“ท่านหมอตู้ เหล่าฟู[1]มีบุตรสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว...แม่ของนางก็ด่วนจากไปเร็วนัก...ขอท่านได้โปรดเมตตาช่วยชีวิตนางด้วยเถิด!”
เถ้าแก่จิน เศรษฐีอันดับหนึ่งในตำบลผิงอันเ้าของกิจการร้านแลกเงิน “เหิงไท่”คุกเข่าลงกับพื้นโถงรับรองในบ้านของตนด้วยน้ำตานองหน้า ร่างกายท้วมใหญ่นั้นกระทบกับพื้นจนได้ยินเสียงดัง“ตึก”
ท่าทีคุกเข่าเช่นนี้ทำให้ตู้เหิงหมอหนุ่มใเป็อย่างมาก เขารีบเข้าไปพยุงเถ้าแก่จินปากละล่ำละลักบอก “เดิมทีหมอมีหน้าที่ช่วยชีวิตคนอยู่แล้วแต่...การรักษาก็ส่วนการรักษา...ถ้าจะให้ข้ารับแม่นางหลิ่วเอ๋อร์เข้าบ้านนี่คงจะ...มากไปเสียหน่อย”
“ท่านหมอตู้...ความในใจของบุตรสาวข้าท่านจะไม่รู้เชียวหรือ?” เถ้าแก่จินลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายสั่นเทา พูดพลางปาดน้ำตา“หลิ่วเอ๋อร์ร่างกายอ่อนแอขี้โรคมาั้แ่เล็ก…ยังดีได้ท่านหมอตู้คอยดูแลมาตลอดหลายปี...เ้าลูกคนนี้เป็คนแน่วแน่มาแต่ไหนแต่ไรหากไม่ใช่ท่านก็จะไม่ยอมแต่ง เดิมทีข้ากะว่าต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะส่งแม่สื่อไปที่บ้านท่าน…แต่ใครจะไปคาดคิดว่า...ท่านหมอตู้จะแอบแต่งงานเงียบๆ เช่นนี้...บุตรสาวข้าตรอมใจข้าวปลาไม่ยอมกินดูท่าใกล้จะไม่ไหวแล้ว...”
เถ้าแก่จินพูดพลางเบือนสายตาไปยังมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของห้องโถงที่ซึ่งมีเด็กสาววัยสิบห้าสิบหกผู้หนึ่งนั่งอยู่เด็กสาวแม้จะสวมเพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบทั่วไป แต่รัศมีที่แผ่ออกมากลับดูสูงส่งผิวพรรณขาวบริสุทธิ์เนียนนุ่มราวกับตุ๊กตาเคลือบ ดวงตากลมโตสดใสมองสำรวจซ้ายขวาจ้องดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ตู้เหิงหันไปมองเด็กสาวครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวกับเถ้าแก่จิน “ท่านเองก็ทราบดี ตัวข้าเป็เพียงหมอจนๆ ผู้หนึ่ง ไหนเลยจะสามารถแต่งกับหลิ่วเอ๋อร์ได้? ภรรยาคนนี้ข้าเองก็ได้มาตอนขึ้นเขาเก็บสมุนไพร! แม้นางจะหน้าตาสะสวยแต่สมองกลับไม่ได้เื่...กระทั่งชื่อตัวเองก็ยังจำไม่ได้...ชื่อ “หลิงจือ”ของนาง ก็เป็ข้าเองนี่แหละที่ตั้งให้!”
หลิงจือได้ยินเช่นนั้นก็รีบลุกจากเก้าอี้เดินตรงมาด้านหน้าตู้เหิง เงยหน้าขึ้นพลางเอ่ย“สมองเ้าน่ะสิที่ไม่ได้เื่!” จากนั้นจึงหันไปหาเถ้าแก่จินพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ “เถ้าแก่จินหากท่านอยากให้สามีข้ารับอนุเข้าบ้าน ก็ควรถามความเห็นข้าก่อนหรือไม่?อย่างไรเสีย...ข้าก็เป็ภรรยาเอก!”
เถ้าแก่จินรีบคุกเข่าลงตรงหน้าหลิงจือทันทีเอ่ยร้องขอความเห็นใจ “แม่นางตู้...เอ่อไม่ใช่สิ...ตู้ฮูหยิน…ท่านช่วยรับบุตรสาวข้าไว้ด้วยเถิด! ขอท่านโปรดวางใจ นางเป็คนนิสัยอ่อนโยนจิตใจดี จะต้องให้ความเคารพปรนนิบัติรับใช้ฮูหยินเป็อย่างดีแน่นอน…”
“ฮ่าๆๆๆ...” หลิงจือหัวเราะจนน้ำตาร่วง
“ภรรยา!” ตู้เหิงทนดูต่อไปไม่ไหวรีบปราดเข้ามาห้ามนาง “เ้าเลิกเล่นเสียเถิด! เถ้าแก่จินเป็ผู้าุโเ้าจะรับการคุกเข่าจากท่านได้อย่างไร?”
