บทที่ 18 หวังใจให้นายท่านทะนุถนอม
กู้ฉยงถามอย่างสงสัย “พี่ชาย ทำไมอยู่ดี ๆ ก็มาขอโทษข้าล่ะเ้าคะ”
กู้อวี้ลดเปลือกตาลง คงเป็เพราะแม่ใหญ่กลัวว่าจะมีคนดูออก
นางปลอมตัวเป็บุรุษสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ส่วนน้องสาวฝาแฝดที่มีใบหน้าคล้ายนางอย่างยิ่งกลับถูกแม่ใหญ่กักตัวไว้ในเรือนอย่างมีจุดมุ่งหมาย โตมาขนาดนี้แล้ว จำนวนครั้งที่น้องสาวออกไปข้างนอกกลับน้อยจนน่าใจหาย
คนในเมืองหลวงล้วนรู้จักกู้อวี้ ซื่อจื่อของจวนเจิ้นกั๋วกง แต่น้อยคนนักที่จะเคยได้ยินว่าคนผู้นั้นยังมีน้องสาวฝาแฝดนามว่ากู้ฉยงอยู่คนหนึ่ง
ย้อนนึกถึงตอนที่ตนเองเพิ่งทะลุมิติมา น้องสาวยังน่ารักสดใส ทว่าเมื่อต้องอยู่แต่ในเรือนใหญ่และถูกกาลเวลากัดกร่อน นิสัยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็ขี้กลัวอ่อนแอ
นางอยากช่วยให้น้องสาวกลับมาร่าเริงสดใสดังเดิม แต่ภาระที่แบกรับไว้หนักหนาอย่างยิ่ง การเรียนและการฝึกฝนวิทยายุทธ์ยึดเวลาในแต่ละวันของนางไปจนหมด ไม่อาจเจียดเวลาปลีกตัวมาได้
กอปรกับนางถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างกายแม่ใหญ่ น้องสาวถูกเลี้ยงดูอยู่ข้างกายแม่เล็ก แม้จะอยู่ในจวนเดียวกัน แต่จะหาเวลาว่างมาใช้เวลาร่วมกันสักครั้งกลับไม่ใช่เื่ง่าย
“ต่อไปข้าจะพาเ้าออกไปข้างนอกให้บ่อยกว่านี้ น้องสาวข้างามปานนี้ ไม่อาจปล่อยให้วัยอันงดงามเสียเปล่าไปในห้องหอ” กู้อวี้เอ่ย
ได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น แววตากู้ฉยงก็เป็ประกาย “จริงหรือเ้าคะ?”
แต่แล้วก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงกล่าวอย่างไม่สบายใจว่า “แต่แม่ใหญ่บอกว่ากุลสตรีไม่ควรออกไปข้างนอกบ่อย ๆ”
“ข้าเป็คนพาเ้าออกไป ไม่เป็ไรหรอก ความจริงแล้วในเมืองหลวงก็มีบุตรีตระกูลใหญ่ออกไปชมธรรมชาตินอกเมืองใน่ฤดูใบไม้ผลิกันเยอะแยะ ทั้งยังมีการเล่นว่าวกระดาษและประลองบุปผาอีกด้วย อีกไม่กี่วันข้าจะพาเ้าไปเปิดหูเปิดตา” กู้อวี้กล่าว
“พี่ชายช่างดีจริง ๆ” โฉมสะคราญสองตาเป็ประกาย บิดผ้าเช็ดหน้าในมืออย่างตื่นเต้น
กู้อวี้เปิดกล่องอีกใบแล้วหยิบลูกปัดหลิวหลีออกมาสองเม็ด
“นี่คือลูกปัดหลิวหลีสีเพลิงจากหอร่ำเมรัย ได้มาจากเรือสินค้าจากทะเลใต้ ข้าจะเอาสองเม็ดนี้ไปให้ช่างที่หอหยกงามศึกษา ดูว่าจะสามารถหลอมแก้วสีนี้ออกมาได้หรือไม่ ที่เหลือยกให้เ้าเอาไปทำเป็เครื่องประดับ”
กู้ฉยงรับกล่องมาด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ลูบคลำลูกปัดเม็ดแล้วเม็ดเล่า พลางระบายยิ้มกล่าว “ขอบคุณพี่ชายเ้าค่ะ”
กู้อวี้ลูบศีรษะนางอีกครั้ง “ดึกมากแล้ว เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ”
อีกฝ่ายพยักหน้า เดินไปถึงประตูแล้วยังไม่วายหันกลับมากล่าวอย่างลังเล
“ข้าเหมือนจะเคยได้ยินแม่เล็กพูดว่าเซียวซื่อจื่อของจวนจงอี้โหวเป็คนเสเพลที่ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาคนหนึ่ง พี่ชายชอบไปไหนมาไหนกับเขา จะถูกเขาพาเสียคนไหมเ้าคะ?”
