แม้เขาจะหลับตาแน่นเพียงใดก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการรับรู้การมาถึงของแสงสีโลหิตนี้ได้ร่างกายของปอนด์สั่นเทาหนักยิ่งกว่าเดิม ขนลุกชูชันขึ้นมาทั่วสรรพางค์กาย เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาหลอกหลอนในห้วงความคิดของเขาซ้ำไปซ้ำมาภาพของมวลน้ำมหาศาลที่เคยพุ่งเข้ามาปะทะร่างพัดพาไปพร้อมกับเหล่าศพและเศษชิ้นส่วนมนุษย์สยดสยองรายล้อมรอบกายข้อมือขวาที่ถูกแผ่นเหล็กพัดพุ่งเข้ามาตัดขาดออกไปต่อหน้าต่อตาเหลือไว้เป็แผลฉกรรจ์น่าสะพรึงกลัวใบหน้าุ์สามตาน่าขนลุกขนพองยังคงเด่นชัดในความทรงจำรวมไปถึงดาบยาวในมือของมันที่มอบความทรมานแสนสาหัสที่สุดในชีวิตของเขา
ปอนด์ไม่อาจทนเห็นความทรงจำอันเลวร้ายที่ประดังประเดเข้ามาได้อีกต่อไปดวงตาลึกโหลเปิดขึ้นกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริง แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับเลวร้ายซ้ำยิ่งกว่าเดิม...ภาพของศพผู้คนนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นที่ภายในบ้านบางศพโชกไปด้วยเื ร่างกายขาดแหว่ง มีศพหนึ่งถูกบดขยี้จนเละเทะดูออกได้เพียงว่ามีลูกตาอยู่ในกองสีแดงฉานนั้น อีกศพมีกลิ่นเหม็นเน่าร่างกายพองโตขึ้นอืดลิ้นจุกปาก ดวงตาถลน เมื่อความกลัวพุ่งทะยานขึ้นมาจนถึงจุดสิ้นสุด หัวใจของเด็กหนุ่มหล่นวูบหลุดลอยหายไปพร้อมกับสติริมฝีปากแห้งผากร้องลั่นแทบไม่เป็ศัพท์
“ไม่เอา! กูไม่เอาแล้ว! แม่! แม่อยู่ไหน?!” ปอนด์กุมศีรษะตนเองไว้ ดวงตาเบิกโพลงแดงก่ำ ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกร่างผอมแห้งเขยิบเข้าไปชิดมุมห้องยิ่งกว่าเดิม ทว่าทันใดนั้นปรากฏมีเงาถมึงทึงร่างสูงใหญ่เยื้องกายเข้ามาใกล้เขาปอนด์แหงนเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะแผดร้องออกมาด้วยความใสุดขีด เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือุ์ร่างสูงใหญ่ตัวสีดำสนิท ดวงตาสามดวงสีแดงฉานของมันจ้องเขม็งมายังเขา
“อย่า! อย่าเข้ามา! อย่าฆ่ากู! ขอร้องล่ะ” ปอนด์พยายามขยับตัวหนีพร้อมกับยกมือไหว้ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“ไอ้ปอนด์! อะไรของมึง?! กูเล้นเอง!” เล้นตั้งท่าจะเดินเข้าไปใกล้ปอนด์ยิ่งกว่าเดิม หวังช่วยเรียกสติรุ่นน้องกลับมาแต่นั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มร้องเสียงหลงก่อนที่เขาจะลุกขึ้นผลักอกเล้นจนร่างสูงใหญ่ซวนเซเสียหลักปอนด์จึงถือโอกาสนี้วิ่งหนีหน้าตั้งออกจากบ้านไปพร้อมกับร้องโหวกเหวกโวยวายสติหลุดไปแล้ว
“แม่! แม่อยู่ไหน?! ผมอยากกลับบ้าน!”
เล้นพยุงตัวเองลุกขึ้นมาก่อนจะวิ่งตามหลังรุ่นน้องไปทันทีพร้อมกับะโเรียกเป็พักๆแต่นั่นกลับทำให้ปอนด์ยิ่งเร่งฝีเท้าหนีเร็วกว่าเดิม เด็กหนุ่มที่ไร้สติได้วิ่งตรงเข้าไปในเมืองเลี้ยวเข้าไปในซอกซอยจนคลาดสายตา
“ไอ้ปอนด์!” เล้นหยุดพักหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า สองมือหนากำหมัดแน่น จิตใจอันอ่อนแอของรุ่นน้องได้ถูกทำลายจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดีจนกลายสภาพเป็ดั่งเช่นชาวเมืองคนอื่นๆในขณะที่เล้นกำลังก้มหน้าเสียใจอยู่นั้น เขาพลันเหลือบไปเห็นว่า บนพื้นกำลังมีน้ำซึมออกมาจนเจิ่งนองไปทั่วทุกพื้นที่และดูเหมือนว่า ระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ...
