คุณนิลนภายกมือขึ้นลูบศีรษะหญิงสาวที่คุกเข่าก้มกราบอยู่ที่ตัก
"หนูจะกลับจริงๆ หรือลูก"
"ค่ะคุณแม่ เื่ทั้งหมดก็เปิดเผยแล้วซินไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่ที่นี่อีก"
คุณนิลนภาดึงหญิงสาวขึ้นมากอด
"เพื่อนแท้คือเพื่อนที่อยู่กับเราในยามยากที่สุดหนูเป็เพื่อนแท้ของครอบครัวเรา ขอบใจมากนะลูก"
ซินยิ้มทั้งน้ำตา
"การได้เป็ลูกสะใภ้คุณแม่ ถึงจะแค่ไม่กี่วันมันก็เป็่เวลาที่มีค่าที่สุดของชีวิตซินค่ะ"
คุณนิลนภาเชยคางซิน พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"จำไว้นะว่าบ้านนี้ต้อนรับหนูเสมอถ้าหนูมีความทุกข์้าใครสักคน หนูต้องกลับมาหานล กลับมาหาแม่ เข้าใจไหม"
ซินสะอื้นฮัก กอดเอวคุณนิลนภาแน่น
____________________
ระเบียงหน้าบ้าน ซินอยู่ในชุดสวยของริต้าแต่หน้าตาไม่ได้ถูกแต่งแต้มใดๆ อีกแล้ว ผมมัดหางม้าแบบเรียบๆลากกระเป๋าเดินทางออกมายืนอย่างโดดเดี่ยวตามลำพัง
นลถอยรถมาจอดรับหน้าบ้านชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถเดินมายกกระเป๋าซินขึ้นท้ายรถ ใบหน้าเรียบเฉยผิดจากที่เคย
ซินมองดูในที่เก็บของท้ายรถ กระเป๋าเดินทางของนลวางอยู่ก่อนแล้ว
"คุณนลจะเข้ากรุงเทพฯ เลยหรือคะ"
นลพยักหน้าขรึมๆ
"คุณนลไม่ต้องไปส่งฉันที่กรุงเทพฯ ก็ได้นะคะส่งฉันลงที่สถานีรถโดยสารก็พอ" ซินเอ่ยอย่างเกรงใจ
"แค่ขับรถไปส่งคนที่ช่วยชีวิตแม่ผมไว้ถ้าผมยังทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะเรียกตัวเองว่าอะไรแล้ว" นลพูดเหมือนโกรธนิดๆ
โกรธใคร โกรธอะไร เขาก็บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
ซินหันมามองบ้านแสนสวยอย่างอาวรณ์อีกครั้ง ก่อนก้าวขึ้นรถคันใหญ่
มิวเดินออกมาจากมุมเสา จ้องมองดูรถแล่นจากไประคนปนเปทั้งความโล่งใจสะใจ กับความรู้สึกใหม่ๆ ที่เพิ่งเริ่มขึ้นนาทีนั้น
ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงยอมแพ้ง่ายดาย ทั้งที่หล่อนรักพี่นลสุดหัวใจขนาดนั้น
แล้วทำไมฉันถึงต้องตะเกียกตะกายต่อสู้ดิ้นรน แค่เพื่อให้ "คนที่ไม่ได้รักฉัน"หันมามอง
____________________
บ่ายคล้อย รถคันใหญ่แล่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านซิน
หนุ่มสาวบนรถยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง ทั้งคู่มองตรงไปข้างหน้าเหมือนไม่รู้ว่าจะพูดจาสื่อสารอย่างไรดี
ซินก้มลงมองมือตัวเอง น้ำตาเอ่อคลอตาจนแหวนเพชรในนิ้วนางซ้ายลางเลือนไปชั่วครู่
