ท่ามกลางบรรยากาศอันรุ่งโรจน์ของเช้าวันใหม่ แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนป้ายไม้พะยูงแกะสลักปิดทองคำเปลวเลอค่าที่เขียนด้วยอักษรวิจิตรว่า **"หอศิลป์สกุลหลี่"** เสียงประทัดนับหมื่นนัดถูกจุดขึ้นจนควันสีขาวอบอวลไปทั่วบริเวณสลับกับเสียงปี่พาทย์มงคลที่บรรเลงต้อนรับแขกเหรื่ออย่างครึกครื้น นี่คือวันเปิดตัวกิจการอย่างเป็นทางการที่ถูกจัดฉากขึ้นมาอย่างแยบยลที่สุดภายใต้ความบงการของ **ลุงหลี่** พรานเฒ่าผู้ไม่เคยทิ้งร่องรอยในหมากที่เขาวางไว้
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนเป็นขุนนางชั้นสูง พ่อค้ารวย และบุคคลสำคัญในเมือง ทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดไหมแพรงามอย่างเต็มยศ ผู้หญิงสวมชุดฮูหยินสีสันสดใสประดับเครื่องประดับทองคำและอัญมณี ส่วนผู้ชายใส่ชุดขุนนางเต็มยศพร้อมหมวกขนนกและเข็มขัดหยก บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงสนทนาที่ครึกครื้น เสียงหัวเราะ และคำชมเชยต่อความหรูหราของหอศิลป์แห่งใหม่นี้
**หลินฮวา** ยืนโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนในฐานะผู้จัดการร้านสาวผู้เลอโฉม นางสวมชุดฮูหยินที่ตัดเย็บจากผ้าไหมสีชมพูกลีบบัว ปักลวดลายดอกโบตั๋นด้วยไหมทองคำระยิบระยับที่ล้อไปกับแสงแดด เส้นผมดำขลับถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีตประดับด้วยปิ่นหยกขาวระย้าที่สั่นไหวทุกครั้งที่นางขยับกาย ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีนวลเนียนราวกับนางในภาพวาดพู่กันจีน ริมฝีปากแดงกุหลาบเข้มที่ทาด้วยสีปากธรรมชาติ แก้มแดงระเรื่อที่ปัดด้วยผงแป้งละเอียด และคิ้วโค้งงามที่เขียนด้วยดินสอดำ
ทว่าภายใต้รอยยิ้มแช่มช้อยที่ต้องรับแขกเหรื่อ หัวใจของนางกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เมื่อรู้ดีว่าความมั่งคั่งที่ปรากฏเบื้องหน้านั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกปิดความผิดบาปที่แสนรัญจวนใจ นางต้องยืนยิ้มรับแขกที่มาแสดงความยินดี ต้อนรับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและสุภาพ แต่ในใจกลับนึกถึงคืนที่ผ่านมาที่นางต้องสยบยอมต่อลุงหลี่และมุกสามเม็ดของเขา ความทรงจำเหล่านั้นทำให้ใบหน้านางร้อนผ่าวและต้องใช้พัดกำมะหยี่ปิดบังใบหน้าเป็นระยะ
**หลี่เหว่ย** ในชุดขุนนางเต็มยศสีน้ำเงินเข้มที่ดูสง่างามยืนเคียงข้างภรรยาด้วยความภาคภูมิใจ เขาสวมหมวกขุนนางประดับขนนกยูงและเข็มขัดหยกแท้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและความหวังในอนาคตที่สดใส เขาไม่รู้เลยว่าความสำเร็จที่เขาเห็นนี้คือเพียงฉากบังหน้าของแผนการอันชั่วร้าย เขากุมมือหลินฮวาไว้แน่นก่อนจะกล่าวอำลาต่อหน้าญาติมิตรที่มาร่วมยินดี
"หลินฮวา... ข้าต้องเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ที่หัวเมืองใกล้เคียงในบ่ายวันนี้" เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "งานราชการที่นั่นเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ที่อาหลี่ช่วยผลักดันให้ข้าได้แสดงฝีมือ ข้าอาจจะไม่ได้กลับมาหาเจ้าทุกสัปดาห์ในช่วงแรกของการปรับตัว เพราะงานด้านความมั่นคงและเอกสารค่อนข้างล้นมือ อาจจะต้องใช้เวลาสักหนึ่งเดือนเพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง"
