“แต่ไม่เห็นออกไปรับแม่พิมพ์เหมือนทุกวันเลย มัวทำอะไรอยู่คะ”
หญิงสาวถามพลางกวาดสายตามองดูของเล่นของลูกสาวที่กองเกลื่อนอยู่ แล้วก็ได้เห็นว่ามีของเล่นชิ้นใหม่เพิ่มมาหลายชิ้น แถมยังเป็ของเล่นราคาแพงอีกด้วยซึ่งต้องไม่ใช่น้าน้ำหวานซื้อให้แน่ๆ คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจก่อนจะรีบถาม
“เพียงพอไปเอาของเล่นใหม่ๆพวกนั้นมาจากไหน”
เด็กหญิงหันไปมองของเล่นแล้วก็รีบผละจากอ้อมแขนของผู้เป็แม่วิ่งไปหยิบของเล่นชิ้นใหม่ๆเอามาอวด
“พี่แดเนี่ยลซื้อมาฝากค่ะ แม่พิมพ์ว่าสวยไหมคะ”
ทั้งสีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าพึงพอใจในตุ๊กตาเ้าหญิงซึ่งเป็ของเล่นชิ้นใหม่นั้นอย่างล้นเหลือ
“พี่แดเนี่ยลคือใครคะ”
“พี่แดเนี่ยลก็คือพี่แดเนี่ยลไงคะ”
พิมพ์ชนกฟังคำตอบแบบเด็กๆของลูกแล้วก็รู้ว่าคงไม่รู้เื่ง่ายๆแน่ จึงหันไปถามน้าน้ำหวานแทน
“เพียงพอหมายถึงใครคะน้าหวาน”
“เด็กหนุ่มลูกครึ่งที่อยู่ในซอยเดียวกันกับเรานี่แหละค่ะ แกรู้จักหนูเพียงพอตอนที่ไปซื้อขนมถ้วย คงรู้สึกถูกชะตาก็เลยมาหาทุกวัน แล้ววันนี้ก็ยังซื้อของเล่นมาฝากอีก”
“ไว้ใจได้หรือเปล่าคะ มีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือเปล่า”
“น้าไม่แน่ใจค่ะ ก็พยายามระวังตัวอยู่ แต่ก็ไม่เห็นเขามีท่าทีละลาบละล้วงอะไรนะคะ”
“คนเราดูแค่ภายนอกไม่ได้หรอกค่ะ สมัยนี้มิจฉาชีพมีหลายรูปแบบมาก”
พิมพ์ชนกกล่าวแบบเตือนหญิงวัยกลางคนที่ตนจ้างให้เลี้ยงลูกในระหว่างที่เธอไปทำงานบริษัทแบบกลายๆก่อนเดินไปล้างมือเพื่อเตรียมทำอาหารกล่องนำไปส่งให้กับลูกค้าเหมือนเช่นทุกวัน ชีวิตของเธอยุ่งอยู่ตลอดเวลาจนถึงเวลาหลับตานั้นแหละ ถึงจะได้พัก
ใช้เวลาชั่วโมงเศษเธอก็ทำอาหารครบห้าสิบกล่องตามออเดอร์ที่รับไว้ หญิงสาวรีบจัดใส่ตะกร้าแล้วยกไปใส่ท้ายรถจักรยาน จัดแจงผูกตะกร้าให้แ่าไม่ให้ตกระหว่างทาง
“แม่พิมพ์ขา ขี่รถดีๆนะคะ”
ลูกสาวตัวน้อยมายืนส่งกำลังใจให้ก่อนออกจากบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ค่ะ เพียงพออยู่บ้านก็อย่าดื้อนะลูก”
หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข ทั้งๆที่เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด
“เพียงพอไม่ดื้อค่ะ แม่พิมพ์ส่งของเสร็จแล้วก็รีบกลับมานะคะ”
“รับทราบค่ะ ส่งของเสร็จปุ๊บ แม่พิมพ์จะรีบกลับมาปั๊บเลย ดีไหมคะ”
“ดีค่ะ”
เด็กหญิงยิ้มแก้มปริพร้อมกับโบกมือน้อยๆให้เมื่อเธอเริ่มขี่รถออกมาจากบ้าน
พิมพ์ชนกปั่นจักรยานส่งอาหารไปเรื่อยๆจนถึงบ้านของหญิงวัยกลางคนซึ่งบ้านอยู่เกือบๆจะต้นซอย ในขณะที่เธออยู่ค่อนไปทางท้ายซอย บ้านนี้เป็ลูกค้าประจำของเธอ เพราะรับออเดอร์จากั้แ่เธอเริ่มทำแรกๆเลยทีเดียว และก็รับมาตลอดทุกวัน
“วันนี้มีอะไรบ้างจ๊ะหนูพิมพ์”
น้าดารณีผู้เป็เ้าของบ้านเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคย
“มีพะแนงไก่กับผัดเปรี้ยวหวานค่ะ”
หญิงสาวจอดรถจักรยานแล้วลงไปหยิบกล่องอาหารให้ตามจำนวนที่เ้าของบ้านสั่งเอาไว้
“ไม่รู้ว่าแดเนี่ยลหายไปไหน จะกินอะไรมาจากข้างนอกหรือเปล่าไม่รู้ จะเอาข้าวไว้ให้สักกล่องก็กลัวว่าจะเสียเปล่า”
หญิงวัยกลางคนบ่นพึมพำเหมือนพูดคนเดียวขณะรับเอาถุงใส่กล่องอาหารจากหญิงสาวไป แต่ชื่อของคนที่เธอบ่นถึงก็สะดุดหูของพิมพ์ชนกทันที ก็เธอพึ่งได้ยินลูกสาวพูดถึงชื่อนี้แบบไม่หยุดปากมาเมื่อกี้นี่เอง เขาอยู่บ้านนี้เองเหรอ บ้านที่คนทั้งซอยมีความเห็นตรงกันว่า คนในบ้านนี้น่าจะประกอบอาชีพที่ไม่ค่อยชอบมาพากลนัก