นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๓๗
“ปล่อยให้มันมา”
“คุณนัท!!”
เขนกังวลจนทบทูผู้เป็นลูกชายแลกใจ!!
“นัทอยากเจอมันเขนอยากรู้ว่า.. ทำไมมันทำกับนัทอย่างนี้”
“แต่ตอนนี้คุณนัทก็อยู่ดี มีทุกอย่างแล้วนะครับ” เขนมองหน้าคนที่เขารัก เขาตัดสินใจพูด “ให้เขนห้ามมันมา”
“อย่า!!” นัทห้ามชัดเจน “ให้มันมา แล้วให้คนของเราตามดู ถ้ามีพิรุธนัทจะจัดการเอง”
“ครับ” เขนรับปาก แล้วหันไปมองหน้าลูกชาย “ทูห้ามพูดเรื่องนี้กับใครนะลูก”
“ครับพ่อ”
เขนยิ้มให้ลูกชายแล้วหันหน้ามาคุยกับนัทต่อ “มีข่าวว่ามีไวรัสตัวใหม่กำลังระบาดที่จีนครับ ไม่รู้จะมาถึงบ้านเรามั้ยแต่คุณนัทน่าจะเตรียมซื้อพวก แอลกอฮอร์ เจลล้างมือ ถุงมือหรือผ้าปิดปากนะครับ”
“อืม..เมื่อคืนก็มีคนโทรมาบอกละ นัทให้ฝุ่นดินเปิดอีกบริษัท แล้วทำการสั่งซื้อพวกนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
ทบทูเข้าใจทันที ที่เมื่อคืนเขาสะดุ้งตื่นบนรถโค้ทเพราะเสียงของทอน เขาเห็นอานัทรับโทรศัพท์เครียดๆ แล้วมาคุยกับคุณฝุ่นดินครู่ใหญ่คือเรื่องนี้เอง
“เขนไม่อยู่ซะคนคุณฝุ่นดินคงเหนื่อยแย่เลย” เขนเปรยขึ้นเบาๆ ในใจก็คิดไปว่า .. เผื่อนัทจะให้เขนกลับมาช่วยงานนัท
“ฝุ่นดินเค้ายินดีเหนื่อยจ้ะเขนเค้าไม่อยากมีเวลาไปฟุ้งซ่านกับความรักในอดีตของเขา” นัทบอกเรียบๆ
นพนิตกลับมานั่งที่โต๊ะไล่เลี่ยกับที่บริกรลำเลียงอาหารสุดหรูมาวางจนเต็มโต๊ะ อาหารบางจานทั้งนพนิตและทบทูไม่เคยเห็นหรือไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ
“อันนี้เค้าเรียกพระกระโดดกำแพง” ณัฐกนกแนะนำอาหาร
ทั้งนพและทูต่างก็ตกใจตาโตกับชื่อของอาหาร
“ในอดีต เค้าเล่าลือกันว่ากลิ่นหอมของมัน ทำให้พระต้องกระโดดข้ามกำแพงวัดออกมากิน”
“จริงเหรอครับ” ทบทูเผลอถาม
เขนสะกิดลูกชาย
“ไม่เป็นไรหรอกเขน ทบทูก็เป็นหลานนัทเค้าควรกล้าพูดกล้าถามนัทมากกว่านี้”
เขนยิ้มรับ
“มันเป็นแค่เรื่องเล่าจ้ะทูไม่มีใครรู้หรอกว่าจริงหรือเปล่า?”
“ครับ” ทูรับคำแล้วก้มหน้าลง
ณัฐกนกมองหน้าทั้งนพนิตและทบทูทั้งสองก็ยังดูเด็กมาก มากจนแทบไม่ต่างกัน อาจจะต่างตรงที่.. นัทรักทบทูแบบลูกหลานแต่รักนพนิตแบบคนรัก!!
