ณ ห้องในคอนโด
ในห้องคอนโดมิเนียมอันกว้างขวางของณัฐรินีย์ แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ อาคิรายืนหน้าเคาน์เตอร์ครัว กำลังเทกาแฟร้อนๆ ลงในแก้ว แต่สายตาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่กับกาแฟตรงหน้า เธอกลับเหม่อลอยคิดถึงกฤติน ชายหนุ่มที่เธอแอบชอบ คำพูดของเขาเมื่อวันนั้น ยังคงก้องอยู่ในหัว อาคิราไม่ทันสังเกตว่าแก้วเต็มแล้ว ทำให้กาแฟร้อนๆ ล้นออกจากแก้ว
“เอ้า ล้นแล้วแม่คุ้นน”
“ห๊ะ?”
ณัฐรินีย์จับมือที่กำลังเทกาแฟของอาคิราไว้ได้ทัน ก่อนที่จะหกไปมากกว่านี้
“อุ๊ย โทษที”
“มัวเหม่ออะไรอยู่ยะ”
อาคิรารีบหยิบผ้ามาเช็ดคราบกาแฟ เธอรู้สึกเก้อเขิน
“แหมๆๆ ตั้งกะไปเดทวันนั้น ดูจิตใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัวเลยเนอะ”
ณัฐรินีย์หรี่ตามองอย่างเ้าเล่ห์ และอมยิ้มล้อเลียนเพื่อนสาว
“บ้า เดทเดิทอะไรกัน”
อาคิราแก้เขินด้วยการถือแก้วกาแฟแล้วเดินไปนั่งที่โซฟานั่งเล่น
“จ้า ไม่ได้เดท”
ณัฐรินีย์หัวเราะคิกคัก พร้อมกับหอบหนังสือออกแบบประมาณ 5-6 เล่ม มาวางกองไว้ที่โต๊ะ พร้อมกับหยิบโน้ตบุ๊คมาวางไว้ข้างๆ
“ทำงานเหรอ?”
“อื้อ อีตาธีรเทพนั่น บอกอยากได้ภาพร่างของแบบสินค้าเร็วๆ น่ะ ฉันเลยต้องถ่างตาทำอยู่เนี่ย”
“อื้อหือ แบบเยอะเลยนี่ แต่ฉันว่ามันยังไม่คลิกเท่าไหร่เลยนะ” อาคิราชะโงกหน้ามาดู
“ใช่มะ ฉันก็ว่างั้น” ณัฐรินีย์เกาหัวแกรกๆ
“โอ้ยย หนังสือออกแบบที่มีก็น้อยเกิน”
“อยากได้หนังสือออกแบบเยอะๆ จัง” ณัฐรินีย์เอาคางเกยโต๊ะบ่นอุบอิบ
อาคิรานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งหาทางช่วยเพื่อน แล้วเธอก็นึกขึ้นได้
“ไปหอสมุดกันมั้ย? ที่นั่นน่าจะมีหนังสือออกแบบให้ยืมเยอะอยู่นะ”
“หอสมุดเหรอ? กู๊ดไอเดีย ไปที่ไหนดีล่ะ” ณัฐรินีย์ยกนิ้วชี้ไปทางอาคิรา
“คุณกฤตเป็บรรณารักษ์ เดี๋ยวโทรหาแปปนะ”
อาคิรารีบหยิบมือถือแล้วกดหากฤตินทันที โดยไม่สนใจเสียงล้อเลียนของเพื่อนสาวที่นั่งอยู่
เพียงครู่เดียวอาคิราก็ได้พิกัดของหอสมุดที่กฤตินเป็บรรณารักษ์ สองสาวจึงรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว
ณ หอสมุดโบราณแถวชานเมือง
ภายในหอสมุดโบราณอันเงียบสงบ กลิ่นหอมของหนังสือเก่าอบอวลไปทั่ว แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างกระจกสี สาดส่องลงบนชั้นหนังสือไม้สูงใหญ่ ที่เรียงรายไปด้วยหนังสือมากมาย บรรยากาศภายในห้องสมุดเงียบสงบ มีเพียงเสียงพลิกหน้าหนังสือเป็ระยะๆ
กฤตินชายหนุ่มรูปหล่อ กำลังนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะไม้สนเก่า เขาเป็บรรณารักษ์ประจำหอสมุดแห่งนี้ เขารักหนังสือและชอบอ่านหนังสือ
เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตอยู่กับหนังสือในหอสมุดโบราณแห่งนี้
