่บ่ายแก่ๆ ของวันหยุดภายในอะพาร์ตเมนต์สุดหรูของมีร่า ร่างบางนอนลืมตามองเพดานก่อนจะหลับตาลง แต่เพียงครู่เดียวหญิงสาวก็ผุดลุกขึ้นนั่งขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด
'นอนไม่หลับทั้งคืนเพราะอีตาบ้านั่นแท้ ๆ เชียว น่าโมโหชะมัด’
จู่ ๆ ก็โผล่มา ว่าแต่เขามาได้ไงนะ แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ตรงนั้น
ที่แน่ ๆ เขาเป็สาเหตุทำให้เธอนอนไม่หลับ เพราะเมื่อคืนหลังกลับจากโรงพยาบาลตอนเกือบเช้า ความคิดที่ว่าจะกลับมานอนให้เต็มคราบกลับไม่เป็ตามคาด หญิงสาวดันนอนไม่หลับ และตอนนี้ในหัวสมองก็มีความคิดเกี่ยวกับนายราฟาเอลคนหน้ามึนตีกันวุ่นวายทีเดียว
Rrrrrrrrrrrr
ขณะที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านกับตัวเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มีร่าเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสายแบบไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
"อือ! เดี๋ยวลงไป " เธอตอบรับคนในสายด้วยเสียงเกือบจะห้วน เมื่อตัดสายสนทนาแล้วก็โยนโทรศัพท์เครื่องหรูลงบนเตียงแบบไม่ใส่ใจเท่าใดนัก ดีดตัวเองลุกจากเตียงเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อแต่งตัวและเดินลงมาจากห้องทันที
"มีร่า" มิเชลร้องทักพี่สาวที่ดูเหมือนวันนี้จะอารมณ์ไม่ค่อยดี ขณะเดินเข้ามาในอะพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเมือง
วันนี้เธอสวมเดรสสั้นสีขาวเหลือง เน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง บนใบหน้าประดับด้วยแว่นกันแดดสีชา สะพายกระเป๋าแบรนด์เนมเข้ากับชุด หญิงสาวเดินเฉิดฉายยิ้มโปรยเสน่ห์มาแต่ไกล หนุ่ม ๆ แถวนั้นมองเหลียวหลังคอแทบหัก เธอเองก็รู้ตัวว่าเป็จุดสนใจพอสมควร จึงส่งยิ้มหวานให้หนุ่ม ๆ
"น้อย ๆ หน่อยมิเชล" มิเชลไหวไหล่เล็กน้อย ไม่สนใจที่พี่สาวแซะ
"ทำไม อิจฉารึไง ดูแต่งตัวเข้าสิ เสื้อยืดกางเกงยีนรองเท้าแตะ ไปเปลี่ยนเถอะ อายเขา" เธอมองพี่สาวตัวเองั้แ่หัวจรดเท้าแบบประเมิน ก่อนจะส่ายหน้าน้อย ๆ นึกเสียดายความสวยของพี่สาวเสียเหลือเกิน
"ทำไม?! แต่งตัวยังไงมันเกี่ยวอะไรกับเธอ ตกลงจะไปไหมกินข้าวน่ะ ถ้าวุ่นวายมากก็ไปกินคนเดียว" มีร่าพูดเสร็จก็เดินไปทันที
"เดี๋ยวสิ รอด้วยมีร่า" มิเชละโเรียก ในใจก็นึกสงสัยว่าอะไรทำให้พี่สาวผู้แสนเ็าของเธอหงุดหงิดเป็พิเศษ
ภายในร้านอาหารอิตาเลียนสุดหรูแห่งหนึ่งที่ตกแต่งแบบสไตล์อิตาเลียนแท้ ๆ บรรยากาศเงียบสงบ เสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ สองสาวสวยนั่งทานอาหารอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่เลือกที่นั่งห่างไกลผู้คนเพื่อไม่ให้เป็เป้าสายตา
"เมื่อไหร่เธอจะเรียกฉันว่าพี่เสียที" มีร่าถามเปิดประเด็น มิเชลมองพี่สาวตัวเองแล้วนิ่งคิด
