ตอนที่ 140: นวดสะกดราชินีนก
ภายใต้ร่มเงาของวิหารหนองน้ำวิญญาณโบราณอันชำรุดทรุดโทรม แสงแดดรำไรยามอัสดงพาดผ่านรอยแตกของหลังคาศิลาที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ ทาบทับลงมาบนรังยอดไม้นุ่มชุ่มชื้นใจกลางห้องโถงใหญ่ บนรังนุ่มที่ประดับประดาไปด้วยใบไม้ศักดิ์สิทธิ์สีเขียวขจีนั้น ร่างระหงของราชินีปักษาวายุ เจียงหวี่ กำลังนอนคว่ำราบและดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง โดยมีร่างของหลีเฮงนอนทับประคองและโอบรัดเอวบางของนางไว้แน่นจากด้านหลัง
"ปล่อยข้า! เจ้ามนุษย์หน้าหนาสันดานต่ำ! เอามือสกปรกของเจ้าออกไปจากเอวของข้าเดี๋ยวนี้!"
เจียงหวี่ตวาดเสียงแหลมลั่นสะท้อนกำแพงศิลา ใบหน้างดงามสะคราญปานล่มเมืองแดงก่ำด้วยความโกรธระคนอับอายอย่างแสนสาหัส นางคือผู้นำเผ่าปักษาสวรรค์ผู้สง่างามและเย่อหยิ่งทระนงในตบะบารมี ทว่าบัดนี้กลับต้องมานอนหมดสภาพให้บุรุษหนุ่มหน้าหนาที่ไม่มีแม้แต่พลังลมปราณรบระดับสูงกอดรัดล็อกสะโพกกดแนบชิดอยู่บนรังนอนของตนเอง
ปีกสีฟ้ายามเย็นคู่งามที่พับอยู่ข้างลำตัวพยายามกระพือพัดอย่างบ้าคลั่ง หวังจะเรียกกระแสลมวายุอันคมกริบดุจใบมีดตัดผ่านร่างของชายหนุ่มด้านหลังให้ขาดเป็นชิ้นๆ ลมปราณวายุสีฟ้าอ่อนเริ่มก่อตัวขึ้นริบหรี่รอบปลายปีก ทว่าทันทีที่พลังลมปราณไหลเวียนผ่านชีพจร อกอวบอิ่มคู่มหึมาขนาดคัพอีที่แนบชิดอยู่กับพื้นใบไม้ศักดิ์สิทธิ์พลันสะท้อนรับแรงสะเทือน ลมปราณปั่นป่วนตีกระแทกย้อนกลับเข้าจุดตันเถียนจนนางต้องสะดุ้งสุดตัวและร้องครางอึกอักด้วยความเจ็บปวด
"อึก... เจ็บ..." เจียงหวี่ครางสั่น ผิวแก้วตาสั่นระริก ลมปราณวายุที่เพิ่งรวบรวมได้พลันสลายตัวไปในทันที
"แหมๆ ราชินีเจียงหวี่ ข้าเตือนท่านแล้วอย่างไรเล่าว่าอย่าเพิ่งฝืนโคจรปราณวายุสะเปะสะปะแบบนั้น" หลีเฮงยิ้มกริ่มขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอขาวเนียนของนาง ลมหายใจอุ่นๆ พัดเป่าผิวเนื้อจนเจียงหวี่สะดุ้งตัวสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกประหลาด "ชีพจรปีกของท่านได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการสะท้อนกลับของค่ายกลใหญ่ หากท่านยังดื้อดึงอยากประทุษร้ายสามีสุดที่รักคนนี้ล่ะก็ เส้นชีพจรทั้งหมดอาจจะขาดสะบั้นจนกลายเป็นนกปีกหักบินไม่ได้ตลอดกาลเชียวนะ"
