หลัวเซียนกลับมาถึงเมืองถงซือได้ราวสามวันแล้ว สมบัติที่หลัวเซียนได้มาจากค่ายโจร หงลู่อินรับสมอ้างว่าเป็พวกโจรป่าทำตกเอาไว้ระหว่างการต่อสู้ ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงหงลู่อินที่เห็นเต็มตา รับรู้ความจริงมากกว่าผู้อื่น หยางต้าเป่า หยางเสี่ยวซาน ด้วยหวาดกลัวเอาแต่หลบอยู่ด้านหลังของหงสือเมิ่งจึงมองเหตุการณ์ได้ไม่ชัดเจนนัก อีกอยาก โจรป่าเข้าจู่โจมใน่กลางคืน ท่ามกลางแสงไฟสลัวเช่นนั้น มีเพียงหงลู่อินที่เห็นหลัวเซียนลงมืออย่างชัดเจน
ทองสามสิบตำลึงแบ่งให้กับคนคุ้มกันที่เสียชีวิตทั้งสามคน อีกห้าสิบกว่าตำลึง หงสือเมิ่งรับไปเพียงสิบตำลึงเช่นกัน ส่วนที่เหลือกว่าสี่สิบตำลึง ทุกคนตกลงกันว่าจะเก็บเอาไว้ให้เด็กทั้งสามคนสำหรับเป็ค่าใช้จ่ายในการสอบ ในปีหน้าแล้วอีกสองปีถัดไปที่เมืองหลวง
หงสือเมิ่งพ่อลูก คนคุ้มกันที่ได้รับาเ็มีอาการดีขึ้น ต่างก็เดินทางกลับไปยังบ้านเรือนของตน บิดาของหลัวเซียน หลัวหวินเจ๋อว่าจ้างรถม้าหลายคัน ให้ไปส่งหงสือเมิ่งกับพวกจนถึงหมู่บ้านหยางจิ้ง หยางต้าเป่า หยางเสี่ยวซานแม้ยังอยากจะอยู่เล่นสนุกในเมืองถงซือ ก็ต้องจำใจต้องกลับไปพร้อมกับหงสือเมิ่ง อีกร่วมเดือนกว่าที่คนของทางการจะเดินทางมาประกาศผลการสอบที่เมืองถงซือ เมื่อถึงตอนนั้นทั้งหมดค่อยกลับมาร่วมฉลองพร้อมกันอีกครั้ง
“อาจารย์ ท่านอาหง ต้าเป่า เสี่ยวซาน พวกท่านเดินทางปลอดภัย ก่อนจะสิ้นเดือน ข้าจะส่งรถม้าไปรับที่หมู่บ้านหยางจิ้ง”
หลัวเซียนโบกไม้โบกมือ กล่าวอำลาพวกของหงสือเมิ่งที่หน้าร้านขายผ้าสกุลหลัว
เมืองถงซือนั้นเล็กนัก ข่าวที่ว่าบุตรชายคนโตของร้านขายผ้าสกุลหลัวกับเด็กแซ่หยางสองคนจากหมู่บ้านหยางจิ้งสอบผ่านเป็ว่าที่ชิ่วไฉทั้งสามคนก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง แม้จะยังไม่มีคนของทางการมาประกาศอย่างเป็ทางการ แต่เท่านี้ก็ทำให้หลัวหวินเจ๋อเดินยิ้มอย่างอารามณ์ดีให้คนเห็นไปทั้งเมืองแล้ว หลายวันนี้ยังลดราคาผ้าป่านราคาถูกลงไปอีกหลายสิบเหวิน
หลัวเซียนหลังจากกลับมาบ้านก็มิได้ออกไปที่ใด หลัวหวินเจ๋อพาครอบครัวย้ายออกจากหมู่หบ้านหยางจิ้งได้เกือบสิบปีแล้ว เมืองถงซือเล็กเพียงเท่านี้ไม่ถึงหนึ่งปี หลังจากย้ายมาหลัวเซียนก็ออกตระเวนไปทั่วจนไม่มีส่วนไหนในเมืองที่ไม่รู้จัก หลัวเซียนอยู่ภายในห้องของตนเอง นั่งขัดสมาธิโคจรกำลังภายในให้ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เส้นลมปราณทั้งสิบสองเส้นเกิดความรู้สึกอุ่นร้อนราวกับมีสายน้ำอันอบอุ่นวิ่งวนไปทั่วทั้งร่าง หลังจากหลัวเซียนกินยาเม็ดเก้าไพศาลเข้าไปสองเม็ด กำลังภายในของหลัวเซียนก็เพิ่มพูนขึ้นจากเก่าก่อนไปอีกหลายขั้น หากนับว่าเมื่อตอนที่หลัวเซียนไปถึงเมืองเฉิงตู ยังมีพลังฝีมือเท่าเทียมกับถังจื่อฉวน เมื่อจากมาหลัวเซียนถือว่าห่างจากประมุขสกุลถังเพียงหนึ่งขั้นเท่านั้น