กู้อวี้ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา ที่แท้ชื่อเสียงของเซียวสิงจือในสายตาสตรีทั้งหลายก็ย่ำแย่เพียงนี้ มิน่าเล่าจึงหาคู่หมั้นไม่ได้เสียที
นางกล่าวว่า “วางใจเถอะ คนผู้นี้อาจชอบทำอะไรตามอำเภอใจไปบ้าง แต่เนื้อแท้ไม่ใช่คนเลวร้าย”
“เช่นนั้นก็ดี ครอบครัวพวกเราเข้มงวดกวดขัน พี่ชายต้องครองตัวให้บริสุทธิ์ผุดผ่องนะเ้าคะ ข้ารอให้พี่ชายแต่งพี่สะใภ้ที่ใจกว้างอ่อนโยนเข้าบ้านมาสักคนอยู่นะ” กู้ฉยงกล่าว
กู้อวี้ยิ้มอย่างจนปัญญาออกมาอีกครั้ง ตอนแรกนั้นกลัวว่าน้องสาวอายุยังน้อย อาจเผลอพูดอะไรโดยไม่ตั้งใจจึงปิดบังมาตลอด คิดไม่ถึงว่าน้องสาวจะตั้งตารอให้นางแต่งภรรยาเสียแล้ว
“ดี แล้วก็เื่ต่งฉางเม่าเ้าไม่ต้องคิดมากจนเกินไป ดูเ้าสิพักนี้ผอมลงไม่น้อย เพื่อคนพรรค์นี้ไม่คุ้มค่าหรอก อีกไม่นานข้าจะพาเ้าไปดูว่าเขาจะได้รับบทลงโทษจากการกระทำของตัวเองอย่างไร”
กู้ฉยงยิ้มกว้าง “ข้าเชื่อใจพี่ชาย พี่ชายก็เหมือนกัน ที่ทำการขุนนางงานยุ่ง ต้องดูแลตัวเองด้วยนะเ้าคะ”
หลังน้องสาวจากไป ในห้องก็เงียบสงบลง ฤทธิ์สุรากลับมากำเริบอีกครั้ง
วันนี้เหนื่อยมากจริง ๆ นางหลับตาลงนั่งพิงพนักเก้าอี้ นวดขมับเบา ๆ
ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ฟังจากเสียงฝีเท้าเป็ผู้หญิง กู้อวี้เข้าใจว่าเป็ลั่วเยี่ยนสาวใช้ขั้นหนึ่งในเรือนนางจึงไม่ได้ลืมตาขึ้นมา
เื่ที่นางปลอมเป็บุรุษไม่อาจแพร่งพราย ในเรือนจึงมีข้ารับใช้คนสนิทเพียงสองคน คนหนึ่งคือผิงซา อีกคนคือลั่วเยี่ยน แม้สองคนนี้จะสามารถเข้ามาในห้อง แต่ก็ไม่อาจทราบตัวตนที่แท้จริงของนาง
‘ลั่วเยี่ยน’ เข้ามาแล้วก็วางอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะ จากนั้นเดินมาข้างหลังกู้อวี้ เอื้อมมือเรียวทั้งสองมาช่วยนวดจุดไท่หยางตรงขมับให้นางอย่างเบามือ
กู้อวี้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาทั้งที่ยังหันหลังให้ ‘ลั่วเยี่ยน’ ด้วยใบหน้าเ็า
อีกฝ่ายไม่ใช่ลั่วเยี่ยน ลั่วเยี่ยนจะไม่แตะต้องตัวนางง่าย ๆ โดยไม่ขออนุญาตก่อน
นางคว้ามือคนผู้นั้นไว้
“นายท่าน ท่านทำให้ข้าเจ็บนะเ้าคะ” คนผู้นั้นกล่าวเสียงอ่อนหวาน
ข้าไพร่ชายหญิงในจวนล้วนเรียกนางว่าซื่อจื่อ คนผู้นี้กลับเรียกนางด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยนว่า ‘นายท่าน’ ซึ่งฟังดูคลุมเครืออ้อยอิ่งเป็พิเศษในห้องที่เงียบสงบแห่งนี้
“เ้าเป็ใคร?” กู้อวี้กล่าวเสียงเ็า
ปี้หลัวเดินอ้อมจากด้านหลังมาตรงหน้านาง คุกเข่าข้างหนึ่งลงตอบความ เส้นผมตกลงมาระกระดูกไหปลาร้า ทำให้แลดูเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนกว่าเดิม
“ข้าน้อยมีนามว่าปี้หลัว เป็สาวใช้ในเรือนของคุณหนูสามเ้าค่ะ เมื่อครู่คุณหนูสามให้ข้าน้อยต้มน้ำแกงสร่างเมามาให้นายท่าน”
บนโต๊ะมีถ้วยน้ำแกงสร่างเมาวางอยู่ตามคำกล่าว ยังคงมีไอร้อนลอยกรุ่น เมื่อครู่นี้น้องสาวก็ได้สั่งความเช่นนั้นจริง ๆ
กู้อวี้ฟังแล้วก็กล่าวอย่างเฉยเมย “เ้าอยากมาปรนนิบัติข้า?”
