บทที่ 2 หมายเลข 38 โม่เฟิง
[ฮ่าฮ่า ฉันอยู่ทางตะวันตก หนุ่มน้อย! ฉันรออยู่นะ!] หลังจากตอบกลับมา รูปโปรไฟล์ของเธอก็กลายเป็สีขาวดำ และเธอก็หายไปเลย!
โม่เฟิงรู้สึกหมดหวังในทันที พึมพำกับตัวเอง “บ้าจริง! ฉันอยู่ทางตะวันออก แต่เธอดันอยู่ทางตะวันตก แล้วฉันจะไปหาเธอได้ยังไง?”
เขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสนิท โม่เฟิงร้องออกมาอย่างสิ้นหวังว่า “คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ!”
หลายวันต่อมา โม่เฟิงรู้สึกเหนื่อยล้าและง่วงนอนอยู่ตลอดเวลาสืบเนื่องจากเขาพยายามหางานใหม่อย่างหนักมาหลายวันแล้ว ่นี้เขาจึงใช้เวลาทั้งวันไปกับการนอน ถึงแม้ในใจจะไม่อยากยอมแพ้ต่อโชคชะตา แต่โม่เฟิงที่หมดหวังกับชีวิตไปแล้ว ไม่มีแรงผลักดันเลยสักนิด ความรู้สึกแบบนั้นมันทรมานและคอยทำร้ายจิตใจเขาอยู่ตลอดเวลา
จนกระทั่งวันหนึ่ง ในตอนที่เขากำลังนั่งอยู่หน้าบ้านอย่างเบื่อหน่าย มองดูสาวสวยเดินผ่านไปมาพร้อมกับสะโพกที่ยั่วยวน เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันแว่วมาเบา ๆ “่นี้ที่ตลาดนัดแรงงานมีสาวสวยคนหนึ่งขับรถบีเอ็มมาด้วยละ เธอสวยมากเลย”
เมื่อโม่เฟิงได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที โม่เฟิงหันไปมองตามต้นเสียง พบว่าเป็อู่เหมาและล่ายผี่ เพื่อนบ้านทั้งสองคนกำลังคุยกันอย่างออกรสจนน้ำลายไหลเยิ้ม
โม่เฟิงจึงรีบเดินเข้าไปหาพวกเขาทันที ก่อนจะยกมือขึ้นตบหัวพวกเขา แล้วะโด้วยท่าทางดุดัน “พวกบ้านี่!! พวกแกกล้าดียังไง เอาสาวบริสุทธิ์แบบนั้นมาคิดลามกแบบนี้ เดี๋ยวฉันจะฆ่าพวกแกให้ตายเลย”
จากนั้นโม่เฟิงก็ราวกับถูกฉีดยากระตุ้น เขารีบแก้ไขประวัติการทำงานที่เก็บไว้นานแล้วอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้สึกว่าไม่น่าจะมีข้อบกพร่องอะไรแล้ว เขาก็วิ่งออกไปข้างนอกเพื่อพรินต์เอกสารสำหรับสมัครงานมายี่สิบฉบับ
พอเช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็แต่งตัวเรียบร้อย รีบมุ่งหน้าตรงไปยังตลาดนัดแรงงานพร้อมด้วยท่าทางที่สดใสเบิกบานอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
เนื่องจากเขาเคยคลุกคลีอยู่ในตลาดนัดแรงงานมาก่อน เขาจึงคุ้นเคยกับขั้นตอนต่าง ๆ เป็อย่างดี หลังจากกรอกแบบฟอร์มเสร็จ เขาก็รีบวิ่งออกไปข้างนอกแล้วนั่งคอยอยู่ริมถนน มองดูรถยนต์คันแล้วคันเล่าที่แล่นผ่านไป แต่ทว่าผ่านไปนานมากแล้ว เขาก็ยังไม่เห็นรถบีเอ็มคันนั้นเลย รวมถึงใบหน้าของหญิงสาวที่คุ้นเคยคนนั้นด้วย
“ให้ตายสิ! ทำให้ฉันตื่นเต้นเปล่า ๆ พวกแกสองคนคอยดูเถอะ กลับไปละน่าดู…” โม่เฟิงรู้สึกอับอายมาก ได้แต่พึมพำด่าเพื่อนบ้านของเขาออกมา ในขณะที่เขากำลังลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปยังตลาดนัดแรงงาน ทันใดนั้นก็มีเสียงแตรรถดังขึ้นจากด้านหลัง
โม่เฟิงหน้าแดงก่ำด้วยความหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขาหันไปทางรถคันนั้นแล้วะโด่าทันที “บ้าเอ๊ย! คิดว่ามีรถแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง!” แต่แล้วเขาก็เห็นรถมาเซราติสีแดงจอดอยู่ข้างหลังเขา และเห็นติงว่านหรูที่นั่งอยู่ในรถพร้อมกับหันมายิ้มให้เขา
