“ถึงตาเฟิงเอ๋อร์แล้วสินะ” หลินเทียนพูดอย่างตื่นเต้น เขาจะได้เห็นความสามารถของบุตรเขาแล้ว
“แต่คู่ต่อสู้ของเฟิงเอ๋อร์เป็หลินชิงเลยนะ” เซี่ยหลั่วพูดอย่างเป็ห่วง นางไม่ได้เฝ้าดูหลินเฟิงฝึกฝนเหมือนหลินเทียน ดังนั้นนางจึงไม่ค่อยรู้เื่ของหลินเฟิงเท่าไหร่ นางรู้เพียงแค่ว่าหลินเฟิงเป็อัจฉริยะจากหลินเทียนเท่านั้น
“เ้าไม่ต้องคิดมากเกินไป เฟิงเอ๋อร์ไม่เป็ไรแน่นอน”หลินเทียนพูดอย่างมั่นใจ
“ระดับพื้นฐานขั้น 4 จะรู้ระดับพื้นฐานขั้น 5 ได้อย่างไร เ้าก็ช่างปลอบใจโดนไม่คิดถึงหลักความเป็จริงใดๆเลย” หลินเย่พูดขึ้นมาเมื่อเห็นหลินเทียนมั่นใจในลูกของตน
เอาเข้าจริงๆเขาเองก็ค่อนข้างตกในเมื่อรู้ข่าวว่าหลินเฟิงที่เพิ่งจะสามารถฝึกฝนได้ และฝึกฝนยังไม่ถึงหนึ่งปีก็อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 4 แล้ว หากสามารถฝึกได้เร็วกว่านี้ละก็ แค่เขาคิด เขาก็ขนลุกแล้ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ชอบใจมากๆที่หลินเฟิงจะตายก็ไม่ตาย อีกทั้งเมื่อผ่านความตายมาแล้วยังมีพร์ในการฝึกมากขนาดนี้อีก
หลินเทียนมองหลินเย่ด้วยหางแต่ แต่ก็ไม่พูกล่าวใดๆ เขาคร้านเกินจะสนใจหลินเย่แล้วจริงๆ
“เ้านี้สินะ หลานชายของข้า” เซี่ยคงที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น และมองไปทางหลินเย่ เพื่อเป็การเตือนเป็กลายๆ หากไม่ใช่เพราะหลินเย่เป็บุตรชายอีกคนของหลินหยาง ป่านนี้หลินเย่คงนอนจมกองเือยู่ที่พื้นไปนานแล้ว
หลินเย่ที่ััได้นั้นก็ขนลุกตั้งด้วยความกลัวทันที เขาอยากจะเหยียบหลินเทียนให้จมแต่ก็ลืมไปว่าที่นี้มีใครอยู่บ้าง โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรที่ร้ายแรงกว่านี้ออกไป ไม่งั้นต่อให้หลินหยางอยู่ เขาก็ยังคงต้องดดนสักหนึ่งหรือสองกระบวนท่าจากเซี่ยคงแน่นอน
“ใช่แล้วนี้ นั่นคือหลานของเ้า เฟิงเอ๋อร์ฝึกฝนได้เร็วขนาดนี้แสดงว่ามากด้วยพร์ที่หาตัวจับได้ยากแน่นอน จะเสียดายก็เพียงแต่เริ่มต้นช้าเกินไป” หลินหยางเองก็รู้ว่าเซี่ยคงหมายถึงอะไรและเป็คนอย่างไร เขาจึงต้องพูดขึ้น ยังไงซะ หลินเย่ก็บุตรชายของเขา
“งั้นเรามารอดูฝีไม้ลายมือของหลานชายข้าดีกว่า ว่าจะดีสักแค่ไหน ที่สามารถฝึกฝนไปถึง พื้นฐานขั้น 4 ได้ใน 1 ปี” เซี่ยคงเองก็ไว้หน้าหลินหยาง และไม่สืบสานเอาความต่อ
เมื่อหลินเฟิงขึ้นมาบนลานประลองแล้ว หลินชิงเองก็ขึ้นมาด้วยเช่นกัน ทั้งสองมองหน้ากันอยู่สักพัก จากนั้นหลินชิงก็พูดขึ้น
“หลินเฟิง ข้ารู้ว่าเ้าเป็อัจฉริยะ เพียงแต่เ้ามีเวลาฝึกฝนน้อยเกินไป ยอมแพ้แล้วไปรอแข็งกับคนอื่นดีกว่า อย่าเสียเวลามาเจ็บตัวเลย” หลินชิงพูดอย่างจริงจัง เหมือนจะเป็ห่วง แต่แน่นอนว่ามันคือความหยิ่งพยองของเขา หาใช่ความเป็ห่วงไม่
“ขอบคุณที่เป็ห่วง แต่ข้ารู้ตัวเองดีว่ากำลังทำสิ่งใด” หลินเฟิงพูดอย่างไม่สนใจสิ่งใด
“เ้าบอกปัดความหวังดีของข้าเอง แล้วอย่ามาเสียใจที่หลังก็แล้วกัน ” หลินชิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เขาไม่คิดว่าจะแพ้หลินเฟิงที่เพิ่งจะอยู่ระดับพื้นฐานขั้น 4 หรอก เพราะยังไงเขาก็อยู่ระดับพื้นฐานขั้น 5 มานาน และฝึกฝนมานานกว่าหลินเฟิง ความชำนาญด้านวรยุทธ์และประสบการณ์จะต้องมากกว่าแน่นอน