"ทำไม? ก็เรียกแบบนี้มาตั้งนานแล้ว อายุเราสองคนก็ห่างกันแค่ปีเดียวเอง ไม่เห็นต้องเรียกแทนตัวว่าพี่เลย อีกอย่าง เราไม่เหมือนพี่น้องคู่อื่น ๆ ที่สนิทสนมกันมากมายถึงขนาดคุยเื่ส่วนตัว จริงไหม" มิเชลตอบพลางไหวไหล่เล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่แคร์
"โอเค ฉันเข้าใจ"
ที่จริงก็เป็อย่างที่มิเชลพูด ทั้งสองคนเป็พี่น้องที่ไม่ค่อยสนิท ความสัมพันธ์เริ่มห่างเหินั้แ่เมื่อมีร่าเข้าเรียนคณะแพทย์ฯ
เพราะทั้งคู่เรียนหนัก ความสัมพันธ์ที่มีจึงอาจไม่เหมือนพี่น้องคู่อื่น ๆ มิเชลเรียนคนละคณะ คนละมหาวิทยาลัย หลังเรียนจบก็กลับมาทำงานจนแทบไม่ได้พัก เพราะต้องรับผิดชอบธุรกิจของครอบครัว บางครั้งตัวเธอเองยังรู้สึกผิดอยู่บ้างที่ไม่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระธุรกิจของครอบครัว ที่จริงเธอควรจะขอบใจน้องสาวมากกว่าที่ยอมเสียสละให้เธอได้ทำตามฝัน และก็โชคดีที่มิเชลเรียนมาทางด้านนั้น
"เมื่อไหร่จะแต่งงาน" มีร่าเปิดประเด็นอีกหัวข้อ มิเชลหัวเราะชอบใจ
"เดี๋ยวนะ! วันนี้เป็อะไร ดูแปลก ๆ ชอบกล นาน ๆ เจอกันทีถามแต่ละอย่างดูไม่เป็เธอเลย" มิเชลขมวดคิ้วมองหน้าพี่สาวตัวเอง
'วันนี้มาแปลก เป็อะไรของเขา'
"ไม่นี่! ไม่มีอะไร ก็ถามอะไรไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ" มีร่าตอบหน้าตาเฉย หญิงสาวก้มหน้าทานอาหารโดยไม่สนใจมิเชลที่จ้องหน้าเธอแบบแปลก ๆ
"แน่ใจว่าไม่มีอะไร" มิเชลเอียงคอถาม
"คุยได้นะ" มิเชลลองหยั่งเชิง เผื่อมีร่าอาจจะพูดอะไร เพราะพี่สาวของเธอเป็พวกเก็บทุกอย่าง
"….."
มิเชลมองหน้าพี่สาวตัวเองแล้วหัวเราะชอบใจ นี่สิถึงเป็มีร่า หญิงสาวคิดขำ ๆ ก่อนจะจิ้มอาหารเข้าปากตัวเอง นั่งทานอย่างสบายอารมณ์
"สัปดาห์หน้าว่างรึเปล่า จะชวนไปงานเปิดตัวมีเดียตัวใหม่ นี่ตั้งใจมาชวนเลยนะ ที่แน่ ๆ เธอในฐานะบุตรสาวคนโตของตระกูล ควรอย่างยิ่งที่จะไป"
"จำเป็ต้องไป?" มีร่าถามแบบลังเล เธอไม่ค่อยชอบออกงานเท่าไร ไม่ชอบที่จะต้องไปปั้นหน้าโปรยยิ้ม
"รู้นะคิดอะไรอยู่ หยุดเลยนะ งานนี้ฉันทุ่มเทกับมันมาก เธอจะไม่ไปให้กำลังใจกันบ้างรึไง" มิเชลทำเสียงน้อยอกน้อยใจ ปรายตามองพี่สาวตัวเองงอน ๆ
"นะ ๆ งานนี้เธอต้องไป เพราะฉันเตรียมทุกอย่างให้เธอแล้ว" มิเชลยังคงคะยั้นคะยออย่างไม่ยอมเลิกรา มุ่งมั่นในใจว่าจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะลากพี่สาวของตัวเองไปงานให้จงได้
"ต้องไปใช่ไหม" มีร่านิ่งไปสักครู่ก่อนจะถามย้ำด้วยความลังเล สีหน้ากังวลเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยได้ออกงาน ฝ่ายมิเชลที่เริ่มเห็นมีร่ามีท่าทางลังเลใจก็รีบพยักหน้าหงึกหงักอย่างแข็งขัน ในใจลุ้นเต็มที่
"ก็ได้" ในที่สุดมีร่าก็ตอบรับ มิเชลยิ้มร่า ชูแขนขึ้นสองข้างประหนึ่งประกาศชัยชนะที่สามารถลากพี่สาวของเธอไปงานได้ ยิ่งเมื่อมองดูหน้าพี่สาวเธอตอนนี้ก็ต้องรีบเสมองไปทางอื่นเพราะกลัวตัวเองจะหลุดขำ
จะกังวลอะไรขนาดนั้น!
