ครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 เจอหน้า

             ตลอดทาง เพราะว่าเดินทางกันไม่ค่อยเร่งรีบมากนัก เดินทางไปช้าๆมาตลอดหนึ่งเดือนกว่า รอจนกระทั่งลมฤดูใบไม้ผลิพัดแรง ถึงได้เห็นประตูเมืองหลวง

            เมืองหลวงของต้าเหลียงอยู่ที่เยี่ยนจิงเป็นสถานที่แบ่งฤดูกาลเป็นสี่ฤดูชัดเจน เยี่ยนจิงเป็นที่ที่เพิ่งจะย้ายกันมาเดิมทีอยู่ที่จินหลิง เพราะว่าพื้นที่ขนาดใหญ่ทางเหนือถูกแคว้นเวนคืนเหลียงไท่จงฮ่องเต้คนที่สองของต้าเหลียงจึงย้ายเมืองหลวงของแคว้นมาที่เยี่ยนจิง

            เยี่ยนจิงสามารถพูดได้ว่าเป็นเมืองใหม่ หลังเหลียงไท่จงตัดสินใจย้ายมาที่เยี่ยนจิงก็ส่งคนมาวางผังเมืองเยี่ยนจิงตามภูมิศาสตร์ที่ดินที่มี เขตราชวัง เมืองชั้นใน เมืองชั้นนอกเขตที่พักอาศัย แม้แต่ทางน้ำก็วางแผนเอาไว้

            ถึงแม้โลกนี้ หลังจากราชวงศ์ถังก็แตกต่างจากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในอดีตแต่สำหรับเมืองหลวงของหลายราชวงศ์ ในช่วงแรกเริ่มสุดชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่วโลกของเมืองก็ดึงดูดคนมาก

            ทหารที่เฝ้าประตูเมืองสวมชุดสีแดงแบบเดียวกัน ที่เอวห้วยกระบี่เอาไว้ จะเข้าเมืองจำเป็นจะต้องตรวจสอบเอกสารยืนยันคนหนึ่งพกมาเรียกว่าหนังสือเดินทาง เหมือนอย่างพวกจางจ้าวฉือที่มีคนมากมายขนาดนี้ก็ต้องไปที่สำนักงานเขตเพื่อขอหนังสือยืนยันเพื่อแสดงว่าเป็นหน่วยงานอะไร มีกี่คนเข้าเมื่อไปทำอะไร ถ้าหากจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในเมืองหลายวันเช่นนั้นจะต้องลงทะเบียนที่นายทวารเมือง

            จวนโหวได้ส่งคนมารอที่ที่พักห่างจากนี้ออกไปสิบลี้อยู่ก่อนแล้วซึ่งก็คือพ่อบ้านของจวนโหว ซึ่งพ่อบ้านของจวนโหวนั้นเป็นคนที่เกิดในจวนโหว ใช้สกุลสวี่เป็นลูกชายของพ่อบ้านจวนโหวคนก่อน ตั้งแต่เด็กๆ ก็ติดตามโหวเย่ ทำงานมาตั้งแต่เป็นเพื่อนเรียนหนังสือสิทธิ์ต่างๆ ในจวนโหวจึงมีมากตามไปด้วย จางจ้าวฉือเห็นพ่อบ้านสวี่มารับ จึงพูดกับแม่นมว่าโหวเย่ยิ่งให้ความสำคัญกับครอบครัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

            พ่อบ้านสวี่พาคนมาถึงที่ประตูเมือง ไม่รู้ว่าไปพูดอย่างไรกับนายทวาร จึงสามารถเข้าไปได้เลยพ่อบ้านสวี่จึงนำขบวนรถม้าสิบกว่าคันเดินทางไปยังจวนหย่งหนิงโหว

            หลังจากเข้าเมืองมาก็เป็นถนนที่ครึกครื้น คนด้านรถม้าก็พิงหน้าต่างรถมองความครึกครื้นจากหน้าต่างบานเล็กๆ

