ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่ม สามสาวได้กลับกันไปหมดแล้ว ตรงโซฟารับแขกเหลือเพียงแค่จ้าวเทียนกับเฉินจิ้งเท่านั้น
“ ดูเหมือนพวกเธอทั้งสองคนจะชอบพี่จริงๆนะครับ” เฉินจิ้งถามทำลายความเงียบขึ้น
“ ฉันรู้ ” จ้าวเทียนตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ตกใจกับคำถามของเฉินจิ้งแต่อย่างใด
“ พี่คงไม่ได้คิดจะกินรวบทั้งสองคนใช่ไหม ฮาฮ่า ฉันเห็นพี่ไม่กล้าขัดใจพวกเธอทั้งคู่เลย ” เฉินจิ้งแกล้งถามติดตลกขึ้นมา
“ ฉันคงอธิบายให้นายฟังเป็นคำพูดได้ยาก แต่สำหรับฉันความรู้สึกที่พวกเธอมีให้มันเหมือนกับสิ่งที่ไม่ได้สัมผัสมานานมาก ซึ่งฉันก็กำลังพยายามเข้าใจมันอยู่ ”
“ ฉันรู้ว่าทั้งสองคนไม่พอใจเรื่องที่ฉันรับหญิงสาวสองคนมาอยู่ด้วยโดยที่พวกเธอไม่รู้เรื่อง แต่ถึงแบบนั้นพวกเธอก็ไม่ได้แสดงอาการหงุดหงิดหรือโวยวายใส่ฉัน ”
“ การกลั่นแกล้งเล็กน้อยนี้เหมือนเป็นแค่การแสดงความรู้สึกไม่พอใจของพวกเธอเท่านั้น ฉันไม่ถือกับเรื่องแค่นี้หรอก ”
“ ตราบใดที่พวกเธอไม่ก้าวก่ายชีวิตของฉันจนเกินไป ” จ้าวเทียนอธิบายให้เฉินจิ้งฟัง แต่ก็เหมือนพูดกับตัวเองด้วย
หลังจากที่ผนึกความทรงจำของเขาถูกทำลายนั้น มันเหมือนกับว่าเขาได้ความรู้สึกบางอย่างที่เสียไปกลับคืนมา
ซึ่งเมื่อเขาลองคิดดูตลอดเวลาที่อยู่บนแดนสวรรค์ เขาไม่เคยรู้สึกรักใครเลย แม้แต่โม่ปิงหยูสาวงามที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบร้อยปี เขาก็มองเป็นสหายเท่านั้น
อีกอย่างก็คือเขาไม่เคยร้องไห้เสียใจมาก่อน ตอนที่รู้ว่าโม่ปิงหยูถูกอาจารย์ของเธอฆ่าตายตัวเขาก็รู้สึกเพียงต้องการแก้แค้นเท่านั้น แม้แต่ตอนที่อาจารย์ของเขาดับสิ้นไปเขาก็ไม่ได้มีน้ำตาออกมา
เหมือนการผนึกความทรงจำในครั้งนั้นมันทำให้เขาสูญเสียอารมณ์ความรัก และความเสียใจไปด้วย
สำหรับตอนนี้ ความรู้สึกที่เขามีให้ลี่เหยาเหยากับกงเสี่ยวเหมยนั้นยังไม่ใช่ความรัก แต่ก็รู้สึกพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่น
ซึ่งเขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้มาเกือบแสนปีแล้ว…
“ แต่ตอนนี้ฉันยังตอบรับความรู้สึกของพวกเธอไม่ได้หรอก” จ้าวเทียนพูดขึ้นด้วยเสียงจริงจัง
“ เรื่องตระกูลจ้าว…สินะครับ ” เฉินจิ้งตอบ เมื่อเห็นใบหน้าแปลกใจของจ้าวเทียนเขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วก็พูดขึ้น
“ ตั้งแต่ที่ลุงซุยกลับมา ท่านก็ตามสืบเรื่องนี้มาโดยตลอด แม้แต่ผมเองก็ใช้ช่องทางพิเศษจนได้รับข้อมูลบางส่วนมาเหมือนกัน ทั้งหมดมันชี้ไปที่ตระกูลจ้าวแห่งปักกิ่ง”
