เวลาผันผ่านมาจนถึงวันสุดท้ายของชั้น ป.4 — สามเดือนเต็มหลังจากกลุ่ม “ลักกี้แมน” ถือกำเนิดขึ้น
ในเวลาอันสั้น กลุ่มเล็ก ๆ ที่เริ่มจากเพื่อนไม่กี่คน กลับมีสมาชิกรอบนอกมากถึง 50 คน ฟังดูอาจไม่เยอะ เมื่อเทียบกับนักเรียนทั้งโรงเรียนที่มีเกือบพันคน แต่ถ้าดูเฉพาะ่ชั้น ป.4-6 ที่มีราว 400 คน ก็เท่ากับว่าหนึ่งในสี่ของนักเรียน่นั้นเป็พวกเดียวกับแทนแล้ว!
ส่วนที่เหลือก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง — มีทั้งลูกค้า คนที่แทนเคยช่วยงาน เคยสอนการบ้าน หรืออย่างน้อยก็เคยรับแจกขนมจากกลุ่มลักกี้แมนมาบ้างไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เรียกได้ว่าใน่ชั้น ป.4-6 กลุ่มของแทนคือ “เ้าพ่อ” แห่งโรงเรียนเลยก็ว่าได้
แต่ถึงจะเป็เ้าพ่อ… วันพลาดก็ยังมีอยู่ดี
“โอ๊ย! ครูครับ เบาหน่อยครับ โอ๊ย! แสบ!”
แทนร้องเสียงหลง ขณะครูพยาบาลกำลังทายาแดงให้บนแผลถลอกตรงข้อศอก ข้าง ๆ เขามีรุ่นพี่ป.6 ยืนหน้าเสียกันเป็แถว โดยเฉพาะ “ไอ้บอล” ที่อยู่ในชุดปัจฉิม หลังจากซ้อมรับใบประกาศนียบัตรเสร็จ
มันกับเพื่อนอีกสองสามคนรีบวิ่งมาอุ้มแทนแบบ “ชูขึ้นฟ้า” ทันที เพราะแม่ของบอลเพิ่งชมมันเป็ครั้งแรกที่สอบติดโรงเรียนต่อในตัวจังหวัด แถมยังสัญญาว่าจะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ด้วย!
…แต่ด้วยความดีใจบวกกับพละกำลังที่ไม่เคยรู้จักคำว่าเบามือ บวกกับชุดนักเรียนของแทนที่แม่ซื้อแบบ “เผื่อโตอีกสองปี”
ผลก็คือ — แทนหล่นตุ้บลงมากลางพื้นดินแข็ง ๆ
“ลูกพี่ ผม…ขอโทษจริง ๆ ครับ”
บอลยืนกุมมือแน่น สีหน้ารู้สึกผิดสุด ๆ “ผมดีใจเกินไปหน่อย ั้แ่ผมจำความได้…นี่เป็ครั้งแรกเลยที่แม่ชมผม แถมยังจะซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ด้วย ผมเลยตื่นเต้นจน…”
“ช่างเถอะบอล”
แทนพูดพร้อมถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ยังยิ้มให้ปลอบใจ ก่อนจะหันไปถามต่อ
“แล้วพวกที่เหลือล่ะ? เข้าได้หมดทุกคนมั้ย?”
หลังทำแผลเสร็จ เขาไหว้ขอบคุณครูพยาบาล แล้วเดินออกมาจากห้องพยาบาลตรงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ จุดรวมตัวประจำของกลุ่มลักกี้แมน
ใช่! เข้าได้ทุกคนเลย!”
บอลตอบอย่างยินดี หน้าเปื้อนรอยยิ้มแบบเด็กที่ยังเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ถึงจะปากแตกนิด ๆ เพราะโดนศอกเเทนตอนอุ้มก็เถอะ
“ดีเลย งั้นเราจะได้เริ่มแผน ‘บุกเบิกมัธยมต้น’ ได้ล่ะ”
แทนพูดอย่างอารมณ์ดี มือหนึ่งลูบหัวตัวเองที่ยังเจ็บตุบ ๆ อีกมือถือกระดาษแผนผังที่เขาร่างไว้มาหลายวัน
ฟลุ๊คที่นั่งรออยู่ใต้ต้นมะขามหัวเราะร่วน
“เห้ย ๆ พวกมึงจำได้ไหม! เมื่อสามเดือนก่อนเรายังแค่เก็บขยะแลกขนมอยู่เลย เดี๋ยวนี้มีแผนขยายสาขาไปถึงม.1แล้วเหรอวะ!”
“ใช่ดิ! แล้วพี่บอลกับพวกก็จะได้เป็สาขามัธยมต้นของลักกี้แมน! เป็เหมือนบริษัทลูกอะ เข้าใจปะ”
บิ้กพูดพลางยื่นขวดนมกล้วยให้แทน ซึ่งแทนรับมาแบบงง ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างขอบคุณ
“แล้วเราจะทำอะไรต่อดีลูกพี่” แบคถามเสียงจริงจัง แต่ตาเ้ากรรมดันมองไปที่ขนมในมือปั้น
“ก่อนอื่นเลย…” แทนเว้นจังหวะ ชี้ไปยังป้ายไม้ที่เขียนคำว่า “สำนักงานลักกี้แมน” แถมยังเอาหมวกกันน็อคเด็กมาแขวนไว้เหมือนเครื่องหมายประจำตำแหน่ง
“เราจะปิดเทอมอย่างมีศักดิ์ศรี”
“ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะประสานกันของเด็กชายวัยสิบ ขวบครึ่งก้องกังวานใต้ต้นไม้เก่า
หลังจากวันที่บอล กลุ่มลักกี้แมนก็เริ่มขยับขยายฐานอิทธิพลสู่พี่ ป.6 อย่างเป็ระบบ รุ่นพี่หลายคนที่ก่อนหน้านี้เคยเฉย ๆ หรือไม่สนใจ ตอนนี้เริ่มเข้ามาขอคำปรึกษาเื่สอบเข้า แถมบางคนยังขอให้ช่วยสอนคณิตศาสตร์กับภาษาอังกฤษตอนเย็นอีกต่างหาก
แน่นอนว่าแทนรับหมด แต่มีเงื่อนไขข้อเดียว
“ต้องแลกกับการสอนน้อง ๆ ป.3 ให้เป็ต่อด้วยนะครับ”
“เฮ้ย แบบนี้มันเรียกว่าระบบพี่เลี้ยงนี่หว่า” ปั้นพูดขำ ๆ
“เออสิวะ กูตั้งชื่อให้เลย ‘โครงการรุ่นพี่พาน้องรุ่ง’” เวฟเติมให้ด้วยน้ำเสียงเหมือนโฆษณาสินค้า
บอลที่ตอนนี้นั่งซ่อมรองเท้านักเรียนให้เพื่อนอยู่เงยหน้าขึ้น
“แล้วพวกเราจะมีชื่อกันว่าอะไรดีวะ พวกพี่ ๆ อะ”
แทนยิ้มบาง ๆ
“พวกพี่ก็เป็… ‘ลักกี้แมนรุ่นก่อตั้ง’ ไง พวกรุ่นเปิดตำนาน รุ่นที่ไม่มีวันถูกลืม”
ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในเื่ราวที่พิเศษกว่าชีวิตเด็กประถมทั่วไป แล้วทันใดนั้นฟลุ๊คก็ะโลุกขึ้นยืน
“ถ้างั้นเราต้องมีเสื้อทีมแล้วเว้ย! เดี๋ยวกูไปขอเสื้อเก่าพ่อมาเปลี่ยนลายเลย!”
“เออ กูมีสีสเปรย์อยู่ เอามาพ่นชื่อกลุ่มเลย” แบคเสริม
ทันใดนั้น เสียงคุณครูสายวิชาการก็ดังมาจากลำโพง
“ขอให้นักเรียนทุกคนเตรียมตัวกลับบ้านนะคะ วันนี้เป็วันสุดท้ายของเทอม ขอให้มีความสุขใน่ปิดภาคเรียน…”
“แล้วเจอกันอีกที…พวกเราจะไม่ใช่แค่เด็กประถมธรรมดาอีกต่อไป…”
แทนพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ขณะที่มองแดดยามเย็นลอดผ่านใบมะขาม
เขารู้ว่าเวลามันไม่เคยหยุดเดิน และการเปลี่ยนแปลงกำลังมาเยือน
แต่ถ้ามีเพื่อน มีทีม และมีความตั้งใจ
ไม่ว่าจะย้อนเวลา หรือมุ่งหน้าไปข้างหน้า…