            แม่นมลู่รีบปิดผ้าม่านลง แล้วพูดเสียงเบา “พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันรีบกลับไปนั่งให้ดี ก็แค่ถนนของเมืองหลวงไม่ใช่หรือ รอว่างๆ แล้วพวกเราค่อยออกมาเดินเล่นกันอย่าทำเช่นนี้ คนอื่นเห็นจะหัวเราะเยาะเอาได้”

            จางจ้าวฉือรีบกอดสวี่ไป่เอาไว้แน่นๆ “จริงด้วย พวกเราฟังคำแม่นมข้าออกจากเมืองหลวงมาหลายปี จึงไม่ค่อยชินกับบรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้”

            แม่นมลู่เอ่ย “ทุกคนต่างมีกฎของตนเอง พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเหอซีได้เป็นตัวของตัวเองแต่ว่ากลับมาเมืองหลวงก็ต้องเคารพกฎของเมืองหลวงเลี่ยงถูกคนอื่นพูดว่าพวกเราไปชนบทมาแล้วไม่รู้จักกฎ”

            จางจ้าวฉือเอ่ย “ได้เจ้าค่ะ แม่นม ต่อไปพวกเราจะฟังท่านดีหรือไม่?”

            แม่นมเอ่ย “ฟังข้าแน่นอนว่าดีอยู่แล้ว ข้ากลัวแต่ว่าถึงเวลานั้นเจ้าก็ทำตามนิสัยของตนเองฮูหยินผู้เฒ่าก็ชอบเจ้าอีก ช่างเถิดๆ ข้าจะกังวลไปทำไม จะอย่างไรก็มีฮูหยินผู้เฒ่าคอยดันหลังอยู่”

            จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วเอ่ย “ดูสิ ดูสิ จือเอ๋อร์ แม่นมไม่วางใจพวกเราขนาดนี้ไม่เชื่อใจกันขนาดนี้แล้ว”

            สวี่จือเอ่ย “แม่นมเจ้าคะ ท่านวางใจเถิดข้ารับปากว่าจะฟังคำพูดของท่านอีกครั้ง จะเคารพกฎเจ้าค่ะ”

            หลังจากรถม้าเดินทางมาได้ช่วงหนึ่งแล้วก็เจอถนนเส้นที่ห่างไกลผู้คน

            สวี่ไป่นั่งอยู่ในอ้อมกอดของจางจ้าวฉือพอดีกับที่มองเห็นภาพทิวทัศน์จากถนนสองข้างทาง

            ถนนเส้นนี้ไม่ได้กว้างมาก สองข้างทางล้วนเป็นกำแพงมองจากกำแพงเมืองสามารถเห็นต้นไม้เขียวขจีได้นิดหน่อยหรือหลังคากระเบื้องหินของบ้านเรือน ห่างออกไปถึงจะเป็นประตูเรือนด้านข้างขนาดใหญ่ด้านข้างยังมีรถม้าเข้าออกข้างเรือน ส่วนประตูใหญ่ของจวนหย่งหนิงโหวก็เป็นประตูใหญ่ที่อยู่บนถนนเส้นนี้แต่ไม่ได้อยู่ด้านในมากนัก

            ประตูด้านข้างเปิดออกแล้ว รถม้าของจางจ้าวฉือวิ่งตรงเข้าไปด้านข้าง ไปได้ไม่ไกลก็ถึงซุ้มประตูดอกไม้หลังจากผ่านประตูซุ้มดอกไม้ก็มีข้ารับใช้วันกลางคนในจวนใช้เกี้ยวพาทุกคนไปยังเรือนที่ฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ส่วนสวี่ตี้นั้นก็มุ่งตรงไปยังห้องตำราที่เรือนหน้าของหย่งหนิงโหวเย่ในทันที

            ประตูเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ามีคนที่อายุประมาณแม่นมลู่มายืนรออยู่แล้วพอเห็นจางจ้าวฉืออุ้มสวี่ไป่ลงมาจากเกี้ยว นางก็รีบแย้มยิ้มแล้วเดินเข้ามาทำความเคารพ“ฮูหยินสาม ในที่สุดท่านก็มาแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นมารอตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะไอ๊หยา นี่คือคุณชายเจ็ดของพวกเราหรือ? หน้าตาดีจริงๆ”

            จางจ้าวฉือโค้งตัวรับการทำความเคารพก่อนจะยิ้มแล้วเอ่ย “ลำบากแม่นมเสิ่นมารอแล้วจากไปหลายปี แม่นมดูไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดเลยนะเจ้าคะ”

            แม่นมเสิ่นเอียงตัวพาจางจ้าวฉือเดินเข้าไปด้านใน “ข้าอายุมากแล้วจะไม่เปลี่ยนไปได้อย่างไรกันเจ้าคะ”

            แม่นมลู่ไม่ได้มากับจางจ้าวฉือ นางให้ชิงเหมี่ยวตามจางจ้าวฉือมาที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าส่วนนางพาชิงซุยไปจัดการกับหีบสัมภาระ เรือนที่สกุลสวี่เคยอยู่แต่ก่อนถูกทำความสะอาดไปแล้วอีกทั้งยังย้ายของออกจากเรือนหลังที่ครอบครัวสวี่เคยอาศัยอยู่ออกมาเดิมทีเรือนที่ครอบครัวสวี่อาศัยอยู่นั้นเป็นเรือนสามทางเข้าแต่ว่าสองเรือนด้านหลังถูกคนในจวนใช้มาเป็นห้องเก็บของ จางจ้าวฉือพาสวี่ตี้กลับมาครั้งนี้หนิงซื่อจื่อจัดการย้ายของที่เก็บอยู่ในสองเรือนนั้นออกหลังทำความสะอาดสองเรือนในให้สะอาด โดยบอกทุกคนในจวนว่าในจวนมีคุณชายเจ็ดมาเพิ่มแล้ว เรือนของคุณชายสามอยู่ไม่เพียงพอ

            จางจ้าวฉือพาสวี่จือแล้วก็อุ้มสวี่ไป่เอาไว้ในอ้อมกอด หลังจากเข้าไปด้านในของเรือนฮูหยินผู้เฒ่าแล้วก็เห็นในเรือนมีคนยืนอยู่ล้วนแต่เป็นสาวใช้ในเรือนนี้จวนหย่งหนิงโหวถึงแม้จะไม่ได้มีอิทธิพลมากในราชสำนักเหมือนเมื่อหลายปีก่อนแต่ว่าการควบคุมคนในจวนนั้นยังคงเคร่งครัด เจ้านายก็คือเจ้านายลูกน้องก็คือลูกน้อง จางจ้าวฉือคำนวณดูแล้ว ในจวนก็ถือว่าค่อนข้างจะอะลุ่มอล่วยกับเจ้านายมากแต่กฎเกณฑ์ที่ควรเคร่งนั้นก็ควรจะเคร่ง

            แม่นมเสิ่นพาเข้าประตูเรือนไป แล้วผ่านห้องโถงห้องหนึ่งไปที่อยู่ตรงข้ามกับโถงก็คือกำแพงกั้นประตูทางเข้าสีฝุ่น เดินผ่านกำแพงกั้นไปก็เป็นห้องหลักที่ฮูหยินผู้เฒ่าพักอยู่ ตรงขอบประตูสีแดงมีสาวใช้ยืนเรียงกันอยู่พอเห็นแม่นมเสิ่นพาคนเดินมา สาวใช้สองคนก็รีบแหวกผ้าม่านออก