พูดจบ ตู้เหิงก็รีบเข้าไปพยุงเถ้าแก่จินขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าหลิงจือยังไม่จบง่ายๆ นางมองตู้เหิง ก่อนเอ่ยยิ้มๆกับเถ้าแก่จิน “ข้าพอใจแม่นางหลิ่วเอ๋อร์ยิ่งบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุถือเป็เื่ปกติธรรมดา สำหรับข้าแล้ว รับอนุก็รับมาเถิด!เช่นนั้นวันนี้ เรารับแม่นางหลิ่วเอ๋อร์เข้าบ้านกันเลย!”
เถ้าแก่จินท่าทางดีใจจนออกนอกหน้ารีบก้มหัวคำนับหลิงจือเป็การใหญ่
ตู้เหิงกลับส่งสายตาไม่พอใจ เอ่ยเสียงเข้ม“ไร้สาระน่า! ข้ายากจนถึงเพียงนี้ แค่เลี้ยงภรรยาคนเดียวก็แทบไม่พอกินแล้วจะมีปัญญาเลี้ยงอนุไหวได้อย่างไร? ไม่ไหว! ไม่ไหวหรอก!”
“เื่เงินไม่ใช่ปัญหา!” เถ้าแก่จินตาเป็ประกาย“ท่านหมอตู้ สิ่งที่ตระกูลข้ามีคือเงินทอง! ข้ามีหลิ่วเอ๋อร์เป็บุตรสาวคนเดียวจึงอยากจะได้เขยสักคนเข้าบ้าน มาสืบทอดกิจการร้านแลกเงินของข้าต่อ...”
พูดยังไม่ทันจบ เถ้าแก่จินก็หยุดชะงักไปเองขณะที่ตู้เหิงจ้องหน้าเขาเหลอหลา
นั่นสิ มีบุรุษที่ไหนแต่งเข้าตระกูลอนุภรรยากันไม่เคยได้ยิน
หลิงจือเก็บสีหน้าอยากเข้าไปยุ่งเต็มที ทำตาปริบๆ เอ่ย “เถ้าแก่จิน ท่านพอจะออกไปก่อนได้หรือไม่ข้าขอปรึกษากับสามีสักครู่”
ลับหลังเถ้าแก่จินหลิงจือหันมองใบหน้าหล่อเหลาของสามี ก่อนหลุดขำออกมาอย่างอดไม่ได้
ไม่น่าแปลกใจที่จินหลิ่วเอ๋อร์จะหลงเขามากขนาดนี้ตู้เหิงในวัยสิบเจ็ดเป็ยอดหนุ่มงามที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วแม้ตัวจะมีฐานะยากจน แต่ก็เกิดมารูปร่างหน้าตาดี ท่าทีงามสง่าเป็บุรุษในฝันของบรรดาดรุณีน้อยทั่วตำบล!
ตู้เหิงเห็นหลิงจือหัวเราะท่าทีพิลึก ก็ถลึงตาใส่เอ่ยเสียงเข้ม “เ้าเลิกก่อเื่วุ่นสักทีเถิด! ข้าบอกเ้าเลยนะเื่รับอนุนี่ข้าไม่ยอมแน่นอน!”
หลิงจือยิ้มกว้างจนข้างแก้มขึ้นรอยบุ๋มลึกทั้งสองข้าง
“สามี” หลิงจือเรียกเสียงหวาน “ในเมื่อท่านไม่อยากรับอนุเข้าบ้านทำไมจึงไม่แต่งจินหลิ่วเอ๋อร์เป็ภรรยาเสียเลยเล่าอย่างไรเสียพวกเราก็เป็แค่สามีภรรยากันในนามอยู่แล้ว ที่ท่านต้องทำก็แค่ทำทีเขียนใบหย่าให้ข้า จากนั้นก็เข้าพิธีกับจินหลิ่วเอ๋อร์แต่งเข้าไปเป็เขยตระกูลเถ้าแก่จิน ดีจะตายไป!”
“ไม่ดี!” ตู้เหิงกัดฟันพูด
หลิงจือหน้ามุ่ย เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย"ไม่ดีตรงไหนกัน? ข้าว่าจินหลิ่วเอ๋อร์ แม้ร่างกายจะอ่อนแอมากโรคแต่ก็หน้าตางดงามมากทีเดียว เหมือนคำกล่าวว่า ‘เหนือกว่าไซซียามป่วยสามส่วน[2]’ ท่าทางก็มีเสน่ห์มีตรงไหนไม่เหมาะสมกับเ้ากัน?”
ตู้เหิงกลอกตามองบนเอ่ยพึมพำ “นาง...นางเป็เหมือนโหลใส่ยา เดิมทีก็ได้เงินค่ารักษาจากนางมาก็ไม่น้อยหากแต่งเข้าบ้านแล้วละก็ ไม่เพียงแต่จะเสียรายได้เท่านั้นยังต้องเปลืองยาสมุนไพรอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่เพื่อรักษานางอีก...”
