“ส่วนข้าวของเครื่องใช้ อาวุธ ของทหารที่อยู่บนเรือ ทางเจ้าหน้าที่นำไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ทั้งหมด ส่วนปืนใหญ่ที่เห็นอยู่ 2 กระบอก ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์นั้น ว่ากันว่า เป็นปืนใหญ่ในตำนานที่สูญหายไป คือ ปืนใหญ่มหาเลลา และ ปืนใหญ่ศรีนัครี เคยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรมาตรวจสอบพบว่า เป็นของแท้ ซึ่งเป็นปืนใหญ่รุ่นเดียวกันกับ ปืนใหญ่พญาตานี ที่ตั้งอยู่หน้ากระทรวงกลาโหม ตอนนี้มีปัญหากันอยู่ระหว่างรัฐบาลกลางกับ ประชาชนในจังหวัดปัตตานี ต่างก็แสดงความจำนงขอปืนใหญ่ไปเป็นของตน แต่ว่า ที่เกาะคริสตัล เป็นเมืองปกครองพิเศษ มีสิทธิเด็ดขาดในทรัพย์สินที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ และยังไม่ตัดสินใจ จะมอบให้กับผู้ใด”
“ ตกลงทหารที่อยู่บนเรือหายไปไหนกันแน่คะ” ม่อนถามทันที
“ ไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ว่า ยามค่ำคืนเดือนมืด เคยมีผู้คนขับเรือผ่านทางนี้ พบว่า บนเรือทุกลำมีแสงไฟ พร้อมกันเห็นวิญญาณของพวกทหาร ยืนประจำการบนเรือแห่งนี้ทั้งสิบลำ ชายบ้านเชื่อว่า พวกเขาไม่ได้หายไปไหน แต่ยังอยู่บนเรือนี้ แต่ว่าถูกกักขังไว้ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้”
“ แล้วมีใครโดนทำร้าย จากทหารผีเหล่านี้ไหมครับ” กรกันต์เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
“ ไม่เคยมีนะ แต่ว่าเคยมีพวกนักล่าสมบัติ เคยลองดำน้ำลงไปดูบริเวณใต้เรือเหล่านี้ แล้วก็มีบางคนก็หายสาบสูญไม่ได้กลับมาอีกเลย บางที ใต้ทะเลสาบอาจมีสถานที่ซุกซ่อนสมบัติเอาไว้ก็ได้ แต่ว่าภายหลัง คณะบริหารของเกาะได้มีคำสั่งห้ามค้นหาสมบัติใต้ทะเลสาบอีก เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่ง ถึงกระนั้นก็ยังมีคนใจกล้าฝ่าฝืน สุดท้ายก็หายสาบสูญไปอีกหลายลำ
สมบัติที่ว่านั่นก็ไม่มีใครเคยพบสักชิ้นเดียว ซึ่ง คณะบริหารเกาะเคยใช้ผู้เชี่ยวชาญใช้ดาวเทียมมาสำรวจ โลหะมีค่าใต้ทะเลสาบแห่งนี้แล้ว แต่ก็ไม่พบอะไร”
ขจรเดินชมเรือโบราณด้วยความสนใจ แล้วจู่ๆ ผีจ๋อมก็โผล่เข้ามาแล้วบอกว่า
“ มีข่าวด่วนมาบอกด้วย”
“ อะไร”
“ พบเจ้าหญิงเงือกแล้ว”
“ นางอยู่ไหน?”
“ บนห้องของจางเฉิน ทั้งสองเริงรักกันทั้งคืน ตอนนี้เจ้าหญิงเงือกดูดพลังชีวิต จางเฉินจนผอมซีดเลย ฉันว่าอีกไม่นานคงได้ตายแน่ๆ”
“ เจ้าหญิงเงือก ทำไมทำร้ายคน ปกติช่วยคนมิใช่หรือไง?”