ขณะที่เขากำลังคร่ำเคร่งกับหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ปลายสายคือ อาคิรา หญิงสาวที่เขาให้ความสำคัญเป็อันดับหนึ่ง
ทันทีที่กฤตินรู้ว่า อาคิรากับเพื่อนสาวของเธอ้ามาที่หอสมุด เขารู้สึกดีใจอย่างมาก รีบส่งพิกัดที่ตั้งหอสมุดให้เธอทันที
“ดีใจอะไรครับ คุณชาย” วิลเลียม ชายหนุ่มวัยกลางคนถือถาดใส่กาแฟร้อนเข้ามา และนำมันวางบนโต๊ะ
“วิล เดี๋ยวอาคิรากับเพื่อนของเธอจะมาที่นี่ ช่วยดูแลให้หน่อย” กฤตินหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ
“รับทราบครับ” ชายหนุ่มที่มีลักษณะเหมือนพ่อบ้านโค้งคำนับ ก่อนจะเดินออกไป
“หาหนังสืออะไรให้ไออ่านดีนะ” กฤตินนิ่งคิดครู่หนึ่ง
“อ๊ะ! นึกออกแล้ว” กฤตินยิ้มกริ่มออกมา ก่อนจะลุกขึ้นตรงไปยังประตูลับด้านหลังที่เต็มไปด้วยหนังสือโบราณมากมาย
หอสมุดโบราณที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ
รถคันสีขาวเล็กกระทัดรัดเหมาะกับชาวเมืองกำลังแล่นผ่านตึกรามบ้านช่องสูงระฟ้า ผ่านสวนสาธารณะ ผ่านโรงเรียนและสถานที่ต่างๆ มากมาย
ณัฐรินีย์และอาคิรากำลังเดินทางไปยังหอสมุดที่กฤตินทำงานเป็บรรณารักษ์ ซึ่งพวกเธอใช้เวลาไม่นาน ก็มาถึงหอสมุดแห่งนั้น
“ว้าว”
อาคิราตกตะลึกในความงาม ขณะมองดูหอสมุดที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่แถบชานเมือง
ตัวอาคารของหอสมุดสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ดูเก่าแก่ และสง่างาม ด้านหน้าหอสมุดมีบันไดหินอ่อนขนาดใหญ่ ทอดยาวขึ้นไปสู่ประตูไม้บานใหญ่
ประตูไม้บานใหญ่ แกะสลักลวดลายสวยงาม บ่งบอกถึงอดีตอันยาวนานของหอสมุด เหนือประตูไม้มีป้ายหินอ่อนแกะสลักตัวอักษรภาษาไทยโบราณที่อ่านว่า “หอสมุดประชาชน”
สวนขนาดเล็กที่รายล้อมรอบตัวหอสมุดเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย บรรยากาศภายในสวนเงียบสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใย
“โอ้โห ด้านนอกโคตรสวย”
ณัฐรินีย์ตื่นตะลึงกับความสวยงามด้านนอกของหอสมุด
“เพิ่งรู้ว่ามีสถานที่ดีๆ แบบนี้อยู่ด้วยนะเนี่ย” ณัฐรินีย์พึมพำพร้อมกับหอบโน้ตบุ๊คและสมุดสำหรับออกแบบลงมาด้วย
ประตูสู่โลกแห่งหนังสือ
เมื่ออาคิราเปิดประตูเข้าไป ก็ได้กลิ่นหอมของหนังสือเก่า ผสมกับกลิ่นอายของอดีตอบอวลไปทั่ว
อาคิราและณัฐรินีย์เดินเข้าไปในหอสมุด
ภายในหอสมุดเงียบสงบ และร่มรื่น
ชั้นวางหนังสือเรียงรายอยู่สองข้างทาง เต็มไปด้วยหนังสือเก่าและใหม่ แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างกระจกสีสาดส่องลงมาบนพื้นหอสมุด
อาคิราเดินไปตามทางมองหากฤตินที่ทำงานเป็บรรณารักษ์อยู่ที่หอสมุดแห่งนี้
ในที่สุดเธอก็เห็นกฤติน กำลังยืนรอเธออยู่ที่โต๊ะทำงาน
กฤตินสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินทับด้วยสูทสีดำ คอปกเชิ้ตติดกระดุม กางเกงขายาวสีดำ ขากระบอกตรงรีดเรียบ รองเท้าหนังสีน้ำตาลผูกเชือกดูสุภาพ
ขนาดอยู่ในชุดทำงานยังหล่อขนาดนี้
