ฉันนอนอยู่เปลผ้าใบ นอนฟังเสียงคลื่นซัดชายฝั่งกำลังคิดอะไรเพลินๆไปเรื่อย แมมโบ้ก็มานอนเปลผ้าใบข้างๆฉัน ฉันแกล้งทำไม่สนใจ เขาก็ดึงหมวกปิดหน้าฉันอยู่ออก
“แมมโบ้ฉันนอนอยู่นะ นายนี่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย” เขายิ้มหวานละมุนใส่อีกหืมโชว์หุ่นซิคแพค ขาวๆ สาบานเด็กม.ปลาย เขาเล่นกล้ามกันขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย
“ก็เธอเอาแต่นอนไม่สนใจทั้งๆที่รู้ว่าเรามา รู้ไหมไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเรามาก่อนเลยนะ”
“หรองั้นเราคงเป็คนแรกสินะ” ฉันพูดโดยไม่สนใจเขาอีก นอนต่อดีกว่า
ฉันบิดตัว ลืมตาขึ้นมาแล้วก็เห็นแมมโบ้นอนหลับอยู่ข้างๆในเปลผ้าใบอีกตัว หลับยังหล่ออ่ะ ยอม
“ตื่นแล้วหรอ”
เหมือนเขารู้ว่าฉันตื่นแล้ว
“อ้าวนึกว่าหลับอยู่”
“หลับนั่นแหละแต่ได้ยินเสียงเธอขยับตัว”
หูดีจริง
“แมมโบ้ถามจริง ทำไมนายถึงคุยกับฉันล่ะ”
“ไม่บอกได้ไหม”
“คงไม่มีคำตอบสินะ”
เขาเงียบไปแล้ว คงไม่มีคำตอบจริงๆเขาคงแค่เหงาไม่มีไรทำ คิดจะคุยกับใครก็คุยได้สินะ ช่างเถอะ ยังไง ใจฉันก็แข็งไม่รักใครง่ายๆเด็ดขาดอยู่แล้ว
“ดินสอจะจบม.ปลายแล้ว เรียนต่อที่ไหน คณะอะไร”
“ยังไม่รู้เลยเอาตรงๆเลยนะ ฉันมองไม่เห็นความฝันของตนเองเลย”
“จริงสิตอนนี้ยังพอมีเวลา เดี๋ยวเราช่วยเธอตามหาความฝันเอง”
ฉันหันไปมองเขาเอาอีกแล้ว คำพูดปั่นป่วนใจ เขาจะรู้ไหมนะว่าคำพูดของเขามันปั่นป่วนหัวใจฉันเหลือเกิน
“แมมโบ้ฉันมันคนไม่มีความฝันหรอกนะ แค่พร์ที่คนส่วนใหญ่มีติดตัว ฉันยังไม่มีเลย”
“ไม่จริงหรอกแค่เธอยังไม่เคยทำมันแค่นั้นเอง”
เขาพูดอย่างมั่นใจ ฉันไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้สมองว่างเปล่าไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว
“ดินสอเธอรู้อะไรไหม ทำไมเธอถึงเกิดมา”
“อืมไม่รู้เลย”
“คนเราเกิดมาเพื่อความสุข”
“ความสุข?”
“ใช่ความสุข”
“ก็คงจริง”
“เธอรู้ไหมว่าพวกเราโชคดีขนาดไหนที่มีเวลาหาสิ่งที่รัก คนบางคน สนใจแค่ว่าได้เงินถึงจะทำ แต่ไม่มีความสุขงานนั้นก็กลายเป็ฝันร้าย ในเื่จริงของพวกเขา แต่ถ้าเราได้ทำสิ่งที่รักแล้วได้ค่าตอบแทนเป็เงิน จะมีความสุขขนาดไหน จริงไหม?”
