บทที่17 พลังของโลกมายา
รอบตัวของิเซียนแปรเปลี่ยนไปรวมถึงทุกคนที่กำลังรับชมการประลองอยู่ด้วยพวกเขารู้สึกราวกับว่าถูกย้ายไปอีกโลกหนึ่ง!
รอบตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยพื้นดินที่แห้งแล้งพร้อมกับดวงอาทิตย์ที่สาดลงมาเพื่อแผดเผาผิวของพวกเขา เหล่าผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งนั้นสามารถต้านทานได้อย่างง่ายดายแต่สำหรับระดับพลังมนุษย์นั้นแทบจะถูกเผาพร้อมกับความรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรง
ิเซียนที่อยู่ตรงหน้าของกุนไท่นั้นไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนั้นแต่สีหน้าของเขานั้นเปลี่ยนไป เนื่องจากวิชาที่กุนไท่ใช้นั้นมันคือวิชาเฉพาะของกุนไท่ เด็กหนุ่มสามารถใช้ได้เพียงผู้เดียวเท่านั้น และวิชาจำพวกนี้นั้นสามารถยกระดับความแข็งแกร่งได้ตามระดับที่บ่มเพาะอยู่โดยไม่จำเป็ต้องเสียเวลาฝึกวิชาใหม่ๆอยู่เสอมนี่คือสาเหตุที่กุนไท่ไม่สามารถฝึกวิชาอื่นได้ เพราะความพิเศษจากร่างกายของเด็กหนุ่ม!
กุนไท่เหาะขึ้นฟ้าราวกับเทพเซียน ทุกคนที่ได้เห็นฉากนี้ถึงกับหยุดลมหายใจและตกตะลึงไปตามๆกัน ต้องรู้ไว้ว่าผู้ที่สามารถบินได้นั้น ต้องเป็ผู้ที่สามารถบรรลุได้ถึงระดับผู้เชียวชาญเท่านั้น! ซึ่งมันคือระดับที่แข็งแกร่งกว่าระดับหลอมรวมพลัง หนึ่งระดับ!
“นี่คือโลกมายาของข้า! ในโลกของนี้ข้าสามารถกำหนดสิ่งใดก็ได้ตามที่ข้าปรารถนาสายฟ้าจงฟาดลงมา!”
สิ้นเสียงอันทรงพลังของกุนไท่นั้น ปรากฏสายฟ้าสีดำจากฟากฟ้าผ่าลงมาใส่ิเซียนที่กำลังตกตะลึงอยู่
เปรี้ยงงงง!
ิเซียนตอบสนองอย่างรวดเร็วโดยการใช้ วิชาขั้นกลางโล่วารีต้านมหาสมุทรออกมา!แต่สายฟ้าเหล่านี้นั้นไม่ใช่วิชา มันคือสายฟ้าจากธรรมชาติโดยแท้ต่อให้เป็ระดับสร้างรากฐานขั้นจิตใจก็มิอาจสามารถต้านทานได้โดยง่ายอาจจะต้องแลกมาด้วยอาการาเ็สาหัสด้วยซ้ำ!
“แย่แล้ว!”
ิเซียนอุทานออกพลางกระอักเืคำโตจากสายฟ้านั้นเหล่าผู้าุโต่างอ้าปากค้างเมื่อพวกเขามองดูสายฟ้าที่ผ่าลงมา การหยิบยืมพลังจากธรรมชาติและการบินบนฟ้าได้นั้นอย่างน้อยต้องอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญ!เด็กหนุ่มตรงหน้าของพวกเขานั้นอายุแค่ 15 ปีกลับสามารถใช้พลังของระดับผู้เชี่ยวชาญได้! แม้จะแสดงพลังได้เพียงแค่ 1 ใน 10,000 ส่วนของระดับผู้เชี่ยวชาญก็ตามแต่มันก็มากพอที่จะบดขยี้ระดับสร้างรากฐานขั้นร่างกายผู้หนึ่งให้ตกตายได้อย่างง่ายดาย
ิเซียนไม่กล้าเก็บพลังไว้อีกต่อไปพลันเรียกอาวุธคู่กายออกมากระบี่สีทองที่เปล่งพลังอำนาจมหาศาลก็ปรากฏออกมา รอบกายของิเซียนนั้นมีปราณจากกระบี่ห่อหุ้มเอาไว้ทำให้อาการาเ็รุนแรงของเขาค่อยๆฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วการหายใจที่ติดขัดเริ่มกลับมามั่นคงเหมือนอย่างดั่งเดิม พลังปราณแต่เดิมที่อยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นร่างกาย กลับเปลี่ยนเป็ระดับสร้างรากฐาน ขั้นจิตใจ!
“ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะสามารถทะลวงได้ใน่เวลานี้ พร์ช่างน่าตื่นตาตื่นใจนัก”
“ใช่แล้ว งานสานสัมพันธ์ปีนี้ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาดูเหมือนว่าบุตรของท่านกุนจวินจะลำบากเสียแล้ว”
ผู้าุโที่ชมการประลองต่างแสดงความแปลกใจออกมาพวกเขาต่างชื่นชมิเซียนอย่างมาก และก็มีบางส่วนที่ชื่นชมกุนไท่ด้วยเช่นเดียวกันเพราะหากไม่มีกุนไท่แล้วการทะลวงระดับของิเซียนคงต้องรอไปอีกไม่รู้กี่ปี
ดวงตาสีดำของิเซียนหรี่ลง พร้อมกับพลังปราณก่อตัวเป็กระบี่ั์ความยาว10 เมตรขึ้น 3 เล่ม พลันพุ่งออกไป แต่กลับไม่ได้พุ่งเข้าใส่กุนไท่แต่อย่างใดมันพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแต่ละเล่มเชื่อมต่อกันจนเป็สามเหลี่ยมพร้อมกับปลดปล่อยพลังอำนาจสะกดข่มโลกมายานี้ไว้ทำให้อ่อนแรงลงจากนั้นิเซียนสะบัดมือออกไป กระบี่สีทองที่เป็อาวุธคู่กายนั้นพุ่งเข้าหาตรงกลางระหว่างกระบี่สามเหลี่ยมนั้นอย่างรวดเร็ว
ปังงงง ตูมม!!!
โลกมายาเริ่มปริแตกออกราวกับแก้วที่เปราะบางก่อนจะสลายไปรอบตัวของพวกเขากลับมาที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน! มันคือลานประลองที่ต่อสู้กันในตอนแรก
แฮ่ก แฮ่ก
กุนไท่หอบหายใจอย่างรุนแรงแม้จะเป็แค่วิชาขั้นกลางแต่กลับใช้พลังพอๆกับวิชาขั้นสูง มันสิ้นเปลืองพลังปราณอย่างมากกุนไท่แค่ระดับพลังมนุษย์เท่านั้นเขาประหลาดใจมากที่ิเซียนสามารถทำลายวิชาของเขาได้แม้จะมีวิชาอื่นอยู่แต่เนื่องจากพลังปราณที่เหลืออันน้อยนิดนี้นั้นไม่สามารถใช้ออกได้
ิเซียนที่ยืนประจันหน้าอยู่กับกุนไท่นั้นสายตาเต็มไปด้วยคำขอบคุณที่สามารช่วยทำให้เขาทะลวงระดับมาได้ เขาติดระดับนี้มา 2ปีแล้ว กว่าจะทะลวงอีกต้องใช้เวลาอย่างน้อยคือ 1 ปี มากสุดอาจจะ 3 ปี
“ปราณของเ้าใกล้หมดเต็มทีแล้ว จะยอมแพ้...หรือไม่!”
ิเซียนถามขึ้นด้วยท่าทางสง่าราวกับเซียนกระบี่หนุ่มผู้บรรลุทางแห่งสายธรรมะ
“ตัวตนนี้ของข้ามิอาจเอาชนะท่านได้ แต่อีกคนสามารถเอาชนะท่านได้!”
หลังจากกุนไท่กล่าวจบสีผมเปลี่ยนเป็สีแดง ฉับพลันกระแสลมปราณกลายเป็ดุดันแข็งกร้าวั์ตาแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานราวกับโลหิต กลิ่นอายได้เปลี่ยนไปกลายเป็กระหายในาทุกสิ่งทุกอย่างในสายตาคู่นั้นราวกับมีการนองเืไปทุกหนแห่ง แขนขาที่ดูไร้เรี่ยวแรงนั้นกลับมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันมวลกล้ามนั้นเต็มไปด้วยพลังอันแข็งแกร่งและทนทานเพียงมองดูก็รู้แล้วว่าร่างกายนี้นั้นไม่ธรรมดายิ่งมันมีแต่ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับมีร่างกายพิเศษเท่านั้น กลิ่นอายพิเศษที่ชวนง่วงนั้นกลับเปลี่ยนเป็ทำให้ตื่นตัวตลอดเวลาและเต็มไปด้วยความบ้าคลัง
เหล่าคนที่ระดับต่ำนั้นเมื่อััเข้าเกือบจะเป็บ้าไปบางคนอยู่ดีๆก็หัวเราะ บางคนอยู่ดีๆก็ทำร้ายร่างกายตนเอง เหล่าผู้าุโรีบส่งพลังปราณเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาทำให้หายเป็ปกติเมื่อพวกเขาหายจากอาการเ่าั้แล้ว พวกเขารู้สึกหวาดกลัวต่อกลิ่นอายนี้อย่างลึกซึ้ง! นี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีกเหล่าผู้าุโก็ไม่ต่างกันพวกเขารู้สึกว่าเืในร่างกายต่างไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน!
กุนจวินที่เห็นเช่นนั้นรู้สึกใและพูดกับตนเองด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า
“เ้าเป็ใครกันแน่ เ้าไม่ใช่ไท่เอ่อร์!”
กุนไท่ที่อยู่ในสภาพดังกล่าวนั้นพลันแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังลั่นออกมาพลางยกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย ดวงตาจับจ้องไปที่ิเซียนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับปีศาจว่า
“ฮ่าๆ ข้าไม่ได้ออกมาตั้งนานแล้ว กุนไท่บอกว่า ห้ามฆ่าเ้า! งั้นข้าขอสนุกกับการระบายสีแดงบนร่างของเ้าก็แล้วกัน!”