นักรบขับรถไปที่บ้านของเขาที่ไทยที่ซึ่งจอมทัพ พี่ชายฝาแฝดของเขาอาศัยอยู่ที่นี่มาั้แ่เกิดส่วนเขานั้นหลังจากที่พ่อแม่แยกทางกัน เขาต้องย้ายไปอยู่กับแม่ที่ญี่ปุ่นเพราะพ่อต้องแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ปู่เลือกให้
เมื่อเขามาถึงบ้านก็เห็นจอมทัพกำลังนั่งจิบกาแฟพร้อมกับดูโทรศัพท์อยู่อย่างใจเย็นแต่เสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่นั้น ดูก็รู้ว่าเขากำลังจะออกไปนอกบ้านนักรบเดินตรงเข้าไปหาพี่ชายฝาแฝดของตัวเองทันทีและทักทายด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ อีกฝ่าย
“ไง...แต่งตัวเนี๊ยบแต่เช้าไม่อึดอัดหรือไง” เขาถามด้วยน้ำเสียงยียวน แต่อีกฝ่ายกลับยังนั่งเฉยไม่มีท่าทีว่าจะโต้ตอบอะไร
“ฉันไม่ได้ว่างเหมือนแกนี่ที่จะออกเที่ยวจนเช้าแบบนี้” แต่ท้ายที่สุด เสียงทุ้มของจอมทัพก็เอ่ยตอบเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเขาจนน่ารำคาญ
“เที่ยวผับที่ไทยสนุกกว่าที่ญี่ปุ่นมากเลยแล้วรู้ไหมเมื่อคืนฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่ผับ ดูท่าทางมีเสน่ห์ดีนะ สวยมากด้วย”นักรบพยายามพูดให้อีกฝ่ายอยากรู้เขาทำเสียงคล้ายกับมีบางอย่างซ่อนอยู่ในคำพูดของเขาแต่จอมทัพกลับแค่เงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ครู่หนึ่งแล้วหันมามองคนพูดอย่างเฉยชา
“แล้วไงล่ะ?” จอมทัพถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆราวกับไม่มีความสนใจในสิ่งที่นักรบกำลังพูด เขาก้มหน้าลงมองโทรศัพท์ในมืออีกครั้งนักรบหัวเราะเบาๆ พยายามทำให้เื่นี้ดูน่าสนใจมากขึ้น
“เพื่อนที่เคยมาเที่ยวที่ไทยเคยบอกนะว่าสาวไทยสวย ยิ่งเป็ลูกครึ่งยิ่งสวย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะสวยขนาดนี้น่าเสียดายเมื่อคืนเธอเมาไปหน่อย” จอมทัพเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงนิ่ง
“เที่ยวซะให้พอก็แล้วกันเดี๋ยวพ่อจะให้แกไปเรียนรู้งานกับฉัน ถึงตอนนั้นไม่มีเวลามาเที่ยวสนุกแบบนี้หรอกนะ”
“ทำไมต้องให้ฉันทำงานด้วย แม่บอกว่าพ่อสัญญาเอาไว้แล้ว ว่าฉันจะไม่ต้องทำอะไร” นักรบพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจตลอดมาเขาไม่เคยต้องทำอะไร แค่อยู่กับแม่เงียบๆ ที่ญี่ปุ่น รอรับเงินจากพ่อจนถึงวันที่ภรรยาตามกฎหมายของพ่อตาย พ่อก็โทรฯ ไปหาแม่ให้มาอยู่ด้วยกันที่ไทยแต่แม่ของเขาไม่มาและส่งเขามาแทน จอมทัพส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มเย้ยนักรบ
“ไม่แปลกใจเลยที่แกไปอยู่ญี่ปุ่นตั้งนานแต่พูดภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้อีก แกนี่มันไม่เอาอะไรเลยจริงๆ”นักรบยักไหล่
“ฉันถูกพ่อทิ้งไม่เหมือนแกที่ได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอยู่ที่นี่ถ้าแกจะต้องพยายามเพื่อทำตัวให้สมกับเป็ลูกชายของนักธุรกิจตระกูลดังมันก็ถือว่าเป็สิ่งที่แกต้องแลก”จอมทัพมองหน้าน้องชายฝาแฝดของเขาด้วยความรู้สึกสมเพช แปลกใจจริงๆว่าแม่เลี้ยงน้องชายของเขามาอย่างไร ทำไมถึงได้ไม่เอาไหนขนาดนี้
“คุณจอมคะ คุณท่านใหม่มาเรียกคุณจอมไปพบที่ห้องหนังสือค่ะ”สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาบอก จอมทัพหันไปพยักหน้ารับก่อนจะลุกยืนขึ้นแล้วเดินออกไปทันที
“คุยกับน้องบ้างหรือยังเื่ที่จะให้เขามาช่วยงาน” เมื่อจอมทัพเข้ามาถึง พ่อของเขาก็เอ่ยถามขึ้นทันที
“ผมเพิ่งได้เจอกับมั...นักรบั้แ่มาถึงไทยจนวันนี้ เขาไปเที่ยวทุกวัน ไม่มีเวลามาเจอกับผมหรอกพ่อไปคุยกับเขาเองดีกว่า”
“ฉันอยากให้แกคุยกับน้องเพราะอยากให้แกกับน้องสนิทกัน”
“เขาคงไม่ได้อยากสนิทกับผมหรอก...”