“อืมจริงด้วยเนอะ นายถึงอยากให้ฉันหาความฝันใช่ไหม”
“ใช่แต่ความฝันนั้นต้องมีความสุขระหว่างทางนะ ปลายทางคือผลพลอยได้เท่านั้น เอาง่ายๆแค่ได้ทำก็มีความสุขแล้ว”
“นายคิดได้ไงเนี่ย”
“ไม่ได้คิดหรอกแต่ได้อะไรดีๆมาจากการทำงานและหาความรู้สม่ำเสมอน่ะ เธอลองทำตามที่เราบอกนะ”
“อืม”
ฉันรับคำเขินๆ คนแบบนี้สิเนอะที่เหมาะจะเป็พ่อของลูกดูมีความคิดแต่ๆ ใจแข็งไว้ ดูๆไปก่อน คนเราดูแค่นี้ไม่พอหรอก
“พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้วยังมีอะไรที่อยากทำที่นี่อีกไหม”
ฉันคิดอยากทำงั้นหรอ
“อยากกินกุ้งเผาตัวโตๆกุ้ง หอย ปู ปลา อาหารทะเล จัดเต็มเลย แล้วก็กินริมทะเลด้วยนะ”
“เรามีร้านหนึ่งที่อร่อยเธอหน้าจะชอบนะ”
“อืมเดี๋ยวเราขอกลับไปอาบน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวเจอกันล็อบบี้โรงแรมนะ”
“ได้สิเดี๋ยวเจอกัน”
“ฝากนายบอกเพื่อนๆในไลน์กลุ่มด้วยนะว่ากินที่ไหน”
“ครับผม”
เมื่อถึงเวลาที่นัดไว้ ณ ร้านอาหารทะเลบุฟเฟ่
“หืมจัดเต็มสุดๆเลยอ่ะ”
ยัยฟ้ากับยัยดาว ดูจะตื่นเต้นสุดๆกับอาหารมื้อนี้ที่สุดแล้วปกติทุกคนจะกินอาหารกันอย่างเรียบง่าย แค่อาหารตามสั่งเท่านั้น
“พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านแล้วนะต้องจัดเต็มกันหน่อยสิ” เก้าเพื่อนบ้านยัยเพรฟเอ่ยขึ้น
“มาๆพวกเรากินให้อิ่มเอาให้คุ้มกันเลยนะ กิน”
แล้วทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตากินแบบจัดเต็มกันไปสุดๆไปเลยแมมโบ้มองฉัน ฉันจึงยิ้มให้แล้วเขาก็ยิ้มตอบ เพรฟสะกิดฉัน ทำสีหน้าประมาณว่ารู้นะยัยเพื่อนคนนี้นี่แสบสุด
บรรยากาศเป็ไปด้วยดีก็กินกันไปแต่ก็ดันบังเอิญไปเห็นคนๆหนึ่งเข้าพอดี ดนันธ์ เขามากับแฟนใหม่และเพื่อนๆหลายคนเพิ่งจะมานั่งโต๊ะข้างๆฉันนี่แหละ เขายังไม่เห็นฉัน ฉันจึงก้มหน้าก้มตากิน หลบบ้างอะไรบ้าง น่าโมโห ทำไมต้องบังเอิญขนาดนี้ด้วยนะ บ้าจริง
ฉันได้ยินเสียงของแฟนใหม่นางบอกให้แกะกุ้งให้นางโอ๊ยขำ คบกับฉัน ฉันแกะกุ้งให้ คบกับนางก็เป็คนแกะเองสินะ สมจ้า
“แมมโบ้เดี๋ยวเราแกะกุ้งให้”
อยู่ๆฉันก็อยากแกะกุ้งให้แมมโม้ขึ้นมาไม่รู้เพราะอะไร เหมือนกัน ฉันตั้งใจแกะกุ้งให้เขาส่วนเขาเอาแต่ยิ้มเพื่อนก็แซวใหญ่ เขายิ้มกุ้งขึ้นมาแกะบ้าง แล้ววางใส่จานให้ฉัน
“ดินสอกินบ้างสิเดี๋ยวเราแกะให้บ้าง”
หืม หัวใจพองโต น่ารักที่สุดฉันยิ้มให้เขา รอยยิ้มนี้ฉันรู้ว่าส่งให้เขาไปมันช่างหวานมาก และฉันก็น่ารักมากด้วย
ฉันทำผมมัดรวบ ดัดลอน ผมสีน้ำตาลเบาๆดูยุ่งหน่อยๆ ตามสไตล์ ใบหน้าฉันตอนนี้คือ ใสมาก ครีมหมอที่ให้ฉันไปวันนั้นใช้แล้วคือเด็ดสุดสิวสักนิดคือไม่มี ผิวขาวอมชมพู โอโมสุดๆ บวกกับหุ่นสวยๆ กระทัดรัด ฉันอาจจะไม่สูงมากใส่เสื้อสายเดี่ยวลายสก๊อตสีชมพู สายหนา ไม่บาง ตัดกับกระโปรงสีขาว รองเท้าส้นสูงเล็กน้อยสีดำแต่โดยรวมแล้วน่ารักสุดๆไปเลยล่ะ งือ^^ ฉันหลงตัวเองเนอะอิอิ
เหมือนดนันธ์จะเห็นฉันแล้วสินะ เขามองฉันด้วยสีหน้าและท่าทางที่ใคงไม่คิดว่าจะได้เจอฉันที่นี่ แต่แล้วเขาก็รีบหันไปสนใจคนตรงหน้า ไม่สนใจฉันอีกเลย