“ ใครจะไปรู้ ฉันนอนอยู่ได้ยินแต่ เจ้าพี่คะ เจ้าพี่ขาทั้งคืน คุณกลับไปก็ไปบอกนางด้วย รบกวนผู้อื่นจะหลับจะนอน”
ขจรทบทวนรายละเอียด ก็เป็นไปได้ว่า เจ้าหญิงเงือกคิดว่า คุณชายจางเฉินอาจเป็นเจ้าชายคนรักที่จากไปเมื่อชาติก่อนของนาง เลยจัดหนักทันทีที่ได้เจอ กลับไปคงต้องพูดคุยกับเจ้าหญิงเงือกอย่างจริงจังแล้ว
“ มาก็ดีแล้ว ลงไปใต้ทะเลสาบนี้หน่อย ดูว่ามีสมบัติหรือเปล่า”
“ เฮ้..แบบนี้ทำฟรีๆ ไม่ได้แล้วนะ ต้องจูบกันอย่างน้อย ห้านาที โอเคไหม?”
“ ได้ รีบลงไปดูเร็ว”
ขจรแสร้งเป็นยกมือถือมาคุย เพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต
“ งานยุ่งเหรอ?” กิ๊ฟเข้ามาถาม
“ ก็นิดหน่อย ไม่มีอะไรแล้ว”
“ ที่นี่ดูวังเวงพิกล ไม่ค่อยน่าเที่ยวเลย” กิ๊ฟเริ่มรู้สึกไม่ดี ขจรเลยบอกไกด์ให้พาไปเที่ยวที่อื่น
พอทุกคนออกจากเรือผีสิง ไกด์ก็พามาชมพิพิทธภัณฑ์ ซึ่งมีของโบราณมากมาย
จัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยมีหุ่นรูปปั้นที่สร้างขึ้นมา แล้วเอาชุดเสื้อผ้าของนักรบโบราณถือ อาวุธ ยืนเรียงราย อยู่ด้านหน้า พร้อมกับ รปภ. ที่ถูกจัดให้ใส่ชุดนักรบโบราณ ทุกคนต่างเข้ามาถ่ายรูป กับทหารโบราณ และ ปืนใหญ่โบราณสองกระบอกอย่างสนุกสนาน โดยที่มีร้านค้าต่างๆ มาขายของเลียนแบบของโบราณมากมาย พ่อค้า แม่ค้าก็ล้วนแต่งตัวแบบโบราณกันทุกคน พวกสาวๆ ก็เข้าไปซื้อขนมไทยโบราณมากิน พร้อมถ่ายรูปกัน ส่วนขจรนั้น เดินเข้ามาในร้านที่ขายของโบราณ ซึ่งเจ้าของบอกว่า สินค้าในร้านของเขา เป็นของโบราณทุกชิ้น และได้รับการอนุญาตให้ขายได้อย่างถูกต้อง และยังมีของโบราณที่ได้ทำการสร้างขึ้นมาใหม่ แล้วคุณภาพก็ดีกว่าเดิมด้วย
ขจรเดินดูอย่างสนใจ เขาเห็นทั้งดาบ และ ปืนไฟ เสื้อผ้า เกราะหนัง ที่สร้างขึ้นใหม่ โชว์อยู่ ส่วนของเก่าโบราณ ก็อยู่ในกระจก ปิดเอาไว้ใส่กุญแจแน่นหนา
ขจรเดินดูไปมาสะดุดที่ตาที่ แหวนนาคบาศ วงหนึ่งที่ตั้งโชว์เอาไว้ในตู้ เป็นแหวนสีขาวคล้ายทำจากงาช้าง เป็นรูปพญานาคกลืนกินหางของตัวเอง
“ แหวนวงนี้ขายยังไงครับ”
“ อ้อ นี่คือแหวนนาคบาศโบราณ ทำจากงาช้างแมมมอส มีคนพบที่ชายหาด แล้วนำมาขายให้กับร้านของเรา ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มันมีอายุนับพันๆ ปีทีเดียว หากคุณลูกค้าสนใจ ผมคิดราคาพิเศษให้เลย แค่ สี่แสนบาทเท่านั้น ว่ากันว่าสามารถป้องกันภูตผี หรือพวกงูพิษไม่ให้เข้ามาใกล้ได้ด้วย มีเพียงวงเดียวเท่านั้น” ผู้จัดการร้านบรรยายความพิเศษของแหวนวงนี้ เสียจนเลอเลิศ
“ งาช้างแมมมอสเลยเหรอ?” กรกันต์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“ โอ้โห สี่แสน ซื้อนาฬิกาแบรนด์เนมได้ หลายเรือนเลยนะ” หัวหน้าเอกเอ่ยออกมา
“ จรสนใจเหรอ?” กิ๊ฟเอ่ยอย่างสงสัย
“ ก็แค่อยากรู้ นึกว่าไม่กี่หมื่นบาท ราคาสี่แสนคงต้องถอยจริงๆ”
