กฤษณ์เดินผ่านถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนในเมืองใหญ่แสงไฟของเมืองในตอนกลางคืนสะท้อนบนกระจกอาคารสูง หัวของเขายังคงหมุนวนจากการพบกับการเปลี่ยนแปลงในอดีตความผันผวนของราคาบิทคอยน์ที่เขาคาดการณ์ไม่เป็ไปตามที่คิดและความรับผิดชอบในการปกป้องอนาคตจากการเปลี่ยนแปลงที่เขาก่อขึ้น
เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่เขากำลังนั่งทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญคริปโตที่เขาลงทุนไปเขาได้รับข้อความแปลก ๆ จากแหล่งที่ไม่รู้จัก
ข้อความจากผู้ใช้ลึกลับ:
“เรารู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่,กฤษณ์... คุณไม่ใช่คนเดียวที่สามารถข้ามเวลาได้เรามีเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการของเราแตกต่างกันอย่าคิดว่าคุณสามารถทำตามใจชอบได้”
คำพูดในข้อความทำให้กฤษณ์รู้สึกได้ถึงภัยคุกคามเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะไม่เป็คนเดียวที่มีอำนาจในการข้ามเวลามันทำให้เขารู้สึกถึงความตึงเครียดและความไม่แน่นอนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
ในคืนนั้นกฤษณ์ได้รับการติดต่อจากบุคคลลึกลับอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
เสียงจากโทรศัพท์:
“กฤษณ์,ฟังนะ... พวกเราคือกลุ่มที่รู้เื่การข้ามเวลาเหมือนกันเรา้าสร้างอนาคตใหม่ในโลกคริปโต แต่วิธีของเราไม่เหมือนกับคุณ”
“เราเห็นศักยภาพในคริปโตที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้นแต่เราจะไม่ให้ใครมาทำลายมันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของตัวเองเรา้าควบคุมตลาดคริปโตเพื่อให้มันอยู่ในมือของคนที่สามารถทำให้มันเติบโตและยั่งยืน”
กฤษณ์ฟังเสียงนั้นอย่างระมัดระวังการได้พบกับกลุ่มคนที่เข้าใจเื่การข้ามเวลาเหมือนเขาอาจจะเป็โอกาสที่ดีแต่คำพูดที่พวกเขาพูดออกมาก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเขากำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก
กฤษณ์ (พูดกับตัวเอง, ใจลอย):
“พวกเขาจะควบคุมโลกคริปโตทั้งหมดเหรอ?ถ้าใช่... นั่นจะทำให้ทุกสิ่งที่เราสร้างมาเพื่อความยั่งยืนกลายเป็เพียงแค่เครื่องมือของพวกเขาในการหาผลประโยชน์”
วันต่อมากฤษณ์ได้รับการเชิญให้พบกับพวกเขาในสถานที่ลับซึ่งตั้งอยู่ในห้องที่ดูเหมือนจะเป็ห้องประชุมพิเศษในอาคารร้างกลางเมืองเขาตัดสินใจที่จะไปพบกับพวกเขาเพื่อจะได้รู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้น
เมื่อกฤษณ์เดินเข้าไปในห้องเขาเห็นกลุ่มคนประมาณห้าหรือหกคนที่ยืนอยู่รอบโต๊ะกลม พวกเขามองมายังเขาด้วยสายตาที่รู้ทันเหมือนกับว่าเขาคือส่วนหนึ่งของแผนที่ใหญ่
หญิงสาวในกลุ่ม (ยิ้มเล็กน้อย):
“ยินดีต้อนรับกฤษณ์... เรารู้ว่าคุณมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคต เราจึงเชิญคุณมาที่นี่เรา้าให้คุณร่วมมือกับเราในการควบคุมตลาดคริปโตในอนาคตเพราะเราคือคนที่สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น”
กฤษณ์ (เสียงเครียด, รู้สึกไม่แน่ใจ):
“คุณอยากควบคุมตลาดคริปโต?แล้วเป้าหมายของคุณคืออะไร? ทำไมต้องให้มันอยู่ในมือของพวกคุณ?”
ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มยิ้มออกมาก่อนที่จะยกมือขึ้นเพื่ออธิบาย
ชายหนุ่มในกลุ่ม (พูดด้วยเสียงนุ่ม):
“เราไม่ได้หมายความว่าเราจะควบคุมมันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแต่มันคือการให้แน่ใจว่าโลกคริปโตจะไม่ถูกทำลายโดยมือของคนไม่ดีเราเชื่อว่าเราสามารถสร้างตลาดที่โปร่งใสและยั่งยืนได้ด้วยวิธีที่แตกต่างจากที่คุณเคยคิด”
กฤษณ์ (ลังเล):
“โปร่งใสและยั่งยืน?แต่การควบคุมมันทั้งหมด...นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่ดีเหรอ?”
หญิงสาวในกลุ่มหันมามองเขาด้วยสายตาที่มองทะลุไปถึงอนาคต
หญิงสาวในกลุ่ม (ตัดสินใจอธิบาย):
“กฤษณ์,โลกคริปโตไม่ได้มีแค่บิทคอยน์และเหรียญต่าง ๆ เท่านั้น...มันเป็ระบบที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้แต่ถ้าเราปล่อยให้คนที่มีเจตนาร้ายเข้ามาควบคุมมัน ก็จะเป็หายนะเราเชื่อว่าเราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ เราจะทำให้มันยั่งยืนและไม่ถูกบิดเบือน”
กฤษณ์เริ่มรู้สึกถึงความขัดแย้งในใจเขาต้องเลือกว่าจะร่วมมือกับพวกเขาหรือไม่แต่เขารู้ดีว่าเขากำลังเผชิญกับทางแยกที่สำคัญในชีวิตเขาตัดสินใจถามสิ่งที่สำคัญที่สุด
กฤษณ์ (ตั้งคำถาม):
“ถ้าผมเลือกไม่ร่วมมือกับคุณแล้วอนาคตของผมล่ะ? พวกคุณจะปล่อยให้มันไปอย่างนั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มในกลุ่ม (ยิ้มอีกครั้ง, สะท้อนความมั่นใจ):
“เรามีแผนสำรองสำหรับทุกกรณี,กฤษณ์... ทางเลือกของคุณสำคัญ, แต่คุณต้องเข้าใจว่าการเดินทางในอนาคตของคุณไม่อาจหยุดอยู่แค่การพัฒนาคริปโตมันจะเป็สิ่งที่ใหญ่กว่านั้น”
กฤษณ์ยืนอยู่ตรงนั้นคำพูดของพวกเขาทำให้เขารู้สึกถึงความจริงที่เขาหลีกเลี่ยงมาตลอด ขณะเดียวกันเขาก็รู้ดีว่าอนาคตของเขาไม่ใช่เื่ที่จะปล่อยให้ใครมากำหนดง่าย ๆ
กฤษณ์ (คิดในใจ, ตัดสินใจ):
“ผมต้องตัดสินใจ...จะร่วมมือกับพวกเขาหรือไม่ หรือจะปะทะกับพวกเขาเพื่อปกป้องอนาคตของตัวเอง”
การเลือกครั้งนี้จะกำหนดทิศทางของอนาคตที่เขาใฝ่ฝันถึงและโลกคริปโตที่เขาเชื่อมั่น