หลัวเซียนยังมียาเม็ดเก้าไพศาลเหลืออยู่สี่เม็ด ภายในสองถึงสามปีนี้หากฝึกฝนเดินพลังสม่ำเสมอ บวกด้วยตัวยาสี่เม็ดที่เหลือ ต่อให้ยังไม่อาจเท่าเทียมกับตัวเองเมื่อสองร้อยปีก่อนแต่อย่างน้อยคงได้ถึงเจ็ดแปดส่วน หลัวเซียนโคจรกำลังภายในได้สิบสองรอบก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าประตูห้อง
“อาเซียน มีคนมาพบเ้า บอกว่าเป็สหายจากเมืองเฉิงตู” เสียงสตรีอายุไม่มากนักร้องเรียก
“สหายข้า ขอข้าออกไปดูหน่อย” หลัวเซียนลุกจากเตียง เปิดประตูห้อง คนงานสตรีของร้านขายผ้าก็ยืนรออยู่ด้านนอก
ร้านขายผ้าของสกลุหลัวมีขนาดมาใหญ่มากนัก มีคนงานช่วยงานอยู่เพียงสามคน ทั้งสามคนนอกจากช่วยงานในร้านแล้วยังดูแลงานบ้าน ทำหน้าที่เป็บ่าวไปในตัว แต่บ้านหลัวมิใช่ผู้ดีเก่าก่อนมาจากไหน คนงานในบ้านเรียกหาหลัวเซียนตามอย่างบิดามารดา หลัวเซียนก็เรียกคนงานว่าพี่สาวบ้าง ท่านป้า ท่านลุงตามแต่ใจตนเอง
“พี่เข่อซิง สหายที่ว่า ตอนนี้อยู่ที่ใด”
“อาเซียนเ้ารีบออกไปเถอะ สหายเ้าคนหนึ่งอาการไม่สู้ดี เถ้าแก่ให้คนไปตามหมอมาดู ตอนนี้อยู่ที่ห้องโถง”
หลัวเซียนสังหรณ์ใจ รีบสาวเท้าเดินนำหน้า บ่าวสตรีไปที่ห้องโถง หลัวหวินเจ๋อเถ้าแก่ใหญ่ยังคงเป็หลัวหวินเจ๋อคนเดิม คนเหล่านี้บอกว่าเป็สหายของบุตรชาย มีคนหนึ่งไม่สบายจนหมดสติไป หลัวหวินเจ๋อไม่ลังเลแม้แต่น้อยรีบให้คนไปเชิญหมอในทันที ขอเพียงเป็สหายของบุตรชาย หลัวหวินเจ๋อก็มองคุณชายอายุเยาว์เหล่านี้ไม่ต่างจากมองหลัวเซียน
“คุณชายถัง”
หลัวเซียนที่เพิ่งเดินเข้ามา พอเห็นด้านข้างก็จดจำออกว่าเป็ถังจื่อฉวน เช่นนั้นคนที่นอนราบอยู่เก้าอี้ยาวก็คงเป็เฉวียนหวาฉีแล้ว หลัวเซียนรีบเดินเข้ามาที่ด้านใน เฉวียนหวาฉีใบหน้าขาวซีดนอนหลับตาอยู่ ลมหายใจอ่อนระริน หลัวเซียนคว้าจับที่ข้อมือ ชีพจรของเฉวียนหวาฉียังคงเต้นแรงแต่ปกคลุมไปด้วยความเย็นที่แข็งแกร่งสายหนึ่ง ถังจื่อฉวนส่ายหน้าไปมา ตนเองก็ไม่ทราบเช่นกันถึงอาการโรคของอีกฝ่าย