ปี้หลัวก้มศีรษะอยู่จึงมองไม่เห็นสีหน้าของกู้อวี้ ได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ก็เข้าใจว่าตนเองยั่วยวนสำเร็จแล้ว พยายามระงับความพลุ่งพล่านยินดีกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานกว่าเดิม
“หวังใจให้นายท่านทะนุถนอม”
ปลายเสียงยังสั่นเครือน้อย ๆ ทั้งคล้ายประหม่าและคล้ายกำลังคาดหวังอะไรบางอย่าง
ยามนั้นเอง ลั่วเยี่ยนก็พรวดพราดเข้ามา เห็นปี้หลัวคุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าพลันซีดเผือด คุกเข่าพูดว่า
“ข้าน้อยสมควรตาย เมื่อครู่นี้ที่เรือนข้างมีแม่เฒ่าคนหนึ่งมาเรียกข้า คิดไม่ถึงว่านางจะอาศัย่ที่ข้าไม่อยู่เข้ามาเองเช่นนี้ ซื่อจื่อโปรดลงโทษ”
ยังสมรู้ร่วมคิดกันอีกด้วย? กู้อวี้เคาะนิ้วบนโต๊ะเบา ๆ พยายามระงับความไม่พอใจแล้วกล่าวกับลั่วเยี่ยน “ส่งนางไปที่เรือนเกษตร เื่นี้ให้ปิดบังกู้ฉยง บอกว่านางล้มป่วย”
ปี้หลัวทราบว่าเมื่อลั่วเยี่ยนมา คืนนี้คงไม่มีหวังแล้ว
แต่นางหลงใหลซื่อจื่อมานาน ยากนักกว่าจะพบโอกาสอยู่กับซื่อจื่อตามลำพังเช่นนี้ นางจึงมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองเก็บเล็กผสมน้อยมาได้ให้แม่เฒ่าเรือนข้าง ไหว้วานให้อีกฝ่ายช่วยหลอกล่อลั่วเยี่ยนไปอีกทาง
ถ้าเื่นี้ไม่สำเร็จ ทั้งยังถูกส่งไปที่เรือนเกษตร คุณหนูสามดีต่อนางยิ่งนัก นางอยู่กับคุณหนูสามจนแทบจะกลายเป็คุณหนูอีกคนไปแล้ว ถ้าต้องไปอยู่ที่เรือนเกษตร ความสะดวกสบายย่อมห่างไกลจากจวนกั๋วกงอย่างไม่อาจเทียบกันได้
นอกจากนี้ เมื่อถึงวัยก็คงจะถูกจับคู่ให้ข้ารับใช้สักคน ไม่มีโอกาสได้พบซื่อจื่ออีกแล้ว
ปี้หลัวไม่ยอมแพ้ โพล่งขึ้นมาอย่างร้อนใจ “ซื่อจื่อโปรดทบทวนอีกครั้ง คุณหนูสามให้ข้าน้อยมาจริง ๆ นะเ้าคะ” ทั้งยังเงยหน้าขึ้นมามองกู้อวี้ด้วยสายตาเว้าวอน
สายตากู้อวี้พลันเปลี่ยนเป็แข็งกระด้าง เดิมคิดจะปล่อยนางไป คิดไม่ถึงว่านางจะกล้าลากน้องสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง
“ตัดลิ้นนางเสีย ลากตัวออกไป นำตัวไปขายพร้อมกับแม่เฒ่าเรือนข้างคนนั้น”