"ใครเป็นสามีของเจ้า! อย่ามาพ่นวาจาสามหาวหน้าด้านๆ นะ! ข้าดวงจิตปักษาสวรรค์ไม่มีวันยินยอมตกเป็นของเล่นราคะของมนุษย์กะล่อนเช่นเจ้าแน่! ปล่อยข้าดิ้นรนหลุดพ้น ข้าจะใช้กรงเล็บลมฉีกปากดีๆ ของเจ้าให้เหวอะหวะ!" แม้จะบาดเจ็บและร่างกายไร้เรี่ยวแรง ทว่าฝีปากของนางยังคงดุเดือดเผ็ดร้อน ถลึงตามองหลีเฮงด้วยความแค้นเคืองปานจะกินเลือดกินเนื้อ
หลีเฮงไม่ได้โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะคิกคักด้วยความทะเล้นชอบใจ ยิ่งนางพยศและขัดขืนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากจะกำราบความเย่อหยิ่งของแม่นกน้อยคนสวยนี้ลงราบคาบมากเท่านั้น ชายหนุ่มนอนเบียดสะโพกเข้าหาบั้นท้ายกลมกลึงนุ่มนิ่มของนางอย่างจงใจ สัมผัสความแน่นตึงที่กดทับผ่านเนื้อผ้าทำให้เขาต้องสูดปากเบาๆ
"ในเมื่อท่านปากดีและไม่ยอมจำนนแต่โดยดี เช่นนั้นข้าก็คงต้องใช้มาตรการพิเศษปราบพยศเสียหน่อยแล้ว"
หลีเฮงลอบประสานจิตคุยกับระบบในหัวทันที หน้าต่างสีทองโปร่งแสงพลันเด้งขึ้นมาตรงหน้า
*ติ๊ง!*
[ระบบเทพแมงดา ตรวจพบการเรียกใช้งานหน้าร้านค้าและสรุปธุรกรรมระบบประจำวัน:]
- ได้รับแต้มปันผลรายวันสะสมจากหุ่นเทพสวมรอยวังหิมะ: +3,000 แต้มแมงดา
- ยอดแต้มสะสมปัจจุบันในคลังระบบขยับเพิ่มขึ้นเป็น 61,500 แต้ม
- ทำการหักชำระเงินซื้อไอเท็มพิเศษ: "น้ำมันหอมนวดระเหยสมุนไพรกำราบใจปักษา" จำนวน 1 ขวด: -6,000 แต้มแมงดา
- ยอดแต้มคงเหลือสะสมสุทธิหลังหักลบธุรกรรมเท่ากับ 55,500 แต้มพอดี!
- แต้มวิบัติสะสมคงเดิมที่ 68 แต้ม
- ค่าศักดิ์ศรีสะสมคงเดิมที่ -60 แต้ม
ในฉับพลันนั้น ขวดหยกสีฟ้าอมเขียวสลักลวดลายขนปีกวิหคอันประณีตงดงามพลันปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของหลีเฮงอย่างอัศจรรย์ ชายหนุ่มเปิดฝาขวดออกอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้น กลิ่นหอมอโรม่าอันแสนละมุนละไม เข้มข้นแต่อ่อนหวานของเกสรดอกไม้ปักษาสวรรค์และสมุนไพรกำราบจิตใจโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถงวิหารรกร้างในพริบตา กลิ่นของมันหอมหวานราวน้ำผึ้งป่าผสมกลิ่นไม้หอมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล
เจียงหวี่ที่นอนเกร็งร่างโวยวายอยู่พลันชะงักเมื่อสูดกลิ่นหอมนี้เข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ ทันใดนั้น ดวงตาคู่สวยของนางที่เคยเบิกกว้างด้วยความเคียดแค้นก็เริ่มสั่นไหวและปรือปรอยลงเล็กน้อย ลมหายใจที่หอบถี่กระชั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นลึกและสั่นสะท้าน ร่างกายที่เคยเกร็งแข็งขัดขืนกลับรู้สึกผ่อนคลายลื่นไหล และมีกระแสความร้อนแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านจากจมูกลงไปสู่จุดกึ่งกลางลำตัวอย่างรวดเร็ว
"นี่มัน... กลิ่นบ้าอะไรกัน... อึก... ทำไมตัวข้าถึงได้รู้สึกร้อนรุ่มเช่นนี้..." นางพยายามจะสลัดหัวไล่ความมึนงง ทว่ากลิ่นหอมระเหยนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความรู้สึกรัญจวนใจและปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายของนางให้ตื่นขึ้น
"นี่คือตัวช่วยที่จะทำให้ราชินีผู้เย่อหยิ่งอ่อนโยนลงอย่างไรเล่า" หลีเฮงเอ่ยกระซิบอย่างละมุนละไม เขาพลิกร่างระหงของเจียงหวี่ให้นอนคว่ำหน้าอย่างถนัดถนี่บนรังยอดไม้ จากนั้นจึงเอื้อมมือฉีกทึ้งเสื้อผ้าไหมสีฟ้าที่ขาดวิ่นของนางออกอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดขาวผ่องราวกับหยกสลักชั้นดี ผิวพรรณลื่นละมุนไม่มีที่ติลามลงไปถึงเอวคอดกิ่วและสะโพกขาวผ่องนุ่มนิ่มขนาดมหึมางอนงามสะดุดตา
หลีเฮงเทน้ำมันนวดสีใสอมฟ้าที่มีความอุ่นร้อนกำลังดีลงบนฝ่ามือของตนเองเป็นจำนวนมาก กลิ่นหอมระเหยกำราบใจฟุ้งกระจายเข้มข้นยิ่งขึ้น เขาลูบฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าหากันเพื่อวอร์มน้ำมันจนเกิดความร้อนผ่าว จากนั้นจึงวางฝ่ามืออุ่นร้อนลงบนหัวไหล่มนของเจียงหวี่ทันที!
"อุ๊ย! อ๊ะ..." เจียงหวี่สะดุ้งครางเสียงสั่นสะท้านยามเมื่อฝ่ามือชโลมน้ำมันอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อเปลือยเปล่าของนาง
หลีเฮงเริ่มโคจรพลังลมปราณผ่านวิชา "สัมผัสผ่อนคลาย ขั้น 4" อันสะกดจิตใจประสานเข้ากับ "อุ้งมือมาร ขั้น 2" ที่สะกิดรอยชีพจร เขาเริ่มลงมือนวดเฟ้นอย่างประณีตและมีศิลปะ ปลายนิ้วและฝ่ามือที่เปียกลื่นชโลมน้ำมันค่อยๆ กดลากเบาหนักสลับกันไปตามกล้ามเนื้อบ่าและข้อต่อปีกนกคู่งามที่พับอยู่ ปีกสีฟ้ายามเย็นสะบัดสั่นระริกด้วยความเสียวแปลกใหม่ยามที่นิ้วของเขาบดคลึงลากผ่านจุดอ่อนไหวสะกิดชีพจร
"อื้อ... เจ้ามนุษย์บ้า... ข้าบอกให้หยุด... อย่าแตะต้องปีกของข้า..." เจียงหวี่พยายามส่งเสียงห้าม ทว่าน้ำเสียงที่เคยดุดันแข็งกร้าวบัดนี้กลับแผ่วเบาและสั่นเครือหวานล้ำราวกับเสียงครางออดอ้อน