หลังจากหลัวเซียนออกจากเมืองเฉิงตูมาได้ไม่นาน เหตุการณ์ที่ป้อมสกุลถัง แม้ยังไม่อาจเรียกได้ว่าคลี่คลาย แต่ด้วยคำสั่งของประมุขสกุลถัง ทำให้ถังจื่อฉวนต้องออกเดินทางมากับเฉวียนหวาฉีพร้อมคนคุ้มกัน มาจนถึงเมืองถงซือ ระหว่างทางเฉวียนหวาฉีเกิดอาการหนาวเย็นขึ้นฉับพลัน ตัวของถังจื่อฉวนแม้มีความรู้ประจำตระกูลแต่ไม่อาจช่วยเหลือได้มากนัก อาการของเฉวียนหวาฉี ขนาดท่านปู่ของตนเองยังรักษาไม่ได้ ตัวของถังจื่อฉวนก็รักษาไม่ได้เช่นกัน ถังจื่อฉวนทำได้เพียงประคองอาการเอาไว้ แต่ขบวนเดินทางออกมาไกลจากเมืองเฉิงตูมากแล้ว หากเร่งรีบเดินทางย้อนกลับไป มิสู้เดินทางไปจนถึงเมืองถงซือจะดีเสียกว่า อย่างน้อยอาจจะยังพอมีหมอที่สามารถช่วยยืดระยะประคองอาการไปได้ยาวนาน จนสามารถกลับไปที่เมืองเฉิงตูได้
“พาไปที่ห้องข้า ที่ด้านในก่อน” หลัวเซียนหันมาบอกบิดากับถังจื่อฉวน
ตอนนี้คงมิใช่เวลาแนะนำว่าผู้ใดเป็ผู้ใด หลัวหวินเจ๋อไหนเลยไม่ฟังคำบุตรชาย ถังจื่อฉวนเป็ห่วงอาการของสหาย ทั้งสองคนช่วยกันประคองร่างของเฉวียนหวาฉี เดินตามหลัวเซียนกลับไปที่เรือนด้านในอีกครั้ง
“หากท่านหมอมาแล้ว ให้รีบเข้ามาดูอาการ ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องห่วง ท่านออกไปรอท่านหมอเถอะ คุณชายถัง ท่านก็ด้วยออกไปรอข้างนอกก่อน”
หลัวเซียนปิดประตูลง เดินไปยังเตียงที่มีร่างของเฉวียนหวาฉีทอดร่างอยู่ เฉวียนหวาฉีดูคล้ายคนที่นอนหลับสนิท หากแต่ใบหน้าร่างกายขาวซีด ซ้ำร่างกายยังแผ่ไอเย็นออกมาไม่หยุดยั้ง อาการเช่นนี้ไม่ว่าหมอมีชื่อจากที่ใดก็รักษาไม่ได้ หลัวเซียนถอนหายใจคราหนึ่งจึงนั่งลงที่ด้านข้าง หลัวเซียนสะบัดมือขวา ชูนิ้วชี้ออกจากนั้นจี้สกัดจุดลงบนร่างของเฉวียนหวาฉีด้วยความรวดเร็ว
จุดชีพจรที่หลัวเซียนลงมือคือ ชีพจรอวัยวะภายในทั้งห้า ครอบคลุมหัวใจ ปอดสองข้าง ม้ามและไตเพื่อคุ้มครองไม่ให้ได้รับอันตราย ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด หลัวเซียนแม้ลงมือโเี้กับศัตรูแต่กับคนที่ตนเองผูกพันด้วย แม้เฉวียนหวาฉีจะเป็เพียงสหายแรกพบพาน หลัวเซียนยังไม่อาจตัดใจปล่อยให้คนตกตายโดยไม่ช่วยเหลือ การรักษาอาการพิษเย็นของเฉวียนหวาฉีต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์ร้อนที่สุดในแผ่นดิน ถังกั๋วชินประมุขสกุลถัง แม้รู้ว่ายาเม็ดเก้าไพศาลของพรรคห้าเซียนใช้รักษาได้ แต่กลับไม่สามารถเสาะหาตัวยาเม็ดนี้ได้ แม้จะส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากซุนอวี้ก็ตาม
ตัวยานี้ยากที่จะจัดปรุงขึ้นมา หลัวเซียนล้วงมือไปในอกเสื้อหยิบเอาขวดยาสีขาวนวลออกมา จากนั้นเทตัวยาที่เคลือบไว้ด้วยขี้ผึ้งสีเหลืองออกมาหนึ่งเม็ด หลัวเซียนใช้นิ้วบีบขี้ผึ้งจนแตกออก กลิ่นหอมรัญจวนของตัวยาก็ฟุ้งกระจายไปทั้งห้อง หลัวเซียนป้อนยาเม็ดเก้าไพศาลหนึ่งเม็ดให้กับเฉวียนหวาฉีที่ยังคงหลับอยู่