หลังจากนั้น ความโกรธบนใบหน้าของโม่เฟิงก็แข็งค้างราวกับถูกแช่แข็ง เมื่อรู้สึกถึงความน่าอับอายของตัวเองเมื่อกี้โม่เฟิงก็อดขำตัวเองไม่ได้จากนั้นเขาก็โบกมือทักทายติงว่านหรู
ติงว่านหรูยังคงสง่างามเหมือนเดิม เธอก้าวลงจากรถอย่างช้า ๆ โม่เฟิงถึงกับตกตะลึงในทันที เพราะตอนนี้ติงว่านหรูสวมเสื้อแขนกุดสีแดงตัวเล็กและมีเสื้อกันหนาวสีส้มคลุมทับด้านนอก นอกจากนี้เธอยังใส่กางเกงยีนรัดรูปสุดเซ็กซี่และบนใบหน้ายังมีลักยิ้มน่ารักทั้งสองข้างอีกด้วย เธอยิ้มให้โม่เฟิงพร้อมพูดว่า “บังเอิญจังเลยนะคะ คุณมาหางานเหรอ เจองานที่ใช่หรือยัง?”
โม่เฟิงรู้สึกเหมือนตื่นจากฝัน เขาคิดในใจว่าหญิงสาวคนนี้ เธอช่างเก่งจริง ๆ แต่ปากของเขาก็ยังยิ้มแล้วพูดกับติงว่านหรูว่า “ใช่แล้ว ผมมาหางาน กำลังรอฟังผลอยู่ แล้วคุณล่ะ?”
“เอ่อ ฉัน…” ติงว่านหรูกำลังจะพูด แต่โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นซะก่อน เธอจึงยิ้มให้โม่เฟิงก่อนจะรับสาย ไม่นานเธอก็วางสายและพูดกับโม่เฟิงว่า “ฉันต้องรีบไปแล้ว ขอให้คุณโชคดีในการหางานนะ”
ติงว่านหรูชี้ไปที่ตลาดนัดแรงงาน แล้วเธอก็หันหลังเดินเข้าไปในรถทันที แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้โม่เฟิง จากนั้นก็สตาร์ตรถแล้วขับออกไป
โม่เฟิงกลืนน้ำลาย คิดในใจอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า ‘เธอสวยมากจริง ๆ และก้นนั้นก็เซ็กซี่มาก’
ในขณะนั้นก็มีชายหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ห่างออกไป อู่เหมาและล่ายผี่ ต่างก็ชี้ไปที่โม่เฟิงด้วยน้ำตาคลอเบ้าและพูดอย่างขุ่นเคืองว่า “ที่แท้ก็เป็แบบนี้เองเหรอ?! เข้าใจแล้วว่าทำไมหมอนั่นถึงได้ตีเรา เขารู้จักกับเธอคนนั้นมาก่อนนี่เอง”
หลังจากรอฟังผลการสมัครงานอยู่พักใหญ่ ในที่สุดโม่เฟิงก็ได้รับการตอบกลับจากบริษัทที่เขาส่งใบสมัครงานไปที่ตลาดนัดแรงงาน สาวสวยคนหนึ่งะโเรียกโม่เฟิงว่า “หมายเลข 38 โม่เฟิง”
เมื่อโม่เฟิงได้ยินแบบนั้นเขาก็บ่นว่า “นี่เธอเรียกสาวบริการหรือไง! ถึงขานหมายเลข 38 แบบนั้น”
โม่เฟิงเดินไปตรงหน้าผู้หญิงคนนั้นตามเสียงเรียก ก่อนที่เขาจะนั่งลง และเมื่อเขามองเห็นป้ายประกาศรับสมัครงานของบริษัท โม่เฟิงถึงกับตัวสั่นขึ้นมาทันที บริษัทเฟยอวิ๋นเป็บริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ และภายในบริษัทมีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้น
เมื่อนึกถึงประวัติการทำงานอันโชกโชนในเรซูเม่ของตัวเอง โม่เฟิงก็ทำได้แต่ให้กำลังใจตัวเองอย่างเงียบ ๆ เขานั่งตัวตรงด้วยท่าทีสง่างาม และรอฟังคำถามจากหญิงสาวตรงหน้า
หญิงสาวที่รับผิดชอบการสรรหาบุคลากรเป็สาววัยกลางคนอายุประมาณสามสิบปี เธอมองโม่เฟิงที่นั่งนิ่ง มุมปากของเธอก็ยกขึ้นเล็กน้อย ทำให้โม่เฟิงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที คิดในใจว่า ‘เอ๊ะ? อย่าบอกนะว่าเธอกำลังคิดจะหว่านเสน่ห์ใส่เด็กหนุ่มอย่างฉัน สายตาแบบนั้น เธอกำลังพยายามยั่วยวนฉันอยู่หรือเปล่า?’