"อย่าปากเก่งไปเลยน่ะ นอนเฉยๆ แล้วรับความสุขสบายนี้ไปเถิด" หลีเฮงเอ่ยเย้า สองมือลื่นไหลชโลมน้ำมันนวดลงไปตามแผ่นหลังเนียน สลักเส้นลึกข้างกระดูกสันหลังอย่างละเมียดละไม ลมปราณอุ่นละมุนของวิชาสัมผัสผ่อนคลายแผ่ซ่านทะลวงผ่านผิวเนื้อเข้าสู่เส้นชีพจรปีกที่อุดตันและช้ำใน ฤทธิ์ร้อนซ่านเย้ายวนของน้ำมันสมุนไพรกำราบใจผสมกับลมปราณอุ่นของหลีเฮงทำหน้าที่เสมือนไฟอ่อนๆ ที่คอยละลายเกราะป้องกันทางใจของสตรีปีกสวรรค์ลงทีละน้อย
ฝ่ามืออันเชี่ยวชาญของหลีเฮงลื่นไถลลงมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงเอวบางคอดกิ่ว ชายหนุ่มเน้นการนวดบดขยี้สะกดจุดข้างบั้นเอวที่ตึงเกร็ง ก่อนจะทาชโลมน้ำมันหอมนวดระเหยสมุนไพรกำราบใจปักษาลงบนบั้นท้ายขาวนิ่มและสะโพกขาวผ่องมหึมาของนาง มือหนาบีบเคล้นเฟ้นเนื้อสะโพกนุ่มละมุนอย่างเต็มเหนี่ยว ขยำและยกนวดคลึงสะโพกงามงอนงามนั้นสลับกับการบดนิ้วโป้งเน้นน้ำหนักลงบนแก้มก้นขาวนิ่มจนเนื้อสะโพกเปลี่ยนรูปตามแรงมือของเขาอย่างเร้าใจสุดขีด
"อ๊า... ฮ้า... อึก... เสียว... ร้อนเหลือเกิน..." เจียงหวี่ไม่สามารถสะกดกลั้นความรู้สึกสยิวซ่านสะท้านรัญจวนใจได้อีกต่อไป นางซบใบหน้าลงกับใบไม้ศักดิ์สิทธิ์ ขบเคี้ยวริมฝีปากแน่นจนตัวสั่นระริก สะโพกกลมกลึงเต่งตึงของนางขยับสั่นสู้มือหนาไปตามสัญชาตญาณความกระสัน
น้ำมันอโรม่ากลิ่นหอมฟุ้งที่ลื่นเหนอะหนะเคลือบผิวเนื้อสะโพกของนางจนสะท้อนแสงแดดยามเย็นเป็นมันวาวเลื่อมพราย นิ้วของหลีเฮงแกล้งลากเบาผ่านเส้นสายชีพจรกระสันทลวงลึกชำแรกเข้าไปใต้ขาหนีบ ร่างกายของเจียงหวี่กระตุกเบาๆ สั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย ลมวายุศักดิ์สิทธิ์ที่นางพยายามสะสมต้านทานพังทลายลงอย่างราบคาบสิ้นเชิง ลมปราณปั่นป่วนกลายเป็นความปรารถนาและแรงกระสันอันร้อนรุ่ม
หลีเฮงยิ้มมุมปากอย่างผู้คุมเกม เขาขยับร่างเลื่อนขึ้นไปเล็กน้อย พลิกร่างที่นิ่มระทวยของราชินีวิหคปีกงามให้หันกลับมานอนหงายหน้าขึ้นอย่างนุ่มนวล เจียงหวี่ในยามนี้ไม่มีแม้แต่แรงจะปกปิดร่างกาย ใบหน้างดงามหยาดเยิ้มแดงก่ำ แววตาสีฟ้าครามฉ่ำปรือระคนสับสนด้วยอารมณ์ราคะ สองมือเรียวพยายามจะยกขึ้นมาผลักอกของหลีเฮง ทว่ากลับทำได้เพียงแค่วางทาบบนแผงอกแกร่งไร้ซึ่งแรงขัดขืนใดๆ