อาคิราได้แต่คิดอยู่ในใจ
“สวัสดีค่ะ” อาคิราเอ่ยทักทาย
กฤตินมองหญิงสาวที่วันนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ผ้าลินินเนื้อบางเบา สวมใส่สบาย กางเกงขายาวสีเบจ ขาตรงเรียบร้อย รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาด กระเป๋าสะพายสีดำขนาดพอเหมาะ
อา..ช่างน่ารักอะไรแบบนี้
กฤตินคิดอยู่ในใจ
“อะแฮ่ม”
ณัฐรินีย์กระแอม เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว
“อะ เอ่อ นี่ณัฐค่ะ เพื่อนฉันเอง” อาคิราได้สติรีบแนะนำ
“สวัสดีค่ะ ขอยืมใช้สถานที่แล้วก็ยืมหนังสือหน่อยนะคะ” ณัฐรินีย์ยิ้มให้อย่างเ้าเล่ห์
“ได้ครับ” กฤตินยิ้มให้
“วิล ช่วยพาคุณณัฐไปดูหนังสือที่เกี่ยวกับการออกแบบหน่อย” กฤตินหันไปเรียกชายวัยกลางคน
“เชิญทางนี้ครับ” วิลเลียม พ่อบ้านประจำหอสมุดผายมือให้ณัฐรินีย์ตามเข้าไป
“งั้นฉันไปหาหนังสือก่อนนะ” ณัฐรินีย์ยักคิ้ว ขยิบตาให้อาคิรา ก่อนจะเดินตามวิลเลียมไปด้วยท่าทางร่าเริง
“ขอโทษทีนะ ที่ณัฐดูดีดเหลือเกินน่ะ” อาคิราส่ายหน้าให้กับอาการของเพื่อน
“ไม่เป็ไรหรอก ตลกดีน่ะ” กฤตินหัวเราะเบาๆ
“เอ่อ..พวกฉันไม่ได้มารบกวนคุณใช่มั้ย”
“ไม่หรอก มานี่สิ” กฤตินยิ้ม ก่อนจะจูงมืออาคิราให้เดินตามเขาไป
กฤตินพาอาคิราเข้าไปในห้องอ่านหนังสือที่อยู่ปีกด้านขวาของตึก
“นั่งสิ”
อาคิรานั่งลงอย่างว่าง่าย พร้อมกับสำรวจไปรอบห้อง ภายในห้องเต็มไปด้วยชั้นหนังสือ
“เธอลองอ่านนี่สิ” กฤตินส่งหนังสือเล่มหนึ่งให้อาคิรา
“อะไรน่ะ ‘ตำนานความรักของเทพเ้าเท็นงุ’ งั้นหรอ??”
“ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือนี้มาก่อนเลยล่ะ”
อาคิรารับมาดู พอพลิกอ่านชื่อหนังสือ เธอก็ถามด้วยความสงสัย
“มันเป็หนังสือโบราณ ไม่ค่อยมีคนรู้จักหรอก” กฤตินตอบ พร้อมกับยกถาดใส่กาน้ำชาและถ้วยชามาวางไว้บนโต๊ะ
“เห...ชื่อหนังสือแปลกดี”
“เธอชอบอ่านนิยายโรแมนติกไม่ใช่เหรอ?” กฤตินรินน้ำชาใส่ถ้วยและวางลงตรงหน้าอาคิรา
“อื้อ” อาคิราพยักหน้า
“งั้นลองอ่านดู เธอน่าจะชอบ” กฤตินกระซิบข้างหู ส่งยิ้มหวานให้
“อะ อื้อ” อาคิราหน้าแดง
“ฉันไปทำงานก่อนนะ มีอะไรก็เรียกล่ะ” กฤตินอมยิ้ม ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“โอ้ยยย..ใจฉันจะรอดมั้ยเนี่ย” อาคิราฟุบหน้าลงบนหนังสือหน้าแดง
ภายในห้องคอนโดหรู
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านหน้าต่าง ปลุกให้ธีรเทพตื่น เขาขยับตัวมองไปรอบๆ ห้องนอน แต่ไม่พบกานต์รวี
ธีรเทพรู้สึกงุนงง เขาลุกจากเตียงและเดินออกมาด้านนอก มองหาภรรยาของเขา พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่ง ติดไว้ที่ตู้เย็นเขียนว่า “สุดสัปดาห์นี้ ฉันไปกับชัญญานะคะ กลับมาวันจันทร์ค่ะ”
ธีรเทพอ่านโน้ตจบ ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะหมู่นี้กานต์รวีใช้เวลากับชัญญา เพื่อนสนิทของเธอเป็ส่วนใหญ่ บางครั้งกานต์รวีก็ไม่กลับมานอนที่ห้อง โดยให้เหตุผลว่า ชัญญามีปัญหา เธอจึงไปนอนเป็เพื่อน