ปี้หลัวจึงทราบว่าตนเองไปแตะเกล็ดย้อน*[1] ของกู้อวี้เข้าเสียแล้ว ชนชั้นสูงมีเพียงซื้อคนไม่ขายคน หากมีข้าไพร่ถูกขายออกก็หมายความว่าเป็ข้ารับใช้ที่กระทำความผิดร้ายแรง
นอกจากนี้ กู้อวี้ยังสั่งให้ตัดลิ้นนางเพื่อป้องกันไม่ให้นางพูดจาเหลวไหล หากถูกขายไปทั้งอย่างนี้ย่อมไม่มีใครกล้าซื้อนาง ประกอบกับรูปโฉมเช่นนี้ เกรงว่าคงได้แต่ลงเอยที่ซ่องโสเภณีแล้ว
ครั้นคิดถึงความเป็ไปได้นี้ ปี้หลัวก็ขอร้องอ้อนวอนทั้งร่างสั่นสะท้าน “ข้าน้อยสำนึกผิดแล้ว ซื่อจื่อโปรดเมตตาด้วย อย่าขายข้าเลย ซื่อจื่อ อื้อ…”
ลั่วเยี่ยนเป็สาวใช้ที่ฮูหยินใหญ่จัดสรรมาให้ พอมีวรยุทธ์ติดตัวอยู่บ้าง นางไม่ปล่อยให้ปี้หลัวพูดมากไปกว่านั้น เพียงปิดปากอีกฝ่ายแล้วลากออกไป
กู้อวี้เห็นใบหน้าของปี้หลัวเต็มไปด้วยน้ำตาของความหวาดหวั่นสิ้นหวังเช่นนั้น หัวใจก็ราวกับถูกเข็มทิ่มแทง ไม่ถึงกับเจ็บ เพียงทำให้คนรู้สึกยากจะรับได้ก็เท่านั้น
นางได้ยินเสียงดิ้นรนขัดขืนของปี้หลัวค่อย ๆ ห่างไกลออกไปท่ามกลางแสงราตรี แม้จะทราบจุดจบหลังจากนี้ของอีกฝ่าย นางก็ยังคงไม่เอ่ยปากผ่อนปรน
กู้อวี้หงายมือทั้งสองของตนอยู่ในความมืด ในยุคปัจจุบัน นางก็เป็ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่กล้าแม้แต่จะมองดูการเชือดไก่คนหนึ่งเช่นกัน
ย้อนกลับมาในยุคศักดินาที่มีการแบ่งชนชั้นอย่างเคร่งครัด นางยังคงหลีกหนีชะตากรรมถูกหลอมกลืนไปไม่พ้น วาจาเบาหวิวประโยคเดียวก็สามารถทำลายชีวิตของคนถึงสองคน
ทว่าสภาพความเป็จริงไม่อนุญาตให้นางสำนึกเสียใจ กู้อวี้ถอนหายใจออกมายืดยาว
ปี้หลัวจิตใจไม่สะอาด หากปล่อยให้อยู่ข้างกายน้องสาวต่อไปเกรงว่าอาจชักนำน้องสาวไปในทางที่ผิด ถ้านางบังเกิดจิตคิดร้ายเพราะเื่นี้ก็จะยิ่งอันตรายกว่าเดิม
“เืเย็นจริง ๆ” คำพูดของเซียวสิงจือพลันก้องขึ้นมาข้างหูนาง
กู้อวี้ยิ้มบาง ๆ สุราพวกนี้ไม่ควรไปแตะต้องเลยจริง ๆ ดื่มจนเมามายแล้วมักทำให้คนฟุ้งซ่านได้ง่าย
[1] เกล็ดย้อน (逆鳞) หมายถึง เกล็ดใต้คอัที่ขึ้นสวนทางกับเกล็ดอื่น ๆ กล่าวกันว่าถ้าใครไปแตะต้องเกล็ดนี้จะทำให้ัพิโรธและสังหารคนผู้นั้น การแตะเกล็ดย้อนเป็การอุปมาว่าทำให้ผู้มีอำนาจโมโห