“ ฉันต้องขอบคุณพวกนายมากนะ” จ้าวเทียนพูดขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง แม้จะมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ลุงซุยก็ยังเหมือนเดิม
“ จริงสิ…บริษัทของพ่อพี่ที่ถูกขายไป ลุงซุยซื้อคืนมาให้แล้วนะครับ ตอนนี้พี่ซุยลี่เหยาดูแลให้อยู่”
สิ่งที่เฉินจิ้งพูดออกมาสร้างความตกใจให้จ้าวเทียนเป็นอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ และเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้บริษัทมีแต่หนี้เสียจำนวนมาก จนสูญเสียความสามารถในการทำกำไรไป
“ ทำไมนายไม่ห้ามล่ะ…มันจะเป็นการสูญเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์นะ ” จ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างมีอารมณ์ เงินที่ใช้ซื้อบริษัทคืนมามันมากกว่า200ล้านเลยทีเดียว
“ ทุกคนห้ามแล้ว…แต่ลุงไม่ฟัง คุณป้าโกรธมากจนหนีกลับไปอยู่ที่ตระกูลเก่าของท่านเองแล้ว เงินทั้งหมดที่ใช้ไปเป็นเงินส่วนตัวของลุงเองที่สะสมมาตั้งแต่เป็นทหาร”
“ ลุงซุยบอกว่าบริษัทนี้พ่อแม่ของพี่ร่วมกันเปิดขึ้น แม่ของพี่เองก็รักบริษัทนี้มาก ท่านอยากให้พี่รับช่วงต่อไป”
เฉินจิ้งเล่าออกมาช้าๆ ตัวเขาไม่รู้หรอกว่าทำไมลุงซุยถึงต้องทำเพื่อจ้าวเทียนขนาดนี้ ในอดีตความสัมพันธ์ของลุงซุยกับพ่อแม่ของจ้าวเทียนมันลึกซึ้งขนาดนั้นเลยเหรอ
จ้าวเทียนตอนนี้เขารู้สึกพูดไม่ออก ในอดีตมันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง ทำไมเขารู้สึกว่าลุงซุยรักเขายิ่งกว่าลูกแท้ๆของตัวเองเสียอีก
อีกทั้งยังมีเรื่องของแม่ ที่เขาแทบจะจำหน้าตาท่านไม่ได้แล้ว เมื่อ 8 ปีก่อนอยู่ๆท่านก็หายตัวไปแบบลึกลับ พ่อเขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องของแม่อีกเลย จนกระทั่งท่านตายไป
“ เฉินจิ้ง…ความใฝ่ฝันของนายคืออะไรเหรอ ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง เขาหยิบเอาถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบเล็กน้อย
“ ความฝัน…ของผมงั้นเหรอ ” เฉินจิ้งพึมพำออกมาด้วยท่าทีแปลกใจ อยู่ดีๆทำไมจ้าวเทียนถึงถามเขาแบบนี้
แต่ทันใดนั้น ในความคิดของเขาก็มีภาพเด็กสาวน่ารักที่เขาเพิ่งเจอในวันนี้ ใบหน้าเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นเคลิบเคลิ้มแล้วหลุดปากพูดโดยไม่รู้ตัว
“ น้องปิงหยู…”
กึก
แคร่ก!
ถ้วยน้ำชาในมือของจ้าวเทียนแตกสลายเป็นฝุ่น แม้แต่น้ำชาที่อยู่ในแก้วยังเดือดเป็นไอหายไปหมด
“ เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ…พอดีฉันได้ยินไม่ชัด ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยแววตาเย็นชา มุมฝีปากเขายิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว
เฮือก!