จากนั้นนัทก็แนะนำอาหารอีกสองสามเมนู แล้วก็บอกให้ทุกคนลงมือทานอาหาร ทั้งสี่จึงทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จนอิ่มทั้งอาหารตาคืออาหารร้านนี้ตกแต่งมาเสริฟได้สวยราวงานศิลปะ .. อาหารจมูกคืออาหารมีกลิ่นหอมยั่วยวนชวนรับประทาน และอาหารลิ้น คือความอร่อยล้ำนั่นเอง
ณัฐกนกให้นังบุษขับรถไปส่งเขนที่บ้านพ่อของเขา พ่อนัทให้ป้าอรมาดักรอและเชิญคุณนัทเข้าบ้านเพื่อไปพบพ่อ แต่นัทบอกป้าอรไปว่า.. จะรีบกลับบ้านไปนับเงิน แล้วนัทก็สั่งให้บุษรถออก
นังบุษขับรถคันหรูมาที่สำนักงาน ทั้งพี่นัท พี่นพ และทบทูลงที่นี่ทุกคน แล้วนังบุษก็ขับรถไปเก็บที่บ้านใหญ่ซึ่งคุณนัทให้เรียกว่า.. บ้านป้าอี๊ด!!
ณัฐกนกบอกเด็กๆว่าจะขอเคลียร์สักพัก แล้วค่อยกลับบ้าน นพนิตเข้าไปช่วยพี่นัทของเขาจัดเตรียมบางอย่างเท่าที่ทำได้ ส่วนทบทูก็เอาการบ้านออกมาจัดการให้เรียบร้อย
เพราะณัฐกนกใช้ห้องโถงขนาดใหญ่สุดของตัวหมู่ตึกเก่าเป็นที่ทำงาน ซึ่งเดิมห้องโถงนี้ณัฐกนกตกแต่งไว้เป็นพื้นที่ต้อนรับสุดหรูของโรงแรมและมีพื้นที่โล่งที่สามารถทำร้านอาหารและร้านกาแฟอีก ๒-๓ ร้าน แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นที่ทำงาน นัทก็จัดให้แต่ละคนมีที่นั่งก็กลุ่มๆ งานโดยไม่มีห้องส่วนตัวของใครเลย แม้แต่ตัวนัทเอง
มีเพียงห้องประชุมหรือห้องมีทติ้งรูมที่มีอยู่หลายขนาด ที่พนักงานสามารถใช้ประชุม พูดคุยเรื่องลับๆได้ ซึ่งเดิมห้องเหล่านี้ก็คือ.. ห้องอาหารขนาดครอบครัวห้องคาราโอเกะ หรือไม่ก็ห้องจัดเลี้ยง
ณัฐกนกนั่งจัดการงานของตนอยู่ที่มุมหนึ่ง อีกมุม.. ฝุ่นดินก็ยังนั่งทำงานของเธออยู่ ทั้งสองทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานที่อยู่ตรงหน้าของตนต่อ
ไม่นานนัก พี่อั้มก็ปรากฏตัวขึ้น
“พี่อั้ม สวัสดีครับ” นพนิตสวัสดีทักทาย
อั้มรับไหว้เด็กแล้วก็เดินไปหาฝุ่นดิน “ฝุ่น..อั้มคุยด้วยหน่อยสิ” ในน้ำเสียงมีทั้งความหนักใจ และความเอียงอายปนอยู่อย่างประหลาด
ฝุ่นดินพักงานที่อยู่ตรงหน้าพยายามยิ้มให้อั้มอย่างจริงใจที่สุด “ถ้าเกี่ยวกับเม็ดเงิน ฝุ่นจะชวนนัทมาฟังด้วยเลยดีกว่า” คงเพราะความประหม่า เธอจึงไม่ได้รอคำตอบเธอเรียกณัฐกนกไปร่วมพูดคุยด้วยเลย
อั้มเริ่มเปิดประเด็นหลังจากทักทายณัฐกนกแล้ว “มหา’ ลัยยกเลิกสัญญาจ้างครูโช”
ทุกคนตกใจ!!