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เล้นตัดสินใจเร่งฝีเท้าเดินลุยน้ำทิศทางมุ่งตรงกลับไปยังบ้านหวังจะไปตั้งหลักระหว่างทางยังคงมีเหล่าผู้คนบางส่วนออกมาเดินอยู่ข้างนอกอย่างไร้จุดหมายส่วนใหญ่จะเป็พวกสติไม่สมประกอบ แสงสีแดงยังคงสว่างไสวอยู่อย่างนั้น สถานการณ์ ณ เวลานี้ดูสงบเงียบจนน่าแปลกใจ
เล้นต้องหยุดชะงักไปอีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นว่า มีกล่องไม้หลากหลายขนาดกำลังผุดลอยขึ้นมาเหนือน้ำจนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความสงสัยใคร่รู้ โดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังตามประสาของคนสติไม่สมประดีเมื่อกล่องถูกเปิดออก ไม่มีการะเิ ไม่มีควันพิษพวยพุ่งออกมา แต่กลับกลายเป็ว่าชายคนนั้นได้ฉีกยิ้มกว้างดวงตาของเขาเป็ประกายจับจ้องไปยังสิ่งของที่อยู่ในกล่องนั้นอยู่เนิ่นนานราวกับว่ากำลังเชยชมความงดงามของมันอยู่
ความสงสัยใคร่รู้เป็ธรรมชาติที่ติดตัวมนุษย์มาแต่ไหนแต่ไร กล่องทั้งหลายที่อยู่บริเวณนั้นถูกจับจองไปจนหมดเมื่อชาวเมืองคนอื่นเก็บกล่องขึ้นมาเปิดตามๆกัน ทุกคนต่างล้วนแสดงท่าทางดีอกดีใจเมื่อได้ยลโฉมสิ่งของข้างในพวกเขาหยิบมันออกมากวัดแกว่งเล่นราวกับเด็กที่พึ่งได้รับของขวัญถูกใจ เล้นตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงเพราะสิ่งของในมือพวกเขาคือ...อาวุธมีคมหลากชนิด
ผลลัพธ์ของการมีอำนาจขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็คนมันอยู่ บทสนทนาต่อมาของชาวเมืองทำให้เล้นสะอึกนิ่งไป
“ใจดีจังเลย! มีดที่รัก อยากชิมเืแล้วยังเอ่ย”หญิงคนหนึ่งพูดกระหนุงกระหนิงกับมีดบังตอในมือ ดวงตาลึกโบ๋ของเธอจ้องมองอาวุธนั้นไม่วางตาริมฝีปากแห้งเหี่ยวแสยะยิ้มออกมาน่าสะอิดสะเอียน มือเหี่ยวแห้งลูบไล้สันมีดเบาๆอย่างเอ็นดู
“เห็นมีดทีไรอยากฟันหัวคนทุกที” ชาวเมืองอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันพูดขึ้นพลางพลิกดูมีดสปาต้าในมือไปมาพร้อมกับแลบลิ้นไล้เลียริมฝีปาก
“เขาให้มาก็ต้องใช้สิ!” ชายอีกคนพูดต่อ เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเสียงดังลั่นแล้วความวิปริตของมนุษย์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ในเวลาเพียงเสี้ยวนาทีถัดมา ชายคนนั้นถือดาบวิ่งพุ่งตรงไปยังคนที่ยืนอยู่ละแวกเดียวกันอย่างรวดเร็วก่อนจะกระหน่ำฟาดฟันดาบไปยังร่างชาวเมืองผู้โชคร้ายที่ไม่มีโอกาสให้ทันได้ตั้งตัวเขากวัดแกว่งดาบในมือไม่หยุดพักจนเหยื่อคนนั้นนอนแน่นิ่งไปกับพื้น เืสีสดสาดกระเซ็นเต็มไปทั่วบริเวณ
ความชุลมุนวุ่นวายจึงได้บังเกิด เมื่อสัญชาตญาณดิบของชาวเมืองได้ถูกปลุกขึ้นมาโดยสมบูรณ์ พวกเขาวิ่งไล่ล่ากันไม่เลือกหน้าไม่สนว่าใครเป็ใคร ความอลหม่านเข้าสู่จุดที่เกินจะควบคุมได้ สถานการณ์บานปลายและเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นท่าไม่ดีแล้ว เล้นจึงตัดสินใจวิ่งหนีกลับไปยังบ้านของตนเขากำอาวุธที่ตนเองประดิษฐ์ขึ้นมาในมือแน่น สองเท้าเร่งจังหวะการวิ่งให้เร็วกว่าเดิมเสียงหัวเราะและเสียงกรีดร้องของเหล่าชาวเมืองเริ่มตีแผ่ขยายออกเป็วงกว้างไล่หลังเขามา