“ ผม…อ๋อ ผมจะถามว่าน้องปิงหยูเป็นลูกศิษย์พี่เหรอ แล้วพี่ช่วยรับผมเป็นศิษย์ด้วยได้ไหม” เฉินจิ้งตอบออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
เมื่อกี้เพรียงเสี้ยววินาทีเขารู้สึกว่าตัวเองเฉียดความตายไปรอบหนึ่งแล้ว
จ้าวเทียนมองเฉินจิ้งด้วยแววตาครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วตอบออกไป
“ ฉันจะไม่รับนายเป็นศิษย์”
แววตาของเฉินจิ้งหมองลงทันทีเขาพูดออกมาเบาๆ“ เพราะเส้นลมปราณของผมเหรอ ”
จ้าวเทียนส่ายหน้าเบาๆ เขารู้ตั้งแต่ตอนจับข้อมือเฉินจิ้งตรวจอาการบาดเจ็บแล้ว เส้นลมปราณของอีกฝ่ายน่าจะถูกทำลายไป คงเป็นเพราะเรื่องอุบัติเหตุที่ลุงซุยเคยเล่าให้ฟัง
เหตุผลที่เข้าไม่รับเฉินจิ้งเป็นศิษย์นั้น เพราะมองออกว่าหมอนี่น่าจะมีรสนิยมแปลกๆหากให้มาร่วมฝึกวิชากับโม่ปิงหยู
เขากลัวว่าโม่ซินหยานอาจจะเผลอพลั้งมือฆ่าเฉินจิ้งเข้าซักวัน…
“ ถ้าความฝันของนายคือการแข็งแกร่งขึ้นนั้น ฉันสามารถช่วยนายได้นะ ”จ้าวเทียนพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ แต่เส้นลมปราณของผม..” เฉินจิ้งนั้นรู้สึกเสียใจกับเรื่องอุบัติเหตุครั้งนั้นมาโดยตลอด นอกจากจะเสียครอบครัวไปยังเสียความสามารถที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญไปอีกด้วย
แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์และตั้งใจฝึกหนักแค่ไหนสุดท้ายแล้วเขาก็เป็นได้แค่นักสู้ระดับ 9 เท่านั้น หัวหน้าครูฝึกเคยพาเขาไปพบผู้อาวุโสเก่งๆมากมายแต่ก็ไม่มีใครช่วยได้
จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับจ้าวเทียน เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งสุดหยั่งของอีกฝ่าย เขาจึงอยากที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ เผื่อว่าจะมีวิธีที่เขาสามารถฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญได้
“ ความแข็งแกร่ง…ที่นายต้องการคือขอบเขตไหนล่ะ ” จ้าวเทียนถามขึ้นแบบสบายๆไม่ได้มีความหนักใจแม้แต่น้อย
“ ผม…ผมอยากเป็นปรมาจารย์ ” นี่คือความใฝ่ฝันของเขาตั้งแต่ที่เขาได้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งอันไร้เทียมทานของปรมาจารย์ มันก็เป็นเป้าหมายของเขามาตลอด แม้จะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตามที
“ ได้…ฉันจะทำให้นายกลายเป็นปรมาจารย์ใน 1 เดือน แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายต้องทำงานให้ฉันเป็นเวลา10 ปี ”
“ ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ห้ามฝ่าฝืนไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น ซึ่งนายวางใจได้ ฉันจะไม่สั่งให้นายทำสิ่งที่ชั่วร้ายเด็ดขาด”
“ แต่ฉันขอบอกไว้ก่อน บางครั้งภารกิจที่ฉันมอบให้อาจจะต้องเสี่ยงถึงชีวิต ถึงเวลานั้นถ้าฉันรู้ว่านายเลือกหลบหนีอย่างขี้ขลาดฉันจะเป็นคนฆ่านายเอง ”
พูดจบจ้าวเทียนก็ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาพริบตาหนึ่ง โดยควบคุมไม่ให้กระทบสิ่งต่างๆรอบตัว
ซึ่งโม่ซินหยานก็ปรากฏตัวขึ้นด้านข้างทันทีด้วยสีหน้าหวาดกลัว เพราะสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลของจ้าวเทียน แต่เมื่อเธอเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงยืนรออยู่ด้านข้าง
“ ตอนนี้ถึงเวลาที่นายต้องเลือกแล้ว ว่าจะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาต่อไป ”
“ หรือจะคว้าโอกาสที่ฉันมอบให้”
“ แล้วกลายเป็นปรมาจารย์!”
