ในค่ำคืนแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา
ตู้มมมม! ครื้นนนนนนน..
(เสียงะเิดังสนั่นหวั่นใหว)
ในเวลาที่ประชากรในพระนครกำลังหลับ ได้เกิดระเบิ่ดขึ้นเป็วงกว้าง เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้น ชาวพระนคร ได้แตกตื่นกันจารหวั่น เสียงแม่ทัพทหารสั่งเตรียมกำลังทำการศึก
"ทหารทุกคนเตรียมตัวมีเหตุเกิดขึ้นที่พระนครอพยพคนและหาต้นกำเนิดะเินั่นซะ!! "
ทหารจำนวนหลายร้อยนายได้มุ่งหน้าไปที่จุดเกิดเหตุ และได้พบกับชายผู้นึงท่าทางน่ากลัวลอยอยู่เหนือเปลวไฟที่รุกโชนของบ้านเมือง
"ฮ่าๆ นี่พวกเอ็งคิดว่าทหารกระจอกๆไร้น้ำยาเยี่ยงพวกเอ็งจะทำอะไรข้าได้วะ ฮ่าๆๆ"
เรือนร่างชายผู้นั้นเต็มไปด้วยรอยสักเต็มร่างกายแต่ที่เห็นได้ชัดคือมีรอยสักรูปช้างเอราวัณสีดำอยู่กลางอกและยันต์เ่าั้เรืองแสงออกมาเป็สีเขียวน่าสะพรึงกลัว
และมีออร่าสีดำรอบๆร่างชายผู้นั้นที่ลอยอยู่ในอากาศ
ทหารนับร้อยไม่รอช้ารีบวิ่งกรู่เข้าโจมตี ชายลึกลับจึงท่องคาถาเป็ภาษาขอมและโปรยเส้นผมลงพื้น เส้นผมเเต่ละเส้นเมื่อตกถึงพื้นได้เปลี่ยนกลายเป็ทหารพม่าที่ตายไปแล้ว จึงมาในรูปแบบซอมบี้ วิ่งไล่กัดกำลังทหารของพระนคร ฝ่ายแม่ทัพได้เห็นกำลังของตนกำลังจะเสียท่า จึงสั่งพลธนูโจมตี พลธนูนับ50นายได้ยิงลูกธนูออกไปที่ชายคนนั้น แต่ถูกพลังบางอย่างสะท้อนลูกธนูทั้งหมดกลับมาที่เหล่าพลทหารตายเกือบหมด ฝ่ายแม่ทัพนึกขึ้นได้ว่ามีชายผูัมีวิชาอาคมแก่กล้าและเป็เพื่อนสนิทของเขาที่เคยช่วยกันทำามามากมายอาศัยยุท้ายเมืองแม่ทัพจึงสั่งให้ทหารไปตามชายผู้นั้นมา
"เอ็งรีบไปตามไอ้สิงห์มาเร็วก่อนที่ไอ้หมอผีคนนี้จะทำลายบ้านเมืองเราจนพินาศ"
ทันใดที่ทหารคนนั้นจะวิ่งไปก็ได้มีเสียงชายผู้นึงพูดขึ้นมาว่า
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะไอ้คง!"
ทุกสายตาได้มองไปที่ชายผู้นึงที่ยืนเผชิญหน้ากับหมอผีลึกลับ ใช่แล้วครับชายผู้นั้นคือนายสิงห์นั่นเอง หมอผีลึกลับเห็นอย่างงั้นสีหน้าก็เปลี่ยนทันที
"เอ็งนี่เองไอ้สิงห์วันนี้ข้าจะมาแก้แค้นเอ็งให้สาสมกับที่เอ็งทำกับข้า"
หมอผีลึกลับได้ท่องคาถาอีกรอบและจู่ๆก็เกิดการสั่นใหวของพื้นแผ่นดิน ลมกระโชกเเรงราวกับพายุเข้า มีสายฟ้าฟาดลงมาเป็่ๆ แต่นายสิงห์ไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว
พลันชายผู้นั้นได้อัญเชินช้างเอราวัณขนาดมหึมาขึ้นจากพื้นดิน ช้างเอราวัณมีลักษณะตัวสีดำทมิฬน่าเกรงขามต่างจากช้างเอราวัณที่ทุกคนรู้จัก ราวกับเป็ช้างเอราวัณด้านมืดเลย
"ฮ่าๆ ข้าอยากรู้ยิ่งนักว่าเอ็งจะรอดไปได้เหมือนรอบที่แล้วรึป่าว!'
หมอผีลึกลับคนนั้นได้เเบมือขึ้นและมีกลุ่มพลังสีเขียวขนาดใหญ่ขึ้น หมอผีลึกลับได้ขว้างกลุ่มก้อนพลังนั้นมาที่นายสิงห์
ตู้มมมมม!!!
(เกิดะเิสีเขียวขนาดใหญ่)
แรงะเินั้นทำให้เหล่าทหารได้รับเเรงกระแทกจนแทบจะปลิวเลยทีเดียว พระนครเสียหายเป็อย่างมาก หมอผีลึกลับสะแหยะยิ้มด้วยสีหน้าที่รื่นรมณ์บนช้างคู่กาย
พลันได้เกิดแสงสีส้มสว่างแวววาวเกิดขึ้นในกลุ่มควันและเสียงคำรามของเสือโคร่งอันหน้าเกรงขามดังขึ้น
โฮร่กกกกกก!!
(เสียงคำราม)
นายสิงห์ได้ยืนอยู่บนพญาเสือโคร่งตัวใหญ่รอยสักของนายสิงห์เรืองเเสงขึ้นเป็สีทอง เเละมีลายพญาเสืออยู่กลางหน้าอกอย่างเห็นได้ชัด และได้มีออร่าสีส้มทองอ้อมตัวเขาอยู่
"หมดเวลาของแกแล้ว"
นายสิงห์ได้พนมมือขึ้นและปล่อยคลืนพลังสีส้มทองไปที่หมอผีลึกลับ
ฟิ้วววววววววว~ บึ้มมมม!!!
(เสียงลำแสง)
เรือนร่างของหมอผีลึกลับและช้างเวราวัณสีดำได้หายไปพร้อมกับลำแสงสีส้มทอง เสียงเหด้วยความดีใจของชาวพระนครและเหล่าทหารดังกึกก้อง
นายสิงห์ได้กลายเป็วีรบุรุษกอบกู้พระนครจนสงบสุขสืบมาเื่ราวของเขาได้ถูกเล่าต่อรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน
ณ สำนักสักยันต์แห่งหนึ่ง
"กล้าลูกได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว"
โปรดติดตามตอนต่อไป