หลากคำถามผุดขึ้นในใจของทุกคนและไต่ถามกันไปมา
อั้มจึงชี้แจงสิ่งที่ตนคิด “อั้มก็ไม่แน่ใจ.. แต่เดาว่าเป็นเพราะละครเวทีที่ครูโชเล่นเมื่อสองปีก่อน เนื้อหามันวิพากย์วิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง จนทีมบริหารมหา’ลัยถูกบีบจาก... ”
“แต่มันสองปีมาแล้วนะ” ฝุ่นดินอดที่จะถามไม่ได้ เพราะในเกมการเมืองเรื่องที่เกิดเมื่อสองปีที่แล้ว คงไม่เพิ่งมามีผลเอาวันนี้พรุ่งนี้
“ก็มีคนเอาคลิปละครทั้งเรื่องลงเน็ตเมื่อไม่นานมานี้” คำเฉลยของอั้มทำให้ข้อสันนิษฐานของอั้มน่าเชื่อขึ้นทันที
“นั่นน่าจะเป็นเหตุหลัก” ณัฐกนกพูด “เอางี้อั้ม นัทจะเปิดโรงเรียนสอนการแสดงที่นี่ ให้ครูโชสอนเลย ครูจะได้ไม่ต้องคิดมาก แล้ว..อั้มมาช่วยนัทกับฝุ่นบริหารโรงเรียนได้มั้ย?”
อั้มเงียบไป
“อั้มฟังนัทนะ..นัทไม่อยากให้ครูโชต้องบริหารโรงเรียนด้วย อยากให้แกสอนอย่างเดียว แล้วงานที่ฝุ่นดินดูแลก็มีอีกหลายบริษัท แล้วยังงานการเมืองอีก”
อั้มฟังนัทพูดแล้วก็หันไปสบตาฝุ่นดิน เธอดูเหนื่อยล้ามากจริงๆ
นัทพูดต่อ “นี่นัทยังคิดจะให้ลีดูแลสายการผลิตละครโทรทัศน์แทนฝุ่นงานละครที่หยุดอยู่ จะได้เดินหน้าต่อเสียที”
“อั้มคิดว่าเพราะผู้ใหญ่ในช่องสั่งให้หยุดการผลิต” อั้มถามแทนใจนพนิตมาก
“นั่นคือเหตุผลตอนแรก แต่ตอนนี้ ถ้ามีคนมาช่วยทำงาน นัทจะให้เริ่มดำเนินการต่อเลย ถ้าช่องเดิมไม่กล้าให้ออนแอร์อั้มเอาไปออนแอร์ช่องทางอื่นได้” นัทมองหน้าอั้ม “แต่ตอนนี้นัทกับฝุ่นต้องการคนช่วย .. นะอั้ม”
อั้มมองหน้านัท แม้เขาจะไม่ได้สนิทอะไรกับนัทมากมาย แต่อั้มก็ชอบแนวทางการทำงานของนัทไม่น้อย
อั้มพยักหน้ารับในที่สุด
ฝุ่นดินมองอดีตชายคนรักอย่างชื่นใจอย่างน้อยอั้มก็มีความเป็นมืออาชีพมากพอที่เธอจะวางใจได้
“อีกเรื่อง” อั้มพูดต่อ “ครูโชต้องย้ายออกจากบ้านพักของมหา’ลัย ตอนนี้มายด์กำลังหาดูบ้านให้ครูโช”
“ให้มายด์มาดูบ้านหลังเล็กที่อยู่หลังบริษัทนี่สิ มีสองห้องนอนพอดี” นัทบอก
“แต่หลังนั้นนัทตกแต่งไว้อยู่เองไม่ใช่เหรอ?” ฝุ่นดินถามขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกฝุ่นให้ครูอยู่มีประโยชน์มากกว่า” นัทแสดงความใจกว้าง “ฝุ่นพาอั้มไปดูบ้านหลังนั้นสิ จะได้ให้อั้มดูห้องสตูดิโอของเราเลยว่าถ้าจะใช้สอนการแสดง จะต้องทำอะไรเพิ่มมั้ย”
ฝุ่นมองหน้านัทเธอรู้ได้ทันทีว่า.. เจ้าของเงินของเธอคิดจะให้เธอมีเวลาอยู่กับอั้มสองต่อสอง ทั้งๆ ที่.. ใบหน้านัทยังนิ่ง ยังเฉยชา
จนนพนิตที่อยู่ไม่ห่างนัก.. ก็แปลกใจ!!