ผู้จัดการเห็นว่า ราคาที่เรียกไปคงจะแพงเกินไป จึงได้รีบเอ่ยว่า
“ เอาอย่างนี้ ช่วงนี้ร้านของเราเพิ่งจะเปิดเนื่องจากสถานการณ์โควิด ดังนั้น เราเลยมอบส่วนลดพิเศษให้คุณลูกค้า 50 % ไปเลยเหลือ 2 แสนตกลงรับไปเลยไหมครับ”
ขจรกำลังตกลง กิ๊ฟกลับดึงมือขจรออกจากร้านทันที
“ แสนเดียวก็ได้ครับ ผมยอมขาดทุนเอาไปเลย”
ขจรรีบเดินกลับมา วางเงินให้ แสนหนึ่งแล้ว ก็รับแหวนบ่วงนาคบาศไปในทันที
เพราะไม่ว่า ราคาเท่าไรเขาก็พร้อมจะซื้ออยู่แล้ว เพราะว่า หินเจ้าปัญญาได้บอกว่า
แหวนนาคบาศวงนี้ เป็นแหวนที่ถูกสร้างมาจากจาก เขี้ยวของพญานาคจริงๆ และผู้ที่ปลุกเสกขึ้นมานั้น ก็เป็นพระสงฆ์ที่บรรลุธรรมขั้นสูงอีกด้วย
แล้วทันใดนั้นเองผีจ๋อมก็ทำหน้าตาตื่น มาหาขจร
“ ไม่เอาแล้ว ใต้ทะเลมีตัวอะไรก็ไม่รู้ น่ากลัว แค่ลงไปยังไม่ถึงจุดที่ลึกที่สุดเลย ก็มีมือเงาดำไล่จับฉัน ไม่เอาแล้วฉันไม่ลงไปอีกแล้ว" ผีจ๋อมเอ่ยแล้วก็หายไป ขจรก็ได้แต่มองไปที่ผืนน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ ด้วยความรู้สึกสงสัยหนักขึ้นไปอีก
แล้วไกด์ ก็พาทุกคนมาที่ร้านขายของที่ระลึกบนเกาะแห่งนี้ แต่ละคนก็ต่างซื้อของกัน เต็มทั้งสองมือ จนแทบเต็มรถ จนบ่าย ก็เดินทางกลับโรงแรมเพื่อเก็บของ เพื่อที่จะกลับกรุงเทพ แต่พอไปถึง ขจรกับเพื่อนก็ขึ้นไปเรียก คุณชายจางเฉินกลับไม่มีเสียงตอบ พอเปิดประตูเข้าไป พบว่า คุณชายจางเฉิน นอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าหมองคล้ำ ดวงตาไร้แวว ทุกคนมองว่า คงเป็นเพราะขาดน้ำ หรือไม่ก็ท้องเสียและอาเจียนอย่างหนัก ประกอบกับไม่ได้กินข้าวมาทั้งวัน เลยอยู่ในสภาพเช่นนี้ จึงพากันไปส่งโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำเกลือ ขจรให้เพื่อนๆ ไปส่งคุณชายจางเฉิน ก่อน เดี๋ยวจะตามไป
พอทุกคนออกจากห้องไป ขจรก็เอ่ยออกมา
“ ออกมาเถอะ เจ้าหญิงเงือก”
ทันใดนั้น เงาวิญญาณของ เจ้าหญิงเงือกก็ค่อยๆ ปรากฏกายขึ้นกลายเป็นกายหยาบเป็นหญิงสาวงดงาม ใบหน้ามีเลือดฝาดขึ้น แต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นเสื้อยืด มองแล้วเหมือนสาววัยรุ่นสมัยใหม่
“ เจ้าเห็นข้าได้อย่างไร”
“ อย่าสนใจเรื่องนี้เลย บอกผมมา ว่าต้องการอะไร จางเฉินเป็นมนุษย์หาใช่คนรักเก่าในชาติก่อนของท่าน เลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว”
“ ไม่ ข้ารอมานานหลายพันปี ก็เพื่อพบเจ้าพี่ ไม่มีใครมาขัดขวางความรักของเราสองคนได้” เจ้าหญิงเงือกคำรามออกมาอย่างไม่พอใจ
“ ท่านก็เห็นแล้ว หากท่านสมสู่กับเขา พลังชีวิตของเขาจะถูกวิญญาณของท่านกลืนกินไปจนหมด ขืนท่านยังทำเช่นนี้ ไม่เกินสามวัน เขาได้ไปอยู่กับท่านในโลกวิญญาณแน่ หรือว่า ท่านต้องการแบบนั้น”
“ ข้า.. ข้าจะหาวิธีรักษาเขาเอง”
“ ยังไง?”