“พี่หวาฉี ตัวยานี้มีค่ามากกว่าข้าเสียอีก จะรักษาท่านต้องใช้ตัวยาอีกหนึ่งเม็ด นอกจากนี้ เห้อ”
หลัวเซียนยังไม่ทันบ่นกับตัวเองจนจบ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังอีกครา ถังจื่อฉวนกล่าวผ่านประตูเข้ามา
“หลัวเซียน ท่านหมอมาถึงแล้ว”
หมอภายในเมืองถงซือ มีความรู้เพียงธรรมดา ถังจื่อฉวนแม้เป็กังวลแต่ตนเองก็ไม่อาจทำเช่นไรได้ คงต้องหวังว่าท่านหมอที่บ้านหลัวไปเชิญมาอย่างน้อยสามารถประคองอาการของเฉวียนหวาฉีเอาไว้ได้นานพอที่กลับไปยังเมืองเฉิงตู
หลัวเซียนเปิดประตูห้อง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หมอวัยชรารุดเดินเข้าไปด้านใน นั่งลงข้างเตียงใช้สามนิ้วทาบชีพจรที่ข้อมือของเฉวียนหวาฉี หลับตาลงสีหน้าครุ่นคิด จนเวลาผ่านไปจนเกือบหนึ่งถ้วยชาจึงลืมตาขึ้น
“ชีพจรคนป่วยนั้นแปลกนัก ข้าเป็หมอมาหลายสิบปี ยังไม่เคยพบเจอมาก่อน”
ถังจื่อฉวนถามด้วยความร้อนใจ
“ท่านหมอรักษาได้หรือไม่”
หมอชราส่ายหน้าไปมา อย่างจนปัญญา กล่าวว่า
“ชีพจรคนป่วยถูกความเย็นคุกคามมาเนิ่นนาน นอกจากนี้ยังมีกระแสความร้อนเกาะกุมภายใน ทั้งร้อนทั้งเย็นต่อต้านกันอยู่ ที่คนป่วยอยู่มาได้นานขนาดนี้ คงต้องขอบคุณ์แล้ว ข้ารักษาไม่ได้จัดยาให้ก็ไม่ได้ คุณชาย ท่านเชิญหมอท่านอื่นเถอะ”
หมอชราตระเตรียมลุกขึ้น ส่ายศีรษะไปมาอย่างจนใจ หลัวหวินเจ๋อล้วงเงินออกมาห้าตำลึง มอบให้กับหมอชรา พร้อมกับเดินออกไปส่งที่ด้านนอก หลัวเซียนหันมองถังจื่อฉวนกล่าวว่า
“พี่จื่อฉวน ข้าอาจมีวิธีรักษาพี่หวาฉี ต่อให้รักษาไม่ได้ก็ไม่ทำร้ายเขาไปมากกว่านี้ ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่”
ถังจื่อฉวนประสานมือคำนับ กล่าวตอบ
“หลัวเซียน คุณชายเฉวียนผู้นี้ ถือเป็ทายาทผู้มีพระคุณของสกุลถังข้า ท่านปู่ข้าทุ่มเทแรงกายตัวยาล้ำค่ามากมายยังรักษาไม่ได้ หากเป็ผู้อื่นกล่าวว่าสามารถรักษาได้ ข้าคงคิดว่าคนผู้นั้นคงสติไม่ดี แต่ในเมื่อเป็เ้า แม้ไม่ทราบแน่ชัดว่าเ้าจะใช้วิธีการใด แต่คำพูดของเ้า ข้าเชื่อถือโดยไม่เคลือบแคลงแม้แต่น้อย หลัวเซียนชีวิตของคุณชายเฉวียน ฝากไว้กับเ้าแล้ว”