หนึ่งวันก่อนจะถึงงานเลี้ยง
่เย็นก่อนวันงาน เมื่อมีร่ากลับมาจากที่ทำงานก็เห็นกล่องสีขาวสะอาดตาหลายกล่องวางเรียงซ้อนกันอยู่หน้าประตูห้อง
'ของใครกัน'
แต่คิดไปคิดมา กล่องทั้งหมดนี้มิเชลน่าจะส่งมาให้ หลังจากแน่ใจว่าเป็ของตนเองทั้งหมดแล้ว หญิงสาวจึงยกกล่องพวกนั้นเข้าไปข้างในก่อนจะวางไว้บนโต๊ะและนั่งเปิดดูทีละกล่อง ในกล่องเ่าั้นอกจากจะมีทั้งชุดออกงาน ยังมีทั้งเครื่องประดับและรองเท้าเข้าชุดกัน
มีร่าค่อย ๆ หยิบชุดเดรสจากในกล่องขึ้นมาดู มันสวยมากเสียจนหญิงสาวร้องอุทานเบา ๆ ชุดที่มิเชลส่งมาให้เป็ชุดเดรสสีทองปักเลื่อมด้วยคริสทัล มีร่าไม่กล้าคิดถึงราคา มิเชลน่าจะจัดเต็ม ที่สำคัญมีโน้ตแปะติดในกล่องมาด้วย
'พรุ่งนี้จะมีช่างมาแต่งตัวให้
ปล. อย่าทำร้ายจิตใจฉันนะ ได้โปรด
อย่าทำให้ฉันผิดหวังในตัวเธอ
ลงชื่อ มิเชล
มีร่านั่งทำตาปริบ ๆ มองชุดที่น้องสาวส่งมาให้อย่างเป็กังวล ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
'ออกงานแทบจะนับครั้งได้ พอจะออกทีชุดก็โป๊เสียอีก'
ที่จริงไม่ใช่มีร่าไม่มั่นใจ แต่เพราะไม่ค่อยได้ออกงานบ่อย ๆ ชุดแบบนี้จึงไม่ค่อยได้ใส่ เมื่อนั่งถอนหายใจได้เป็รอบที่ร้อย คิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรดี อยู่ ๆ ก็นึกอะไรออก
‘ชวนหมออเล็กซ์ไปด้วยดีกว่า จะได้มีเพื่อน’
มีร่าหวังว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ต่อสายถึงนายแพทย์หนุ่ม และก็เป็ไปตามคาด อเล็กซานเดอร์ตอบตกลงจะไปด้วย แต่ต้องไปแลกเวรก่อน เธอวางสายด้วยความรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง
และแล้ววันงานก็มาถึง มีร่าถูกสไตลิสต์ประมาณสี่ห้าคนรุมแต่งตัวให้เธอจนในที่สุดก็เสร็จ ช่างแต่งหน้าชมไม่หยุด เอาแต่พร่ำบอกว่า
'สวยมาก สวยเหมือนนางฟ้า'
เป็เพราะช่างพูดบ่อยเสียจนหญิงสาวรู้สึกประหม่า แต่ขณะเดียวกันก็สงสัยด้วย อยากจะรู้นักว่าจะสวยขนาดไหนกันเชียว
มีร่าที่กำลังหน้าแดงเพราะความเขินอายค่อย ๆ เดินไปดูตัวเองที่หน้ากระจก หญิงสาวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่าเมื่อแต่งตัวจัดเต็มแบบนี้ เธอจะสวยมาก ทั้งที่ก็รู้ว่าตัวเองเป็คนสวย แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะสวยได้ขนาดนี้