“ ข้าจะให้เขาดื่มเลือด เงือกน้อย เขาจะได้อายุยืนไปอีก 200 ปี จะได้อยู่กับข้าอีกนาน”
“ เพื่อความสุขของตน ถึงกับต้องทำร้ายผู้อื่น ท่านนี่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ”
“ เจ้ามนุษย์ต่ำต้อย อย่าคิดมาสั่งสอนข้า หลีกไปซะ ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าอีกคน”
“ นี่เรียกว่า หลงโดยไม่ลืมหูลืมตาจริงๆ” ขจรส่ายหัว แล้วนำดาบสยบฟ้าออกมาแล้วกัดริมฝีปากแล้วพ่นเลือดออกไป ที่ดาบสยบฟ้า แสงสีทองส่องประกายออกมา เจ้าหญิงเงือกกลายร่างเป็นเงือกสาวมีเขี้ยว และมีหางเป็นปลา สะบัดเข้าใส่ร่างของขจรเป็นการสั่งสอนทันที แต่ว่าขจรกลับไม่สนใจ ใช้ดาบสยบฟ้า สะบัดตัดครีบหางของนาง จนขาดสองท่อน เจ้าหญิงเงือกถึงกับร้องกรี๊ด ออกมาเสียงดัง
ขจรท่องบทสวดพระปริตรเจ็ดตำนานออกไป พอเจ้าหญิงเงือกได้ยินก็ร้องดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน
“ โอ้ย โอ้ย ร้อนเหลือเกิน ได้โปรดเถิด ข้ายอมแพ้แล้ว” เจ้าหญิงเงือกที่ถูกฟันหางขาดวิ่น ร้องดิ้นไปมากับพื้นอย่างน่าสมเพช ขจรเลยหยุดสวด
“ ผมจะส่งวิญญาณคุณให้ท่านพญายมราชพิจารณาตัดสิน”
“ ได้โปรดเถอะ อย่าทำเช่นนั้นเลย ข้าขออยู่อย่างนี้ ช่วยดูแลคนบนเกาะแห่งนี้ต่อไป ข้าไม่ขอพบกับ เจ้าพี่อีกแล้วก็ได้” เจ้าหญิงเงือกร้องห่มร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“ ก็ได้ หากท่านคิดทำร้ายมนุษย์เช่นนี้อีก ผมจะไม่ละเว้นท่านแน่ แต่ผมมีเรื่องถามท่านเรื่องหนึ่ง ทะเลน้ำเงินนั้นอยู่ที่ไหน ผมจะไปส่งเงือกน้อยได้อย่างไร”
“ เจ้าเป็นคนดีจริงๆ มนุษย์ทุกคนที่รู้ว่า เลือดของเผ่าพันธุ์ข้าสามารถรักษาคนตายให้ฟื้น หรือไม่ก็เป็นสามารถยืดอายุขัยได้ถึง 200 ปี แต่เจ้ากลับไม่สนใจ กลับเมตตาไปส่งเผ่าพันธุ์ของข้าโดยไม่คิดอะไร ข้าเสียอีกที่เห็นแก่ตัว คิดจะทำร้ายเผ่าพันธุ์ของตนเอง เฮ้อ… ช่างน่าละอายใจนัก ทะเลน้ำเงินนั้น อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ เดินทางไปประมาณ ห้าสิบกิโล จะมีเกาะเล็กๆ อยู่สามเกาะ ตรงกลางเป็นน้ำวน ไม่มีใครกล้าแล่นเรือเข้าไป ที่นั่นจะมีประตูมิติ สามารถเข้าไปในทะเลน้ำเงินได้ แต่ต้องเข้าไปในเวลาเที่ยงคืนเท่านั้น ประตูถึงจะเปิด ซึ่งจะเปิดแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นในแต่ละวัน”
“ เข้าใจแล้ว ขอบคุณ” ขจรกำลังจะเดินออกไป เจ้าหญิงเงือก ก็เอ่ยขึ้นมาอีกว่า
“ เจ้าไม่สนใจเรื่องสมบัติของเรือผีพวกนั้นรึ?”
