(๑๔๔) กลิ่นคาวเื คละคลุ้ง พุ่งกระจาย ซากศพพ่าย ลอยฟ่อง นองเป็สาย
ทั้งปักษา นาคา ชีวาวาย ทอดทิ้งกาย เกลื่อนหาด ขาดิญญา
(๑๔๕) ทั่วทุกภพ น่านน้ำ ช้ำแหลกราญ คลื่นปะา ซัดสาด อนาถศานต์
เงือกกวาดมอง ท้องทะเล เห่ชลธาร เศษซากผ่าน พัดพา พาร่วงโรย
(๑๔๖) ก้มมองตฤณ แผลฉกรรจ์ สั่นระริก เืไหลหยด แตกปริก พลิกโอดโอย
ลมหายใจ แ่เบา ร้าวลมโชย ต้องเร่งโกย โอสถ ลดพิษภัย
(๑๔๗) ทิ้งร่างตฤณ ซ่อนไว้ ใต้ร่มเงา พุ่งตัวเบา ดำดิ่ง ทิ้งคลื่นไหว
แหวกกระแส เชี่ยวกราก หลากหลบไป ควานค้นหา สมุนไพร ใต้วารี
(๑๔๘) ปะการัง หักโค่น โดนทำลาย พืชพรรณตาย เหี่ยวเฉา เศร้าหมองสี
ไร้โอสถ รักษาร่าง กลางนที แดงทวี เืกระเซ็น เป็ฟองพราย
(๑๔๙) เงือกโผล่พ้น ผิวน้ำ กลางคลื่นคลั่ง มองเห็นฝั่ง สว่าง ลางความหมาย
พฤกษาต่าง เติบโต โชว์ลวดลาย แสงประกาย เรืองรอง ส่องพนา
(๑๕๐) สองแขนเอื้อม ตะกาย ชายหาดหิน กายคลุกดิน ลากหาง สิ้นหรรษา
ไร้สองขา ก้าวเดิน เหินมรรคา หางมัจฉา ครูดทราย คล้ายถูกฟัน
(๑๕๑) เกล็ดหลุดลอก เืออก ถลอกลื่น กล้ำกลืนฝืน สะอื้น ทนกัดฟัน
ต้องบีบคั้น ร่างกาย หมายโรมรัน ฝ่าดงดัน บุกป่า หาสมุนไพร
(๑๕๒) ถึงกอพืช เรืองแสง แห่งพงป่า ใบสีฟ้า ครามแกม แย้มน้ำใส
เด็ดใบไม้ เข้าปาก ฝากหทัย หวังแก้ภัย แผลร้าย ให้คลายลง
(๑๕๓) ขบฟันกัด เคี้ยวชิม ริมตลิ่ง รสขมทิ้ง บาดคอ ท้อลุ่มหลง
พิษร้อนรุ่ม แผดเผา เข้าปลิดปลง รีบคายลง บ้วนทิ้ง ร่วงหล่นจม
(๑๕๔) กอบใบใหม่ สีฟ้า พาสะสม เคี้ยวใบกลม หวังผล ดลขื่นขม
รสฝาดเฝื่อน ร้อนผ่าว ร้าวระทม รีบคายถ่ม แทบตาย ปลายสายชล
(๑๕๕) เด็ดใบหยก สีเขียว เหนี่ยวมาลอง เคี้ยวตามช่อง ปากช้ำ ซ้ำอีกหน
รสเย็นซ่าน อาบซึม ดื่มด่ำตน ไร้พิษปน ทำร้าย ร่างกายา
(๑๕๖) เงือกกอบกำ ใบหยก พกเต็มหัตถ์ หางตวัด คลานกลับ ลับหินผา
ทิ้งรอยเื ลากยาว ร้าวอุรา ดำดิ่งหา สระลับ กลับวารี
(๑๕๗) เห็นร่างตฤณ นอนนิ่ง พิงบรรพต แผลปรากฏ เหวอะหวะ ปะทะสี
สองมือเงือก บดใบ หยกวารี โปะแผลที่ ฉกรรจ์ หวั่นวายชนม์
(๑๕๘) แก่นอัตตา ของตฤณ ริบหรี่แสง คล้ายหมดแรง ล้มพับ ดับเหตุผล