หญิงสาวยิ้มอย่างสุภาพและพูดเบา ๆ ว่า “เอาละ ถึงคุณจะไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ก็มีประสบการณ์ทำงานมามาก งั้นพรุ่งนี้ช่วยไปรายงานตัวที่บริษัทเฟยอวิ๋นให้ตรงเวลาด้วยนะคะ”
โม่เฟิงดีใจมากจนพรวดพราดลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะโค้งคำนับผู้หญิงคนนั้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ พรุ่งนี้ผมจะไปรายงานตัวตรงเวลาแน่นอนครับ”
หญิงสาวคนนั้นมองดูโม่เฟิงที่วิ่งออกไปจากตลาดนัดแรงงาน ก่อนจะทำหน้ารังเกียจแล้วพูดว่า “ไม่รู้ว่าท่านประธานเห็นอะไรในตัวเขา ถึงได้อยากจ้างเขาขนาดนี้ ดูก็รู้ว่ายากจน แถมยังดูไม่น่าจะเป็คนดีอีกด้วย สายตาของเขาก็จ้องมาที่หน้าอกฉันไม่วางตา มันน่ารังเกียจจริง ๆ”
โชคเข้าข้างฉันแล้ว! โม่เฟิงวิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว คิดว่าในที่สุดเขาก็จะได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียงและเต็มไปด้วยคนเก่งมากมาย เขามีกำลังใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ วิ่งไปก็มีแรงใช้ไม่หมด ในใจคาดหวังถึงสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะมาถึง ความฝันที่เขาเฝ้ารอมาตลอดในที่สุดก็เป็จริง ์ยังเมตตาเขาอยู่
เมื่อกลับถึงบ้าน โม่เฟิงเปิดวีแชตและเห็นว่าเธอคนนั้นยังออนไลน์อยู่ เขาจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า [ฮ่าฮ่า ฉันมีข่าวดีจะเล่าให้ฟัง ฉันจะได้ไปทำงานที่บริษัทเฟยอวิ๋นแล้ว แสดงความยินดีกับฉันหน่อยสิ!]
อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า [ฮ่าฮ่า ยินดีด้วยนะ คุณต้องตั้งใจทำงานให้ดีนะ ทำผลงานให้ยิ่งใหญ่แล้วในอนาคตก็มาแต่งงานกับฉัน]
โม่เฟิงตอบกลับทันทีว่า [อืม แน่นอน ได้ยินมาว่าที่นั่นมีสาวออฟฟิศเยอะแยะเลย เธอไม่ต้องห่วงเื่ภรรยาในอนาคตของฉันหรอก ส่วนเื่ที่จะแต่งกับคุณ... ฮ่าฮ่า ฉันจะพิจารณาให้ดี]
เธอตอบกลับมาอย่างตรงไปตรงมาว่า [ไอ้หื่นกาม ไอ้บ้า ไอ้เ้าชู้ ไปตายซะ!]
โม่เฟิงปิดวีแชตด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็จัดการเก็บกวาดห้องเล็ก ๆ ของตัวเองให้สะอาดเอี่ยม อดไม่ได้ที่จะะโออกไปกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนว่า “ฉันจะตั้งใจทำงานนะ…!”
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดุด่าดังมาจากนอกหน้าต่าง “ไอ้บ้าเอ๊ย! เที่ยงคืนกว่าแล้วยังจะมาร้องะโอยู่อีก ไม่นอนหรือยังไง?”
โม่เฟิงเงียบไปทันที เพราะตอนนี้เขาไปรบกวนเพื่อนบ้านเข้าซะแล้ว