‘ขณะนี้ได้เกิดโรคระบาดบางอย่างขึ้นที่เมืองJ ผู้คนที่ติดเชื้อลุกขึ้นมากัดคนด้วยกันและทำให้ผู้ที่ถูกกัดนั้นติดเชื้อ เวลานี้มีผู้คนที่ถูกกัดเป็จำนวนมากและเริ่มกระจายไปทั่วทั้งเมือง และคาดว่าจะมาถึงเมือง L ในไม่ช้าขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมือง L และพื้นที่ใกล้เคียงอย่าออกจากบ้านยามวิกาลและล็อกบ้านให้มิดชิด’
ข่าวในทีวีตอนนี้กำลังฉายภาพเหตุการณ์ความโกลาหลวุ่นวาย แล้วจู่ ๆ ก็มีคนจากที่ไหนก็ไม่รู้กัดเข้าที่ลำคอผู้หญิงคนนั้นอย่างจังและหลังจากนั้นไม่นานหญิงที่ถูกกัดก็ลุกขึ้นมา แล้วไล่กัดคนอื่น จนกระทั่งมีใครคนหนึ่งใช่ดาบที่มีความยาวประมาณหนึ่ง่แขน แทงเข้าไปกลางศรีษะของร่างที่ไร้ซึ่งความคิด แล้วชักดาบออก มันเป็ภาพที่น่าสยดสยองจนไม่อาจทนดูได้
“กะทิ! เก็บของที่คิดว่าสำคัญที่สุดในชีวิตแก แล้วก็พวกมีด พวกปืนหรืออาวุธที่มีเก็บใส่กระเป๋าเป้ให้หมด” อีธานเพื่อนสนิทกะทิรีบเปิดประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อน
“เร็วสิไอโรคระบาดบ้านั่นมันมาถึงห้างแถวชานเมืองแล้ว”
“เดี๋ยวสิแล้วพ่อล่ะ? น้านาลูกับพริตซี่ด้วยยังไม่กลับมาเลย” กะทิถามอีทานจะให้เขาเอาตัวรอดแค่คนเดียวแล้วทิ้งพ่อไว้ไม่ได้ ไหนจะครอบครัวใหม่พ่ออีก
“พ่อแกกับเมียพ่อแกแล้วก็ยัยปลากระดี่นั่นหนีไปั้แ่ไวรัสมันเริ่มกระจายมาที่เมือง L แล้ว ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าพวกมันต้องไม่เอาแกไปด้วย เหอะ!” อีธานพูดออกมาด้วยความโมโห เพราะยัยปลากระดี่สองแม่ลูกนั่นคอยแต่จะรังแกกะทิ ใส่ร้ายสาระพัดสาระเพ จิกหัวใช้งานกะทิเหมือนคนใช้“ไปเก็บของเหอะเราต้องไปแล้ว”
และของสำคัญที่กะทิไปเก็บใส่กระเป๋าเป้ก็คือพวกอาหารสำเร็จรูป มันสำคัญมากเลยนะ!ถ้าไม่กินจะมีแรงได้ยังไง จากนั้นก็ไปเก็บพวกมีด แล้วก็เสื้อผ้าสักชุดสองชุดแล้วก็ผ้าห่มบางสักสองผืนและเข้าไปในห้องเพื่อหาปืนที่พ่อเก็บไว้ ว่าพ่อได้เอาไปด้วยหรือเปล่า เหลือหนึ่งกระบอก อย่าน้องพ่อก็ยังเป็ห่วงเขาไม่เอาปืนไปหมด
เก็บของเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินไปหาอีธานที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน“ไปขึ้นรถเลย”
