บทที่ 21 เฟิ่งซีเด็กสาวผู้น่าชื่นชม
ออกศึกยังไม่ทันได้ชัยชนะก็ต้องตายจากไปเสียก่อน ทำให้วีรบุรุษต้องหลั่งน้ำตาด้วยความเศร้าโศก
เฟิ่งซีเข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างลึกซึ้ง
แต่เดิมนางคิดจะอวดโอ้โชว์ฝีมือสักหน่อย แต่เพิ่งจะออกจากประตูสำนักก็ล้มคะมำแล้ว จะอวดอะไรได้อีกเล่า!?
หากเป็คนอื่นคงจะอับอายจนแทบอยากหาโพรงดินมุดหนีไปให้พ้น แต่เฟิ่งซีเพียงแค่งุนงงไปชั่วครู่ก็คิดหาทางออกได้ทันที
นางถือโอกาสคำนับให้กับป้ายชื่อที่อยู่เหนือประตูสำนัก จากนั้นก็กล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมศรัทธา "ศิษย์เฟิ่งซีขอคารวะท่านอาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนัก"
"ขอท่านโปรดคุ้มครองให้สำนักเสวียนเทียนของพวกเราได้รับชัยชนะในดินแดนลับเทียนลวี่ ครองความเป็หนึ่งและได้รับมงกุฎแห่งชัยชนะ..."
ผู้คนทั้งหลาย : ...คราวนี้บรรพจารย์คงไม่ดลบันดาลแน่ อย่าว่าแต่อันดับหนึ่งเลย แม้แต่อันดับสามก็ยังยาก!
อย่างไรก็ตาม เด็กสาวผู้นี้ช่างดีจริง ๆ!
แม้ว่านางจะเข้าสำนักมาไม่นาน แต่กลับมีความภาคภูมิใจในสำนักอย่างมาก อีกทั้งยังให้ความเคารพต่อบรรพจารย์เป็อย่างยิ่ง
ในตอนนี้เซียวไป่เต้าได้เอ่ยถึงตอนที่เฟิ่งซีเพิ่งเข้าสำนัก นางก็ได้คุกเข่าคำนับต่อบรรพจารย์เช่นกัน
ทุกคนได้ยินดังนั้น ต่างรู้สึกซาบซึ้งที่เฟิ่งซีมีจิตใจบริสุทธิ์ดั่งเด็กน้อย
สิงโตทองจ้องตาโต สีหน้าดูแคลนจนไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป
นางแค่พลาดล้มลงโดยไม่ตั้งใจเท่านั้นเอง พวกเ้ายังเชื่อเื่เหลวไหลที่นางพูดอีกหรือ?
สมกับเป็มนุษย์โง่เขลาเสียจริง!
ในตอนนั้นเฟิ่งซีลุกขึ้นกล่าวกับจวินเหวินว่า "ศิษย์พี่ห้า รบกวนท่านพาข้าขึ้นไปบนหลังของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักด้วย"
จวินเหวินรีบทำตามทันที โดยให้เฟิ่งซียืนบนกระบี่วิเศษของตน จากนั้นจึงะโขึ้นไปบนหลังของสิงโตทอง
จวินเหวินลองถามสิงโตทองอย่างระแวดระวัง "ข้าขอขึ้นไปนั่งสักครู่ได้หรือไม่?"
สิงโตทองพ่นน้ำลายใส่ร่างของเขาทันที
จวินเหวิน : ...ลืมว่าข้าเคยพูดอะไรเช่นนี้เถิด
เซียวไป่เต้าออกคำสั่งเพียงครั้งเดียว ทุกคนก็ควบคุมกระบี่ลอยขึ้น
สิงโตทองวางเท้าหน้าลงพื้น ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว จนเฟิ่งซีที่ไม่ทันได้เตรียมตัว ได้แต่อ้าปากกลืนลมเย็น ๆ เข้าไปเต็มปาก!
