ตอนที่ 5 โอ๊ะ
“โอ้ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่สาว” ซินกล่าวทักทายอย่างเป็ธรรมชาติ
“ฉันด้วย ๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะพี่สาวผมแดง” เซจังก็ทักทายแบบเดียวกัน
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ท่านเฟเรน่า” เซม
“พวกนางดูไม่แปลกใจเลยนะ” เฟเรน่ามองทั้งสามอย่างสงสัยปกติคนได้ยินชื่อของเธอไม่ชื่นชมก็กลัวจนหัวหด
ซินและเซจังมองหน้าก่อนที่จะ
“โอ้!!! นี่มันท่านเฟเรน่า นี่หน่า ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้เจอตัวจริง โอ้พระเจ้-”
ผลั๊วะ ๆ
ทั้งสองคนก็กล้มหัวจมดินทันที
“ไม่รู้จักก็บอกไม่รู้จักไม่เห็นต้องทำท่าทางแบบนั้นเลยนิ”
“เอ๋ ก็พี่สาวดูเหมือนเป็คนดังมากเลยนิ เนอะ” ซินตอบพร้อมลากเสียงยืดยาว
“ช่าย” เซจังตอบลากเสียงยืดยาวด้วยอีกคน
“หึ้ย” ซินและเซจังเหมือนััได้ถึงอันตรายจึงไปหลบอยู่หลังเซมกันหมด
“ถ้าฉันเอาไม่ผิดจากที่ได้ยินเื่จากยัยพ่อบ้านสาวคนนั้นเธอ บอกว่าพลังของพวกเธอถูกปิดผนึกจากความอ่อนแอของเ้าหนุ่มที่เป็เ้านายสินะ” เฟเรน่าทำเสียงจริงจังแล้วเข้าเื่สุด ๆ
แต่สิ่งที่เซมได้ยินต้องมองไปดุและจ้องเขม็งไปยังเซจังอย่างไม่หยุด นั้นมันจุดอ่อนพวกเธอเลยไม่ใช่หรือไงแล้วนี่เอาไปบอกใครก็ไม่รู้
“แหม่ ก็แบบว่า ก็ซินจังอะเอาร่างกายเข้าแรกไม่ได้ผลอะนะ”
“อะเกี่ยวอะไรกับผมละ แต่ผมว่ามันเป็ความผิดของเธอนั่นแหละที่ดันเป็อัศวินที่สวมชุดพ่อบ้าน”
“ไม่เกี่ยวกันนะชุดนี้ลงเวทเอาไว้ทนยิ่งกว่าเกราะดาด ๆ ที่พวกอัศวินใส่กันอีก”
“อ่อ ผมน่าจะใช้เธอเป็โล่ได้สินะ” ซินกล่าวเบาด้วยเสียแทนกระซิบ
“เห้ซินจังฉันได้ยินนะ” เซจังกล่าวอย่างโกรธ ๆ
“ทั้งสองคนหยุดกันได้แล้ว!!” เซมหยุดการทะเลาะกันแล้วส่ายหัวอย่างกุมขมับ
“ก็อย่างที่เธอพูดพวกเราถูกผนึกพลังจากการที่เ้านายของเรานั้นอ่อนแอ”
“อึก”
“แถมดินแดนก็ไม่มีประชากรทำให้ไม่สามารถบริหารอะไรได้เลย”
“อุก เซมจังอย่างน้อยถนอมน้ำใจผมหน่อยสิ”
“ก็มันเื่จริงนิคะ”
“อ็อก”
“ไม่นะเซมจังซินจังตายไปแล้ว!!!!!!” เซจังเดินมาหาซินที่นอนแกล้งสลบอยู่ด้วยน้ำตาอันเสแสร้ง
“แล้วเธอ้าอะไรจากพวกเรากันแน่คะ?” เซมถามด้วยสายตากดดันและจ้องไปยังเฟเรน่าสาวผมแดงคนนั้น
“เหอะสิ่งที่ฉัน้าก็มีแค่ต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่งและก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเอง” เฟเรน่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียเรียบเฉยราวกับเป็เื่ธรรมดา
“แต่จากที่เห็นคุณก็แข็งแกร่งอยู่แล้วนิ แล้วจะแข็งแกร่งไปเพื่ออะไรอีก”
“เพราะมันยังไม่พอนะสิ โลกในนี้ไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิดเมื่อเราแข็งแกร่งขึ้นเราก็จะเปิดโลกใบใหม่ที่มีคนแข็งแกร่งมากขึ้นเต็มไปหมด”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของเฟเรน่าแล้วเซมก็ยิ้มออกมาอย่างหาได้อยาก
“ดิฉันมีวิธีทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้น ท่านสนใจหรือเปล่า”
“เธอทำได้อย่างนั้นเหรอ” เฟเรน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสงสัย แต่ก็จริงหญิงสาวที่พึ่งเจอครั้งแรกตัวของเธอเองแค่ถูกใจความสามารถของอีกฝ่ายเฉย ๆ แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถช่วยเธอให้แข็งแกร่งขึ้นจริง ๆ ได้
“แน่นอนสิ ก็แค่ฝึกเ้านายของเราให้แข็งแกร่งขึ้นพอพลังของพวกเราปลดผนึกอีกขั้นเราก็สามารถต่อสู้กับเธอและสอนเธอเกี่ยวกับบางสิ่งที่เธอไม่รู้ได้” เซจังที่ทิ้งซินหัวกระแทกพื้นอยู่กล่าวขึ้น
“อย่างเช่น” เซจังเรียกดาบเวทออกมาจากวงเวทสีน้ำเงินเข้ม
ก่อนที่จะฟันไปยังเฟเรน่าโดยที่ไม่ตั้งตัว
ความเร็วที่แม้แต่ตัวของเธอเองก็มองไม่ทัน
“อึก นี่มัน”
“พื้นฐานของพื้นฐาน ความเร็ว ความอดทน เป็หนึ่งในพื้นฐานของการต่อสู้อยู่แล้วนิ” เซจังเอ่ยอย่างยิ้ม
“เอ้ แต่ที่บอกให้พี่สาวผมแดงสอนผมทำไมพวกเธอมาสอนผมแทนละ”
“เพราะว่าฉันี้เีนะสิ” เซจังกล่าวด้วยน้ำเสียงกวนโอ๊ยสุด ๆ
“ต้องขออภัยด้วยนายท่านเพราะดิฉันต้องปรับปรุงดินแดนแห่งนี้ให้เหมาะแก่การอยู่อาศัย”
“หืมเธอพูดอะไรออกมาจะทำให้ป่าแห่งความตายนี่กลายเป็ที่อยู่อาศัยอย่างนั้นเหรอ” เฟเรน่ากล่าวพร้อมขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้
เธออ่านหนังสือมามากมายก็ไม่เคยได้ยินเื่ที่จะสามารถคืนชีพดินแดนแห่งนี้ได้เลย
“ที่จริงแล้วดินแดนแห่งนี้มีความลับอยู่ค่อนข้างมากจากที่ดิฉันไปสำรวจมา อย่างเช่นที่ดินแดนแห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตเพราะโดนดูกลืนโดยมิติที่ล่มสลาย”
“เื่นั้นฉันเคยเห็นอยู่แถมเจอด้วยกับตาตัวเองด้วยมันไม่ใช้สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาได้ ฉันเลยไปต่อยมันทีหนึ่งแขนเกือบขาด” เฟเรน่ากล่าวขึ้นพร้อมเสียงหัวเรอะ
“เอ่อก็สมกับเป็เธอดีนะ” ซินได้แค่พูดออกมาแค่นั้น
“นั้นเป็เหตุหลักที่ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตเพราะพวกมันััได้ถึงอันตราย แต่ว่าปราสาทแห่งนี้ปกป้องออร่าพิเศษที่มาจากด้านนอกได้ไม่เชื่อก็ดูที่เ้าพวกต้นไม้นรกที่ไม่มีท่าทางหวาดกลัวเลยเมื่อเทียบกับอยู่ด้านนอก”
เซมชี้ให้เห็นถึงต้นไม่นรกที่ตอนนี้ดูเป็เด็กดีมาก ๆ ราวกับทารกผู้ใสซื่อ
แต่เหตุผลที่ซินคิดก็คือมันเห็นั์สามตัวอยู่ข้างหน้ามากกว่าอะนะมันเลยอยู่เฉย ๆ
“พื้นที่ปลอดภัยรอบปราสาทนั้นคือหนึ่งกิโลเมตร ถือว่าค่อนข้างมากถ้าเรามีกำลังคำมาพอสามารถเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์เวทเพื่อทำเป็อาหารได้”
