ตอนที่ 9 เมื่อมาแล้วก็จงอยู่อย่างเป็สุข (2)
ตัดฟืนบนูเาบริเวณใกล้ๆ ย่อมเก็บฟืนแห้งไม่ได้ ทำได้แค่ใช้ขวานฟันพืชที่มีพลังชีวิตเปี่ยมล้นเ่าั้ เช่นเดียวกับตัดกุยช่าย โดยตัดกิ่งเล็กๆ ที่ยังไม่โตเต็มที่แล้วมัดไว้นำกลับบ้าน จากนั้นนำมันไปวางไว้ที่ลานบ้านสักพัก รอผึ่งแดดจนแห้งแล้วค่อยเอาไปเผา
ส่วนที่เหลือหลังจากถูกตัดแล้ว ต้นที่มีพลังชีวิตแข็งแรงไม่นานนักก็จะแตกกิ่งก้านใหม่เพิ่มขึ้น และจะถูกตัดมาเผาอีกครั้ง เกิดเป็วัฏจักร ส่วนต้นที่พลังชีวิตอ่อนแอ ก็จะตายในที่สุด
ดังนั้นใน่หลายปีที่ผ่านมาจึงมีพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถอยู่รอดได้ และูเาที่ทอดยาวก็รกร้างมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็เพราะการตัดไม้มากเกินไปแบบนี้ ทำใหู้เาทอดยาวสองลูกบริเวณใกล้หมู่บ้านแห้งแล้งมาก หาก้าเก็บกิ่งไม้แห้งเหี่ยวที่หล่นจากต้นไม้ใหญ่กลับบ้านไปเผา ก็ต้องปีนยอดเขาหลายลูก และเดินไปทีู่เาต้าชิงที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย
อย่างเช่นยอดเขาลูกนี้ที่สามพี่น้องกำลังตัดฟืนกันอยู่ตอนนี้ รวมถึงยอดเขาเล็กๆ หลายสิบลูกที่อยู่โดยรอบ นอกจากพืชพรรณบางชนิดที่สูงเท่าคนแล้ว ส่วนใหญ่กลับเป็ก้อนหินและหญ้าเหมาเหลือง ก้อนหินที่อยู่เต็มทุ่งกว้างและูเานั้น คาดว่ามีน้ำหนักหลายตันได้ ส่วนหญ้าเหมาเหลืองนั้นมีอยู่ทั่วทุกที่
ต้นไม้ต้นใหญ่ที่สุดเท่าที่หลี่ซินเคยเห็นมีขนาดเท่าด้ามมีดเท่านั้น จะบอกว่าเป็ต้นกล้าก็ถือว่ามากเกินไป มันถูกล้อมด้วยหญ้าเหมา ถ้าไม่มีหญ้าเหมาขึ้นอยู่บริเวณนั้น ก็จะเป็สนามหญ้าที่ถูกวัชพืชบางชนิดที่ระบบรากดีและเจริญเติบโตดีเป็พิเศษเข้ายึดครอง
หญ้าชนิดนี้โดยทั่วไปจะขึ้นไม่สูงมากนัก แต่มีพลังชีวิตแข็งแรง หลี่ซินจำได้ว่าวัวแก่ในชาติก่อนชอบกินหญ้าชนิดนี้มากที่สุด
หลี่ซินสงสัยมาก ูเาที่รกร้างไร้ผู้คนแห่งนี้ นอกจากพุ่มไม้เตี้ยที่มีหนามและหญ้าเหมาแล้ว ป่าสักผืนก็ไม่มีเลย
สัตว์ร้ายที่หลี่เฉินพูดถึงมีอยู่จริงหรือ แต่หลี่ซินกลับเชื่อว่าในูเานี้มีสัตว์เล็กอย่างกระต่ายและไก่ป่าอยู่ไม่น้อย ถึงอย่างไรมูลกระต่ายก็มีอยู่ทั่วพื้น ส่วนไก่ป่านางก็เพิ่งพลาดไปตัวหนึ่งมิใช่หรือ
ดูเหมือนในูเาต้าชิงที่ป่าไม้ทึบอุดมสมบูรณ์นั้นน่าจะมีอยู่ไม่น้อย