ขจรถึงกับหยุด แล้วหันกลับมา
“ ท่านว่าอะไรนะ”
“ ใช่ข้ากำลังพูดถึง สมบัติที่พวกทหารพวกนั้นได้ขนมาที่เกาะแห่งนี้ และข้าก็รู้ด้วยว่ามันอยู่ที่ไหน”
“ แล้วท่านมาบอกข้าทำไม?”
“ ข้าอยากต่อรองกับเจ้า หากเจ้ารับปาก ข้าจะบอกว่า สมบัติพวกนั้นอยู่ที่ไหน”
ขจรถึงกับรับปากไปในทันที
“ สมบัตินั้นอยู่ในถ้ำใต้ทะเลสาบ ที่นั่น มีปีศาจตนหนึ่ง มีชื่อว่า ตารกาสูร กำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนั้น เมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน พวกทหารพวกนี้ล่องเรือกันมา แล้วก็กำลังขนย้ายสมบัติเพื่อหาที่เก็บบนเกาะ แต่ทว่า เจ้าปีศาจ ตารกาสูร กำลังเกิดธาตุไฟเข้าแทรก มันเลยบ้าคลั่ง ออกไปกลืนกินทหารนับพันจนหมด แล้วมันก็เห็นสมบัติ กองโต มันจึงนำกลับลงไปในถ้าใต้ทะเลสาบของมัน”
“ท่านเห็นแต่ไม่ช่วย?”
“ ช่วยได้ไง มันมีพลังเหนือกว่าข้ามากนัก”
“ มันสามารถกลืนกินคนนับพันได้ แสดงว่ามันต้องมีฤทธิ์เดชไม่น้อย แล้วผมจะไปสู้มันได้อย่างไร ท่านคิดจะหลอกให้ผมไปตายใช่ไหม” ขจรย้อนถามเจ้าหญิงเงือก
“ ข้าตกลงกับเจ้า ว่าข้าจะบอกเรื่องสมบัติว่าอยู่ที่ไหนเท่านั้น เรื่องอื่นข้าไม่เกี่ยวข้องด้วย แล้วเรื่องที่รับปากข้าเอาไว้ เจ้าจะว่าอย่างไร”
“ ก็บอกมาซิ ว่าท่านต้องการอะไร”
“ ข้าต้องการอยู่กับ เจ้าพี่อีกหนึ่งคืน เป็นครั้งสุดท้าย”
ขจรได้ฟังก็ถึงกับอึ้ง เงียบไปพักหนึ่งเลย
“ ข้ารับรอง ข้าจะไม่ทำให้เขาต้องถึงกับตาย..”
“ หากเขาเป็นอะไรไป ข้าจะส่งท่านไปหาพญามัจจุราชแน่”
“ ขอบคุณ ขอบคุณ”
ขจรไม่สนใจเจ้าหญิงเงือก แล้วก็เดินออกไปโรงพยาบาล เพื่อเตรียมตัวไปส่ง เงือกน้อยกลับบ้าน ไม่สนใจสมบัติใต้ทะเลสาบในตอนนี้.