เฟิ่งซี "...เอ๊ะ เหตุใดเ้าจึงไม่บินเล่า?"
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาสองสามครั้ง
เ้าตาบอดหรือไร ข้ามีปีกที่ไหนกัน?!
แม้ว่าเฟิ่งซีจะฟังไม่เข้าใจ แต่นางก็พอจะเดาได้คร่าว ๆ
นางรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย!
ข้าออกไปเพื่อจะทำตัวโดนเด่น ไม่ใช่ออกไปโดนลมพัด!
สิ่งเดียวที่ปลอบใจนางได้คือ สิงโตทองวิ่งได้เร็วมาก เพียงชั่วพริบตาก็แซงหน้าเซียวไป่เต้าและคนอื่น ๆ ที่บินอยู่บนท้องฟ้าไปแล้ว
เฟิ่งซีปลอบใจตัวเอง วิ่งบนพื้นก็วิ่งบนพื้นเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะตกลงมาตาย
นางบอกให้สิงโตทองวิ่งช้าลง เพื่อไม่ให้แยกออกจากกลุ่มใหญ่
มิเช่นนั้นหากเจอกับอันตราย พวกเขาทั้งสองคน คนหนึ่งเป็คนไร้ประโยชน์ตัวน้อย อีกคนเป็สัตว์ไร้ประโยชน์ที่กำลังภายในถดถอย จะต้องโชคร้ายอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเฟิ่งซี้าความปลอดภัยไว้ก่อน แม้ว่าพลังของสิงโตทองจะไม่เทียบเท่าแต่ก่อน แต่ยังอยู่ในขอบเขตปฐมิญญา ในสถานการณ์ส่วนใหญ่ก็ยังรับมือได้
ตอนแรกเฟิ่งซีนั่งอยู่บนหลังสิงโตทอง แต่ต่อมาก็นอนราบไปเลย เมื่อง่วงก็ซุกตัวเข้าไปในขนของสิงโตทองแล้วหลับสนิท
ระหว่างทางได้เจอกับกลุ่มผู้บำเพ็ญระดับต่ำที่ไม่รู้จักประสา พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าสิงโตทองเป็เพียงราชสีห์วายุที่มีระดับพลังเพียงขอบเขตปฐมิญญา
แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกสิงโตทองตะปบจนาเ็ไปเกือบครึ่ง พวกนั้นจึงรีบวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไป
สิงโตทองไม่สนใจจะไล่ตาม เพราะพวกนั้นเป็เพียงแมลงตัวเล็ก ๆ เท่านั้น
หากไม่ใช่เพราะมันต้องรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง คงฆ่าพวกนั้นให้ตายไปนานแล้ว
ใน่เวลานั้นเฟิ่งซีที่กำลังนอนหลับอยู่ เพียงแค่โผล่หัวออกมามองดูสองสามครั้ง จากนั้นก็หดหัวกลับไปนอนต่อ
ไม่นานข่าวลือก็แพร่สะพัดออกไป
"พวกเ้าได้ยินหรือไม่ เมื่อไม่นานมานี้ในดินแดนเหนือของพวกเรามีสัตว์อสูรที่ดุร้ายมาก แม้จะมีรูปร่างคล้ายราชสีห์วายุ แต่กลับมีสองหัว!"
"หนึ่งหัวเป็ราชสีห์ อีกหัวเป็มนุษย์ ข้าได้ยินว่ามันพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย!"
"ข้าก็ได้ยินเช่นกัน ตอนนี้ผู้คนเรียกปีศาจร้ายตนนั้นว่าราชสีห์หน้ามนุษย์ มันถูกจัดให้เป็สัตว์ร้ายอันดับหนึ่งแห่งดินแดนเหนือ!"