เงือกกอดร่าง นาคา กลัวร่วงหล่น น้ำตาล้น หยดใส อาบใจกาย
(๑๕๙) พลันผิวน้ำ กระเพื่อม เลื่อนลอยคลื่น เงือกหยัดยืน บังร่าง อย่างมุ่งหมาย
แยกเขี้ยวขู่ กางมือ รอสู้ตาย ตาประกาย วาวโรจน์ โกรธคุกคาม
(๑๖๐) ปรากฏร่าง บุรุษ สุดล้ำลึก ก้าวเท้าฝึก เหยียบน้ำ ข้ามขวากหนาม
สวมอาภรณ์ ประหลาด วาดรูปงาม รังสีทาม สงบเงียบ เลียบสาคร
(๑๖๑) วิทยา ทอดน่อง มองผ่านน้ำ เห็นรอยช้ำ ปริ่มขาด บาดสลอน
หยุดยืนนิ่ง กึ่งกลาง ชโลทร เงือกหมายซ่อน ร่างนาค ไม่ให้ยล
(๑๖๒) เงือกกางแขน บังตฤน จากไพรี ร่างนาคี นอนขวาง กลางสายชล
ไม่ยอมให้ รุกล้ำ ทำลายคน แม้ต้องทน แหลกราญ ต้านสุดใจ
(๑๖๓) ชายแปลกหน้า เลิกคิ้ว นิ้วกำหนด ชูโอสถ กระจ่าง สว่างใส
เปล่งประกาย เวทมนตร์ ล้นหลามไป เขาโยนให้ ร่วงหล่น บนธารา
(๑๖๔) ยาตกถึง ผิวน้ำ จมสายชล เงือกสับสน ลังเล เหร่มองหา
แต่ชีวา นาคา ล้าเต็มตา เงือกจึงคว้า โอสถ เวทมุนินทร์
(๑๖๕) ป้อนเข้าริม ฝีปาก น้ำตาไหล พลันแสงใส สว่าง อร่ามริน
รอยแผลอาบ โลหิต ปิดหมดสิ้น เกล็ดนาคินทร์ สมาน ต้านภัยพาล
(๑๖๖) รอยปริแตก กลางอก วกชิดหา เืหยุดมา เหือดแห้ง ปิดรอยแน่น
ไออุ่นซ่าน ผ่านกาย ดั่งสายแล่น อัตตาแก่น สั่นไหว ได้ฟื้นคืน
(๑๖๗) วิทยา ทอดน่อง มองผลลัพธ์ ก่อนขยับ ถ้อยคำ ย้ำขัดฝืน
มองเศษหญ้า ใบหยก ตกบนพื้น ที่เงือกกลืน เคี้ยวพอก หลอกโรคา
(๑๖๘) ชายแปลกหน้า แย้มสรวล ด่วนไขขาน เสียงกังวาน สะท้าน ผ่านภูผา
เอ่ยทักท้วง มัจฉา กลางธารา ด้วยวาจา ลึกล้ำ ย้ำเตือนตา
(๑๖๙) "เ้าเองนี่ เด็ดพืช ไปทั่วถิ่น" "ของล้ำค่า ที่ข้า ตามค้นหา"
"พลันกลายเป็ ของเสีย เรี่ยพนา" "ถูกเ้าคว้า ทิ้งขว้าง กลางดงดอน"
(๑๗๐) "หญ้าสีฟ้า ที่เ้า เอาแช่น้ำ" "คุณลึกล้ำ ค้ำเลิศ เกิดสุนทร"
"ช่วยรั้งพิษ ได้บ้าง ค้างนิวรณ์" "แต่ไม่ถอน พิษสุด หยุดระทม"
(๑๗๑) "ยาของข้า มอบให้ หวังคลายเศร้า" "ช่วยบรรเทา นาคา พ้นขื่นขม"
"แต่โอสถ ต้องป้อน ก่อนสิ้นลม" "กินเหมาะสม ทุกวัน ขจัดภัย"
(๑๗๒) "หากหมายรู้ วิชา มารักษา" "จงก้มหน้า ยอมรับ กับเงื่อนไข"
"กราบตัวข้า เป็ครู สู้ร่วมใจ" "โอสถไซร้ จะมอบ ตอบมรรคา"