เขาหยุดชั่วครู่ มองดูความเจริญรุ่งเรืองรอบตัวด้วยความพอใจ "แต่หลังจากนั้น ข้าสัญญาว่าจะกลับมาหาเจ้าที่เรือนพักด้านหลังร้านแห่งนี้ทุกๆ สุดสัปดาห์ เมื่อข้าได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น เราจะได้มีฐานะที่ดีกว่านี้อีกมาก"
หลี่เหว่ยทอดสายตามองไปยัง **เรือนพักขนาดกลาง** ที่ตั้งอยู่เยื้องไปทางด้านหลังของหอศิลป์ เรือนแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 เรือนย่อยล้อมรอบสวนไผ่ที่ตกแต่งอย่างร่มรื่น มีสระน้ำเล็กๆ ตรงกลางที่มีปลาทองแดงว่ายเล่นอยู่ รอบสระปลูกดอกบัวและดอกไผ่ที่ให้ความรู้สึกสงบเงียบ เรือนกลางถูกจัดให้เป็นที่พักของหลินฮวา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หอมและผ้าไหมสีอ่อน ส่วนเรือนปีกซ้ายถูกจัดไว้ให้ **ท่านลุงหมิง** เพื่อให้สะดวกในการดูแลกิจการและปกป้องหลานสาวตามคำสั่งของหลี่เหว่ยที่แสนจะโง่เขลา
"ท่านพี่มิควรเป็นห่วงข้า งานราชการคือเกียรติยศของตระกูลหลี่" หลินฮวาตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลทว่าหนักแน่น "ข้าจะตั้งใจบริหารหอศิลป์แห่งนี้และใช้ชีวิตอย่างสำรวมที่เรือนพักเพื่อรอท่านพี่กลับมาเจ้าค่ะ" แววตาของนางช่างดูซื่อสัตย์จนสามีไม่เอะใจเลยว่า พายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำในชีวิตของนางนั้นร้ายแรงกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
ขณะที่หลี่เหว่ยกำลังพูดคุยกับแขกเหรื่อ ลุงหลี่ยืนอยู่ไม่ไกลนักพลางสังเกตการณ์ด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาสวมชุดผ้าไหมสีเข้มที่ดูมีเกียรติและสง่างาม หน้าตาดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ แต่ในดวงตาของเขากลับแฝงไปด้วยความพอใจอย่างลึกลับเมื่อมองดูหลินฮวา เขาคิดถึงแผนการที่สมบูรณ์แบบ ถึงการที่เขาจะได้ครอบครองนางได้ทุกวันในเร็วๆ นี้
เมื่อขบวนม้าของหลี่เหว่ยลับสายตาไปจากหัวถนน บรรยากาศรอบตัวหลินฮวาก็เปลี่ยนไปทันที แขกเหรื่อเริ่มทยอยกลับเหลือเพียงบ่าวไพร่ที่กำลังจัดเก็บสถานที่ เก็บโต๊ะเก้าอี้ ล้างจานชาม และกวาดทำความสะอาดบริเวณ เสียงครึกครื้นค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงใสๆ ของใบไผ่ที่ปลิวไสวตามลม
ลุงหลี่ขยับเข้ามาใกล้หญิงสาวพลางกวาดสายตามองเรือนร่างของนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เปิดเผยความปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง สายตาของเขาเลื่อนไปตามรูปร่างที่สง่างามของนาง จากใบหน้าที่งดงาม ลงมาที่คอเรียวขาว ทรวงอกที่อวบอิ่ม เอวเล็กที่รัดด้วยผ้าไหม และสะโพกมนที่ดูเย้ายวน เขาขยับยิ้มกริ่มที่มุมปากพลางเชิญชวนให้นางเข้าไปสำรวจภายในร้าน