แต่ธีรเทพก็ปล่อยผ่านไป เพราะกานต์รวีเคยเล่าให้เขาฟังว่า ชัญญาเป็เพื่อนสนิทคนสำคัญ และเขาก็เคยเจอชัญญาครั้งหนึ่ง เท่าที่เขาเห็น ชัญญาเป็ผู้หญิงสวย เก่ง ฉลาด พูดจาไพเราะ การที่กานต์รวีมีเพื่อนดีแบบนี้ เขาก็รู้สึกดีใจด้วย
แต่่นี้เขารู้สึกเหมือนกานต์รวีห่างเหินไป เื่ปกติที่เขาเคยปฏิบัติกันทุกคืน กานต์รวีก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมมีอะไรด้วย
“เฮ้อ...แล้ววันหยุดแบบนี้เราจะทำอะไรดีล่ะเนี่ย”
ธีรเทพถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปที่เครื่องชงกาแฟ พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นงานออกแบบสินค้าตัวใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเขาก็นึกออก เขาหยิบโทรศัพท์กดโทรหาทันที
“สวัสดีครับ คุณณัฐ” ธีรเทพทักทายหลังจากที่อีกฝ่ายรับสาย
“ตอนนี้คุณอยู่ไหน ผมอยากเห็นแบบร่างน่ะ”
เสียงปลายสายโวยวายออกมาเสียงดัง จนธีรเทพต้องเอาหูออกห่างจากโทรศัพท์
“น่า น่า ผมขอเห็นหน่อยนึงก็ยังดี นะ” ธีรเทพไม่ละความพยายาม
“โอเค งั้นเดี๋ยวเจอกันครับ” ธีรเทพยิ้มกริ่มอารมณ์ดีหลังจากวางโทรศัพท์
“ไปเจอหน้าสาวขี้โวยวายซะหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
ธีรเทพหัวเราะกับตัวเอง ก่อนจะรีบไปอาบน้ำและแต่งตัวเพื่อออกไปข้างนอก
คลังความรู้มหาศาล
ณัฐรินีย์กำลังเดินเลือกหนังสืออยู่ภายในหอสมุดโบราณ ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่ชั้นวางหนังสือเรียงรายอยู่สองข้างทางที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าและใหม่มากมาย
ณัฐรินีย์รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เมื่อเห็นหนังสือออกแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือ
“เชิญเลือกตามสบายเลยนะครับ คุณหนู” วิลเลียม พ่อบ้านหอสมุดนำเธอมายังโซนหนังสือออกแบบที่มีมากมายตระการตา
“ขอบคุณมากค่ะ”
ณัฐรินีย์ดีใจมาก เธอค่อยๆ เลือกหนังสือทีละเล่มที่เธอสนใจ จนหนังสือในมือของเธอมีประมาณสิบเล่ม
“ไอ ไอ ดูนี่สิ” ณัฐรินีย์ร้องเรียกอาคิราด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“อะไรเหรอ ?”
“หนังสือออกแบบสมัยโบราณ นี่ก็สมัยโกธิค นี่ก็สมัย...”
“พอๆ เห็นแล้วจ้ะ” อาคิรารีบเบรกก่อนที่ณัฐรินีย์จะพล่ามไปมากกว่านี้
“หึหึ ดูท่าคุณณัฐจะได้หนังสือมากมายเลยนะครับ”
กฤตินที่เดินเข้ามาพร้อมกับวางกาแฟลาเต้เย็นไว้ตรงหน้าณัฐรินีย์
“อุ๊ย ขอบคุณค่ะ” ณัฐรินีย์ยังไม่หายตื่นเต้น
“หนังสือเยอะแบบนี้ ฉันขอมาทำงานที่นี่ทุกเสาร์-อาทิตย์ได้มั้ยอะ” ณัฐรินีย์ถามกฤติน ดวงตาเป็ประกาย
“ยัยณัฐ!” อาคิราตีแขนเพื่อน
“ก็นะ หนังสือออกแบบเยอะแบบนี้ ฉันดูวันเดียวไม่พอหรอก ได้มั้ยคะ?”
