บทที่ 24 ออกเดินทาง
คฤหาสน์เ้าเมืองหลงกวง บนสนามประลอง
เย่อู๋เชวีย หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวยืนรออย่างเงียบๆ มีบางอย่างระหว่างพวกเขาที่สามารถเรียกได้ว่าเป็ความเข้าใจโดยไม่จำเป็ต้องพูดออกมาราวกับว่าพวกเขาสามารถเข้าใจความคิดของอีกสองคนได้ด้วยการสบตาเท่านั้น
ซือหม่าอ๋าวยังคงทำตัวดูห่างเหินแต่เย่อู๋เชวียก็เข้าใจดีว่านั่นคือธรรมชาติของอีกฝ่าย สายตาของเขากวาดไปยังคนทั้งสองและเย่อู๋เชวียก็พยักหน้าอย่างลับๆ
หลังจากพักผ่อนสองวันระดับการบ่มเพาะของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวดูเหมือนจะเริ่มเสถียรมากยิ่งขึ้นและตอนนี้พวกเขาก็กลายเป็ผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมิญญาระดับกลางแล้ว
ดวงตาที่เ็าของหลินอิงหลัวนั้นอ่อนโยนกว่าเมื่อเดือนที่แล้วมากแม้ว่าจะยังมีความเ็าแต่เมื่อสายตาคู่นั้นมองไปยังเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวก็มีความห่วงใยปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเย่อู๋เชวีย หลินอิงหลัวรู้สึกว่าหลังจากไม่พบกันสองวันกลิ่นอายของเขามีความลึกลับมากยิ่งขึ้นจนทำให้นางต้องประเมินเขาใหม่อีกครั้ง
“วาบ”
ความว่างเปล่าสั่นสะท้านฉีซื่อหลงปรากฏตัวบนท้องฟ้า เขาชำเลืองมองทั้งสามและพยักหน้าเล็กน้อย“ดูเหมือนว่าสองวันมานี้พวกเ้าค่อนข้างทำได้ดีก่อนหน้านี้ข้าบอกแล้วว่าจะมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกเ้าถ้าเช่นนั้นก็อย่ารอช้าเลย”
ฉีซื่อหลงโบกมือและส่งลำแสงสามเส้นให้พุ่งเข้าหาหนุ่มสาวทั้งสาม
เย่อู๋เชวียคว้าลำแสงที่อยู่ตรงหน้าและเห็นว่ามันคือแหวนที่มีลักษณะเรียบง่ายสีดำ
“นี่คือ…”
ก่อนที่เย่อู๋เชวียจะแยกแยะสิ่งที่อยู่ในมือของเขาได้ซือหม่าอ๋าวก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
“แหวนเก็บของ! นี่คือแหวนเก็บของ!”
หลังจากได้ยินคำพูดของซือหม่าอ๋าวหัวใจของเย่อู๋เชวียสั่นสะท้านเบาๆ
“ใช่แล้วข้าให้แหวนเก็บของกับพวกเ้าคนละวง ด้วยแหวนเก็บของนี้มันจะสะดวกมากขึ้นสำหรับพวกเ้าในสมรภูมิร้อยเมืองแม้ว่ามันจะเป็เพียงแหวนเก็บของธรรมดา แต่พื้นที่ด้านในก็มีรัศมีกว้างใหญ่กว่าสิบวาขอเพียงใช้ปราณในร่างกายของพวกเ้าขัดเกลามันแหวนเหล่านี้ก็จะกลายเป็สมบัติของพวกเ้าทันที”
“ครืน”
เย่อู๋เชวียฉีดพลังปราณของเขาเข้าไปในแหวนเก็บของเนื่องจากตอนนี้มันเป็สมบัติที่ไม่มีเ้าของดังนั้นทุกอย่างจึงค่อนข้างราบรื่นขณะที่เย่อู๋เชวียกำลังปรับแต่งแหวนให้เป็สมบัติส่วนตัวเขาก็มองเห็นขวดหยกสีขาวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่เก็บของ
“ซัว…”
หลังจากแหวนอย่างสมบูรณ์กล่องปรุงยาสัตตะดาราของเขาก็ถูกโยนเข้าไปข้างในทันทีการพกพากล่องนี้ในการต่อสู้จะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขาเล็กน้อยดังนั้นการทิ้งมันไว้ในแหวนเก็บของย่อมเป็เื่ที่เหมาะสมที่สุดจากนั้นเขาก็เรียกขวดหยกสีขาวให้ปรากฏขึ้นที่มือขวา หลังจากเปิดออกเบาๆกลิ่นหอมที่คลุมเครือก็โชยออกมาจากขวด
“ยาเม็ดฟื้นฟูพลังระดับสองขั้นกลาง?”