นี้ยังไม่รวมเื่ที่หลินเฟิงไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ใดๆได้จนถึงเมื่อเกือบปีก่อน ใครๆก็ต่างคิดว่าที่หลินเฟิงฟื้นจากความตายและสามารถฝึกวรยุทธ์ได้นั่นเป็เพราะสมุนไพรหรือไม่ก็โอสถที่หลินเทียนบังเอิญได้รับมาเท่านั้น
“การประลองเริ่มได้” ผู้ตัดสินในประลองที่เห็นว่าทั้งสองขึ้นมาพร้อมแล้วจึงประกาศเริ่มทันที เขาหาได้สนใจการประทะคารมณ์ของเด็กทั้งสองไม่ เขาเคยเป็เด็กมาก่อน เขาย่อมเข้าใจความคิดของเด็กๆเหล่านี้ดี
“มือเท้าหามีตาไม่ หลินเฟิงเ้าระวังด้วย” หลินชิงพูดอย่างหยิ่งพยองและเชิดหน้าใส่หลินเฟิง
หลินเฟิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาหาได้สนใจกิริยาของหลินชิง เขาไม่เคยเห็นหลินชิงอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นว่าหลินชิงไม่มีความคิดที่จะโจมตีก่อน หลินเฟิงก็เป็ฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนแทน เขาพุ้งไปด้วยความเป็ธรรมดาของระดับพื้นฐานขั้น 4 เขาไม่ได้ใช้ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ในการเคลื่อนไหว เขา้าซ้อนความแข็งแกร่งของเขาให้มากที่สุด
“หึ!!” หลินชิงที่เห็นความสามารถของหลินเฟิงตอนที่หลินเฟิงพุ้งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วแลนจะธรรมดาเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเค้นเสียงอย่างดูถูก เขาค่อยๆตั้งท่าเพื่อสวนออกไป
หลินเฟิงที่พุ้งไปถึงตรงหน้าหลินชิงก็ใช้ [ ทลายภูผา ] ฝึกฝนออกมาทันที เขาง้างหมัดไปข้างหลังพร้อมกับต่อยไปที่หลินชิงอย่างจัง
ส่วนทางด้านหลินชิงนั้นก็พลันหน้าซีดเปลี่ยนเป็สีขาวซีดทันที เขาไม่คิดเลยว่าหลินเฟิงจะใช้ [ ทลายภูผา ] ได้เช่นนี้ แถมยังสำเร็จถึงขั้นที่ 2 แล้ว ด้วยอานุภาพทำลายเช่นนี้ต่อให้เขาใช้แรงทั้งหมดยังไม่กล้ารับประกันความปลอดภัยเลย
ตอนนี้หลินชิงจะใช้วรยุทธ์ก็ไม่ทันแล้ว จะหลบก็ไม่ได้เพราะหมัดของหลินเฟิงกับหมัดของเขาใกล้จะปะทะกันเต็มที เขาไม่สามารถหยุดหมัดแล้วหลบได้ ทำได้แค่ภาวนาว่าให้เขาสามารถทนต่ออานุภาพของ [ ทลายภูผา ] ขั้น 2 จากหลินเฟิงให้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะแพ้และมีสภาพาเ็แน่นอน
ตูมมมม!!
ผู้คนต่างก็ต้องตกตะลึงกับอานุภาพทำลายของ [ ทลายภูผา ] ที่หลินเฟิงปล่อยออกมา มันรุนแรงมากพอที่จะทำให้หลินชิงต้องกระเด็นออกจากลานประลอง ถึงแม้ว่าหลินชิงจะประมาทไป แต่มันก็ยังไงซะร่างกายของหลินชิงก็อยู่ที่ระดับพื้นฐานขั้น 5 มันต้องแข็งแกร่งกว่าขั้นสีมากอยู่แล้ว แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นหลินชิงก็ยังกระเด็นไปไกลอยู่ดี
อีกทั้งยังไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าหลินเฟิงจะสามารถฝึกฝน [ ทลายภูผา ] ได้สำเร็จจนถึง ขั้น 2 ด้วยเวลาไม่ถึง ปี ตอนนี้พวกเขาจำเป็รู้แล้วว่าหลินเฟิงเป็อัจฉริยะจริงๆ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครแปลกใจกับเื่นี้สักเท่าใด เพราะยังไงซะ หลินเที่ยนก็ได้ชื่อว่าอัจฉริยะเช่นกัน