"เอาล่ะ... ในเมื่อเจ้าบ้านไปทำหน้าที่ทางไกลแล้ว เราก็ควรมาตรวจสอบ **'สมบัติ'** ของเราเสียหน่อยนะหลินฮวา" เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหมายซ่อนเร้น
ลุงหลี่เดินนำนางผ่านเคาน์เตอร์ไม้หอมขนาดใหญ่ที่ใช้รับแขก เข้าไปทางด้านหลังซึ่งมีม่านไหมหนาหนักปักลายมังกรคาบแก้วกั้นพื้นที่ลับไว้ ม่านผืนนี้ทอด้วยไหมเกรดพิเศษสีแดงเข้มที่มีลวดลายมังกรทองคำปักอย่างประณีต แต่ละเส้นไหมถูกเลือกสรรมาอย่างดี ทำให้ม่านดูหนาทึบและสามารถกั้นเสียงได้เป็นอย่างดี เมื่อลุงหลี่ดึงม่านออก กลิ่นกำยานอ่อนๆ ลอยออกมาจากด้านใน ผสมกับกลิ่นไม้จันทน์ที่สร้างบรรยากาศลึกลับและเร้าใจ
หลังม่านนั้นคือบันไดไม้พะยูงที่ซอกซอนขึ้นสู่ชั้นสองของอาคาร บันไดแต่ละขั้นแกะสลักลวดลายดอกไม้และใบไผ่อย่างประณีต ราวบันไดทำจากไม้หอมเก่าแก่ที่ขัดเงาจนเป็นมันวาว ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนบันไดจะมีเสียงแผ่วเบาที่ไพเราะ โดยมี **ท่านลุงหมิง** เดินตามมาเงียบๆ พร้อมกับชุดอุปกรณ์วาดภาพที่เตรียมมาอย่างครบครัน ทั้งพู่กันขนาดต่างๆ จานสีที่เรียงเป็นระเบียบ หมึกจีนคุณภาพดี และกระดาษวาดภาพเกรดพิเศษ
เมื่อประตูไม้บานใหญ่บนชั้นสองถูกผลักออก หลินฮวาถึงกับต้องกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึงลาน พื้นที่ด้านบนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็น **วิมานลับ** ที่หรูหราจนแทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือชั้นบนของร้านขายภาพ ห้องกว้างขวางกว่าที่นางคาดไว้ เพดานสูงโปร่งประดับด้วยคานไม้แกะสลักลายพฤกษาที่วิจิตรงดงาม มีโคมไฟแขวนทำจากแก้วสีต่างๆ ที่สร้างแสงสีอบอุ่นและโรแมนติก
ผนังห้องทุกด้านบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้มหนาทึบเพื่อเก็บเสียงและกั้นแสงแดดจากภายนอก ผ้าเหล่านี้นำเข้ามาจากต่างแดน มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนและดูดซับเสียงได้ดีเยี่ยม ทำให้ห้องนี้เงียบสนิทจากโลกภายนอก มีเพียงแสงเทียนจากเชิงเทียนทองเหลืองที่ตั้งอยู่ตามมุมห้องที่ส่องให้เห็นความอลังการ เทียนเหล่านี้ทำจากขี้ผึ้งแท้ผสมกับน้ำมันหอมระเหย จึงให้แสงที่อ่อนโยนและกลิ่นหอมที่ผ่อนคลาย
กลิ่นกำยานกุหลาบผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมอ่อนๆ อบอวลไปทั่วสร้างความรู้สึกรุ่มร้อนและมัวเมาในกามราคะ กลิ่นเหล่านี้ถูกเลือกสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อกระตุ้นอารมณ์และปลุกเร้าความรู้สึกทางเพศ ทำให้ผู้ที่เข้ามาในห้องนี้รู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจมากขึ้น
ใจกลางห้องนั้นตั้งตระหง่านด้วย **เตียงไม้ขนาดใหญ่** ที่แกะสลักลายพฤกษาและสัตว์มงคลในท่วงท่าที่ดูยั่วยวน ขาเตียงแกะเป็นรูปมังกรเกี้ยวกัน หัวเตียงแกะลายนกฟีนิกซ์ที่กำลังบินโฉบ ส่วนเท้าเตียงแกะเป็นดอกบัวบาน ทุกรายละเอียดทำด้วยฝีมือช่างแกะสลักชั้นเยี่ยม ฟูกที่ปูทับนั้นหนานุ่มเป็นพิเศษจนร่างคนสามารถจมหายลงไปได้ ภายในบรรจุขนนกแท้คุณภาพสูงที่นำเข้ามาจากดินแดนไกล หุ้มด้วยผ้าแพรลื่นมือสีแดงฉานที่มีสัมผัสเย็นเฉียบทว่าปลุกเร้าอารมณ์ให้พลุ่งพล่าน