“พาอั้มไปดูหน่อยสิ” อั้มออกปากชวน
ฝุ่นดินหันหน้ามาลอบยิ้มให้นัทอย่างรู้ทันก่อน เธอจึงเดินนำอั้มออกไป
เมื่อสองคนนั่นออกไปพ้นห้องทำงานหลัก
นพนิตเอ่ยปากถามพี่นัทของเขาทันที!!
คนพี่ยิ้มให้คนน้องก่อนแล้วจึงตอบ “ฝุ่นดินกับอั้มเคยรักกันมาก เป็นคู่รักนักแสดงที่คนทั้งประเทศจับตาและเอาใจช่วย ก็คนหนึ่งทั้งหล่อทั้งเก่ง อีกคนก็ทั้งสวยทั้งรวยและเก่งด้วย ทั้งสองเคยฝันจะสร้างอนาคตด้วยกันในวงการบันเทิง”
“แล้ว..ทำไมถึงเลิกกันล่ะครับพี่” นพถามพี่นัทของเขา
“เหตุผลแบบละครน้ำเน่าที่สุด” นัทยิ้มเศร้าๆ เย้ยเหตุผลนั่น “พ่อฝุ่น ไม่ยอมรับอั้มและจัดการให้ฝุ่นออกจากวงการไปรับช่วงการเมืองต่อจากพ่อ”
“พี่อั้มอกหัก..เสียใจ.. เลยหันหลังให้วงการฯ งั้นเหรอพี่?”
ณัฐกนกพยักหน้ารับ “ใช่นพ เพราะฝุ่นดิน อั้มจึงเป็นดารา เพราะฝุ่นดิน ชีวิตอั้มจึงมีควาหมาย แล้ว..นพจะให้อั้มจะทำยังไงล่ะ ในเมื่อ.. ฝุนดินคือทุกอย่างในวงการบันเทิงของเขา”
“น่าสงสารพี่อั้มจัง”
พี่นัทเอามือข้างหนึ่งยีหัวนพแล้วดึงนพมากอด
นพกอดพี่นัทของเขาอยู่ครู่หนึ่งจึงถามต่อ “พี่นัทอยากให้เค้ากลับมาคบกันอีกทีเหรอ?”
ณัฐกนกพยักหน้ารับ “พี่ก็หวังว่า..ถ้ามีช่วงเวลาที่พี่ต้องห่างจากคนรัก” สายตาเขาบอกชัดเจนว่า.. คนที่เขารักยืนอยู่ตรงหน้าเขานั่นแหละ “แล้ว.. จะมีคนช่วยให้เรากลับมารักกันอีก”
นพนิตอมยิ้มอย่างเอียงอายและหลบสายตาของพี่นัท แต่มันก็ยังอดที่จะเขินไมได้ จนนพก็เลือกที่จะเดินไปเก็บของที่ต๊ะทำงานของณัฐกนก
ทบทูยังก้มหน้าอยู่กับการบ้านในมือปากกาไว้ แต่ไม่ได้ขยับเขียนอะไรเลย ก็ทูได้ยินทุกอย่างได้ฟังทุกเรื่อง ที่อานัทคุยกับพี่นพ โดยเฉพาะเรื่องสุดท้ายมันทำให้ทบทู.. ใจแหลกสลาย
จบตอน ๓๗