ทว่าระหว่างทางกลับบ้านใกล้ถึงชานเมือง เล้นต้องหยุดชะงักเท้าไป เมื่อมีชายคนหนึ่งยืนขวางทางเอาไว้ในมือของเขาถือมีดพร้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเื ชุดที่ชายคนนั้นสวมใส่เปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบเืบางส่วนแห้งกรัง แต่มีบางส่วนยังคงชุ่มโชกด้วยเืสดใหม่ ใบหน้าซูบตอบของชายแปลกหน้าดูเรียบเฉยไร้อารมณ์แต่ดวงตาคู่นั้นของเขาจับจ้องเขม็งมายังเล้นแทบไม่กะพริบ
ไม่ปล่อยเวลาให้เล้นเตรียมใจไปมากกว่านี้ ชายคนนั้นวิ่งพุ่งตรงเข้ามาทักทายเขาทันใดด้วยท่าทีมุ่งร้ายสัญชาตญาณแห่งการต่อสู้บอกให้เล้นเลือกที่จะประจันหน้า ชายหนุ่มหยิบแผ่นไม้ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาปัดป้องคมมีดนั้นไว้เล้นเบี่ยงตัวหลบมีดพร้าที่ถูกเหวี่ยงฉวัดเฉวียนเข้ามาด้วยความคล่องแคล่ว แต่ศัตรูตรงหน้าก็ว่องไวชำนาญไม่ต่างกันพวกเขาแลกาแกันไปคนละเล็กละน้อย
“เราไม่เคยรู้จักกัน อย่าทำร้ายกันเลยพี่” เล้นะโออกมาพลางถอยหลบคมมีดได้อย่างเฉียดฉิวคำขอร้องของเล้นดูจะไร้ผล เพราะชายแปลกหน้ายังคงง้างมีดพร้าเข้ามาหาอย่างไม่ลดละ
การต่อสู้ยืดเยื้ออยู่ไปสักพักจนร่างกายของพวกเขาเริ่มอ่อนกำลังลงบ้างแต่ด้วยความที่พื้นฐานสรีระที่แข็งแกร่งกว่าของชายหนุ่มแม้อาวุธในมือของเขาจะดูเสียเปรียบกว่ามาก แต่เล้นยังคงฮึดสู้ไม่ถอย เขาอาศัยจังหวะทีเผลอยกเท้าถีบยอดอกจนชายคนนั้นให้เสียหลักไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป ร่างกำยำรีบพุ่งตามไปเหวี่ยงฟันอาวุธทำมือลงไปยังลำคอของเป้าหมายเวลาเพียงชั่วพริบตา คมสังกะสีได้เชือดเฉือนตัดผ่านหลอดลมปลิดชีวิตชายคนนั้นไปในทันทีร่างนั้นหงายหลังล้มลงสั่นกระตุกเพียงคู่เดียวก่อนจะนอนแน่นิ่งกับพื้น ดวงตาคล้ำลึกยังคงเบิกค้างาแฉกรรจ์ที่ลำคอมีเืชุ่มโชกและฟองอากาศปุดขึ้นมา
“กูบอกมึงแล้ว” เล้นสะบัดเสียงพูดขึ้นพร้อมกับถ่มน้ำลาย เขาทิ้งตัวนั่งคุกเข่าลงกับพื้นร่างกำยำหอบหายใจลึกด้วยความอ่อนล้า อาวุธที่เขาทำขึ้นมางอบิ่นไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปมือหนาเอื้อมไปหยิบมีดพร้าชุ่มเืจากมือศพออกมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงกลับไปยังแหล่งหลบภัยของตนด้วยท่าทีสงบนิ่งเยือกเย็น
ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านเสียที เล้นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินเข้าไปหลบซ่อนข้างในบ้านทว่าชายหนุ่มต้องหยุดชะงักเท้าทันใดเมื่อหางตาพลันเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างแปลกตาไปจากประตูบานนั้น...ประตูที่เป็ต้นเหตุของเื่ราวทั้งหมดเล้นเดินเข้าไปสำรวจด้วยความสงสัย
ประตูถูกแง้มเปิดเอาไว้เล็กน้อยด้านหลังมีแสงสีนวลบางๆ สาดส่องออกมาให้เห็นอยู่รำไรเขาจึงเปิดมันออกกว้างขึ้น แล้วภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เล้นถึงกับตาเบิกกว้างเป็ประกายเมื่อกำแพงหินสีดำหลังประตูเผยช่องโหว่เล็กๆ ช่องหนึ่งขนาดพอให้นิ้วมือผ่านเข้าได้แม้จะมองเห็นข้างในไม่ชัดเจนนัก แต่แสงแห่งความหวังได้ส่องสว่างเป็ประกายขึ้นมาภายในใจของชายหนุ่มเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
++++++++++++++++++++++++++
สามารถแสดงความคิดเห็นติชมกันเข้ามาได้น้า เจอกันบทสุดท้ายวันพุธนี้นะคะ