รอบเตียงมีหมอนหลากสีสันและขนาดวางเรียงอย่างมีระเบียบ บางใบเป็นหมอนรองศีรษะที่นุ่มฟู บางใบเป็นหมอนรองหลังที่มีรูปทรงพิเศษ และบางใบเป็นหมอนขนาดเล็กที่ใช้รองส่วนต่างๆ ของร่างกาย ผ้าปูที่นอนทำจากไหมแท้สีต่างๆ ทั้งสีแดง สีทอง และสีม่วงเข้ม แต่ละผืนมีลวดลายปักที่ประณีตและเย้ายวน
ถัดไปที่มุมห้องที่ยกพื้นขึ้นสูง มี **อ่างอาบน้ำหินอ่อนขนาดใหญ่** แกะสลักเป็นรูปหงส์ร่ายรำรอบอ่าง หินอ่อนที่ใช้เป็นหินคุณภาพสูงสีขาวนวลที่นำมาจากเหมืองในภูเขาไกล ผิวหินเรียบลื่นและเย็นสบาย แกะสลักด้วยฝีมือช่างชั้นเยี่ยมจนหงส์แต่ละตัวดูเหมือนจะมีชีวิต น้ำในอ่างถูกเตรียมไว้จนเต็มอบด้วยกลิ่นเครื่องหอมและมีกลีบกุหลาบแดงลอยล่อง น้ำอุ่นพอดี ไม่ร้อนจนเกินไปแต่ก็ไม่เย็นจนไม่สบาย
แสงเทียนที่ปักอยู่รายรอบสะท้อนกับผิวน้ำวูบวาบชวนให้จินตนาการถึงการเปลือยกายชำระล้างในอ้อมกอดของชายฉกรรจ์ รอบอ่างมีขั้นบันไดหินอ่อนเล็กๆ เพื่อความสะดวกในการขึ้นลง และมีที่วางของใช้ต่างๆ เช่น สบู่หอม น้ำมันนวด และผ้าเช็ดตัวที่นุ่มนวล
ใกล้กันนั้นมี **ฉากวาดภาพไม้ฉลุลายโปร่งแสง** ตั้งวางอยู่พร้อมขาตั้งภาพและจานสีสารพัดชนิด ฉากนี้ทำจากไม้หอมแกะสลักลวดลายดอกไผ่และใบไผ่ที่ประณีต สามารถพับเก็บหรือขยายออกได้ตามต้องการ ด้านหลังฉากมีที่นั่งสำหรับจิตรกร และมีโต๊ะเล็กวางอุปกรณ์วาดภาพ ราวกับจิตรกรผู้เป็นลุงเตรียมพร้อมจะบันทึกทุกท่วงท่าความอัปยศของนางไว้บนแผ่นกระดาษชั้นดี
จานสีที่เรียงอยู่บนโต๊ะมีทั้งสีน้ำและสีน้ำมัน แต่ละสีมีความเข้มข้นและความสดใสที่แตกต่างกัน พู่กันมีหลายขนาดตั้งแต่เล็กจิ๋วสำหรับวาดรายละเอียดไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับระบายพื้นหลัง กระดาษวาดภาพเป็นกระดาษจีนคุณภาพสูงที่มีเนื้อละเอียดและดูดซับสีได้ดี
สิ่งที่ทำให้หลินฮวาต้องหน้าร้อนผ่าวและหัวใจเต้นผิดจังหวะที่สุด คือ**ตู้ไม้หลังใหญ่**ที่ตั้งอยู่ชิดผนัง ตู้นี้ทำจากไม้หอมเก่าแก่ แกะสลักลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์อย่างวิจิตร มีลิ้นชักหลายชั้นและช่องเก็บของมากมาย เมื่อลุงหลี่แสร้งเปิดออกดู นางก็พบกับ **อาภรณ์สวาท** หลากหลายรูปแบบที่ผิดแปลกไปจากเครื่องแต่งกายกุลสตรีทั่วไป
มีทั้งชุดผ้าซีทรูบางเบาที่เนียนไปกับผิวเนื้อ ทำจากผ้าไหมบางเฉียบที่สามารถมองทะลุได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะเผยให้เห็นรูปร่างของผู้สวมอย่างชัดเจน ชุดรัดรูปหนังสีดำขลับที่เน้นส่วนโค้งเว้าของหน้าอกและสะโพกอย่างจงใจ ทำจากหนังแท้คุณภาพสูงที่นุ่มนวลและยืดหยุ่น เมื่อสวมแล้วจะรัดกุมรูปร่างและเน้นจุดเด่นของร่างกายสตรี
รวมถึงเครื่องประดับโลหะและผ้าแถบไหมที่ดูเย้ายวนเกินจะบรรยาย มีสร้อยคอโซ่ทองคำที่ประดับด้วยอัญมณีเล็กๆ กำไลข้อมือและข้อเท้าที่ทำจากเงินแท้ แหวนต่างๆ ที่มีรูปทรงแปลกตา และผ้าไหมสีสันสดใสที่สามารถใช้ผูกหรือพันร่างกายได้หลากหลายรูปแบบ
