพิธี ตั้งกายหลังตรง มองอีกฝ่ายแล้วพูด"และข่าวสารทุกอย่างล้วนมีราคา ถ้ายังไงคิดว่าเป็นค่าอาหารที่ท่านกิน พอจะเล่าให้ฟังได้ไหม?"ชายชรามองกาลิคนิ่งๆ ประสานมือของตน เป็นท่าทีบุคลิกสุภาพแบบพ่อค้า"วาทศิลป์เจ้าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนนะกาลิค คำพูดคำจาก็ดูฟังดูน่าเชื่อถือดีขึ้น ไม่บุ่มบ่ามกว่าแต่ก่อน ถือว่าสอบผ่านในฐานะพ่อค้าชั้นเลวแล้ว แต่..."เนโธเทปสอนเสมือนผู้อยู่ตรงหน้าคือเด็กที่เขาเคยชุบเลี้ยง"ยังพยายามจะล้วงความลับมากเกินไป ฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนซักไซ้ไปหน่อย เจ้าต้องมีลูกล่อลูกชนกว่านี้ ข้าถือว่าสอบตกในฐานะจารชนรู้ไหม?""ท่านก็อยากให้ข้าเลิกเป็นจารชนมาเป็นพ่อค้าเสียจริง!"เนโธเทปยิ้มก่อนตอบ"ข้าถูกใส่ความว่าเป็นหัวโจทย์ไปสมคบกับพวกมาร ลักลอบค้าทาสชาวต้าจินส่งไปจักรวรรดิซิเรเดล"ดวงตาของจารชนเบิกกว้างขึ้น"เหตุการณ์โจรกวาดล้างปล้นชาวบ้านชายแดนไปเป็นทาสนะหรือ พวกค้าทาสผิดกฏหมายที่เคยมีเรื่องเมื่อเร็วๆมานี่นะ?""มีไอ้พวกสารเลวกลุ่มหนึ่งแฝงตัวมาในสมาคมของข้า ใช้ลูกไม้สกปรกแจ้งทางการว่ามีทาสถูกจับอยู่ในเรือ อีท่าไหนไม่รู้ดันมีจริงๆ บีบให้คนของข้าถูกทางการจับไปด้วย "เนโธเทปกัดฟันเล็กน้อยก่อนเล่าต่อ"พวกข้ากลายเป็นคนร้ายของทางการ ข้าเชื่อมั่นในความบริสุทธ์ของตนเองและพวก เลยยอมเดินทางไปขึ้นศาลไกล่เกลี่ยที่ต้าจิน แต่พอเดินทางได้สักพักก็...ตู้ม อสุรกายลากเรือของเราลงก้นทะเล! ข้าเกือบไปตายกลางทะเลดีทีรอดมาได้เพราะเกาะลังไม้กับเรือประมง"กาลิคได้แต่ทำหน้าตะลึง แต่ก็ยังตั้งใจฟังอย่างต่อเนื่อง"ข้าสลบไปสามวันในบ้านชาวประมง กว่าจะตื่นมารู้ที่หลังว่ากิจการกลุ่มปโตเลมีน่าถูกโจมตีพร้อมกัน ด้วยสารพัดอุบาย จนทุกอย่างสูญสลายไปหมดสิ้น""เหมือนการกวาดล้างครั้งใหญ่...ฝีมือคู่แข่งหรือเปล่า?"กาลิคแทรกถาม"ตอนนี้ข้าต้องการรวบรวมพลพรรคที่ไว้ใจได้กลับไปแก้แค้นคนที่มันทำกับข้า และทวงคืนทุกสิ่งกลับมา"ชายชราพูดอย่างแผ่วเบาป่านกระซิบ"พลพรรคท่านอยู่ที่ไหน?""มีลูกน้องฝีมือดีของข้าหลายคนถูกใส่ความและถูกทางการจับ...ข้าสืบจนมั่นใจว่าอยู่ในคุกชานเมืองที่นี่""ทางการจับ? เดี๋ยวก่อนนะนายห้างใหญ่ อย่าบอกนะว่าท่านจะแหกคุกน่ะ!?"จารชนทบทวนคำที่ได้ยิน"เจ้ารู้เรื่องของข้าหมดแล้ว กาลิค"เนโธเทปกางมือออกแล้วมองหน้าของเขา"ข้าในตอนนี้คือคนร้ายหนีคดีตามที่ทางการแจ้งจับ เจ้าจับข้าเข้าซังเต หรือ จะช่วยข้า เพื่อให้ข้าได้แก้แค้นและทวงทุกสิ่งทุกอย่างของข้ากลับมากันล่ะ!"