ส่วนของล้ำค่าอย่างโสมป่าที่จำเป็ต้องมีไว้สำหรับสตรีในนิยายที่คนอื่นๆ ทะลุมิติข้ามเวลามารวมถึงวัตถุดิบยาทั่วไปต่างๆ ที่ยามเข้าูเาเป็ได้พบเห็นทุกที่นั้น ตอนนี้นางยังไม่เคยเห็นเลยเช่นกัน แม้แต่เห็ดธรรมดาๆ ก็ไม่เคยเจอ
แต่ยังดีที่นางพบเถาของต้นซานเย่า[1]ในพุ่มไม้กอหนึ่ง ้ามีลูกซานเย่า[2]ขึ้นอยู่เป็จำนวนมาก ลูกเล็กมีขนาดประมาณสองหรือสามหลีหมี่[3] ลูกใหญ่มีขนาดประมาณสี่หรือห้าหลีหมี่ ถือว่าไม่เลวเลย
ชาติที่แล้วหลี่ซินมักจะเห็นคนขายถังหูลู่[4]ตามท้องถนนและตามตรอกซอกซอย หนึ่งในนั้นมีขายลูกซานเย่าเสียบไม้อยู่ด้วย ซึ่งราคาถูกกว่าถังหูลู่ที่ทำจากผลซานจา[5]เล็กน้อย แต่กลับอร่อยเหมือนกัน
หลี่ซินดึงพวกมันทั้งหมดลงมาใส่ในตะกร้า บางครั้งเห็นลูกไหนไม่เลวก็จะโยนเข้าไปในมิติ คิดว่าตอนเย็นจะกลับไปปลูกในที่นา บางทีอาจเติบโตได้อีก ยุ่งมาตั้งนานสองนาน ก็พอเก็บได้ประมาณสองสามชั่ง[6] และพอให้คนในครอบครัวทานได้สักมื้อแล้ว
ส่วนซานเย่าที่อยู่ใต้เถาวัลย์ หลี่ซินกำลังคิดว่าจะเรียกพวกหลี่เฉินมาช่วยกันขุดด้วยกันดีหรือไม่ ก็พลันได้ยินอาชิวพูดขึ้นว่า “ลูกซานเย่าจะสุกเร็วกว่าหน่อย หากขุดส่วนของซานเย่าที่อยู่ใต้ดินออกมาตอนนี้ก็คงน่าเสียดาย ไม่สู้รออีกหน่อยค่อยขุดดีกว่า”
หลี่ซินฟังแล้วก็ผงกศีรษะอย่างเข้าใจ คิดแล้วเอ่ยถาม “เอามันย้ายเข้าไปในมิติโดยตรงเลยได้หรือไม่”
“ไม่ได้!” อาชิวตอบตรงห้วนๆ “นี่เป็สิ่งที่เติบโตในผืนดินนี้ ซึ่งจะย้ายไปปลูกที่ไหนไม่ได้จนกว่าจะออกจากผืนดินนี้ไป ไม่เช่นนั้นโลกทั้งใบก็เป็ของเ้าหมดน่ะสิ”
หลี่ซินได้ยินแล้วถึงกับผงะ ทำได้เพียงยอมรับคำอธิบายนี้ ไว้รอผ่านไปสักระยะค่อยมาขุดกับพี่ใหญ่และคนอื่นๆ แล้วกัน ถึงอย่างไรสิ่งนี้ก็ไม่ใช่จะขุดกันง่ายๆ วันนี้พวกนางเองก็ไม่ได้นำเครื่องมือที่เหมาะสมมาด้วย
หลี่ซินเดินเล่นในป่าไปพลาง พูดคุยกับอาชิวไปพลาง คนกับสัตว์ยิ่งคุยกันก็ยิ่งใ ความนับถือชื่นชมที่หลี่ซินมีต่ออาชิวช่างเหมือนกับแม่น้ำเหลือง[7]ที่ไหลเชี่ยวกรากไม่รู้จบ
ถึงแม้อาชิวจะเป็ภูตแมวดาว แต่ก็รู้อะไรมากมายจริงๆ ตนเพิ่งจะรู้จักลูกซานเย่า แต่มันกลับอธิบายถึงสรรพคุณ ่เวลาการเติบโต และระยะเวลาสุกงอมของมันได้อย่างชัดเจน ตลอดจนอธิบายถึงลักษณะ จุดเด่น และการใช้ประโยชน์ของพืชพรรณที่อยู่โดยรอบได้อย่างแจ่มแจ้ง