ในตู้ยังมีน้ำหอมและครีมนวดต่างๆ ที่มีกลิ่นหอมเย้ายวน บางขวดมีกลิ่นกุหลาบเข้มข้น บางขวดมีกลิ่นจัสมินหวานหอม และบางขวดมีกลิ่นแปลกๆ ที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ครีมนวดมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยผ่อนคลายและกระตุ้นอารมณ์
"อาเตรียมที่นี่ไว้เพื่อรับขวัญหุ้นส่วนสาวคนเก่ง... เพื่อให้เจ้าได้ **'พักผ่อน'** จากการเหนื่อยล้าในการดูแลกิจการเบื้องล่าง" ลุงหลี่กระซิบชิดใบหูพลางลูบไล้สะโพกมนของนางผ่านเนื้อผ้าไหมอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจอุ่นของเขาเป่าใส่ใบหูนางทำให้นางสั่นสะท้าน
มือหนาของเขาเคลื่อนไหวอย่างช่ำชอง ลูบไล้ไปตามเส้นโค้งของร่างกายนางผ่านเนื้อผ้า สัมผัสของเขาทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวและหัวใจเต้นเร็วขึ้น นางพยายามถอยห่างแต่กลับถูกเขาดึงเข้าหาใกล้ขึ้น
"ท่านลุง... นี่มัน..." หลินฮวาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ
"เงียบเสีย แกะน้อย" ลุงหลี่กระซิบ "เจ้าจะต้องเรียนรู้บทบาทใหม่ของเจ้าในที่นี้ นี่ไม่ใช่เพียงร้านขายภาพธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่เจ้าจะได้ **'แสดงศิลปะ'** ในรูปแบบที่พิเศษกว่า"
หลินฮวามองสำรวจห้องลับแห่งนี้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง นอกจากความตกใจที่เห็นความอลังการของกรงทองแห่งนี้แล้ว ลึกๆ ในสัญชาตญาณที่ถูกชายเฒ่าทั้งสองปลุกขึ้น นางกลับรู้สึก **ตื่นเต้นและเฝ้ารอ** อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ความทรงจำจากคืนที่ผ่านมากับลุงหลี่และมุกสามเม็ดของเขายังคงฝังแน่นอยู่ในจิตใจ ทำให้ร่างกายของนางตอบสนองต่อการสัมผัสของเขาโดยอัตโนมัติ
นางจินตนาการถึงความรู้สึกตอนที่ร่างกายต้องจมลงไปในฟูกหนานุ่มใต้แรงกระแทกกระทั้นของลุงหลี่ โดยมีสายตาของท่านลุงหมิงคอยเฝ้ามองและตวัดพู่กันบันทึกความสุขสมของนางไว้จากหลังฉากกั้นนั้น ภาพในจินตนาการทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวและหายใจไม่ออก
ความหวาดกลัวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยเพลิงราคะที่กำลังเริ่มมอดไหม้ ร่างกายของนางเริ่มตอบสนองต่อบรรยากาศในห้องนี้ หัวใจเต้นเร็วขึ้น ลมหายใจหอบขึ้น และความรู้สึกแปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของร่างกาย
นางรู้ดีว่าตลอดหนึ่งเดือนที่สามีไม่อยู่นี้ นางจะต้องสังเวยทั้งกายและใจให้กับพันธสัญญาอสูรในวิมานแห่งนี้อย่างที่ไม่มีวันถอนตัวได้อีกต่อไป ห้องลับนี้จะกลายเป็นโลกส่วนตัวของนางกับชายเฒ่าทั้งสอง ที่ซึ่งนางจะต้องแสดงบทบาทใหม่ที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน
แสงเทียนส่องแสงวูบวาบบนใบหน้าของหลินฮวาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างความกลัวและความปรารถนา นางรู้ว่าชีวิตของนางกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล และไม่มีทางกลับไปเป็นหญิงผู้บริสุทธิ์และเรียบร้อยเหมือนเดิมได้อีกแล้ว