    ช่วงเวลาเดียวกัน บนถนนรถม้าเส้นหลักของจักรวรรดิศวาติศวาติเป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่าดินแดนอันกว้างใหญ่แห่งสันติและความศรัทธากล่าวได้ว่าเป็นจักรวรรดิโบราณที่สุด ที่มีความเจริญด้านศาสนา การแพทย์ ความรู้วิชาการและแหล่งอารยธรรมโบราณอันเก่าแก่ โดยขนบประเพณี หลักจารีตต่างๆ ล้วนมีอิทธิพลไปทั่วดินแดนในทวีปเอซิเรียศวาติประกอบด้วยอาณาจักรสามแห่งคือ อาณาจักรศีรชา อาณาจักรเทวตัธ และอาณาจักรณาติ ร่วมกันมี16เมืองใหญ่ปกครอง โดยต่างฝ่ายต่างมีประมุข รวมถึงรูปแบบการเมืองที่แตกต่างกันออกไป แต่สามอาณาจักรจะมีนครที่ทำหน้าที่เป็นสภากลางบริหารร่วมกันที่ใจกลางประเทศ คือ นครบวรริต นครรัฐโบราณพันปีขนาดเล็กใจกลางสามอาณาจักร เปรียบดังหัวใจของแห่งศรัทธาทั้งหมดเทพเจ้าสูงสุดของศวาติมีถึงสามองค์อันได้แก่ อิเซร่า เทพแห่งการต่อสู้ ธาวิสเบล เทพแห่งปัญญา และ เอมิลท์ เทพแห่งการรักษาสำหรับในนิกายดวงตาดาราเวียนว่ายเป็นหนึ่งในนิกายของเทพธาวิสเบลแห่งปัญญา"ตอนนี้ในนครบวรริตที่เราอยู่กัน มีตัวแทนอีก15เมืองใหญ่ก็อยู่ครบแล้ว ถึงจะเป็นจักรวรรดิเดียวกัน แต่ต่างเล่นเกมการเมืองและด้านศาสนาต่อกันอยู่รุนแรงไม่น้อย"มาคัส มาเทซาร์ เจ้านครวาริสกล่าวต่อนักบวชหญิงเป็นยามเย็นของนครบวรริต พวกเขาเดินทางมาถึงเมื่อไม่นานมานี้และมาคัสตั้งใจพานักบวชหลี่มายังโถงกลาง สถานที่ซึ่งในอีกไม่กี่วันจะจัดการประชุมสภาขึ้นมา"ท่านหลี่ ท่านพร้อมจะจูงใจหัวเมืองทั้งหลายให้ความร่วมมือกับเราหรือเปล่า?"error loaded
    "ข้าไม่ใช่นักการทูต หรือมีความสามารถโน้มน้าวใจอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ"อาจารย์หลี่แย้ง"แต่ข้าจะทำให้ดีที่สุด""อืม ถ้าเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง จะเท่ากับว่าเราสามารถเรียกระดมพลเพื่อตระเตรียมรบกับพวกมารได้สำเร็จ มันจะส่งผลต่อสงครามน่าดู"ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ดวงตาของหลี่จดจ้องโถงอาคารสภาที่เธอจะขึ้นพูดในอีกไม่กี่วันด้านหน้า ก่อนพูดด้วยความมั่นใจ"ข้าเพียงแจ้งนิมิตของเทพเจ้าที่อาจารย์เมย์มอบไว้ให้เท่านั้นค่ะ อนาคตนั้นขึ้นอยู่กับพวกเราแล้ว!"หญิงสาวนักบวชได้แต่เพียงภาวนาให้ทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดี


    สวัสดีรีดเดอร์ทุกท่านนะครับ จบไปแล้วกับตอนที่ 20 เป็นตอนแห่งความท้าทายของกาลิคและอาจารย์หลี่สองคนครับ คนหนึ่งเจอความท้าทายที่ต้องเลือกระหว่างความถูกต้องกับการไปช่วยผู้มีพระคุณ อีกคนหนึ่งเจอความท้าทายแบบเกมการเมืองและศาสนา ซึ่งการตัดสินใจของทั้งสองจะส่งผลถึงอนาคตเรื่องราวในอ้อแอ้อู้วโอ้วมากเลยทีเดียวครับ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานตอนต่อไปด้วยนะครับ // บะบาย! (づ。◕‿‿◕。)づ
    error loaded