เมื่อถึงยามห้ายที่สองสามีภรรยาประมุขของจวนสกุลจางดับแสงตะเกียงในห้องจนมิดสนิทเพื่อพักผ่อน สองร่างบางอาศัยความมืดของค่ำคืนกำบังกายแอบลัดเลาะออกจากจวนโดยช่องทางประตูเล็กด้านหลังจวน หนึ่งคือสตรีรูปร่างอรชน ผิวผุดผ่องราวหิมะ แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชายสีเข้ม อีกหนึ่งคือบ่าวคนสนิทรูปร่างสันทัด เมื่อลอบออกจากจวนได้แล้วทั้งสองรีบเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปทางโรงหมอ
“ท่านหมอขอรับ ท่านหมอเปิดประตูหน่อย” หงเป่าทุบประตูอย่างรีบร้อน จากนั้นไม่นานนักประตูบานใหญ่ก็เปิดอ้าออก
“อาเป่า เหตุใดเ้าจึงมาอีก” ท่านหมอชราเอ่ยถามเพราะ่สายหงเป่าได้มาดูอาการคนเจ็บแล้ว
“คุณหนูของข้า้ามาคุยกับเขา"
“คุณหนูเ้า..” ท่านหมอชรามองเลยไปยังร่างบอบบางที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางเพ่งสายตามองอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้าเข้าใจ
“งั้นเชิญเข้ามาข้างในก่อน” เมื่อทั้งสองเข้ามาในเขตประตูโรงหมอแล้ว ท่านหมอชราจึงรีบปิดประตูลงกลอน จางหลิวหยางสังเกตท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นด้วยความสงสัยแต่มิได้เอ่ยถามอะไรออกไป ตอนนี้นางร้อนใจอยากพบคนเจ็บมากกว่า
จางหลิวหยาง “ท่านหมอ ข้าทราบจากอาเป่าว่าอาการเขาดีขึ้นมากแล้วใช่หรือไม่”
“อาการทางกายนั้นได้พักผ่อน ได้รับยา ก็จะดีขึ้นตามลำดับ แต่ที่น่าห่วงคืออาการทางใจ” หมอชรากล่าวตอบและลูบหนวดเงางามไปด้วยอย่างวิตก
“อาการทางใจ ท่านหมายถึงเขามีเื่ทุกข์ร้อนใจอย่างนั้นหรือ”
หมอชราแย้มริมฝีปากและเอ่ยชม “แม่นางน้อยช่างหลักแหลมนัก”
“ท่านทราบหรือไม่ เขามีเื่ทุกข์ใจอันใด” จางหลิวหยางเอ่ยถามต่อ
หมอชราถอนหายใจหนักหน่วง ส่ายหน้าช้าๆ “เขาไม่ปริปากบอกผู้ใด อ่อ..ข้าต้องบอกพวกท่านอีกเื่”
จางหลิวหยาง “มีอันใดหรือท่านหมอ”
“เมื่อยามโหย่วก่อนท่านมาที่นี่ มีชายสองคนมาตามหาคน”
หงเป่าเบิกตาโพลงและถามขึ้นทันที “พวกเขาท่าทางเป็อย่างไรหรือท่านหมอ”
“พวกเขารูปร่างกำยำสูงใหญ่ สีหน้าท่าทางเกรี้ยวกราด”
“เขาบอกหรือไม่ว่าคนที่เขาตามหานั้นเป็ใคร”
“เขาบอกว่าลักษณะเป็ชายรูปร่างผอมสูง ได้รับาเ็หนัก อาจจะมีคนพามารักษาที่นี่”
“แล้วท่านบอกเขาว่าอย่างไร” หงเป่าถามอย่างร้อนรน
“ข้าบอกว่า่นี้ที่นี่ไม่ได้รับคนที่าเ็หนัก คนไข้ที่มารักษามีเพียงอาการไม่สบายเล็กน้อย รักษาเสร็จก็กลับไปพักที่บ้าน”
จางหลิวหยาง “เขาชื่อท่านหรือไม่”
“ข้าไม่แน่ใจ ข้าคิดว่าเขาสงสัย เพียงแต่ไม่กล้าบุ่มบ่าม อีกอย่าง หากไม่ใช่คนที่รับคำสั่งมาจากทางการ ข้าย่อมมิให้ล่วงล้ำเข้าไปด้านในเด็ดขาด”
“เมื่อยอมกลับไปโดยง่าย เขาย่อมไม่รามือแน่ อาจจะย้อนกลับมาอีก หรือส่งคนแอบมาดู” จางหลิวหยางมีสีหน้ากังวล
หงเป่า “เ้านั่นยังเด็กอยู่แท้ๆ เหตุใดจึงมีเื่บาดหมางกับคนบ้านสกุลจ้าวได้”
หมอชรา “สกุลจ้าว เ้าหมายถึงบ้านเศรษฐีจ้าวงั้นรึ”