"มีผู้คนมากมายกำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อขอร้องให้สำนักทั้งสี่ออกไปล่าราชสีห์หน้ามนุษย์ สัตว์ร้ายตัวนี้ช่างอหังการเหลือเกิน กล้าออกมาอวดโฉมกลางวันแสก ๆ"
เฟิ่งซีไม่รู้เื่เหล่านี้แน่นอน ตอนนี้นางกำลังสั่งสอนสิงโตทองอยู่...
"เ้าทองคำตัวน้อย ข้าเตือนเ้าไว้ก่อน สำนักอื่นทั้งสามแห่ง โดยเฉพาะสำนักฮุ่นหยวน มีสัตว์วิเศษเพศเมียมากมายที่รอการผสมพันธุ์อยู่! เ้าต้องระวังตัวให้ดี อย่าให้ใครจับตัวเ้าไปใช้เป็เครื่องมือผสมพันธุ์เชียว!"
"อีกอย่างหนึ่ง เ้าคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักเสวียนเทียน แล้วสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักคืออะไรรึ? นั่นย่อมหมายถึงไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสำนักและแข็งแกร่งที่สุด"
"ดังนั้น เ้าคือความมั่นใจของสำนักเสวียนเทียน เ้าคือรากฐานของสำนักเสวียนเทียน"
"เ้าอย่าได้หลงกลเป็อันขาด ระวังอย่าตกหลุมพรางความงามของผู้อื่น..."
สิงโตทองถูกเฟิ่งซีพูดจนเืในกายเดือดพล่าน ไม่นึกว่าภาระบนบ่าของข้าจะหนักอึ้งถึงเพียงนี้!
ส่วนเื่ที่เฟิ่งซีพูดถึงสัตว์วิเศษเพศเมีย มันแค่แสดงท่าทีดูแคลนเท่านั้น
ข้าเป็คนที่พวกสัตว์ชั่วร้ายพวกนั้นจะมาหมายปองได้หรือ?!
ข้ายอมอยู่ตัวเดียวไปชั่วชีวิต ไม่มีวันยอมให้พวกมันได้ดั่งใจแน่!
เฟิ่งซียังคงรู้สึกไม่วางใจ เพราะสิงโตทองนั้นเป็เพียงสัตว์อสูร การควบคุมตนเองนั้นมีข้อจำกัด
นางสงสัยว่าในแผ่นหยกจารึกที่อยู่ในจิติญญาของนาง จะมีวิชาที่คล้ายกับคัมภีร์ทานตะวัน*[1] หรือไม่?
สิงโตทองรู้สึกหนาวสั่น มองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบอันตรายใด ๆ จึงเดินต่อไปข้างหน้า
หากมีสักเล่มนางจะมอบให้สิงโตทองแน่นอน
หน้าแรกเขียนไว้ว่า "หาก้าฝึกวิชานี้ ต้องตอนตัวเองเสียก่อน"
แน่นอนว่าเฟิ่งซีไม่ได้คิดจะทำเช่นนั้นจริง ๆ นางยังคงมีจิตสำนึกอยู่บ้าง
นอกจากโจรกลุ่มเล็ก ๆ ที่เคยเจอก่อนหน้านี้ การเดินทางก็ราบรื่นดี
เมื่อต้องผ่านูเาหรือแม่น้ำ จวินเหวินก็จะอาสาพาเฟิ่งซีขึ้นไปบนกระบี่วิเศษ เพื่อไม่ให้นางต้องลำบากไปกับสิงโตทองตัวนั้น
ในเวลานี้สำนักใหญ่ทั้งสามได้เดินทางมาถึงดินแดนลับเทียนลวี่แล้ว
นอกจากสำนักใหญ่ทั้งสามแล้ว ยังมีผู้ฝึกฝนจากสำนักขนาดกลางและขนาดเล็กรวมถึงผู้ฝึกฝนอิสระมากมายรีบเร่งมาชมความคึกคัก
บริเวณลานโล่งด้านหน้าดินแดนลับเทียนลวี่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอึกทึก บรรยากาศคึกคักเป็อย่างยิ่ง
เสินจื่อหลานยิ้มน้อย ๆ กำลังสนทนากับศิษย์พี่รอง ลู่ซิวหาน
"ศิษย์พี่รอง ท่านมีวรยุทธ์สูงที่สุดในดินแดนลับครั้งนี้ สำนักฮุ่นหยวนของพวกเราต้องได้อันดับหนึ่งอย่างแน่นอน"
ลู่ซิวหานแสดงสีหน้าหยิ่งผยอง "แน่นอนอยู่แล้ว! สำนักว่านเจี้ยนและสำนักบัญชาสัตว์อสูรก็ได้แค่แย่งชิงอันดับสองเท่านั้น ส่วนพวกไร้ค่าจากสำนักเสวียนเทียนนั้นไม่ต้องพูดถึง"
เมื่อเสินจื่อหลานได้ยินเขาพูดถึงสำนักเสวียนเทียน รอยยิ้มบนใบหน้านางก็เริ่มแข็งค้าง
"ศิษย์พี่รอง ไม่ทราบว่าเฟิ่งซีจะมาหรือไม่? หากนางมา ข้าจะต้องอธิบายให้นางเข้าใจให้ดี เื่ก่อนหน้านี้เป็เพียงความเข้าใจผิด เพื่อมิให้นางเคียดแค้นพวกเราและสำนักฮุ่นหยวน"
ลู่ซิวหานแค่นเสียงเ็า "เ้ามีอะไรต้องอธิบายกับนางด้วย? แต่เดิมก็เป็เพราะนางอิจฉาเ้า ถึงได้ใส่ร้ายป้ายสีเ้า
ปรมาจารย์เซียวไป่เต้าคงจะแก่เฒ่าจนสติไม่ดีแล้ว ถึงได้รับนางเป็ศิษย์สายตรง
แม้จะเป็ศิษย์สายตรงก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่ว่านางเป็คนไร้ค่าได้
เื่ที่ว่าลอบโจมตีเซวี่ยเทียนเจวี๋ยหรือเื่ที่ค้นพบเหมืองหินิญญาชั้นเลิศ ล้วนเป็เพียงแค่การยกยอปอปั้นจากปรมาจารย์เซียวไป่เต้าเท่านั้น คาดว่าคราวนี้นางคงไม่กล้ามา ถึงอย่างไรนางก็เป็คนไร้ค่าอย่างแท้จริง ต่อให้มาก็ไม่มีทางเข้าสู่ดินแดนลับได้ นางไม่ควรออกจากสำนักเสวียนเทียนไปตลอดชีวิต มิเช่นนั้นข้าจะต้องสังหารนางให้ได้!”
เสินจื่อหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย "ศิษย์พี่รอง แม้ว่าเฟิ่งซีจะทำให้พวกเราและสำนักฮุ่นหยวนเสื่อมเสียชื่อเสียงในพิธีรับศิษย์ที่ผ่านมา แต่ก็เป็ชีวิตคนผู้หนึ่ง ท่านปล่อยเื่นี้ผ่านไปเถิด!"
เสินจื่อหลานไม่น่าพูดถึงพิธีรับศิษย์เลย พอพูดขึ้นมา ลู่ซิวหานยิ่งเกลียดชังเฟิ่งซีมากขึ้นไปอีก!
"ศิษย์น้อง เื่นี้เ้าไม่ต้องยุ่ง ข้ามีแผนการของข้าอยู่แล้ว"
เสินจื่อหลานดวงตาวาววับ นางไม่ได้พูดถึงเื่นี้อีก แต่กลับเปลี่ยนไปพูดเื่อื่นแทน
*[1] คัมภีร์ทานตะวัน คือ เป็ชื่อของคัมภีร์ลมปราณในวรรณกรรมจีนกำลังภายใน มีชื่อเสียงจากผลงานของกิมย้ง