            หลังจากแหวกผ้าม่านออกสวี่ไป่ก็รู้สึกว่าตนเองเพิ่งจะได้รู้จักกับหน้าตาของโลกใบนี้

            ด้านหลังผ้าม่านเป็นฉากกั้นสีขาวบานพับทำด้วยไม้จื่อทั่นสลักลวดลายดอกไม้ขนาดยาวราวสองเมตร ด้านหลังฉากกั้นก็เป็นห้องรับแขกของฮูหยินผู้เฒ่า สวี่ไป่ถูกแม่ของตนเองอุ้มเดินผ่านฉากกั้นไปแล้วก็เห็นหญิงชราผมขาวทั้งหัวรูปร่างดูแล้วใจดี จับมือสาวใช้คนหนึ่งให้ช่วยพยุง แล้วเดินมาตรงฉากกั้น

            จางจ้าวฉือเห็นฮูหยินผู้เฒ่าก็คุกเข่าลงไปกับพื้นหลังจากเอ่ยปากเรียกฮูหยินผู้เฒ่าก็สะอื้นออกมา

            ฮูหยินผู้เฒ่ารีบเข้าไปพยุง “ไอ๊หยา เด็กดี ในที่สุดก็กลับมาแล้วรีบลุกขึ้นมา รีบลุกขึ้นมา ให้ข้าดูไป่เกอของพวกเจ้าก่อน”

            สวี่จือเองก็คุกเข่าให้ฮูหยินผู้เฒ่าตามจางจ้าวฉือ ซึ่งฮูหยินผู้เฒ่าก็ยกมือขึ้นดึงสวี่จือให้ลุกขึ้นจากพื้น“เดินทางกลับมาเหนื่อยๆ อย่าเพิ่งคำนับข้าเลยข้าขอดูสิว่าพวกเจ้าโตขึ้นเท่าไหร่แล้ว แล้วตี้เกอของพวกเราล่ะ? ไม่เห็นตี้เกอเลย?”

            จางจ้าวฉือยิ้มแล้วเอ่ย “ตี้เกอไปหาโหวเย่ก่อนเจ้าค่ะ คาดว่าอีกเดี๋ยวจะตามโหวเย่มาที่นี่ด้วยกันฮูหยินผู้เฒ่า พวกเรายังไม่ได้อาบน้ำก็มาหาท่านก่อนเลยเจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็ยิ้มตาหยีมองสวี่ไป่กับสวี่จือ“รู้ว่าข้ารอพวกเจ้ามาตลอด ถือว่าเจ้ายังมีจิตใจดี ไอ๊หยา ไป่เกอของพวกเราเหตุใดดูอย่างไรก็ช่างหน้าตาดีเสียจริง”

            นี่ถือว่าได้เจอหนึ่งในบอสที่ใหญ่ที่สุดในจวนแล้วสวี่ไป่อยากจะเกาะขาใหญ่เอาไว้ จึงทำได้แค่ทำตัวน่ารัก แต่น่าเสียดาย ฮูหยินผู้เฒ่าอายุมากแล้วกลัวว่าจะอุ้มเด็กได้ไม่ดีแล้วทำเด็กตก จึงทำได้แค่ยืนลูบมือน้อยๆ อยู่ข้างกายจางจ้าวฉือ

            เมื่อทราบข่าวว่าครอบครัวจางจ้าวฉือจะกลับมาฮูหยินผู้เฒ่าก็ตั้งตารอคอย อู่ซื่อโหวฮูหยิน หนิงซื่อฮูหยินซื่อจื่อ แล้วก็น้องชายแม่เดียวกันกับโหวเย่นามว่าสวี่ฉี จูซื่อฮูหยินของสวี่ฉี รวมถึงสะใภ้สองคนของจูซื่อพาลูกสาวอายุประมาณสวี่จือมาด้วย ซึ่งทุกคนล้วนมารอกันอยู่ในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า

            พอเห็นฮูหยินผู้เฒ่าปฏิบัติกับจางจ้าวฉืออย่างสนิทสนมเหยาซื่อภรรยาของสวี่เฉวียนลูกของหย่งหนิงโหวเย่ก็เข้ามารั้งฮูหยินผู้เฒ่าแล้วเอ่ย“ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ พวกเรานั่งกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ ให้พี่สะใภ้สามวางคุณชายเจ็ดของพวกเราลงพักแขนเสียหน่อยถึงจะดี ในตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะมาหยอกล้อกันตอนนี้นะเจ้าคะ ท่านว่าใช่หรือไม่?”