“เมื่อ่สายหลังจากที่ข้ากลับออกไปจากที่นี่ ระหว่างเดินทางกลับจวน ข้าพบบ่าวของสกุลจ้าวสองคนกำลังตามหาคนไปทั่ว ลักษณะคนที่เขาตามหาเหมือนคนด้านในนั้นไม่มีผิด” หงป่าวกล่าวและหันมองไปทางห้องพักที่คนป่วยนอนรักษาตัวอยู่ หมอชราได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าพลางลูบหนวดเงางามสีหน้าครุ่นคิด
จางหลิวหยาง “ตอนนี้ข้าจะไปคุยกับเขาก่อน ต้องรบกวนท่านหมอด้วย”
“เชิญแม่นาง”
เมื่อได้ยินเสียงผลักประตูเข้ามาจากด้านนอก เด็กชายร่างผอมที่กำลังนั่งเหม่อลอยก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ และหันไปจับจ้องผู้ที่เดินเข้ามาอย่างระแวดระวัง เมื่อเขาเห็นหมอชรานำคนเ่าั้เข้ามา อีกทั้งยังมีหงเป่าที่เคยมาดูอาการเขาอยู่หลายครั้งจึงมีสีหน้าผ่อนคลายลง แต่แล้วก็ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จ้องมองผู้ที่เดินตามหงเป่าเข้ามาเป็คนสุดท้ายอย่างไม่วางตา
บุรุษที่เดินตามหงเป่ามานั้นมีรูปร่างอรชนผิดจากบุรุษทั่วไป ซ้ำยังมีผิวพรรณขาวละเอียด ดวงตากลมโตส่องประกายยามมองมาที่เขา ริมฝีปากบางสีแดงสดแย้มยิ้มอย่างเป็มิตร ทั้งหมดนั้นประกอบอยู่บนดวงหน้าเรียวเล็กหวานซึ้งราวสตรีผู้เลอโฉม
“มีคนมาเยี่ยมเ้า” หมอชราเอ่ยกับเขา ก่อนจะหันไปกล่าวกับผู้มาเยือน “พวกท่านตามสบาย ข้าขอตัว”
จางหลิวหยาง “ขอบคุณท่านหมอ”
เมื่อเด็กชายได้ยินเสียงของนางท่าทางเขาก็เปลี่ยนไป จากสายตาระแวงสงสัยพลันเปล่งประกายยินดีอย่างเห็นได้ชัด
“เ้าจำข้าได้หรือไม่” หลิวหยางเอ่ยถาม
“ท่าน..ท่านคือ” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่มั่นคง เมื่อเห็นดังนั้นจากหลิวหยางจึงแกะผ้าโพกศีรษะออก ผมยาวสลวยที่ถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดร่วงหล่นลงมาสยายยาวเต็มแผ่นหลัง เมื่อเขาเห็นดังนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตะลึง
“แม่นาง โปรดรับการคาราวะจากข้าด้วย” เด็กชายยกตัวนั่งคุกเข่าและโค้งคำนับจนหน้าผากติดพื้นเตียง
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้า”
จางหลิวหยาง “ไม่ต้องๆ เ้ายังาเ็ ทำตัวตามสบายเถอะ ที่ข้ามาวันนี้ข้ามีเื่จะถามเ้า”
“ข้ารอพบท่านั้แ่ข้าฟื้น” เขากล่าว
“คุณหนู เชิญท่านนั่งลงก่อน” หงเป่าผายมือไปที่เก้าอี้ข้างเตียง เมื่อจางหลิวหยางนั่งลง เขาจึงถอยไปยืนอยู่ด้านหลังนาง
“เ้ารู้หรือไม่ เวลานี้มีคนจากสกุลจ้าวออกตามหาเ้าไปทุกที่”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าซูบผอมของเขามีสีหน้าเรียบตึง ทั้งแววตาก็แข็งกร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน
“ข้าคิดว่าที่พวกเขาตามหาเ้าย่อมไม่ใช่เื่ดีแน่ เ้ามีเื่ขัดแย้งอะไรกับคนสกุลจ้าว บอกข้าได้หรือไม่” จางหลิวหยางเอ่ยถามต่อ
“แม่นาง ข้าอยากขอร้องท่านอีกเื่หนึ่งได้หรือไม่” เขากล่าวเสียงวิงวอน
“เ้าว่ามาเถอะ”
เขาก้มศีรษะลงอีกและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ได้โปรด ได้โปรดช่วยพี่ข้าด้วย”
“พี่เ้า..”