“ได้สิครับ ถ้าไอมาด้วย” กฤตินยิ้มกริ่มพลางเหลือบมองอาคิรา
“ไอต้องมาด้วยอยู่แล้วล่ะ” ณัฐรินีย์ะโ
“เฮ้ย ฉันตกลงเมื่อไหร่?”
“ตอนนี้ไง” ณัฐรินีย์ยิ้มแผล่ให้เพื่อนสาว
“เดี๋ยวเหอะ!” อาคิราถลึงตามองเพื่อน
“อ๊ะ รับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงโทรศัพท์ของณัฐรินีย์ดังขัดจังหวะพอดี
“ขอโทษนะที่..”
“ไม่เป็ไร เพื่อนเธอกระตือรือร้นดีนี่” กฤตินยิ้ม
“อย่ามาเร่งฉันได้มั้ยคุณ งานเพิ่งรับมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จะเร่งไปไหนกันห๊า!”
เสียงณัฐรินีย์ะโโวยวายโหวกเหวก ทำให้กฤตินและอาคิราหันไปมอง
“ฉันละปวดหัวกับยัยคนนี้จริงๆ” อาคิราส่ายหน้าอ่อนใจ
“ทำไมล่ะ เพื่อนเธอจริงใจดีออก”
“บางทีก็ห่ามเกินไปน่ะสิ” อาคิราถอนหายใจ
“เออๆ อยากมาก็มา ตามใจคุณ แค่นี้นะ” ณัฐรินีย์วางโทรศัพท์ด้วยความขัดเคือง
“มีอะไรอะ?”
“ก็อีตาธีรเทพน่ะสิ ขอมาดูแบบร่างสินค้าตัวใหม่ ฉันยังทำไม่ถึงไหนเลย รีบไปไหนก็ไม่รู้” ณัฐรินีย์บ่นพึมพำไม่พอใจ
“เอ่อ คุณกฤตินคะ จะว่าอะไรมั้ย ถ้ามีคนมาเพิ่ม..”
“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมให้คุณยืมห้องทำงานด้านซ้าย คุณจะได้มีสมาธิทำงาน” กฤตินบอก และเดินออกจากห้องไป
“ยัยณัฐ!เกรงใจเค้า” อาคิรากระซิบเบาๆ
“เกรงใจอะไร แฟนตัวเองแท้ๆ”
“ยัยณัฐ!!!”
ณัฐรินีย์ทำปากยื่นใส่ก่อนจะคว้าโน้ตบุ๊ค และหนังสือลุกขึ้นเดินตามกฤตินออกไปทันที
ธีรเทพใช้เวลาขับรถสปอร์ตสีดำหรูของเขาไม่นาน ก็เดินทางมาถึงหอสมุดโบราณที่ณัฐรินีย์ส่งพิกัดให้ทางมือถือ
เมื่อมาถึงเขาก็ตกตะลึงในความสวยงามของหอสมุดโบราณแห่งนี้ไม่ต่างจากณัฐรินีย์
“มีสถานที่แบบนี้ด้วยรึเนี่ย” ธีรเทพพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในของหอสมุด
ทันทีที่ธีรเทพย่างก้าวเข้าในหอสมุด วิลเลียมก็เดินตรงมาหาเขาทันที และเชิญเขาไปยังห้องที่ณัฐรินีย์ทำงาน
“คุณนี่เจ๋งนะ หาสถานที่ทำงานสวยๆ แบบนี้ได้น่ะ”
ธีรเทพเอ่ยชมณัฐรินีย์ทันทีที่เห็นหน้า
“เพื่อนฉันหาให้น่ะ” ณัฐรินีย์ไม่สนใจ เธอง่วนกับการออกแบบในโน้ตบุ๊ค
“เหรอ? แล้วงานถึงไหนแล้วน่ะ?” ธีรเทพหยิบงานออกแบบที่ณัฐรินีย์วางกางไว้บนโต๊ะขึ้นมาดู
“โอ้โห อันนี้ก็ดีเลยนะ แต่แบบ...”