หลินอิงหลัวก็หยิบขวดหยกสีขาวขนาดเล็กออกมาและพบว่ามีเม็ดยาระดับสองขั้นกลางอยู่ภายในเช่นกัน
ยาเม็ดฟื้นพลังปราณมีคุณสมบัติตามชื่อของมันนั่นคือการฟื้นฟูพลังปราณภายในร่างกายได้ สำหรับเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆยาเม็ดฟื้นฟูพลังปราณเป็สิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสมรภูมิร้อยเมืองดังนั้นพวกเขาจึงควรเก็บมันไว้ใช้ในยามจำเป็ที่สุด
ทั้งสามมองดูแหวนเก็บของในมืออย่างเงียบๆแม้แต่หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวซึ่งเป็อัจฉริยะของตระกูลใหญ่ในเมืองหลงกวงก็ยังไม่มีโอกาสได้สมบัติล้ำค่าขนาดนี้มีเพียงผู้าุโไม่กี่คนในตระกูลของพวกเขาเท่านั้นที่ได้แหวนเก็บของเป็การส่วนตัวดังนั้นจึงพอจะบอกได้ว่าสมบัติชิ้นนี้มีความล้ำค่ามากแค่ไหน
ตอนนี้ฉีซื่อหลงได้มอบมันให้พวกเขาคนละวงโดยไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อยหนุ่มสาวทั้งสามสบตากันเบาๆ จากนั้นก็ประสานมือแสดงความเคารพอย่างนอบน้อมทันที!
ฉีซื่อหลงก็พยักหน้าตอบรับ
“เราจะไม่มีทางลืมความเมตตาของท่านเ้าเมืองอย่างแน่นอนและไม่ว่าอย่างไรพวกเราจะ่ชิงเกียรติยศมาสู่เมืองหลงกวงเพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจของท่านเ้าเมืองให้ได้!”
คำกล่าวของเย่อู๋เชวียเต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจ
เมื่อมองไปยังทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าฉีซื่อหลงก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม สำหรับการต่อสู้ในสมรภูมิร้อยเมืองนี้เขาแทบจะทุ่มเททรัพย์สมบัติที่สะสมมาหลายสิบปีออกไปในครั้งเดียว
ไม่ว่าจะเป็แม่น้ำปราณค่ายกลัพิโรธ หรือแม้กระทั่งแหวนเก็บของ ทุกสิ่งล้วนเป็สมบัติล้ำค่าที่ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้
“อย่างที่ข้ากล่าวไปก่อนหน้านี้เ้าทั้งสามคนเป็ตัวแทนของเมืองหลงกวงเพื่อเข้าร่วมในสมรภูมิร้อยเมืองในฐานะเ้าเมืองหลงกวง ข้าต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้พวกเ้ามีโอกาสสร้างผลงานได้ดีที่สุดหลังจากนี้ต้องปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเ้าแล้ว”
รอยยิ้มจริงใจของฉีซื่อหลงทำให้พวกเย่อู๋เชวียเกิดความอบอุ่นเป็อย่างมาก
“เอาละ พวกเราต้องไปกันได้แล้ว”
“รับทราบ!”
ด้วยการโบกมือใหญ่เบาๆรัศมีของปราณที่ทรงพลังก็แผ่ออกมาจากร่างของฉีซื่อหลงและปกคลุมเย่อู๋เชวียกับคนอื่นๆทันทีจากนั้นทั้งสี่คนก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเตรียมจะเข้าร่วมสมรภูมิร้อยเมืองที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วัน
…
สมรภูมิร้อยเมืองเป็เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่จะถูกจัดขึ้นทุกๆสามปีเพื่อค้นหาอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดแน่นอนว่าในการต่อสู้ทุกครั้งย่อมหลีกเลี่ยงความสูญเสียอันใหญ่หลวงไม่ได้อย่างไรก็ตามหนุ่มสาวทุกคนที่สังกัดอยู่ในร้อยเมืองหลักต่างก็ตั้งตารอคอยที่จะแสดงความสามารถของตัวเองในการประลองครั้งนี้!
แม้ว่าสมรภูมิร้อยเมืองจะถูกเลื่อนเวลาเข้ามาเร็วขึ้นถึงหนึ่งปีแต่อัจฉริยะรุ่นเยาว์ทุกคนยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้แสดงความแข็งแกร่งของตัวเอง!
ภายใต้การประลองสมรภูมิร้อยเมืองไม่เพียงแต่พวกเขาจะมีโอกาสสร้างชื่อเสียงในชั่วข้ามคืนเท่านั้นแต่รางวัลของการประลองครั้งนี้ยังเพียงพอจะเปลี่ยนอนาคตของพวกเขาไปตลอดกาล!
ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากอัจฉริยะบางคนที่ตามปกติแล้วต้องหมดสิทธิ์เข้าร่วมการประลองเพราะมีอายุเกินยี่สิบในปีหน้าพวกเขากลับมีโอกาสได้เข้าร่วมการประลองอีกครั้ง
คนเหล่านี้ล้วนมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาและประสบการณ์ที่เคยเข้าร่วมสมรภูมิร้อยเมืองเมื่อครั้งก่อนของพวกเขาย่อมเพียงพอที่จะทำให้อัจฉริยะรุ่นใหม่ต้องปวดหัวได้อย่างแน่นอน!
เย่อู๋เชวียและคนอื่นๆไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน แต่ถึงจะรู้พวกเขาก็ไม่สนใจอยู่แล้วในความเป็จริงมันมีแต่จะกระตุ้นความกระตือรือร้นของพวกเขามากยิ่งขึ้นอีกด้วย!
…
หลังจากบินมาหกชั่วยามเย่อู๋เชวียก็ตระหนักว่าเขาได้ผ่านสถานที่แปลกๆ มากมาย
ใน่สิบปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยออกจากตระกูลมู่หรงและเมืองหลงกวงแม้แต่ครั้งเดียวนั่นเป็เหตุผลให้เขาเกิดความกระตือรือร้นเป็อย่างมาก
เมื่อเวลาผ่านไป เย่อู๋เชวียก็ค่อยๆยับยั้งความตื่นเต้นในใจของเขาและกลับสู่ความเ็าอีกครั้งซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นในตอนแรกก็ระงับความตื่นเต้นในใจหลังจากที่เห็นเย่อู๋เชวียกลับสู่สมาธิ
ในการฝึกฝนค่ายกลัพิโรธ ซือหม่าอ๋าวและหลินอิงหลัวต่างให้ความสนใจต่อปฏิกิริยาของเย่อู๋เชวียอยู่ตลอดเวลานั่นเป็เหตุผลให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามท่าทีของเย่อู๋เชวียโดยไม่รู้ตัว
ในขณะเดียวกันหลังจากที่เดินทางมากว่าหกชั่วยามพวกเขาก็เริ่มพบกับผู้บ่มเพาะจากเมืองอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ!
คนเหล่านี้หากไม่ถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณของเ้าเมืองหลักคนอื่นๆพวกเขาก็อาศัยวิหคั์เป็พาหนะในการเดินทางสู่เมืองหลักแห่งแรกแม้ว่าพวกเขาจะมาจากคนละทิศคนละทางแต่สุดท้ายเป้าหมายของทุกคนยังคงเป็เมืองแห่งนี้ ดังนั้นมันจึงเป็เื่ธรรมดาที่พวกเขาจะพบกับผู้เข้าแข่งขันกลุ่มอื่นๆโดยไม่ตั้งใจ
“ครืน…”
ม่านพลังที่แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าของฉีซื่อหลงก่อตัวขึ้นเหนือท้องฟ้าเย่อู๋เชวียมองอย่างตั้งใจและพบชายหนุ่มสองคนและหญิงสาวหนึ่งคนได้รับการปกป้องภายในม่านพลังอย่างแข็งแกร่งรอบตัวของพวกเขามียอดฝีมืออายุสิบหกสิบเจ็ดรุมล้อมจากทุกทิศทาง
คนที่เป็ผู้นำกลุ่มดูเหมือนจะเป็หญิงสาวคนหนึ่งหญิงสาวผู้นี้มีรูปร่างที่งดงามอย่างยิ่งโดยเฉพาะเรียวขาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัยสาวนั้นเพียงพอที่จะทำให้ชายหนุ่มทุกคนเกิดความลุ่มหลงจนไม่อาจละสายตาออกไปได้
“กรี๊ด!”
ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องที่แหลมคมและน่าสะพรึงกลัวได้ดังมาจากด้านหลังของพวกเขาเย่อู๋เชวียหันกลับไปมองและเห็นนกอินทรีขนาดใหญ่กำลังบินเข้ามาในทิศทางนี้อย่างรวดเร็ว
ร่างกายของมันมีความยาวประมาณสิบห้าวาและผู้ที่นั่งอยู่บนหลังของมันคือชายชรารูปร่างสูงใหญ่ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มอีกสามคนพวกเขาแต่งกายด้วยชุดที่ค่อนข้างแปลกประหลาดซึ่งมีความแตกต่างจากผู้บ่มเพาะเมืองอื่นๆอย่างชัดเจน
“วาบ!”