            เหยาซื่อฮูหยินของสวี่เฉวียนผู้นี้ถึงแม้ชาติตระกูลจะไม่ได้ใหญ่โต แต่บิดาของนางก็เป็นจี้จิ่วของสำนักการศึกษา แล้วก็ถือว่าชาติกำเนิดจากครอบครัวนักปราชญ์เหยาซื่อมีความรู้ ที่สำคัญที่สุดคือนางเป็นคนฉลาด สามารถพูดหยอกล้อกับเหล่าผู้อาวุโสได้กับผู้น้อยกว่าก็เข้ากันได้ดีมาก ภายในจวนนางเป็นคนที่ได้รับความนิยมมากพอสมควรไม่เหมือนกับหนิงซื่อที่เป็นภรรยาของซื่อจื่อ ที่มักจะทำตัวมีมาดอยู่ตลอด

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็เอ่ย “ไอ๊หยา จริงด้วยสินะ รีบมา มานั่งพักก่อนเถิด”

            เหยาซื่อยิ้มแล้วเอ่ย “ดูสิๆ ฮูหยินผู้เฒ่าของพวกเราปกติมักจะพูดว่าชอบข้าพอเห็นพี่สะใภ้สาม ในสายตาในใจก็ล้วนเป็นพี่สะใภ้สาม ดูเหมือนว่าปกติแล้วที่ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าชอบข้ามากจะเป็นการเอาใจข้าแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็หัวเราะแล้วหยิกแก้มเหยาซื่อ ก่อนจะเอ่ย “หากข้าไม่ชอบเจ้ายังจะปล่อยให้เจ้าเอาของของข้าไปหรือ? เมื่อคืนวานผู้ใดเห็นขนมกุ้ยฮวาของข้าอร่อยแม้แต่จานก็ยังยกไปด้วย? ข้าจะบอกเจ้าให้นะ จานนั่นของข้ามีเป็นชุดแถมเป็นสินเดิมตอนข้าอีก เจ้าจะต้องคืนมาให้ข้าด้วย”

            เหยาซื่อพยุงฮูหยินผู้เฒ่าเดินไปยังห้องพักผ่อน พลางเอ่ยว่า “เหตุใดท่านถึงได้ขี้งกขนาดนี้ก็แค่จานใบหนึ่งเองนะเจ้าคะ? หากท่านกลัวว่าจานหายไปใบหนึ่งแล้วจะไม่ครบชุดท่านก็มอบที่เหลือให้ข้าเป็นรางวัลสิเจ้าคะ? ส่วนค่าตอบแทนข้าจะมาดูแลท่านทุกวันเลยเจ้าค่ะจานหลายใบนี้ท่านตัดใจจากมันได้เลยเจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินก็หัวเราะออกมาแล้วพูดกับอู่ซื่อแล้วก็จูซื่อว่า “เห็นหรือไม่ฮูหยินสี่ของพวกเราเป็นคนที่ชอบเงินมากจริงๆ”

            เหยาซื่อเป็นคนที่เอาใจคนเก่ง เป็นยอดฝีมือในการปรับเปลี่ยนบรรยากาศปกติแล้วก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับอู่ซื่อและจูซื่อ เข้ากันได้ดีกับภรรยาของพี่น้องของสามีฮูหยินผู้เฒ่าหยอกล้อนางเช่นนี้ กลับทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา

            ดาวเด่นของงานถูกผู้อาวุโสกว่าตัวเองแย่งไปในใจของสวี่ไป่ก็ไม่ค่อยพอใจ รอจนทุกคนต่างนั่งลงแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าแน่นอนว่าจะต้องนั่งลงบนที่ตั่งหลัวฮั่นอู่ซื่อกับจูซื่อนั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ หนิงซื่อกับเหยาซื่อและลูกสะใภ้ทั้งสองของจูซื่อก็นั่งอยู่อีกด้านแม่นางน้อยอายุเท่ากับสวี่จือก็ยืนอยู่ด้านหลังผู้ใหญ่กลับเป็นจางจ้าวฉือที่เพิ่งจะกลับมา จึงถูกฮูหยินผู้เฒ่าลากมานั่งบนที่ตั่งหลัวฮั่นสวี่จือก็ไปยืนอยู่ด้านหลังจางจ้าวฉือ

            จางจ้าวฉือวางสวี่ไป่บนตั่งหลัวฮั่น บนตั่งวางโต๊ะเล็กๆ เอาไว้บนโต๊ะนอกจากจะวางถ้วยชาเอาไว้ ยังวางหยกเอาไว้ก้อนหนึ่งซึ่งสลักเป็นรูปเหลียนฮวา [1]  เป็นของรักของฮูหยินผู้เฒ่า ปกติแล้วจะเอามาเล่นติดมือ

            สวี่ไป่สามารถนั่งได้แล้ว ซึ่งเขานั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ความสูงกำลังพอเหมาะสามารถเห็นหยกอันนั้นได้พอดี

            ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นสวี่ไป่นั่งตัวตรงก็เอ่ย “ไป่เกอใกล้จะแปดเดือนแล้วใช่หรือไม่?ดูสิ นั่งได้ดีแล้ว”

            จางจ้าวฉือยิ้มแล้วเอ่ย “ใช่เจ้าค่ะ ผ่านไปอีกไม่กี่วันก็จะแปดเดือนแล้วปกติชอบถูกคนอุ้มออกไปเดินบนถนน พวกเราอยู่ที่ชายแดน เลี้ยงเด็กได้แบบหยาบๆ เจ้าค่ะ ไป่เกอดื่มกินอุดมสมบูรณ์ ห้าเดือนกว่าก็สามารถนั่งได้มั่นคงแล้วเจ้าค่ะตอนนี้พยุงแขนเขาก็ยังสามารถก้าวขาเดินได้แล้วด้วยเจ้าค่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็ถอนหายใจ “ที่ไกลขนาดนั้น เด็กก็ยังเล็กขนาดนี้ ลำบากเจ้าแล้ว”

            จางจ้าวฉือยิ้มแล้วเอ่ย “ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะท่านอย่าพูดว่าลำบากเลยเจ้าค่ะข้าเห็นเด็กคนนี้อยู่ที่นั่นก็มีชีวิตที่สุขสบายนะเจ้าคะ ท่านคงไม่รู้ ตอนนี้ที่เหอซีไม่ว่าที่ใดก็ต่างกำลังสร้างบ้านสร้างเรือนจำนวนคนไม่พอจึงจ้างทหารจากทางด้านด่านเยี่ยนเหมินมาช่วย เด็กคนนี้ชอบไปดูคนสร้างบ้านมากที่สุดเห็นใครก็ยิ้มให้ ทำเอาผู้ใดเห็นก็ชอบเอาของมามอบให้เขา เอาของมาหยอกเขาเล่นให้เขาเก็บเอาไว้ พอนานวันเข้า เขาก็รู้จักซ่อนของ ของเล่นในบ้าน ของเล็กๆ พวกนั้นหาไม่เจอสักอย่าง พอถามเขา เขาก็สามารถหาออกมาได้อย่างแม่นยำเลยเจ้าค่ะ”