“มันยังไม่โดน”
ธีรเทพและณัฐรินีย์พูดขึ้นมาพร้อมกัน ทั้งคู่มองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา
ถึงณัฐรินีย์จะไม่ชอบขี้หน้าธีรเทพ แต่ด้วยวิธีการทำงาน และความชื่นชอบในการออกแบบ ทำให้ทั้งคู่เข้ากันได้ดี
ท่าทางของทั้งสองคน ทำให้อาคิราและกฤตินที่แอบมองอยู่รู้สึกโล่งอก ที่ไม่เกิดการทะเลาะกันขึ้น
ค่ำคืนที่ชวนวาบหวาม
การทำงานของณัฐรินีย์และธีรเทพเป็ไปอย่างราบรื่น ทั้งสองคนได้ไอเดียจากหนังสือออกแบบโบราณที่อยู่ภายในหอสมุด
ทั้งนี้ หอสมุดแห่งนี้มีกฎไม่ให้ยืมหนังสือโบราณที่มีอายุเกินห้าสิบปีขึ้นไปออกไปข้างนอก ทำให้ทั้งสองคนจำเป็ต้องกลับมาที่หอสมุดแห่งนี้ใหม่ในวันรุ่งขึ้น
“คุณจะกลับรึยัง เดี๋ยวผมไปส่ง” ธีรเทพถามณัฐรินีย์
“ฉันเอารถมา”
“เดี๋ยวผมไปส่งไอเองครับ” กฤตินชิงบอก
“คุณกฤตมีรถเหรอ?”
“นั่งรถเมล์ก็ได้นี่ครับ” กฤตินหัวเราะ
“งั้น...ฉันฝากไอด้วย นี่กุญแจ” ณัฐรินีย์ยิ้มเ้าเล่ห์ ส่งกุญแจรถของเธอให้กฤตินทันที
“เฮ้ย ณัฐ!”
“งั้นเราไปกันเถอะ เจอกันพรุ่งนี้นะไอ”
ณัฐรินีย์โบกมือลาอาคิราอย่างร่าเริง และรีบดึงแขนธีรเทพให้เดินตามเธอไป
“เอ๊า เทกันเฉย” อาคิราบ่นอุบ
“เพื่อนเธอรู้งานดีนี่” กฤตินยักคิ้วให้อาคิรา
“ไปช่วยฉันเช็คหนังสือแปปนึง แล้วเราค่อยกลับกัน”
กฤตินส่งยิ้มหวาน อาคิรารู้ดีว่า เธอปฏิเสธเขาไม่ได้เหมือนเดิม
กฤตินพาอาคิราเข้าไปห้องทำงานส่วนตัวของเขา และให้เธอช่วยเช็คหนังสือที่เพิ่งได้มาใหม่ อาคิราเพลิดเพลินกับการเช็คหนังสือและนำไปเก็บเข้าในชั้นหนังสือ ไม่นานเธอก็ทำเสร็จ
“ขอโทษนะที่ให้อยู่ช่วยจนดึกเลย” กฤตินเก็บหนังสือเล่มสุดท้ายเข้าชั้นพอดี
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันชอบหนังสือน่ะ” อาคิรายิ้มหวานให้กฤติน
“หืม...ยิ้มให้ฉันแบบนี้ อันตรายนะ” กฤตินหรี่ตามองหญิงสาว
“เอ๊ะ?”
กฤตินดันตัวอาคิราไปจนติดชั้นหนังสือ ใบหน้าของเขาใกล้เธอเหลือเกิน หัวใจของอาคิราเต้นระรัว
“รู้มั้ย...ว่าวันนี้เธอแต่งตัวน่ารักเกินไป จนฉันอยากจะ...”
กฤตินไม่พูดเปล่า ริมฝีปากของเขาเคลื่อนไปตามแก้มนุ่มนิ่มของเธอ ลมหายใจอุ่นรดที่ซอกคอ มือของเขาเริ่มซุกซน อาคิราหน้าแดง ตัวสั่นเล็กน้อย กฤตินหอมแก้มเธอเบาๆ
“วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า” กฤตินปล่อยตัวอาคิรา
“ปะ กลับกัน” กฤตินส่งมือให้อาคิรา
“รึอยากจะต่อ ?” กฤตินหัวเราะร่า
“อึก!”
“พอเลย” อาคิราพึมพำก่อนจะส่งมือให้เขา
กฤตินยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทางของอาคิรา
เขาคิดว่า เขารอได้ ถ้าอาคิราพร้อม
เพราะฉะนั้น เขาไม่จำเป็ต้องเร่งรีบ
เขารอมาตั้งนานแล้ว รออีกนิดจะเป็ไรไป