สายตาของหลีเฮงจับจ้องไปยังปทุมถันคู่มหึมามหัศจรรย์คัพอีที่ชูชันอยู่ตรงหน้า เต้าปทุมคู่โตขาวผ่องอร่ามมีขนาดใหญ่โตปานลูกท้อสวรรค์ ปลายยอดปทุมถันสีชมพูเข้มชูชันตั้งตระหง่านท้าทายสายตาจากการถูกกระตุ้นด้วยความสยิวและน้ำมันหอมระเหยที่ไหลอาบชุ่มชื่นเกลี่ยผิวเนื้อ
"ใหญ่โตนุ่มฟูสมเป็นปักษาสวรรค์จริงๆ ขอข้าลองพิสูจน์หน่อยเถอะว่าจะนุ่มมือขนาดไหน"
หลีเฮงเทน้ำมันสีใสอุ่นลงบนทรวงอกของนางตรงๆ หยาดน้ำมันไหลรินผ่านยอดอกสีหวานตกลงร่องกลางอกอันลึกเย้ายวน ชายหนุ่มวางฝ่ามืออุ่นจัดลงบนปทุมถันคู่มหึมาทั้งสองข้างทันที สัมผัสแรกนุ่มหยุ่นแน่นมือจนล้นทะลักง่ามนิ้วของเขาออกมาอย่างเหลือเชื่อ หลีเฮงเริ่มชโลมบดนวดบีบเคล้นเฟ้นเต้าเต่งตึงคู่โตของนางอย่างละเมียดละไมและเย้ายวนใจสูงสุด เขาใช้ฝ่ามือนวดวนเป็นวงกลมดันประคองเต้าคู่โตบีบเค้นขยำสลับซ้ายขวาอย่างละมุนละไม จังหวะการบดนวดเบาหนักสลับกันไปอย่างช้าๆ ชวนให้ใจหายใจคว่ำ
"อ๊ะ... อ๊า... เจ้ายาสมุนไพรชั่วร้าย... ใส่สิ่งใดลงไป... อือ... อกของข้าจะแตกออกอยู่แล้ว..." เจียงหวี่ครางเสียงกระเส่าสั่นระริก สองเต้าสะบึมขยับสั่นไหวและกระเพื่อมไหวรุนแรงตามแรงบีบคลึงเค้นของฝ่ามือหนา ความร้อนผ่าวและกลิ่นหอมของน้ำมันนวดผสานกับปราณอุ้งมือมารสะกิดจุดกระสันยอดอก ทำให้ปลายนมของนางชูชันแข็งสู้มือนิ้วปูดโปน ร่างอรชรแอ่นอกรับรสสัมผัสบดนวดอย่างลืมตัว
"น้ำมันนี้ไม่มีสิ่งใดชั่วร้ายหรอกนะ มีเพียงเกสรสมุนไพรที่กระตุ้นความรักและผ่อนคลายจิตใจเท่านั้น นอนครางหวานๆ ให้ข้าฟังแบบนี้สิถึงจะน่ารัก" หลีเฮงพูดจาปลอบประโลมเสียงกะล่อนทว่าการกระทำกลับดุดันเร้าอารมณ์เพิ่มขึ้น เขาใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางคีบยอดปทุมถันสีหวานดึงขึ้นเบาๆ แล้วบดบี้คลึงวนเบาๆ จนเจียงหวี่เสียวซ่านถึงขีดสุด แอ่นส่ายหน้าอกสะบึมเบียดนิ้วมือของเขา ครางเสียงหวานระงมสลบสยบ
ในขณะที่มือหนึ่งนวดบดขยี้ปทุมถันคู่โตคัพอี อีกมือหนึ่งของหลีเฮงก็ลากลื่นไหลผ่านหน้าท้องแบนราบเรียบเนียนละเอียดที่ชโลมน้ำมันอุ่นชื้นลงไปสู่สะโพกและต้นขาขาวผ่อง ปลายนิ้วอันมีวิชาอุ้งมือมารเคลื่อนคลานผ่านเนินเนื้อสวรรค์อวบอูม สะกิดโดนจุดชีพจรกระสันส่วนลึกกึ่งกลางรอยแยกปากทางรักที่ปูดนูนชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำหวานและน้ำมันหอมระเหยปนกันสะท้อนเป็นประกายน้ำฉ่ำเยิ้ม
"อ๊ายยย! อย่า... ตรงนั้นมัน... อ๊ะ... เสียว... อ๊า!"