“ฉันสั่งอะไรแกก็ต้องทำตามนั้นให้เวลาน้องหน่อย แม่แกเลี้ยงน้องแบบตามใจมาั้แ่เด็ก ก็คงจะคุยกันยากหน่อยฉันเข้าใจ” จอมทัพได้แต่ฟังเงียบๆ ในเมื่อมันเป็คำสั่งของพ่อ เขาก็ขัดอะไรไม่ได้ั้แ่เด็กจนโต เขาก็ต้องคอยทำตามที่พ่อสั่งไปหมดเสียทุกอย่าง จนแม้แต่ตอนนี้ถ้าเลือกได้เขาก็อยากจะเป็คนที่ถูกแม่พาไปด้วย
“ส่วนเื่นัดคุยเื่งานแต่งทางนั้นเขานัดมาแล้ว เป็คืนวันศุกร์หน้า แกก็จัดการตัวเองให้มันเรียบร้อยล่ะ”
“ครับ”
“ฉันได้ยินประวัติของแม่วิเวียนอะไรนี่ดูแล้วจะไม่ธรรมดาสักเท่าไหร่ ไม่แปลกใจเลยที่ทางนั้นเสนอแต่งงานมาพร้อมกับจะออกค่าสินสอดและค่าจัดงานเองทั้งหมด แม่นั่นโชคดีที่เกิดในครอบครัวนั้นถ้าเกิดเป็พวกคนจนคงจะหาผัวไม่ได้” จอมทัพได้แต่ฟังเงียบๆเขาเองก็รู้สรรพคุณของว่าที่คุณหมั้นตัวเองมาแล้วเหมือนกัน
ประวัติไม่ธรรมดาอย่างที่พ่อเขาว่าจริงๆทั้งเื่ผู้ชาย เื่ยา เรียกได้ว่าไม่เอาไหนแบบเกินจะบรรยาย
“แต่แกก็ไม่ต้องห่วงหรอกแต่งกันแล้วค่อยเอามาขัดเกลาทีหลังก็ได้ แกเองก็ไม่ได้มีใครอยู่แล้วนี่”จอมทัพมองหน้าคนพูด ก่อนจะค่อยๆ พยักหน้ารับเขารู้ดีว่าหากเขาบอกว่าเขามีคนรักอยู่แล้วพ่อของเขาจะจัดการกับคนรักของเขาอย่างไร
“พ่อไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ”จอมทัพเอ่ยถามขึ้น
“ไม่มีแล้วถ้ามีเดี๋ยวฉันเข้าไปหาแกที่บริษัทก็แล้วกัน เช้านี้ฉันจะไปทำธุระก่อน”จอมทัพพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกจากห้องมา
“อย่าเพิ่งวางสิคามี่...”จังหวะที่เดินออกมาจากห้องหนังสือ และกำลังเดินผ่านห้องของนักรบจอมทัพได้ยินเสียงอีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่แต่ชื่อที่เขาเรียกนั้นมันคุ้นหูเสียจนเขาต้องหยุดเดิน
แต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อบานประตูปิดลงเขาก็ไม่ได้ยินอะไรแล้ว ‘คงจะหูเพี้ยนไปเอง’ เขาคิดในใจก่อนจะเดินต่อตอนนี้สมองของเขามันเอาแต่คิดถึงคามิเลีย ก็คงไม่แปลกถ้าจะหูแว่วไปเองแบบนั้น
ในห้องของนักรบเขากำลังสนุกกับการปั่นหัวผู้หญิงของพี่ชาย
ฝาแฝด เขาแอบเอาโทรศัพท์ของเธอโทรเข้าหาเขา เพื่อที่จะเอาเบอร์ของเธอ
“คุณเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงมีเบอร์ฉัน” เสียงหวานปลายสายแผดร้องแสดงความโกรธเกรี้ยว
“ก็คุณนอนกับผมเมื่อคืนนี้ไง จำไม่ได้แล้วเหรอ”
“อย่ามาพูดแบบนี้นะ”
“จะไม่พูดได้ไง ผมจำได้ไม่ลืมเลยนะ”
“แก้าอะไรจากฉัน”
“โอเคๆ ผมไม่แกล้งคุณแล้วก็ได้ แต่ตอบมาก่อนสิ ว่าคุณเป็อะไรกับไอ้จอมแฝดของผมน่ะ” หญิงสาวเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินแบบนั้นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนแล่นเข้ามาในความทรงจำของเธอเหมือนถูกฉายซ้ำ
มือบางที่สั่นเล็กๆ รีบกดวางสายจะเป็ไปได้ยังไง ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขามีฝาแฝด แต่ถ้าเขามีฝาแฝดจริงๆก็แปลว่าเมื่อคืนเธอนอนกับฝาแฝดของเขาเหรอ
แต่ต่อให้ไม่ใช่ฝาแฝดของจอมทัพเธอก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าเมื่อคืนนี้เธอเมาจนเผลอไปนอนกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนของตัวเองแน่ๆ