เนื่องจากเธอแทบจะไม่ค่อยได้แต่งตัว ส่วนใหญ่หญิงสาวมักจะแต่งตัวง่าย ๆ สบาย ๆ เพราะไม่ว่าจะแต่งอย่างไรก็ต้องใส่เสื้อกาวน์ทับอีกที อีกอย่างวัน ๆ ก็เจอแต่คนไข้และเ้าหน้าที่หน้าเดิม ๆ เลยไม่ค่อยใส่ใจเื่เสื้อผ้าหน้าผมเท่าไร
"สวยมากเลยค่ะ รับรองคืนนี้คุณหมอจะสวยเด่นที่สุดในงานฉันรับรอง" ช่างคนหนึ่งพูด เธอได้แต่ยิ้มรับเขิน ๆ
"ขอบคุณค่ะ" มีร่าตอบสั้น ๆ พลางหันมามองตัวเองอีกรอบ 'สวยมาก?! บ้าจริง หลงตัวเองชะมัด'
ชุดที่มีร่าสวมใส่คืนนี้เป็เดรสยาวสีทองแนบเนื้อสายเดี่ยวปักเลื่อมด้วยคริสทัลลวดลายวิจิตรงดงาม แหวกด้านข้างขึ้นมาถึงต้นขา เป็ชุดที่ใช้ช่างที่มีฝีมือทั้งออกแบบและตัดเย็บ สมกับเป็ชุดแบรนด์เนมของห้องเสื้อชื่อดัง ซึ่งภายหลังเธอทราบมาว่ามีชุดเดียวและออกแบบเฉพาะมาให้กับเธอเท่านั้น
ชุดนี้เน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาวเป็อย่างดี เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผาย ด้านหลังเปิดคว้านจนมาถึงเอวคอด อวดแผ่นหลังขาวเนียนที่ไม่มีแม้รอยด่างดำไฝฝ้า ใบหน้าที่ถูกบรรจงแต่งด้วยความประณีตงดงามเฉิดฉาย เรียวปากอิ่มเคลือบสีชมพูเป็ประกาย ดวงตาเรียวสวย ั์ตาสีอำพัน ผมยาวสลวยเกล้ามวยต่ำ อวดต้นคอระหง ยิ่งขับให้เธอดูเซ็กซี่เย้ายวนยิ่งนัก
มีร่าหมุนตัวอยู่หน้ากระจก พลางนึกตำหนิตัวเองในใจ
'เราหรือนี่ ทำไมไม่ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้นะ'
หญิงสาวได้แต่ถอนใจก่อนจะยอมรับกับตัวเองตามตรงว่าเธอไม่ค่อยใส่ใจเื่เสื้อผ้าหน้าผมเท่าที่ควร ตื่นขึ้นมาหยิบเสื้อผ้าตัวไหนมาก็ใส่ทันที หน้าตาบางวันก็ไม่แต่งด้วยซ้ำ อาจจะเพราะด้วยงานที่เร่งรีบจึงอาจทำให้ละเลยไปบ้าง ก่อนหน้านั้นเธอรู้สึกว่ามันไร้สาระที่จะต้องมาพิถีพิถันกับการดูแลตัวเอง แต่ดูท่าแล้วเธอคงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ยังดีที่เธอเป็คนโชคดีคนหนึ่งในเื่หน้าตาและผิวพรรณที่ผ่องใส ถึงแม้ไม่แต่งอะไรมากก็ยังสวย
เมื่อแต่งตัวเสร็จและเช็คความเรียบร้อยจนมั่นใจแล้ว มีร่าจึงเดินลงลิฟต์มาจากห้องพักด้วยท่าทีที่ประหม่าพอสมควร แต่หญิงสาวพยายามเป็อย่างมากที่จะเก็บอาการและวางท่าเรียบเฉยแบบทุกครั้ง ในใจของเธอเต้นไม่เป็ส่ำเมื่อเจอกับสายตาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มองเธอเป็ตาเดียว
ในที่สุด มีร่าก็เดินทางมาถึงด้านล่าง เธอสังเกตเห็นหมออเล็กซานเดอร์นั่งรอที่โซฟารับแขกของอะพาร์ตเมนต์จึงรีบเดินเข้าไปหา