นี่มันใช่แมวที่ไหนกัน เป็สารานุกรมมีชีวิตที่รอบรู้หมดทุกอย่างและมีความสามารถรอบด้านต่างหากเล่า
“เ้าไม่ต้องอิจฉาข้าหรอก ขอเพียงเ้าฝึกฝนเคล็ดวิชาหลอมรวมจิตและสรรพสิ่งถึงขั้นที่สอง ก็สามารถลองสื่อสารกับสัตว์และพืชพรรณได้แล้ว พอถึงครานั้น ข้าก็ไม่จำเป็ต้องอธิบายให้เ้าอีก เ้าเองก็สามารถรู้ลักษณะนิสัยและบทบาทของสิ่งเหล่านี้ได้”
อาชิวรับรู้ความคิดในใจนาง ก็เอ่ยขึ้นอย่างสบายๆ ไม่รีบร้อน
หลี่ซินได้ยินแล้วก็ให้รู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก หากเป็เช่นนี้จริง แบบนั้นก็ดีอย่างมาก อย่าว่าแต่มิติและน้ำพุิญญาเลย ลำพังแค่ทักษะนี้อย่างเดียวก็แทบจะพลิกฟ้าได้แล้วไม่ใช่หรือ
หลี่ซินโชคดียิ่งนัก เดินไปได้ไม่นานก็เจอรังของไก่ป่าตัวหนึ่งในพงหญ้า ข้างในมีไข่ไก่ถึงสิบฟอง หลี่ซินที่ดีใจอย่างเป็บ้าเป็หลังก็ยิ่งมั่นใจต่อการเดินทางขึ้นเขาครั้งนี้มากขึ้นแล้ว
นางไม่สนใจคำเยาะเย้ยดูถูกของอาชิวที่อยู่ในหัว พลางเก็บไข่ไก่อย่างระมัดระวัง และเริ่มค้นหาเหยื่ออย่างมีความสุข
อาจจะใช่บุญพาวาสนาส่งจริงๆ ไม่นานนักนางก็เจอไก่ป่าอีกตัวแล้ว คราวนี้หลี่ซินไม่กล้าประมาทอีก ใครจะรู้เล่าว่าในวันข้างหน้าจะพบเจอกับความโชคนี้เช่นนี้อีกหรือไม่
เชิงอรรถ
^ ซานเย่า หรือฮ่วยซัว เป็นพืชสกุลกลอยซึ่งเป็นพืชล้มลุกเถาเลื้อย เติบโตในดิน ลักษณะหัวทรงกระบอก ผิวหยาบสีน้ำตาลเหลือง มีรากเป็นเส้นใยบางๆ หนาแน่นออกตามตุ่มตา^ ลูกซานเย่า จะงอกจากซอกใบบนเถาอีกที ผลมีทรงรีมน ขนาดความกว้างไม่เกินสองเซนติเมตร มักใช้เป็นยาสมุนไพรจีน กินดิบหรือสุกก็ได้ ใช้ตุ๋นน้ำแกงหรือทำเป็นของหวานก็ได้ บำรุงกำลังและอวัยวะภายใน^ หลีหมี่ หน่วยวัดความยาวจีน หนึ่งหลีหมี่เทียบได้กับหนึ่งเซนติเมตรในระบบเมตริก^ ถังหูลู่ ผลไม้เคลือบน้ำตาลเสียบไม้ มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน^ ซานจา เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งในตระกูลเบอร์รี มีลักษณะเป็นลูกเล็กๆ สีแดง รสชาติเปรี้ยวนำหวาน เป็นยาสมุนไพรจีนในกลุ่มช่วยย่อยอาหารและลดไขมันในเลือด มักนิยมนำมาทำขนม^ ชั่ง หน่วยวัดน้ำหนักของจีน หนึ่งชั่งเท่ากับครึ่งกิโลกรัมหรือประมาณ 600 กรัม^ แม่น้ำเหลือง เป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับสองของประเทศจีน