ยามกึ่งคืนที่ผ่านมาเราลอดช่องลมป้ะวันตกตามแผน นับบันไดหินครบ 12 ขั้น คัดตรา “ดินปืนใหญ่”บนฝาหีบโดยไม่แตะต้องของ เก็บเศษครั่งที่กะเทาะจากฝาหีบได้ 2 จุด และคัดหัวตาราง“ทะเบียนหีบ” ที่ช่องจำนวนว่างไว้ ยามสาย เราตั้งโต๊ะเล็กหน้าโรงชั่งอ่านสิ่งที่เห็นต่อหน้าคนทั้งตลาด และรับ “คำสั่งปิดลานใต้ชั่วคราว”ให้เ้าหน้าที่ลงนิ้วครั่งครบ 4 คนวันนี้จึงไปศาลว่าการ เพื่อขอพบผู้ว่าฯ ต่อหน้า
เช้าตรู่ลมจากกำแพงดินพัดแ่ผ่านลานใต้ “ไฟสามวง” เพิ่งดับดวงท้ายเงาเชือกที่ขึงแนวค่ายยังทาบพื้นอย่างเป็ระเบียบ เหม่ยหลิงกางแผ่นไม้ที่จด“สำเนาตราหีบดินปืน” กับ “หัวตารางทะเบียนที่ช่องจำนวนว่าง” วางเรียงข้าง“เศษครั่งเมล็ดงา” ที่เก็บมาเมื่อคืน เสมียนกลางเตรียมถ้วยครั่งใหม่อาหยินต้มยาน้ำสมุนไพรให้คนเวรผลัดเช้า
หลี่เฟิงเข้ามาคำนับ“ข่าวที่เราคัดตราหีบต่อหน้าวานนี้ แพร่ไปทั้งตลาด ผู้ว่าฯ คงไม่นิ่งเฉย”
ลู่หานกวาดตามองทุกสิ่งบนโต๊ะเล็กคำพูดเรียบ “วันนี้ ไปศาลว่าการพบผู้ว่าฯ ต่อหน้า”
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[ภารกิจหลัก: เผชิญหน้าผู้ว่าฯโดยไม่ปะทะ]
[เงื่อนไข: (1) ขอพบต่อหน้าพยาน มากกกว่า3 คน, (2) วางข้อเสนอ ‘ราคาสาธารณะ’ เพื่อตัดเส้นรายได้, (3) รักษาความสงบหน้าศาล,(4) ตั้ง ‘โต๊ะเล็ก’ แยกหลังเจรจา]
[รางวัล: “บัญชีต้นทุน–ราคายุติธรรม” 1ชุด + “สิทธิ์ตั้งป้ายผ่านวินัยตลาด”]
[คำเตือน: ผู้ว่าฯ จะยื่น ‘ภาษีสามเท่า’เป็กับดักเพื่อยั่วให้ปะทะ]
ลู่หานพยักหน้าให้เสมียนกลาง“เปิดหน้าใหม่ ‘คำร้องขอพบต่อหน้า’ ลงเวลา ยาม อ้างพยาน 3 คนผู้เฒ่าเ้าของลานหญิงขายฟาง และหลี่เฟิง”
สามคนนั้นแตะนิ้วครั่งเรียงเสียงครั่งเบาก้องในลานใต้ชั่วขณะ เถ้าเรือกวงสะพายเชือกแบนยามคู่หน้าจัดรูปโล่เป็ครึ่งวงกว้างพอดีเดินขบวนคนในตลาด ขบวนเล็ก 8คนเคลื่อนออกจากลาน ใต้ธงขาวดำที่สะบัดนิ่ง
ทางสู่ศาลว่าการวันนี้เงียบผิดปกติหน้ากำแพงสูงทึบมีทหารเวรยืนแถวเรียง เหม่ยหลิงยกแผ่นไม้ “คำร้องขอพบต่อหน้า”ให้ดู เสียงกล่าวสุภาพแต่ไม่อ่อน “ขอเข้าพบผู้ว่าฯ ต่อหน้าเพื่อชี้แจงของอันตรายและขั้นตอนต่อสาธารณะ”
ทหารเวรมองเห็นพยานสามคนกับครั่งสดใหม่จึงมิอาจปฏิเสธ เขาเข้าไปรายงาน ไม่นานนัก ประตูชั้นนอกเปิดแอ่นแตรสั้นหนึ่งครั้งเรียกระเบียบ ขบวนของลู่หานถูกนำไปยังลานกลางศาลว่าการเบื้องบนมีเฉลียงไม้ใต้ชายคากว้าง เก้าอี้พนักสูงตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง
ผู้ว่าฯปรากฏ กายสูงท่วมหัวไหล่กว้าง ใบหน้าคาดยิ้มแคบ กวาดสายตาลงมาอย่างผู้มองจากที่สูงเสียงเขานุ่มแต่มีกรอบเหล็ก
“ตระกูลรองคิดใหญ่ขึ้นทุกวันวันนี้มีอันใดถึงกล้าวิ่งขึ้นศาล”
ลู่หานก้าวหนึ่งก้าวก้มศีรษะสั้น “มาขออ่านขั้นตอนเก็บของอันตรายต่อหน้า และขอให้เมืองเดินตามกฎเดียวไม่ใช่กฎสองเล่ม”
เหม่ยหลิงยก“สำเนาตราหีบ” “เศษครั่ง” และ “หัวตารางทะเบียน” วางบนโต๊ะไม้รองหน้าเฉลียง“ของจริงไม่ได้ถูกแตะต้อง แต่ตราและครั่งมีจริง ช่องจำนวนว่างจริงขอให้ท่านสั่งเติมให้ครบต่อหน้า”
ผู้ว่าฯหัวเราะในคอ “ของในป้อมเป็เื่ทหาร ผู้ใดก็ตามที่ไม่ใช่ทหารไม่มีสิทธิ์ยื่นจมูก ข้าไม่ต้องอธิบายให้ใครหน้าไหนฟัง”
“แม้ต่อหน้าประชาชน”เหม่ยหลิงถามกลับ “ซึ่งคือเ้าของภาษีและแรงงานที่ก่อกำแพงเมืองนี้”
แววตาผู้ว่าฯแข็งชั่วแล่น “พวกเ้าเอาคำว่า ‘ต่อหน้า’ มาข่มข้า? ดี งั้นข้าก็มี ‘ต่อหน้า’ให้เช่นกัน” เขาเคาะพนักเก้าอี้สองครั้ง เสมียนเมืองนำม้วนคำประกาศออกมา
“ั้แ่วันนี้ภาษีตลาดเหล็กและธัญ พวกตระกูลรองและผู้เกี่ยวข้อง ต้องจ่าย ‘สามเท่า’หากอวดดีตั้งโต๊ะเล็กในตลาด ทำให้คนวุ่น ข้าจะปิดพื้นที่นั้น 7 วันต่อหน้า ณที่นี้”
เสียงฮือจากฝูงชนที่ยืนนอกเชือกแบ่งช่องดังขึ้นสองแม่ค้ากระซิบกันว่า “สามเท่า…ใครจะไหว” หลี่เฟิงเม้มปาก เถ้าเรือกวงกำมือแน่นแต่นิ่ง
ลู่หานไม่ชูเสียงเขาเอ่ยเสียงราบ
“ตระกูลรองไม่ขัดคำสั่งภาษีแต่ขอชี้แจง ‘ข้อเสนอของเรา’ต่อหน้าประชาชนเพื่อไม่ให้ตลาดหยุดหายใจเพราะภาษีสามเท่าที่ท่านเพิ่งตั้ง”
ผู้ว่าฯเลิกคิ้ว “ว่ามา”
ลู่หานชี้บรรทัดที่เหม่ยหลิงเตรียมไว้บนแผ่นไม้ใบใหม่
“หนึ่งเราจะตั้ง ‘ป้ายราคาสาธารณะ’ สำหรับเสบียงพื้นฐานแป้ง เกลือ ถ่าน ไม้ตอก ตะปูระบุ‘บัญชีต้นทุน’ ให้ประชาชนเห็นว่า ราคาขายยุติธรรมคือเท่าใด ข้อสองเราจะจ่ายค่าภาษีตามอัตราที่มี แต่จะขายให้ ‘พ่อค้าแถวสอง’ โดยตรงไม่ผ่านผู้ผูกขาดของท่าน เพื่อลดการตัดตอน ข้อสาม ผู้ใดเข้าร่วมจะลงชื่อใน‘สัญญาวินัยตลาด’ ต่อหน้า ไม่โกงตวง ไม่กักตุน”
ผู้ว่าฯยิ้มบาง “คิดว่าจะหนีภาษีสามเท่าด้วยคำสวยงามหรือ”
“ไม่หนี”ลู่หานตอบ “แต่จะไม่ให้กฎสองเล่มกินลมหายใจของเมือง กฎหนึ่งเล่มใช้ว่า ‘ยุติธรรม’อีกเล่มใช้ว่า ‘อำนาจ’ เราขอเล่มเดียวต่อหน้า”
วาจานิ่งแต่ทิ่มตรงผู้ว่าฯ เงียบสั้น ๆ ก่อนตวัดมือ “เอาอย่างนี้ข้าจะไม่ห้าม ‘ป้ายราคาสาธารณะ’หากพวกเ้าจ่ายสามเท่าตามคำสั่ง แต่ถ้าตั้ง ‘ป้ายผ่านวินัยตลาด’ขวางหน้าร้านที่ไม่ยอมเข้าร่วม ข้าจะให้ทหารฉีกป้ายทิ้ง ณ ที่นั้น”
เหม่ยหลิงรับคำด้วยรอยยิ้มที่ไม่มีฟัน“จดตามนั้นต่อหน้า”
เสมียนกลางขีดลงบนแผ่นไม้คำบันทึก“ผู้ว่าฯ อนุญาต ‘ป้ายราคาสาธารณะ’ แต่ห้าม ‘ป้ายผ่านวินัยตลาด’ขวางหน้าร้านผู้อื่น” แล้วให้เ้าหน้าที่เมืองลงนิ้วครั่งกำกับ ผู้ว่าฯสบตาเสี้ยวหนึ่งแล้วพยักหน้า คนถือครั่งของศาลว่าการลากถ้วยมาวางขีดนิ้วครั่งต่อหน้าคนทั้งลาน
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก:เจรจาต่อหน้าสำเร็จได้พื้นที่ตั้งราคาสาธารณะ]
[รางวัล: “บัญชีต้นทุน–ราคายุติธรรม” +“สิทธิ์ตั้งป้ายผ่านวินัยตลาด (ที่พื้นที่ของตน)”]
[คำแนะนำ: ตัดเส้นรายได้ผู้ว่าฯ ผ่าน‘พ่อค้าแถวสอง’ มากกกว่า 5 ราย ภายใน 7 วัน โดยไม่ปะทะ]
ผู้ว่าฯปัดชายแขนเสื้อเบา ๆ “หมดธุระลงไปได้” เสียงเขายังเรียบ แต่ท่อนหางคำแข็งขึ้นลู่หาน ค้อมศีรษะสั้นแล้วหันหลังลงบันได ศาลว่าการสะท้อนกลองหัวใจของเมืองดังตึง ๆในอกหลายคน ขณะขบวนเล็กผละออก
หน้าศาลว่าการคนมุงตามออกมา “แล้วเราจะทำอย่างไรกับสามเท่า” เสียงชายขายถ่านถาม
ลู่หานยืนหน้าเฉลียงนอกชี้พื้นที่โล่งหน้าโรงชั่ง “ตั้ง ‘โต๊ะเล็ก’ ที่นั่นตอนยามเถลิง อ่าน‘บัญชีต้นทุน–ราคายุติธรรม’ ต่อหน้า ใครอยากร่วมสัญญาเข้ามา”
ยามสายไถลไปยามเถลิงมาไวอย่างเหมือนสายธาร ข้างหน้าโรงชั่ง เถ้าเรือกวงปักเสาไม้สองต้นขึงเชือกแบ่งช่อง “ผู้ให้การ–ผู้สังเกต” เสมียนกลางกางแผ่นไม้“บัญชีต้นทุน–ราคายุติธรรม” เขียนบรรทัดใหญ่ 5 รายการ
เหม่ยหลิงอ่านบรรทัดพร้อมยกของจริงขึ้นเทียบ“นี่คือถุงแป้ง นี่คือเกลือ นี่คือถ่านไม่มีของลม ไม่มีป้ายทองคำ มีแต่ตัวเลขให้ทุกคนเห็นต่อหน้า”
แม่ค้าถั่วแห้งยกมือ“ถ้าข้าเข้าร่วม จะได้อันใด”
หลี่เฟิงตอบแทนเป็พ่อค้าที่รู้ตลาด“ได้สิทธิ์ซื้อของจากคลังชั่วคราวของเราในราคายุติธรรม จ่ายค่าภาษีตามกฎแต่ไม่ต้องจ่าย ‘ค่าผ่านคนกลาง’ เราจะส่งของถึงหน้าร้านต่อหน้าลงนิ้วครั่งทุกครั้ง”
ชายขายเกือกม้าจากตรอกตะวันออกถาม“แล้วคนของผู้ว่าฯ จะขัดหรือไม่”
ลู่หานชี้เชือกแบ่งช่อง“เรามี ‘เวรเงียบ’ 2 จุด ไม่ให้เกิดปะทะ ถ้าเขามาเถียงให้ลงชื่อ ‘โต้แย้งต่อหน้า’หากไม่ลงชื่อ ก็ถือว่า ‘ปฏิเสธต่อหน้า’ แล้วเราจะจดบันทึกติดกระดานชื่อ 7 วัน”
พ่อค้าแถวสองทยอยเข้ามาเซ็น “สัญญาวินัยตลาด” ต่อหน้า ชื่อแรกคือ “แม่หลาน ร้านตวงธัญ” ชื่อสอง “อู๋ปินร้านถ่านหลังโรงชั่ง” ชื่อสาม “จางหวิ่น ผู้ขายไม้ตอก” ชื่อสี่ “คังเซียนผู้ขายเกลือย่อย” ชื่อห้า “โฮ่วหลัน ร้านฮูหยินแป้งสด” ทั้ง 5 ลงนิ้วครั่งเสียงคนมุงเงียบลงเป็วงระวังเหมือนเห็นเชือกเส้นใหม่ถูกขึงกลางใจตลาด
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก: ได้พ่อค้าแถวสอง มากกกว่า 5 รายตามสัญญา]
[รางวัล: “ป้ายผ่านวินัยตลาด”สำหรับร้านที่เข้าร่วม (ใช้ในเขตตนเอง) + “แบบตั้งเวรเงียบ” ฉบับขยาย]
ขบวนเล็กไม่รอให้ไฟข่าวดับลู่หานสั่งหลี่เฟิงเคลื่อน “เกวียนแป้ง–เกลือ–ถ่าน” จากโกดังชั่วคราวที่ลานใต้มา 3คัน ตั้งจุดตรวจต่อหน้า 2 จุดตามแนวเชือก “ตรวจของ–รับเงิน–ลงนิ้วครั่ง”ยามจับเวลาให้แต่ละร้านส่งคนมารับตามคิวในครึ่งชั่วยาม เพื่อไม่ให้เบียด
ช่างซ่งเทียนกับหลิวซานนำ“ตะปู 100 ตัว” และ “เกือกม้า 20 วง” มาวางบนผ้าแยกต่างหากเหม่ยหลิงชี้ราคายุติธรรมให้คนเห็นว่า “ค่าแรงตี–ภาษี–กำไรบางส่วน” รวมแล้วเท่าใดไม่มีส่วนใดซ่อน คนยืนดูพยักหน้า บางคนพูดว่า “อย่างน้อยรู้ว่าจ่ายให้สิ่งใด”
ขณะการค้าดำเนินฉลุยคนสวมปลอกแขนลายฟันปลาสองคนยืนไกล ๆ สายตาชั่งวัด เหมือนคอยจดว่าคนใดเข้าร่วมบ้างเถ้าเรือกวงสลับสัญญาณมือ ยามเวรเงียบเลื่อนตำแหน่งไปบังสายตาอย่างแเีทว่าไม่ปะทะ
ยามบ่ายคล้อยคนแรกที่รับของครบคือ “ร้านตวงธัญ” แม่หลานขยับปอยผม ยิ้มทั้งน้ำตา“ค่ำนี้ข้าจะมีของขายให้บ้านห้าหลังที่ค้างอยู่ 3 วัน”เธอแตะนิ้วครั่งรับของกลางกระดานชื่อ คนมุงปรบมือเปาะ ๆ ด้วยความยินดีอันเก้ ๆ กังๆ แต่จริงใจ
ข่าว“ราคาสาธารณะ” แพร่ไปเร็วกว่าลมบางร้านที่เคยซื้อผ่านคนกลางส่งลูกน้องมาสังเกตการณ์บางร้านที่กลัวทหารเริ่มเอ่ยถามเงียบ ๆ ว่า “ถ้าพรุ่งนี้…ยังมีของหรือไม่”เหม่ยหลิงตอบ “ถ้าเมืองไม่ปะทะ เราจัดให้” แล้วชี้ป้าย “กฎ 6 ข้อของราคาสาธารณะ”ที่เขียนไว้สั้นชัด
ทุกอย่างกำลังเดินบนรางใหม่ได้ไม่ถึง1 ชั่วยาม ข่าวจากตรอกเหนือก็เลื้อยมาถึง “ผู้ว่าฯ ทรงทราบแล้ว”เสียงกระซิบดังผ่านปากหลายคน ก่อนกลายเป็เงาทหารเวรชุดเล็ก 4 คนยืนขวางมุมไกล ๆหนึ่งในนั้นคือชายตาเรียวที่เคยปรากฏหน้าร้านซ่งเทียน เขามอง “ป้ายผ่านวินัยตลาด”บนเสาไม้ของร้านเข้าร่วมด้วยแววสายฟ้าภายใต้เปลือกตาบาง ๆ
วันนั้นผ่านไปโดยไม่ปะทะแต่แววตาของทหารยืนยันตรงข้ามลมจะพัดแรงขึ้น
ตกเย็นที่ลานใต้แสงสีส้มบ่มบนป้าย “บัญชีสาธารณะ” เหม่ยหลิงสรุปตัวเลข“วันนี้ส่งของให้พ่อค้าแถวสอง 5 ร้าน แป้ง 10 ถุง เกลือ 6 กระสอบ ถ่าน 8 ถุง ตะปู500 ตัว เกือกม้า 40 วง จ่ายภาษีตามอัตราต่อหน้า ครั่งครบ”
เสมียนกลางจดบันทึกเรียงบรรทัดลู่หานยืนสงบ “สายรายได้ผู้ว่าฯ จากคนกลางถูกตัดไปหนึ่งส่วนสิบในวันแรก”เขาวางพู่กัน แล้วมองธงขาวดำยามค่ำเริ่มโน้มต่ำ
[ระบบจักรพรรดิ ทำงาน]
[บันทึก: ตัดเส้นรายได้ผู้ว่าฯ (1 ส่วนใน10) สำเร็จวันแรก]
[คำแนะนำ: รักษาความสม่ำเสมอ 3วันเมื่อนั้นความเชื่อถือจะยึดกลับมา]
[คำเตือน: ผู้ว่าฯ จะส่งสายติดตามเตรียม“แบบเงียบสังเกต” และ “บันทึกปฏิเสธต่อหน้า”]
จริงดังคำเตือนยามหัวค่ำ เด็กส่งสารลอบมาบอกเบา ๆ “มีสองเงาตามหลี่เฟิงั้แ่ออกจากโรงชั่ง”เถ้าเรือกวงผูกเชือกแบนเข้ามือ ลู่หานไม่สั่งจับ เขาเพียงตั้ง “เวรเงียบ” 2 วงตามมุมกำแพงที่จะต้องผ่าน และวาง “แผ่นไม้บันทึกปฏิเสธต่อหน้า” ไว้บนโต๊ะเล็ก
ไม่นานเงาสองเงาปรากฏที่ปากตรอก หนึ่งคนทำทีซื้อยาให้อแม่ อีกคนมองป้ายยาวเหม่ยหลิงกล่าวเรียบ
“ถ้าท่านตามพ่อค้าของเราเพราะหน้าที่โปรดลงชื่อระบุสังกัด และเหตุผล ต่อหน้า เราจะบันทึกว่า ‘ปฏิบัติหน้าที่’หากไม่ลงชื่อ…เราจะบันทึกว่า ‘ปฏิเสธต่อหน้า’ แล้วติดไว้ 7 วัน”
ชายตาเรียวเม้มปากไม่แตะครั่ง ย้อนคำ “เราไม่จำเป็ต้องลงชื่อ”
เสมียนกลางจดลงทันที“ผู้ติดตาม 2 คนปฏิเสธต่อหน้า” แล้วยกกระดานชื่อหันให้คนยามเห็น เขียนวัน–ยามครบชายทั้งสองชะงักชั่วครู่ ก่อนถอยเข้าสู่เงาตรอกอย่างเงียบงัน
อาหยินยกน้ำร้อนมาให้หลี่เฟิง“คืนนี้นอนในค่าย อย่าออกคนเดียว”
หลี่เฟิงยิ้มชืด“ข้ารู้แล้วว่า ‘ต่อหน้า’ ช่วยกันอย่างไร”
ลู่หานยืนข้างธงขาวดำมองแสงไฟวงที่หนึ่งเริ่มติด “เราเลือกถอยหนึ่งก้าวหน้าศาลเพื่อเดินสามก้าวในตลาดวันพรุ่ง ตั้งราคาสาธารณะต่อ กวาดคนกลางให้เหลือทางแคบลงอีก”
เหม่ยหลิงปิดสมุด“และอย่าลืมของในป้อมยังรอ ‘จำนวน’ ที่ขาด เราจะใช้ความนิ่งตัดปมแน่น”
ลมค่ำซัดปลายธงให้โค้งต่ำแล้วคืนรูปไฟวงที่สองสว่างขึ้น ชายชรากระดิ่งสั่นเสียงใสหนึ่งครั้งเป็สัญญาณเวรดึกเงาหัวมุมค่ายเคลื่อนตัวเช่นเดียวกับเงาอีกเงาที่กำลังเลียบกำแพงศาลว่าการเงาของสายสืบที่ผู้ว่าฯเพิ่งส่งออกเดินทาง