“เดี๋ยวก่อนนะเื่นั้นฉันพอเข้าใจเกี่ยวกับการกระทำหลาย ๆ อย่างของเธอแต่เธอทำคนเดียวไหวเหรอ” เฟเรน่ากล่าวถามด้วยความสงสัยด้วยความที่เธอไม่ชอบการบริหารเธอจึงคิดว่านี้แม้โคตรยุ่งยาก
“ใครบอกฉันทำคนเดียว” เซมกล่าวพร้อมมองไปยังเ้าต้นไม้นรกตัวเล็กที่ดูสั่นกลัวเป็อย่างมาก
“เห็นไหมเ้าต้นไม้ ผมบอกแล้วว่าผมน่ะดูเป็มิตรและอ่อนโยนที่สุดแล้ว” ซินกล่าวพร้อมยิ้มอย่างอบอุ่น
เ้าต้นไม้นรกเหมือนจะฟังรู้เื่บางตัวเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ซินพูด
“ฮ่า ๆ ๆ แต่หมอนี่พานายมาเพราะเหตุผลนี้ั้แ่แรกแล้วยังไงละ” เซจังกล่าวพร้อมเปิดเผยความลับทั้งหมดทันที
“ชิ” ซินสบถออกมาอย่าช่วยไม่ได้
แล้วสายตาที่ต้นไม้นรกมองซินก็เปลี่ยนไปอีกครั้งหนึ่งมองเขาไม่ต่างจากปีศาจทั้งสามตัวนั้นเลย
แต่แล้วก็มีต้นไม้นรกต้นหนึ่งเดินมาออกมาจากกลุ่มต้นไม้พวกนั้น ตัวของมันดูาุโแล้วเก่าแก่มากที่สุดในหมู่ต้นไม้
“ท่านคือผู้กอบกู้” ต้นไม้แก่กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงชราภาพ
“เออท่านผู้เฒ่าท่านพูดภาษามนุษย์ได้” ซินกล่าวถามอย่างสงสัย
“ไม่เลยไม่เลยมีแค่บุคคลที่ได้รับการยอมรับเท่านั้นจะได้ยินเสียงของพวกเรา” เฒ่าต้นไม้กล่าวก่อนถอนหายใจออก
“แต่เดิมแล้วพวกเราคือต้นไม่ภูตแห่งป่าที่คอยปกป้องป่าแห่งนี้เอาไว้ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปไฟาเผาผลาญทุกอย่างเหลือเพียงพวกข้าที่กลายพันธุ์กลายเป็ต้นไม้ภูตแห่งความเสื่อมทราม”
“มันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่เ้าหนูเ้าคุยเื่อะไรอยู่” ไม่ใช่แค่เฟราเน่แต่เซมและเซจังก็ฟังไม่รู้เื่
ซินไม่ได้ฟังพวกนางกล่าวถามแต่หันไปคุยกับผู้เฒ่าต้นไม้ต่อ
“เหลือแค่พวกท่านหรือ”
“ไม่เลยไม่เหลืออะไรเลย าไม่เคยให้อะไรพวกเรา สิ่งที่เหลืออยู่คือชีวิต ชีวิตของดินแดนแห่งนี้”
ผู้เฒ่าต้นไม่นำบางสิ่งออกมามันเป็แสงสีฟ้าราวกับไพริน แม้ไม่ได้ััแต่รับดูถึงกระแสน้ำและพลังชีวิตที่อยู่ภายในนั้น
“ข้าปกป้องมณีเทพมาอย่างยาวนานเพื่อที่จะเอาไว้ให้แค่ผู้ที่คู่ควร”
“เป็ฉันอย่างนั้นเหรอเนี่ย!!!” ซินทำหน้าตาภูมิใจพร้อมเอามือออกไปรับมณี แต่ว่าเฒ่าต้นไม้ตีมือของเขาทิ้งเสียอย่างนั้น
“จิ๊ ถึงจะเป็ท่านก็จริงแต่ข้านั้นไม่อยากยอมรับเลย อีกอย่างท่านไม่สามารถแตะมณีวารีนี่โดยตรงได้ ท่านยังอ่อนแอเกินไป ท่านต้องไปสร้างแท่นบูชามณีแห่งวารีเพื่อให้ดินแดนแห่งนี้คือชีวิตขึ้นมาก่อน ถ้าไม่เช่นนั้น ก็ไม่สามารถช่วยดินแดนแห่งนี้ได้”
“ว้าว” ซินที่ได้ยินเื่ตื่นเต้นก็กำลังหันไปเล่าเื่นี้ให้แก่ทั้งสามคนฟัง
แต่ทว่า
“ฉันฟังไม่รู้เื่ั้แ่เมื่อกี้แล้วส่วนไอนี้ก็น่าหงุดหงิดสุด ๆ” เฟเรน่ากล่าวด้วยความหงุดหงิดเธอจับไปที่มณีแห่งวารีตรง ๆ ก่อนที่จะข้างนอกไปนอกกำแพง
“โอ๊ะ” ซิน
“โอ๊ะ” เฒ่าไม้
“โอ๊ะ” ต้นไม้นรก