“โถ...เ้าขี้งกเอ๊ย ที่แท้ก็คิดเื่นี้เอาไว้ละสิ...” หลิงจือชี้เขาเอ่ยเย้ยหยัน “สมองเ้าใช้การไม่ได้แล้วหรือไง? ถ้าเ้าแต่งกับจินหลิ่วเอ๋อร์กิจการร้านแลกเงิน ‘เหิงไท่’ ทั้งหมดก็จะกลายเป็ของเ้าเ้าก็ไม่ต้องลำบากหาเงินจากการรักษาคนไข้อีกแล้ว ไม่ต้องเป็หมอกระจอกแบบนี้อีก ยังจะมางกอะไรกับแค่ยาสมุนไพรเล็กน้อยนี่?เสียแตงโมเพื่อเก็บเมล็ดงา[3]จริงๆ”
แต่ใครคาดคิดว่า ตู้เหิงจะกล่าวอย่างไม่พอใจ“ข้าไม่้ากิจการร้านแลกเงินอะไรพวกนั้น ข้ารักเงินก็จริงแต่เงินที่ข้ารักคือเงินที่หามาได้จากการรักษาคนไข้ ไม่ใช่เงินจากการแต่งเป็ลูกเขยบ้านใครอีกอย่าง ก่อนท่านอาจารย์จะสิ้นใจ ข้าได้ให้สัญญาเอาไว้ว่าจะทำให้ศาสตร์การแพทย์ของท่านรุ่งโรจน์ให้ได้!ดังนั้นชีวิตนี้ข้าจะเป็หมอเท่านั้น เื่อื่นข้าขอไม่ยุ่งเกี่ยว!”
“แหม่ช่างเป็หมอที่มีหลักการเสียจริง!” หลิงจือยิ้มพลางยกนิ้วชี้ดันปลายคางของตู้เหิงขึ้น
“ปล่อยข้า!”ตู้เหิงปัดมือของหลิงจืออย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ต่อให้ข้าไม่มีเงินแต่งอนุก็จะไม่แต่งเข้าบ้านใครทั้งนั้น กับจินหลิ่วเอ๋อร์ผู้นี้ ข้าคงไม่อาจรับไว้ได้!”
หลิงจือเคลื่อนสายตาดำขลับเอ่ย “ดีในเมื่อเ้ายืนกรานเช่นนี้ ข้าก็จะช่วยเ้าเอง! แต่ว่า...หากข้ารักษาจินหลิ่วเอ๋อร์จนหายดีแล้วเ้าต้องพาข้าไปเลี้ยงเป็ดย่างที่จุ้ยเซียนจวีด้วยนะั้แ่แต่งงานกับยาจกเช่นเ้า ข้าก็ลืมไปแล้วว่ารสชาติของเนื้อเป็เช่นไร...”
ตู้เหิงไม่ได้สนใจเื่เป็ดย่างเพียงขมวดคิ้วถาม “เ้า? เ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยหรือ? โรคที่ข้ารักษาไม่ได้เ้าจะรักษาหายได้อย่างไร?”
“อย่ามาดูถูกข้าเชียว!” หลิงจือถลึงตาใส่“เห็นชัดว่า แม่นางจินหลิ่วเอ๋อร์ป่วยด้วยโรคทางใจ วิชาแพทย์ท่านยอดเยี่ยมก็จริงแต่รักษาได้เพียงกายภายนอก ไม่อาจรักษาใจได้ เื่อาการป่วยทางใจเช่นนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเถอะ!”
เช่นนั้นหลิงจือจึงเดินเข้าไปในห้องนอนของจินหลิ่วเอ๋อร์ท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความสงสัยของตู้เหิง
เถ้าแก่จินยืนอยู่หน้าห้องนอนของลูกสาวถูมือสองข้างอย่างอดไม่ได้ ถามด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านหมอตู้...ภรรยาท่านรักษาโรคได้ด้วยรึ?”
ตู้เหิงทำได้เพียงยิ้มตอบ
[1] เหล่าฟู (老夫)คำเรียกแทนตัวเองของชายชรา
[2] เหนือกว่าไซซียามป่วยสามส่วน (病弱西子胜三分)สื่อถึงความงามยามป่วยของสตรี ตามตำนานร่ำลือว่า ไซซี หนึ่งในสี่ยอดหญิงงามของจีนยามป่วยยิ่งงดงามมากกว่าปกติ คำว่า เหนือกว่าไซซียามป่วยสามส่วน เป็ที่รู้จักมาจากฉากบรรยายความงามของหลินไต้อวี้เื่ความฝันในหอแดง ว่าหลินไต้อวี้ถึงจะป่วยเช่นกัน แต่ก็งามกว่าไซซีถึงสามส่วน
[3] เสียแตงโมเพื่อเก็บเมล็ดงา (丢了西瓜捡芝麻)เสียสิ่งที่ใหญ่กว่าไป แล้วไปเลือกสิ่งที่ด้อยกว่า