            สวี่ไป่ได้ยินแม่ตนเองพูดถึงตนเองเช่นนี้ ในตอนแรกยังรู้สึกเขินเขารู้สึกว่าของเล็กๆ พวกนี้มันดูมีค่ามาก แต่ก็คิดได้อีกว่าตนเองอายุแค่ไม่กี่ขวบ ใครจะมาหัวเราะเยาะตนได้? ตอนนี้เขายังอยู่ในช่วงวัยที่น่ารักอยู่

            ได้ยินจางจ้าวฉือพูดเช่นนี้ เห็นฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มตาหยีมองมาที่ตนเองก็คว้าหยกที่ขนาดเท่ามือของตนเองขึ้นมา บนตัวของเขาแขวนกระเป๋าใบเล็กๆ อยู่เป็นของที่สวี่จือทำให้เขาเพื่อใส่ผ้าเช็ดหน้าเอาไว้เป็นประจำ ผ้าถูกผูกเอาไว้ที่คอเขาก้มหน้าลงอยากจะเอาของประดับชิ้นเล็กใส่เข้าไปในกระเป๋าผ้าแต่ไม่ว่าจะยัดยังไงก็ยัดไม่ลง จึงอดที่จะใช้มือไปดึงแขนเสื้อจางจ้าวฉือไม่ได้

            จางจ้าวฉือเห็นแล้วก็แย่งหยกมา แล้ววางเอาไว้บนโต๊ะทุกคนในห้องเห็นแล้วก็ต่างหัวเราะออกมา จูซื่อหัวเราะแล้วเอ่ย “คุณชายเจ็ดของพวกเราเหมือนกับคุณนายสี่เลยนะเจ้าคะ”

            จางจ้าวฉือพูดอย่างละเหี่ยใจ “ข้าจะพูดกับพวกท่านเอาไว้ก่อนแล้วกันต่อไปเจอไป่เกอจะต้องซ่อนของเอาไว้ให้ดี จะต้องซ่อนให้ดีจริงๆ หากของหายไปข้าไม่ยุ่งด้วยนะเจ้าคะ”

            เหยาซื่อหัวเราะแล้วเอ่ย “พี่สะใภ้สาม ข้าเองก็มาพูดคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าทุกวันได้ยินท่านพูดว่า คุณชายเจ็ดเตรียมตัวจะคุ้ยหาของทั่วเรือนหรือ?”

            จางจ้าวฉือหัวเราะแล้วเอ่ย “ก็ประมาณนั้นเลยเจ้าเด็กคนนี้ชอบของระยิบระยับมาก อย่างหยกพวกนี้ เขาล่ะชอบมากเชียวล่ะ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าฟังแล้วก็ยัดของประดับชิ้นเล็กเข้าไปในถุงผ้าของสวี่ไป่“ไป่เกอของพวกเราเป็นคุณชายที่ทรงเกียรติของจวน จะต้องได้รับของดีพวกนี้ มา ข้าจะให้ของขวัญพบหน้ากับเจ้า”

            ของประดับชิ้นนั้นมีมูลค่าไม่เบา อีกทั้งยังเป็นของรักของฮูหยินผู้เฒ่าจางจ้าวฉือมีใจอยากจะแย่งกลับมาจากมือของสวี่ไป่แล้วคืนให้ฮูหยินผู้เฒ่าแต่สวี่ไป่บิดตัวไม่ให้จางจ้าวฉือแย่งได้ ตัวเองกลับใช้โต๊ะพยุงตัวยืนขึ้นแล้วเดินโขยกเขยกไปอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า จากนั้นก็พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของนางแล้วกอดฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมมอบจุมพิตให้ไปอีกหลายที

       เชิงอรรถ

    [1] ดอกบัว 

    คล้ายกับเรื่องครอบครัวของข้า นอกจากข้า ล้วนข้ามมิติมาทั้งครอบครัว [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730