จบจริงๆ นาทีนี้
เราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว
ฉันอาจไม่ได้พบเขาอีกแล้วในชีวิตนี้
ซินยกมือซ้ายขึ้น ถอดแหวนออกจากนิ้วนางข้างนั้นเอื้อมไปวางมันไว้บนคอนโซลรถ
นลเหลือบตามองดูแหวนเพชรวงนั้น ปริปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก
ซินยิ้มให้นลทั้งน้ำตา แล้วเปิดประตูลงจากรถ
นลเปิดประตูลงจากรถ มาช่วยหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กให้ซิน
"ขอบคุณนะคะที่มาส่งถึงกรุงเทพฯฉันขอให้คุณแม่คุณนลแข็งแรงในเร็ววันค่ะ"
ซินลากกระเป๋า เดินไปเปิดประตูรั้วบ้าน
"ซิน" นลเรียก
ซินหันมา แววตารอคอยปาฏิหาริย์
เขาอาจจะไม่อยากให้ฉันจากไป
เขาอาจจะ…
เขาอาจจะ…
"ผม…ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"นลพูดออกมาอย่างยากลำบาก
ซินพยักหน้า แล้วรีบหันหลังให้ น้ำตาที่เอ่อท่วมตาหยาดหยดลงมาวินาทีนั้น
ลาก่อนค่ะคุณนล
ซินหันหลังกลับ คราวนี้เดินตรงเข้าไปในบ้านโดยไม่เหลียวมามองข้างหลังอีกเลย
____________________
ประตูเดียวกันเปิดออก เช้าวันรุ่งขึ้น
ซินคนใหม่เปิดประตูออกมา ในเครื่องทรงแบบที่ตัวเองคุ้นเคย
เสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบหน้าขาวใสไม่มีสีสันนอกจากทาแป้งกับลิปสติกชมพูบางๆ สะพายกระเป๋าใบโต
เธอหยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวมอำพรางความบวมช้ำของดวงตา
หมดเวลาอ่อนแอแล้วสาว
ชีวิตต้องดำเนินต่อไป
ใครมูฟออนไวคือผู้ชนะ !
ซินแหงนมองท้องฟ้า
วันนี้แดดใส ชีวิตใหม่แบบเดิมเริ่มต้นแล้ว
หญิงสาวหยิบหมวกแก๊ปสีแดงขึ้นมาใส่ แล้วเดินแกมวิ่งออกไปจากที่นั้น
____________________
"พอแล้วยายขี้งก ฉันบอกให้หล่อนเลือกเอาเล่มเดียวไม่ใช่เอาไปทั้งกอง" พี่แจ๋มโวยวาย
ในห้องทำงานบรรณาธิการที่รกเรื้อไปด้วยกองเอกสาร ซินนั่งฝั่งตรงข้ามยกแขนจับจองรวบกองหนังสือและแฟ้มเอกสารเป็ตั้งไว้ทั้งหมด
"ไม่ค่ะพี่แจ๋ม ซินจะทำทั้งหมดนี้แล้วสัญญาจะส่งงานอย่างไว ห้ามใครแย่งงานซิน"
"อะไรกันยะ นี่จะยึดทั้งงานอีดิท งานแปลงานตรวจปรู๊ฟ ไปสวาปามคนเดียวเลยเหรอ ไม่ด้ายยย แล้วคนอื่นจะเอาอะไรทำ"พี่แจ๋มร้อง
"ไม่รู้ แต่งานข้าใครอย่าแตะอย่ามาเอ๊าะแอ๊ะกับคนอกหัก" ซินพูดทีเล่นแต่แววตาทีจริง
"คนอื่นอกเดาะเขามีแต่ดื่มเพื่อลืมเธอมีแต่อินี่บ้างานเพื่อสมานแผลใจ เจริญๆเถอะ" พี่แจ๋มค้อน
"สาธุ" ซินยกมือไหว้ท่วมหัว
หญิงสาวลุกขึ้นโกยงานลงกระเป๋าใบใหญ่ แล้วยกสะพายกระเป๋าหนักอึ้งออกไปจากห้อง
____________________
เช้าอันแจ่มใสที่บ้านเขาใหญ่
แม่บ้านนำดอกไม้ทั้งตะกร้ามาวางไว้ให้ที่โต๊ะตรงระเบียงหน้าบ้าน
คุณนิลนภานั่งลง แล้วเริ่มหยิบดอกไม้ดอกแรกขึ้นมา
ผู้สูงวัยเหลือบมองดูเก้าอี้ที่ซินเคยมานั่งช่วยจัดดอกไม้
ภาพหญิงสาวที่ชวนพูดชวนคุยอย่างสนิทอกสนิทใจ ผลุดขึ้นมาในความทรงจำ
คุณนิลนภาถอนใจยาว เอื้อมมือไปหยิบกรรไกรมาตัดปลายก้านดอกไม้แล้วเสียบลงในแจกัน สีหน้าไม่แช่มชื่นเช่นเคย
____________________
ห้องทำงานในอาคารใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ
นลนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน สายตาคู่นั้นจ้องมองจอคอมพิวเตอร์นิ่งนานเหมือนความคิดลอยละล่องออกไปไกลกว่าจอนั้นมาก
เสียงเคาะประตูเบาๆ เลขาสาวโผล่หน้ามา
"คุณนลวันนี้มีนัดคุยกับคุณเดชาที่โครงการอ่อนนุชบ่ายโมงนะคะ"
ชายหนุ่มรับคำ พยายามตั้งสมาธิกับงานเร่งตรงหน้า
____________________
ซินกลับมาเข้ามาในบ้าน วางกระเป๋าใบใหญ่ลงบนโต๊ะกินข้าวตามด้วยแก้วกาแฟเย็นใบโตที่ติดมือมา
หญิงสาวเปิดกระเป๋าหยิบงานที่โกยมาจากโต๊ะพี่แจ๋มออกมาวางเรียงบนโต๊ะ
ฉันต้องรอดให้ได้
โลกนี้ไม่มีใครตายเพราะอกหัก
ซินเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารต้นฉบับแฟ้มแรกขึ้นมาหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวม แล้วหยิบแก้วกาแฟมาดูดเพิ่มพลัง
____________________
แก้วกาแฟร้อนชืดๆ วางอยู่บนโต๊ะทำงาน
ในความเงียบของเวลารุ่งสาง ซินยังคงใส่แว่นสายตา คราวนี้คร่ำเคร่งตรวจแก้ปรู๊ฟงานจากหน้าจอ
เพ่งสายตาสักพักจนรู้สึกว่าตาแห้งผากหญิงสาวลุกจากจอไปหยิบกระเปาะน้ำตาเทียมแบบใช้ครั้งเดียวมาหยอดตา
เสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น
ซินชะงัก หันไปมองนาฬิกา ที่บอกเวลาตีสี่
ใครมากดกริ่งบ้านฉันตอนตีสี่
เช้าขนาดนี้น่าจะมีแต่พระสงฆ์เท่านั้นที่ออกบิณฑบาต
____________________
ซินโยนกระเปาะน้ำตาเทียมทิ้งถังขยะ ขณะเดินไปดูหน้าบ้าน
ใครคนหนึ่งยืนผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ที่รั้วบ้าน หญิงสาวเปิดล็อคประตูบ้านแล้วะโไปที่ประตูรั้ว
"ใครคะ"
แขกยามวิกาลที่ยืนเกาะประตูรั้วอยู่ โบกมือส่งเสียงแจ้วตอบกลับมา
"ยายตัวแสบของพี่ซินค่าาาา"
ซินยกมือขยี้ตา แล้วอุทาน
"ริต้า!"
____________________
ริต้าะโลงบนเตียงนุ่มที่ยังไม่ผ่านการนอนของซิน
"โอ๊ย! สบายจัง นอนเลยได้ไหม"
"ไม่ได้! เล่ามาเลยเดี๋ยวนี้นะว่าเธอไปอยู่ไหนมา"ซินพูดอย่างโมโห
"แต่นี่มันตีสี่แล้วนะ ง่วงอ่ะนอนกันเถอะ"ริต้าหาวหวอด
"ยังมาทำตัวเอาแต่ใจอีก รู้สึกผิดเป็บ้างไหมรู้สึกเดือดร้อนบ้างไหม ที่ทำให้ทั้งฉัน น้าริน ทั้งคุณนล ทุกคนวุ่นวายไปหมด"
ริต้าลุกขึ้นนั่ง ยกหมอนส่งให้
"ตาลปัตรไหมคะพระคุณเ้าขึ้นกัณฑ์เทศน์แต่เช้าเลย"
ซินกระชากหมอนอย่างโมโห ฟาดริต้าเข้าให้อย่างสุดทน
"หยุดเล่นได้แล้วริต้า แล้วเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้นเจสไปไหน แล้วทำไมเธอถึงมาบ้านพี่ตอนนี้"
____________________
ซินวางถ้วยบะหมี่สำเร็จรูปร้อนๆ ลงบนโต๊ะอาหาร ตรงหน้าน้องสาวนอกไส้ที่สูดกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปตรงหน้า ทำท่าน้ำลายสอ
"หอมจังพี่ซิน รสต้มยำกุ้งน้ำข้นเสียด้วยเสียดายถ้ามีกุ้งหรือปลาหมึกเพิ่มหน่อยจะปังกว่านี้"
"จะมากุ้งมาปลาหมึกอะไรตอนตีสี่ กินๆเข้าไปเดี๋ยวนี้แล้วรีบเล่ามา"
ริต้าชันเข่าบนเก้าอี้ สาวบะหมี่เข้าปากซูดใหญ่
"เอาแบบย่อๆ นะ ริต้าหนีเจสมา" ย่อสุดๆ ย่อจนสุดจะทน
"ย่อไปแล้ว เอายาวกว่านี้"
"เจสเขาขอริต้าแต่งงานเขาบอกถ้าริต้ายอมทิ้งคุณนล เขาจะพาริต้าไปฮ่องกง เราจะไปใช้ชีวิตที่นั่นแล้วเขาจะปั้นริต้าให้เป็ YouTuber ท่องเที่ยวเหมือนเขาเราจะเดินทางไปทำคลิปด้วยกันรอบโลก"
"แล้ว?"
"พอริต้าเซย์เยสหนีไปกับเขาจริงๆสนามบินยังไม่เคยเห็นเลย สรุปว่าเขาพาริต้าไปเช่าคอนโดอยู่แถวสุขุมวิท"
"ไอ้บ้าเจส!" ซินคำราม"แล้วเธอก็ยอมอยู่กับเขาโดยไม่ได้แต่งงานเนี่ยนะ"
"ก็ทำไงได้ล่ะพลาดไปแล้วอ่ะ" ริต้าตอบหน้าตาเฉย
ซินมองน้องสาวด้วยความเวทนา ถึงจะแกล้งทำหน้ารื่นขนาดไหนแต่เธอก็รู้สึกได้ว่าริต้าสูญเสียความสดใสไปแล้ว
แววตาที่เคยเปล่งประกายช่างฝันสนุกสนานกับการไขว่คว้าหารสชาติให้ชีวิต บัดนี้อันตรธานไปแล้วแม้เ้าตัวจะพยายามกลบซ่อนไว้ใต้ท่าทีรื่นรมย์
"จริงๆ ไอ้เื่ที่เจสพาริต้าหนีมาจนถึงเื่ที่หลอกว่าจะแต่งงานแล้วไม่ได้แต่งน่ะถึงริต้าผิดหวังแต่ก็ทำใจได้นะพี่ซิน เพราะเจสเขาดีกับริต้ามากคอยเอาอกเอาใจทำให้ริต้ารู้สึกเหมือนเป็นางฟ้าอยู่กับริต้าเขาไม่เคยชายตามองผู้หญิงคนอื่นเลย"
"แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงหนีเจสมา"ซินซักต่อ
ริต้าวางตะเกียบบนถ้วยบะหมี่ แววตาเปลี่ยนเป็เ็ป
"เพราะริต้าเพิ่งจับได้เมื่อคืนนี้ว่าเจสแต่งงานแล้ว"
ซินตกตะลึง
"เจสมีเมียแล้ว เขามีโลกสองใบและริต้าเป็โลกใบที่สองของเจส"
ริต้าเงยหน้าขึ้นหัวเราะขำตัวเองทั้งน้ำตา
"ยังมีใครที่โง่เท่าริต้าอีกไหมพี่ซินกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่รักเรา เทิดทูนเรา ให้เกียรติเราแต่ดันเลือกหนีไปเป็เมียน้อยผู้ชายที่เรารัก"
ซินเอื้อมมือมาจับมือริต้าอย่างสงสาร บีบแน่นเหมือนจะถ่ายทอดกำลังใจ
ริต้าสะอื้นฮัก
"ไม่สมน้ำหน้าริต้าสักหน่อยหรือพี่ซินขนาดริต้ายังสมน้ำหน้าตัวเองเลย"