มิเชลจะส่งรถมารับแต่เธอปฏิเสธและยืนยันว่าจะไปเอง
"รอนานไหมหมออเล็กซ์" มีร่าเอ่ยทักหมอหนุ่มที่นั่งหันหลังให้
จังหวะที่อเล็กซานเดอร์หันมาตามเสียงเรียก เขาตกตะลึงในความงดงามของเธอจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ดวงตาชายหนุ่มเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง เขามองอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
เพราะไม่ค่อยได้เห็นหญิงสาวแต่งตัวในลักษณะนี้มาก่อน หมอหนุ่มถึงกับเสียอาการ เธอสวยราวกับนางฟ้าที่ลงมาจากสรวง์ ใบหน้าเรียวงามนั้นสวยผุดผาดไร้ที่ติ เข้ากันเป็อย่างดีกับชุดที่เธอใส่ เขานิ่งอึ้งไป แทบไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอ
"หมออเล็กซ์! หมอ! อเล็กซานเดอร์ แบรนโด" เขาใเสียงเรียกชื่อเต็มของเขาจากปากเธอ สติจึงกลับมา
มีร่าเองก็เขินเหมือนกันกับลุคใหม่ที่ไม่ค่อยได้แต่งบ่อย ถึงแม้จะชินกับสายตาหนุ่ม ๆ อยู่บ้าง แต่พอเป็หมออเล็กซานเดอร์ที่เจอกันเกือบทุกวันเป็ประจำมาทำท่าทางตกตะลึงใส่ เธอก็ไปไม่เป็เหมือนกัน มือไม้งุ่มง่ามไปหมด
"วันนี้คุณก็หล่อมากเหมือนกัน" หญิงสาวเอ่ยยิ้ม ๆ
ชายหนุ่มสวมสูทสีเทาควันบุหรี่พอดีตัว เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม เนกไทสีเดียวกับสูท ส่งให้เขาดูหล่อเหลาจากเดิมที่วัน ๆ หัวยุ่งอยู่กับคนไข้ตลอดเวลา
วันนี้อเล็กซานเดอร์สลัดคราบนายแพทย์หัวฟูทิ้งไปไม่เหลือเค้าเดิมเลยทีเดียว และด้วยรูปร่างสูงใหญ่ ทำให้เขามีเสน่ห์ไม่น้อย สาวน้อยสาวใหญ่มองตามคอแทบเคล็ด ถึงแม้เขาจะเป็ลูกชายคนรองของตระกูลแบรนโด ซึ่งเป็ตระกูลผู้ดีเก่า แต่บุคลิกและนิสัยห่ามๆ ขัดกับชาติตระกูลพอสมควร
"ขอกลับไปใส่ชุดกาวน์เหมือนเดิมน่าจะดีกว่า" ชายหนุ่มเอามือลูบผมท่าทางเขิน ๆ
"ฉันเองก็ไม่ชินเหมือนกัน" มีร่าเอ่ยไม่เต็มเสียงนัก
'รู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย'
"โอ้ว! ไม่ๆ คุณสวยมาก สวยจริง ๆ คือเอ่อ..." อเล็กซานเดอร์รีบโพล่งขึ้นมาก่อนที่จะตะกุกตะกักหลังรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป
มีร่ายิ้มพรายกระจ่างทั่วใบหน้าและหัวเราะคิก จนเขาเผลอมอง ชายหนุ่มทำตัวไม่ถูก พยายามปรับสีหน้าท่าทางให้เป็ปกติ ไม่อยากให้เธอจับความรู้สึกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไรต่อเธอ เขาแก้เขินด้วยการมองนาฬิกาที่ข้อมือ
"ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวไปช้าผมว่าน้องสาวคุณจะบ่นเอา รับรองหูชาแน่ ๆ" อเล็กซานเดอร์ผายมือให้เธอเดินนำออกไปด้านนอก เขาไม่กล้าพอที่จะยื่นแขนออกไปให้เธอควง
"ค่ะ" หญิงสาวหันมามองและตอบรับชายหนุ่มด้วยท่าทีสดใส ทั้งคู่เดินออกไปพร้อมกันท่ามกลางสายตาคนมากมายที่มองมาย
ภายในงานเปิดตัวมีเดียตัวใหม่ของบริษัทกรีนคาร์ก เทคโน มีเดีย กรุ๊ปที่ถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรูระดับห้าดาว ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้มีแต่ระดับชนชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นักการเมือง ผู้ดีมีสกุล และนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงของประเทศ เพราะบริษัทของตระกูลกรีนคาร์ก เป็บริษัทด้านสื่อสิ่งพิมพ์มายาวนาน ให้บริการด้านสื่อสิ่งพิมพ์แทบจะทุกอย่างภายใต้การบริหารงานของนายไมเคิลและนางแอนนา กรีนคาร์ก ร่วมกับบุตรสาวคนเก่งอย่างมิเชล กรีนคาร์ก และหุ้นส่วน
"มีร่าจะมาไหม" ไมเคิลเดินมาถามบุตรสาวคนเล็ก
"มาค่ะ! งานนี้ต้องมาอยู่แล้ว หนูกำชับอย่างดี ตอนแรกจะให้คนไปรับแต่เห็นบอกจะมาเอง"
วันนี้มิเชลสวมชุดเดรสสีแดงเกาะอก ลำคอระหงประดับด้วยสร้อยคอเพชรที่ส่องแสงระยิบระยับเปล่งประกาย ใบหน้าสวยถูกตกแต่งอย่างประณีตไร้ที่ติด้วยช่างฝีมือดี รูปร่างระหงดูสง่างาม เรือนผมสีมะฮอกกานีโทนน้ำตาลถูกรวบตึงเกล้าเป็มวยไว้บนศีรษะ ดูสวยเซ็กซี่แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมด้วยพลังอำนาจเป็อย่างมาก
"งานยุ่งตลอด จะมาหรือไม่มาก็ไม่ส่งผลอะไรกับงานเท่าไร" นางแอนนา ผู้เป็แม่กลับเอ่ยขึ้นแบบไม่ค่อยสนใจเท่าไรว่าบุตรสาวคนโตจะมาหรือไม่
"แม่คะ เดี๋ยวมีร่ามาได้ยินเข้าจะไม่ดีนะคะ" มิเชลเดินเข้าไปลูบแขนมารดาเบา ๆ เป็เชิงเตือน ก่อนที่จะเจอสายตามารดาค้อนเข้าให้วงใหญ่
"เรานะ! ชอบเข้าข้างมีร่า ออกตัวรับแทนตลอด" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร
"โธ่! แม่ค่ะ เื่มันก็ผ่านมานานแล้ว ยิ้มหน่อยสิคะเดี๋ยวไม่สวยนะ" นางอดหมั่นไส้น้ำเสียงออดอ้อนของบุตรสาวคนเล็กไม่ได้ จึงได้แต่มองค้อนเบา ๆ อีกรอบก่อนจะสะบัดหน้าหันไปทางอื่น