“เราจะไปที่ไหนกันหรอ?” กะทิตั้งคำถาม “จุดหมายของเราคือเมืองXพ่อฉันบอกว่าที่นั่นปลอดภัย” อีธานตอบ พ่อของอีธานเป็หัวหน้าใหญ่ขององค์กรเมืองX “พวกที่ติดเชื้อไวรัสเข้าไปที่นั่นไม่ได้เพราะที่เมืองนั้นล้อมรอบไปด้วยแหล่งน้ำจะมีทางเข้าแค่ทางเดียวคือทางชายป่า และพ่อฉันยังบอกอีกว่าพวกมันไม่กล้าเข้าใกล้น้ำยิ่งเราอยู่ใกล้แหล่งน้ำเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัย” กะทิกับอีธานช่วยกันขนของขึ้นรถที่อีธานเตรียมมาให้ง่ายต่อการเดินทาง
ทั้งสองขับรถออกมาได้สักพักแล้วแต่บริเวณที่พวกเขากำลังอยู่นั้น มันเงียบเหมือนกับว่าเป็หมู่บ้านร้าง
ปึก! รถชนเข้ากับผู้ติดเชื้อคนหนึ่งกะทิใมากจนแทบช็อก เพราะสิ่งที่ชนคือพวกที่ติดเชื้อใบหน้าของมันเละแขนผิดรูป อีธานที่ได้สติจากรถไปและใช้ดาบฟันเข้าที่หัวของร่างๆ นั้น จนมันไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ “ถ้าไม่อยากให้มันเข้ามากัดเราก็ต้องฆ่ามันที่หัวเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้ว”หลังจากนั้นพวกเขาจึงเดินทางต่อ ยิ่งเข้าไปลึกมาเท่าไหร่พวกุ์พวกนี้ก็เริ่มเยอะขึ้น กะทิกลัวอีธานจะเหนื่อยบวกกับเขาไม่อยากเป็ภาระให้อีธานจึงหยิบมีดเล่มยาวแล้วลงจากรถ
กะทิใช้มีดแทงเข้าที่หัวมันที่ละตัวแบบที่อีธานทำจนหมดและขึ้นมานั่งหอบกันบนรถ
“ฮืดทำไมยิ่งมาใกลมันยิ่งเยอะขึ้นล่ะอีธาน ถ้าขืนเจอแบบนี้อีกรอบเราหมดแรงแน่”กะทิบอกกับอีธานพลางหอบไปด้วย
“ฉันก็ว่างั้นเอ้าแกไหวหรือเปล่าเนี่ย กินน้ำก่อน” อีธานหยิบจากเบาะหลังมาให้กะทิและตัวเองดื่ม
กะทินั่งคิดและขมวดคิ้วอยู่พักใหญ่จนอีธานทนไม่ไหวต้องถามออกมา
“เป็อะไรกะทิ เห็นขมวดคิ้วตั้งนานแล้ว”
“อีธานเราคิดว่าพวกที่ติดเชื้อกำลังล้อมพวกเรา ตอนนายมารับเราที่บ้าน นายบอกว่าพวกที่ติดเชื้อมาถึงชานเมืองแล้ว และพอเรายิ่งขับรถเข้าไปเท่าไหร่พวกมันก็ยิ่งเยอะขึ้นไม่ใช่ว่าเมืองA ตอนนี้จะเป็แบบในข่าวใช่ไหม”กะทิบอกสิ่งที่คิดอยู่ให้อีธานฟัง
“....ถ้าพวกเราโดนล้อมจริงเราตายแน่” อีธานว่าพลางใช้มือกุมขมุบ ถ้าเป็แบบนั้นพวกเขาแทบจะไม่มีทางรอด ถึงพวกมันจะมองไม่เห็นแต่มันไวต่อเสียงนั่นคือปัญหาหากเขาพากะทิขับรถไปต่อ ต้องถูกพวกมันจัดการแน่
“เราทิ้งรถแล้วเดินไหมอีธานนี่ก็จะมืดแล้ว เดินหาที่พักคืนนี้ดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินกันต่อ ถ้าขืนขับต่อไปคงไม่พ้นโดนกินอีกอย่างเราเลี่ยงปะทะกับพวกมันก็ดีนะ ถ้าให้เราสู้แบบเมื่อตะกี้เราเป็ลมตายก่อนแน่ ๆ” กะทิบอกอีธาน
“ดีเหมือนกัน ฉันก็เริ่มจะเมื่อยแล้ว”