“พี่ใหญ่อยู่ที่บ้านสกุลเ้า จ้าวเย่ชง ได้คนถ่อย มันพาตัวนางไป” เขากล่าวอย่างแค้นเคือง “ข้ามันไม่เอาไหน ไม่สามารถช่วยนางได้ ข้าโกรธตัวเองนัก”
“เ้าเล่าให้ข้าฟังก่อน เื่เป็มาอย่างไร แล้วเหตุใดจึงมีสภาพเช่นนี้”
เด็กชายพยักหน้าให้นาง ก่อนจะเริ่มเล่าออกมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“ข้าชื่อ หลิวเย่ เดิมข้าเป็คนอำเภอเต๋อฮั่ว ที่นั่นพอหมดฤดูเพาะปลูกก็แห้งแล้งมาก ข้าอาศัยอยู่กับท่านย่า และพี่ใหญ่ พี่ข้าชื่อ หลิวซื่อเฟิง นางอายุ 15 ปี ยังไม่ออกเรือนเพราะต้องดูแลท่านย่าที่สุขภาพไม่แข็งแรง พวกเราอาศัยเพาะปลูก เลี้ยงไก่ และเข้าป่าหาสัตว์เล็กรวมทั้งผักป่าเป็อาหาร เื่อาหารการกินพวกข้าหาได้ลำบากไม่ แต่สุขภาพของท่านย่าต้องมีเงินสำรองไว้เพื่อรักษาตัว ข้ากับพี่ใหญ่จึงคิดหาหนทางรับจ้างทำงานหาเงินเพื่อเก็บไว้ดูแลท่านย่า ข้ากับพี่ใหญ่คิดว่าเมื่อพวกเราทำงานไปซักระยะจนเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งสำหรับเพียงพอไว้รักษาท่านย่า พวกข้าก็จะกลับไปเพาะปลูก ล่าสัตว์ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันดังเดิม
วันหนึ่งข้ากับพี่ใหญ่ได้ยินชาวบ้านลือกันว่ามีคน้าแรงงานทั้งชาย หญิง เพื่อไปทำงานที่โรงผลิตเครื่องเคลือบดินเผา ให้ผลตอบแทนที่ดี และมีที่พักพิง ข้ากับพี่ใหญ่จึงตัดสินใจฝากท่านย่าไว้กับญาติอีกคนให้เขาช่วยดูแล ก่อนจะเดินทางไปพบพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็พาเราเข้ามาทำงานที่เมืองซิ่งโจว ยังมีเด็กอายุเท่าข้าจากอำเภอเดียวกันก็เดินทางมาพร้อมกับข้าและพี่ใหญ่ด้วย ที่ที่พวกข้ามาทำงานก็คือโรงงานของบ้านสกุลจ้าว
แต่เมื่อมาถึงกลับไม่เป็ดังที่คิด ข้าพบแรงงานเด็กที่อายุน้อยกว่าข้า และอายุเท่าข้านับสิบคน พวกเขาถูกใช้งานโดยไม่ได้ค่าตอบแทนแม้แต่น้อย ต้องทำงานแทบตลอดเวลา ได้นอนเพียงคนละหนึ่งชั่วยามเท่านั้น บางคนถูกหลอกมาเหมือนพวกข้า บางคนถูกลักพาตัวมา พวกเราต้องทำงานให้ได้ตามที่พวกเขาสั่ง หากใครทำไม่ได้ หรือขัดขืนก็จะถูกทารุณทุบตี รวมทั้งให้อดอาหาร
เมื่อมาถึงข้ากับพี่ใหญ่ก็ถูกปฏิบัติเช่นเดียวกันกับพวกเขา พวกเราทุกคนต่างก็คิดอยากจะหนีออกมาแต่ก็ไม่เห็นหนทาง เพราะพวกเขาจัดเวรยามไว้แ่าเฝ้าพวกเราตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน แม้แต่ตอนขับถ่ายก็จะมีคนติดตามไปเฝ้าพวกเราถึงหน้าห้องขับถ่ายด้วย พวกเราที่เป็เพียงเด็ก และผู้หญิง จึงมองไม่เห็นหนทางที่จะหนี ทำได้เพียงแต่อดทน และรักษาชีวิตเอาไว้ ข้ากับพี่ใหญ่อยู่ที่นั่นได้ห้าวัน จนมาถึงวันที่จ้าวเย่ชงไอ้คนถ่อยมันเข้าไปตรวจงานในโรงงาน.....”