ขณะที่เย่อู๋เชวียกำลังสังเกตอย่างระมัดระวังก็มีกระแสแสงที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าพุ่งผ่านพวกเขาไปในทันทีมันคือกระบี่เล่มใหญ่ที่มีกลิ่นอายทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่ว!
เย่อู๋เชวียหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นลักษณะของกระบี่เขากำลังนึกถึงชายหนุ่มรูปงามที่เคยพบกันในป่าโบราณก่อนหน้านี้กระบี่ที่ชายหนุ่มคนนั้นสะพายอยู่ด้านหลังมีลักษณะคล้ายกับกระบี่บินเล่มนี้อย่างยิ่ง!
ใบหน้าของซือหม่าอ๋าวเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งนอกจากนี้เขายังมองไปยังอัจฉริยะรุ่นเยาว์จากเมืองหลักอื่นๆที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าด้วยสีหน้าเย้ยหยันและท้าทาย!
เมื่อเทียบกับเย่อู๋เชวียและซือหม่าอ๋าวใบหน้าที่เ็าและงดงามของหลินอิงหลัวไม่มีการแสดงออกใดๆแต่จากสายตาที่มีความผันผวนเล็กน้อยจะเห็นได้ว่าหัวใจของหญิงสาวตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้สงบนิ่งอย่างที่แสดงออกเหมือนภายนอก
“ครืน…”
อุณหภูมิที่น่ากลัวปะทุขึ้นจากท้องฟ้าในอีกทิศทางหนึ่งเปลวไฟที่ลุกโชนนั้นดึงดูดความสนใจของทุกคนอย่างรวดเร็ว นั่นเป็ลูกไฟขนาดใหญ่ที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยสภาวะที่ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้ไม่ว่ามันจะผ่านไปยังที่ใดอุณหภูมิอันร้อนแรงของมันจะแผดเผาผู้คนที่อยู่รอบข้างให้ได้รับผลกระทบไปด้วย
เมื่อเย่อู๋เชวียมองไปยังใจกลางของลูกไฟเขาก็เกิดความประหลาดใจมาก เพราะในบรรดาผู้คนมากมายที่อยู่ในลูกไฟนั้นมีชายหนุ่มที่เคยพ่ายแพ้ให้กับเขาในป่าโบราณรวมอยู่ด้วย!
ดวงตาทั้งสี่ข้างมองสบกันเล็กน้อยและใบหน้าของชายหนุ่มก็เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างราวกับว่าเขาจำเย่อู๋เชวียได้เช่นกันจากนั้นลูกไฟขนาดใหญ่ก็แยกออกจากกัน และชายหนุ่มคนนั้นก็ยืนอยู่ต่อหน้าเย่อู๋เชวียด้วยรอยยิ้มเ็า
แน่นอนว่าเขาคือเยว่เฉิงเฟิงผู้ซึ่งพ่ายแพ้ให้เย่อู๋เชวียในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!
ที่ด้านหลังของเยว่เฉิงเฟิงมีดวงจันทร์สีเงินเข้มปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าดูเหมือนว่าตลอดหลายวันที่ผ่านมาเยว่เฉิงเฟิงจะพัฒนาความแข็งแกร่งจนกลายเป็ผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมิญญาได้เช่นกันในตอนนี้เขายืนมองเย่อู๋เชวียจากระยะไกลพร้อมกับใช้นิ้วทำท่าปาดคอของตัวเองด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
การกระทำของเยว่เฉิงเฟิงไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเย่อู๋เชวียตราบใดที่พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากันในการต่อสู้เย่อู๋เชวียก็ไม่คิดจะตามหาฝ่ายตรงข้ามด้วยความไม่พอใจเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามหากพวกเขาพบเจอกันในสมรภูมิร้อยเมืองจริงๆนั่นจะเป็วันตายของเยว่เฉิงเฟิงอย่างไม่ต้องสงสัย
รอบตัวของพวกเขามีลำแสงปรากฏขึ้นเรื่อยๆผู้คนมากมายกำลังเดินทางไปยังจุดหมายเดียวกันและที่นั่นมีแท่นหินขนาดใหญ่ที่มีความกว้างขวางหลายพันวาถูกยกสูงขึ้นมาเหนือยอดเขา!
“ครืน…”
ฉีซื่อหลงสลายรัศมีปราณด้วยใบหน้าไม่แยแสขณะที่ก้าวลงไปบนแท่นหิน เย่อู๋เชวียและคนอื่นๆก็ััได้ถึงสายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมองมายังพวกเขาในทันที!