นิยามเพื่อนสนิทของทุกคนเป็เช่นไรกันบ้างเหรอ?
แต่สำหรับคนกลุ่มนี้มักจะจำกัดความเอาไว้มากมายจนไร้ขอบเขต เพื่อนที่ไม่ได้จำกัดเพศ เพื่อนที่ไม่ได้จำกัดความสัมพันธ์และเพื่อนที่อยู่ข้างๆกันโดยไร้เงื่อนไข สิ่งเหล่านี้ได้รวบรวมไว้กับพวกเขาทั้งเจ็ดคนเรียบร้อย
"ทางนี้" เสียงเรียกปริศนาดังออกมาจากโต๊ะมุมสุดติดริมหน้าต่าง ชวนสายตาของผู้มาใหม่ทั้งสามเกิดปรายตามองไปตามๆกัน
ณ ร้านคาเฟ่ประจำมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มสี่คนนั่งเรียงรายกันอยู่ที่โต๊ะยาว บางคนนั่งหน้านิ่ง บางคนกำลังโบกไม้โบกมือเพื่อเรียกคนอีกกลุ่มให้เดินมายังจุดหมาย
กระทั่งสาวทั้งสามย่างกรายมาจนถึงโต๊ะดังกล่าว เก้าอี้ยาวแบบเข้าออกได้ทางเดียว ทำให้พวกเธอต้องค่อยๆทยอยเดินเข้าไปหย่อนก้นลงฝั่งตรงข้าม และประสานสายตาพร้อมเพรียงกับหนุ่มหล่อทั้งสี่ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"มาช้ากันจัง" พ่อหนุ่มผมน้ำตาลเข้มเอ่ยทักท้วงก่อนคนแรก
"แล้วใครใช้ให้พวกแกเดินไม่รอเพื่อนกันล่ะคะ" สาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับเขาเอ่ยสวนทันควัน แถมยังเบือนหน้าหนีโดยไม่ยี่หระกับคำพูดเมื่อครู่ของเขา
"พวกเธอขาสั้นกันเองนี่หว่า"
"ใครมันจะไปสูงชะลูดเหมือนเปรตอย่างแกล่ะไอ้คราม"
ยังไม่ทันถึงสองนาทีด้วยซ้ำ หนุ่มสาวก็เปิดศึกดวลฝีปากกันอีกแล้ว หนุ่มหน้าเข้มที่เอ่ยวาจากวนประสาทอยู่ตอนนี้มีชื่อว่าคราม เป็อริตัวตึงของแม่สาวปากร้ายที่นั่งตรงข้ามกัน
และเธอคนนี้มีชื่อว่าน้ำชา สาวสวยผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มผิดกับนิสัย แถมมีดีกรีความแซ่บสะท้านไม่เบา เพราะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มักจะตามรุมจีบอยู่บ่อยๆ
แต่ก็คงมัดใจไอ้คนที่ฉอดๆใส่เธอตอนนี้ไม่ได้ เพราะั้แ่ปีหนึ่งทั้งคู่ต่างก็ปากร้ายใส่กันมาโดยตลอด
"หยุดทะเลาะกันได้แล้ว จะมีสักวันไหมที่พวกแกไม่โวยวายใส่กันเนี่ย" เสียงใสเอ่ยปากห้ามปรามคนหัวรั้นทั้งสอง เพื่อให้สถานการณ์เงียบลง
และแม่สาวตาแป๋วคนนี้มีชื่อว่ามีนา เธอเป็หญิงผู้นำแฟชั่นซึ่งไม่ว่าจะเกิดเทรนอะไรใหม่ๆก็จะตามเขาไปหมด เช่นตอนนี้ก็เป็อันดับของสีผม แน่นอนว่ามีนาต้องไม่พลาด เมื่อวานก่อนเธอจัดสีทองย้อมเสียหมดหัวจนกลายเป็สาวหน้าฝรั่งไปเรียบร้อย
"เอ่อ ว่าแต่...วันนี้เรียนเสร็จไปไหนกันต่อดี" เสียงคล้ายติดสุภาพเอ่ยขึ้นสวนบทสนทนาเจื้อยแจ้ว พ่อหนุ่มผมบลอนด์คนนี้มีชื่อว่าค่าย เขาดูเป็ชายอ่อนโยนและมีเหตุมีผลที่สุดในกลุ่ม แถมยังคอยเป็ที่ปรึกษาชั้นเยี่ยมให้เพื่อนทุกคน
แล้วก็เป็คนที่เพื่อนๆต่างเข้าหา เพราะค่ายมักจะถูกชักจูงง่ายและก็ชอบตามใจเพื่อน ยกตัวอย่างก็คงเป็สีผมที่เกินพอดีของวัยรุ่นหนุ่มนักศึกษา ซึ่งได้มาจากแม่สาวผมทองที่ชักชวนให้ค่ายไปย้อมกับเธอ
และเมื่อเหล่าหนุ่มสาวได้ยินคำถามของค่าย ทุกคนต่างพากันสบสายตาคนข้างๆไปมา พร้อมนั่งงุนงงว่าจะมีใครเอ่ยอะไรขึ้นมาอีกไหม จนกระทั่งมีเสียงแว่วของอีกคนดังขึ้น
"ไปร้านนิยายกันไหม" สาวตาหวานคนสุดท้ายเสนอทางเลือก เมื่อเพื่อนๆต่างครุ่นคิดกันว่าจะไปที่ไหนต่อดี และเธอคนนี้ก็ปักใจมั่นอยู่กับการอ่านนิยายเป็งานอดิเรก
"หาเื่เสียเงินอีกแล้วนะ"
"แล้วมันทำไมล่ะ มีปัญหาหรือไง...ขุนเขา"
"เก็บเงินไว้กินนมดีกว่าไหมยัยนับฟ้า จะได้ตัวสูงกว่านี้"
เป็อีกคู่ที่คอยขัดกันอยู่ร่ำไป ยามคนหนึ่งเอ่ยอีกคนก็จะดักคอเอาไว้ตลอด และชายที่ค่อนแคะความสูงของคนอื่นอยู่ตอนนี้ มีชื่อว่าขุนเขา หนุ่มร่างสูงโปร่งดีกรีหุ่นกำยำสไตล์นักกีฬา ขุนเขาเป็เด็กเก่าชมรมฟุตบอล ที่สมัยมัธยมปลายเคยออกไปแข่งจนได้แชมป์กลับมา
และแม่สาวคู่กรณีที่ถกเถียงกันอยู่ตอนนี้ เธอมีชื่อว่านับฟ้า เป็หญิงสดใส ร่าเริง แม้จะดูหน้าซื่อๆแต่เธอไม่ได้หัวอ่อนถึงขั้นยอมให้ใครมากล่าวหาฝ่ายเดียว
"แล้วมึงอะว่าไง...ไอ้ทีม" ค่ายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เพื่อส่งสายตาข้ามผ่านขุนเขาไปหาเ้าคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาอยู่นานสองนาน
"อะไรก็ได้" คนเอื่อยเฉื่อยตอบมาเพียงเท่านั้น พร้อมเบือนหน้าหนีไปทิศกระจกใสเพื่อมองวิวด้านนอก
พ่อหนุ่มไม่สนโลกคนนี้มีชื่อว่าทีม เป็ชายหล่อเหลาแถมเนื้อหอมและก็เป็คนที่ได้รับฉายาเ้าชายน้ำแข็ง เนื่องจากเ็าจนเพื่อนๆต่างคิดว่าไร้ตัวตนไปแล้ว
1 ก.ค. ปี25xx
เื่ราวของวัยรุ่นแก๊งใหญ่ที่รวมตัวกันเจ็ดคนได้เริ่มขึ้น วันนี้เป็วันแรกของการเปิดเรียนปี4 และตอนนี้พวกเด็กๆก็พากันรวมตัวใน่พักกลางวันเพื่อรอทานอาหาร
เสียงอึกทึกของการสนทนาได้ดำเนินไปเรื่อยๆ เมื่อต่างคนต่างวุ่นวายกับเื่ของตัวเอง ฝั่งหนึ่งก็ถกเถียง ฝั่งหนึ่งก็ส่งสายตาขุ่นเคือง อีกฝั่งก็มองดูอย่างเป็กลางและฝั่งสุดท้ายก็คงไม่พ้นอยู่ในโลกของตัวเอง
พวกเขาทั้งหมดเป็เพื่อนสนิทกันมาั้แ่ปีหนึ่ง เป็กลุ่มก้อนที่ใครๆต่างต้องเหลียวหลัง เนื่องจากเป็แหล่งรวมตัวของพวกหน้าสวยหน้าหล่อเอาไว้ ฉะนั้นหลายคนมักมองมาที่พวกเขาแตกต่างกันออกไป
บ้างก็ว่าสนิทขนาดนี้คงต้องมีซัมติงกันแน่ๆ
บ้างก็ครหาว่าผู้หญิงผู้ชายจะคบกันเป็เพื่อนได้ยังไง
สิ่งเ่าั้ต่างเป็เครื่องบ่งชี้ให้พวกเขาคบกันมาตลอดั้แ่ปี1จนเข้าปีสุดท้าย และยังคงความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนสนิทเอาไว้เสมอมา
จนกระทั่งมีพวกที่ล้ำเส้นปิดบังบางสิ่งบางอย่าง...
เพราะั์ตาอันลุ่มลึกของแต่ละคน ได้สะท้อนเงาของคนที่ตนหมายปองเอาไว้อย่างชัดเจน