ถังจื่อฉวนกล่าวตามที่ใจคิด หากถูกผู้อื่นในสกุลถังได้ยินเข้า คงคิดว่าถังจื่อฉวนดูถูกประมุขสกุลถัง ยกย่องผู้อื่นเหนือกว่า ในใต้หล้านี้สกุลถังคือผู้ใช้พิษอันดับหนึ่งในแผ่นดิน หากจะมีพิษใดที่สกุลถังรักษาไม่ได้ ก็ไม่จำเป็ต้องเสาะแสวงหาการรักษาจากที่อื่นแล้ว ถังจื่อฉวนรู้จักหลัวเซียนได้ไม่นานนัก ยามแรกพบหลัวเซียนใช้ฝีมือประหลาดที่ถังจื่อฉวนไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านไปไม่กี่วันฝีมือของหลัวเซียนกลับยิ่งสูงล้ำไปกว่าเมื่อแรกเจอ ยามหลัวเซียนประมือกับจอมยุทธผู้นั้นที่ชายป่า ถังจื่อฉวนยังมองกระบวนท่าของทั้งคู่แทบไม่ทัน ไหนจะความรู้สึกว่ากระทั่งประมุขพรรคห้าเซียน ยังแสดงท่าทางเกรงใจต่อหลัวเซียนผู้นี้
ต่อให้เห็นกับตาว่า หลัวเซียนเป็เพียงบุตรชายของเถ้าแก่ร้านขายผ้าเล็ก ๆ ในเมืองห่างไกล แต่ถ้าหลัวเซียนบอกว่าทำได้ ถังจื่อฉวนกลับรู้สึกมั่นใจในตัวหลัวเซียนอย่างแปลกประหลาด
“ขอบคุณพี่จื่อฉวนที่เชื่อในตัวข้า”
สายตาของหลัวเซียนเป็ประกาย สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจนัก
“เช่นนั้น จากนี้ต้องฝากให้ท่าน คอยเฝ้าประตูเอาไว้อย่าให้ผู้ใดเข้ามา ท่านพ่อข้าก็ไม่อาจเข้ามาได้”
“เื่ง่ายเช่นนี้ เ้าไว้ใจได้ ข้าจะเฝ้าประตูเอาไว้ไม่ขยับไปไหนแม้แต่น้อย”
หลัวเซียนปิดประตูลงอีกครา เดินกลับมาที่เตียง สีหน้าของเฉวียนหวาฉีที่ในตอนแรกขวาซีด ตอนนี้กลับดูมีเืลมมากกว่าเดิมยาเม็ดเก้าไพศาลเริ่มส่งผลแล้ว
“รอช้าไม่ได้แล้ว”
ยาเม็ดเก้าไพศาลเป็ยาที่มีฤทธิ์ร้อนที่สุดในแผ่นดิน หลังจากรับประทานเข้าไปแล้วต้องรีบเดินลมปราณให้ตัวยากระจายฤทธิ์ไปจนทั่วทั้งเส้นชีพจร หลัวเซียนฝึกวิชาของพรรคห้าเซียนเมื่อกินตัวยาเข้าไปแล้ว ยังประสานเสริมด้วยลมปราณหมื่นทิวา ตัวยาลมปราณหนุนกันและกันยิ่งทำให้กำลังภายในของหลัวเซียนเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว แต่เฉวียนหวาฉีมิได้มีลมปราณหมื่นทิวา หาก้าให้ตัวยาช่วยในการขับพิษเย็น หลัวเซียนต้องให้ลมปราณของตนเอง ชักนำตัวยาไปตามร่างกายของเฉวียนหวาฉี
หลัวเซียนขยับร่างของเฉวียนหวาฉีให้อยู่ในท่านั่ง สองมือประสานไว้ด้านหน้า ตัวหลัวเซียนเข้าประคองที่ด้านหลัง นั่งโอบอุ้มคนเอาไว้อย่างแนบชิด จากนั้นถอดเสื้อตัวยาวรวมถึงเสื้อตัวในของตนเองกับเฉวียนหวาฉีออก ร่างของหลัวเซียนแนบชิดกับด้านหลังที่เปลือยเปล่าของเฉวียนหวาฉี
แม้หลัวเซียนจะรู้สึกว่าตนเองออกจะเปลืองตัวไปสักหน่อยในการนี้ กำทำได้แต่ตัดใจขยับร่างไปด้านหน้าจนแนบชิด หน้าของหลัวเซียนกลับแดงด้วยความเขินอาย หลัวเซียนในชาตินี้เพิ่งอายุสิบห้าปี นี่เป็ครั้งแรกที่เปลือยเปล่าแนบชิดกับผู้อื่น ซ้ำยังเป็บุรุษ ภาพน่าอายนี้ไม่อาจให้ผู้อื่นพบเห็นได้โดยเด็ดขาด