เจียงหวี่เบิกตากว้างสะดุ้งตัวโยน ขาทั้งสองข้างพยายามหนีบเข้าหากันตามสัญชาตญาณป้องกันตัว ทว่าน้ำมันลื่นจัดบวกกับปราณอุ้งมือมารที่สะกิดเข้าตรงจุดสำคัญทำให้จุดชีพจรกระสันและร่องรักร้อนระอุราวกับถูกสุมด้วยไฟป่า หยาดน้ำหวานสีใสของนางหลั่งรินไหลเปียกชุ่มกางเกงในผ้าไหมสีฟ้าจนฉ่ำแฉะ ร่างระหงสั่นสะท้านอย่างควบคุมตนเองไม่ได้
น้ำมันหอมระเหยและปราณสะกิดจุดของหลีเฮงเจาะลึกทะลายกำแพงลมปราณและจิตใจของนางจนสิ้นซาก เจียงหวี่นอนหอบหายใจรวยริน เหงื่ออุ่นๆ เม็ดเป้งผุดขึ้นตามใบหน้างดงามและหน้าอกสะบึมเปียกชุ่มสะท้อนแสงแดดทอประกายเซ็กซี่เย้ายวน ปากเก่งๆ ดื้อรั้นปากดีที่เคยโวยวายขัดขืนเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องครางกระเส่าหวานสั่น สยบยอมนอนสิ้นฤทธิ์ขัดขืน ยินยอมปล่อยให้ชายหนุ่มหน้าด้านชโลมบีบเค้นเฟ้นเต้าและสะโพกตามใจชอบอย่างสิ้นเชิง ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่านและจำนนต่อธรรมชาติรักบำเพ็ญคู่
"เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ แม่นกน้อยปากเก่งของข้า? หายเหนื่อยแล้วหรือยัง?" หลีเฮงโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตแก้มนุ่มเนียนที่แดงซ่านและชื้นเหงื่อเบาๆ สูดดมกลิ่นอายหญิงสาวปนกลิ่นน้ำมันหอมอโรม่าสมุนไพรโบราณอย่างลุ่มหลง
เจียงหวี่ส่งเสียงครางเครืออื้ออึงในลำคอ ดวงตาพริ้มปรือมองใบหน้ายิ้มกวนประสาทของสามีในอนาคตด้วยความจำนนสะท้านใจ นางรู้ดีว่าตนเองพ่ายแพ้แล้วอย่างหมดรูปและตกอยู่ในกำมือของมนุษย์กะล่อนหน้าหนาผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ นอนรอเวลาเพื่อเข้าสู่กระบวนการประกอบมหาพิธีกรรมร่วมรักบำเพ็ญคู่สลักยีนส์วิหคศักดิ์สิทธิ์อย่างใจจดใจจ่อไร้แรงต่อต้านขัดขืนอีกต่อไปในภายภาคหน้า!
แสงตะวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปหลงเหลือเพียงค่ำคืนที่เงียบสงบในซากวิหารศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงเสียงครางกระเส่าเบาบางของราชินีปักษาวายุและกลิ่นหอมอโรม่าระเหยที่โชยพัดโชยระรื่น ล้อมรอบสองร่างที่พันผูกชุ่มชื่นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำมันหอมและหยาดน้ำรักแรกเริ่มบำบัดรักษาบนรังยอดไม้ศักดิ์สิทธิ์อย่างแสนซ่านสยิวหัวใจ!