เฉินจิ้งฟังสิ่งที่จ้าวเทียนพูดมาด้วยสีหน้าตกตะลึง เขาเห็นพลังที่อีกฝ่ายแสดงออกมา มันเหนือกว่าปรมาจารย์คนอื่นที่เขาเคยเจอเป็นสิบเท่า
กลายเป็นปรมาจารย์ใน1 เดือนงั้นเหรอ…
แม้มันจะดูน่าเหลือเชื่อ…
แต่ถ้าเป็นชายคนนี้ละก็…
“ ไม่เห็นต้องถามเลยครับพี่จ้าว…ไม่สิ บอส ” เฉินจิ้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เขาไม่จำเป็นต้องคิดด้วยซ้ำ หากไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ก็คงเป็นคนโง่ที่สุดในโลก
“ ดี…หลังจากที่นายหายดี ฉันต้องการให้นายหาคนให้ฉันซัก 50 คน อายุไม่เกิน20 ปี ที่อยู่ในระดับสูงกว่านักสู้ระดับ 5 ขึ้นไปฉันจะสร้างกองกำลังของฉันเอง”
“ ฉันสัญญาว่าทุกคนที่เข้าร่วมจะเป็นกลายผู้เชี่ยวชาญภายใน1 เดือน และนายจะเป็นหัวหน้าของพวกเขา จำไว้ฉันต้องการเฉพาะคนที่เชื่อฟังและจงรักภักดีเท่านั้น”
นี่เป็นสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจแล้ว ก่อนที่ประตูมิติของสำนักโบราณจะเปิดออก เขาต้องสร้างขุมกำลังของตัวเอง เพื่อที่จะมีพลังในการปกป้องคนรอบๆตัว
“ น้องจ้าว…ถ้าเธอต้องการสร้างกองกำลังของตัวเอง พี่ก็พอจะหาคนให้เธอได้นะ เรื่องความภักดีไม่ต้องห่วง พี่ฝึกพวกเธอมากับมือตอนที่อยู่ในองค์กร” โม่ซินหยานพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ
เธอคิดไปถึงเด็กสาวสิบกว่าคนที่เธอเป็นคนฝึกฝนและเลี้ยงดูพวกเธอมากับมือตลอดเวลาสิบปี เด็กสาวพวกนั้นเชื่อฟังเธอทุกอย่าง
แม้เธอจะออกจากองค์กรมานานแล้วแต่ก็ยังติดต่อกับเด็กสาวเหล่านั้นอยู่ตลอด ขอแค่เธอเอ่ยมาคำเดียวอีกฝ่ายก็พร้อมจะลาออกจากองค์กรมาหาเธอทันที
“ ตกลงครับ…พี่สามารถบอกรายละเอียดเงื่อนไขของผมให้พวกเธอทราบได้เลย ” จ้าวเทียนพูดด้วยความยินดี เขาเชื่อในความสามารถของโม่ซินหยาน
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็พูดคุยถึงเรื่องรายละเอียดต่างๆอีกพักหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนจ้าวเทียนนั้นเขาต้องไปหลอมยาต่อ
เพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่เขาต้องมอบยาให้ตระกูลลี่ตามที่ตกลงไว้…
เก้าโมงเช้า
จ้าวเทียนเดินทางมาถึงหน้าประตูทางเข้าบ้านหลักของตระกูลลี่แล้ว
เมื่อตอนหกโมงเช้าเขาใช้เวลาสอนเคล็ดวิชาฝ่ามือเพลิงศักดิ์สิทธิ์ให้กับโม่ปิงหยูประมาณ2 ชั่วโมง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง
เธอสำเร็จกระบวนท่าแรกภายในเวลา1 ขั่วโมงเท่านั้น ตอนนี้คงกำลังฝึกกระบวนท่าที่ 2 อยู่ ส่วนโม่ซินหยานนั้นก็กำลังฝึกวิชาที่เขามอบให้ในตอนแรก คงอีกไม่นานเธอน่าจะใช้สนามพลังปรมาจารย์ได้
“ หืม…คนเยอะจริงๆ คงเป็นพวกตัวแทนจาก 5 ตระกูลที่รีบเอาของมามอบให้ ” จ้าวเทียนมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วก็คิดไปถึงเรื่องที่ลี่เหยาเหยาเล่าให้เขาฟังเมื่อคืน
แน่นอนว่าเรื่องที่เธอปลอมตัวเป็นผู้อาวุโสลึกลับนั้น เธอแอบบอกเขาเป็นการส่วนตัว เพราะเรื่องแบบนี้ยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี
ซึ่งเขาเองก็รู้สึกชื่นชมลี่เหยาเหยาที่เธอสามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี เพราะตัวตนของลี่เหยาเหยานั้นพิเศษมาก
หากความลับที่เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงหลุดออกไปตัวเธอจะถูกดึงไปเกี่ยวกับปัญหาต่างๆมากมาย ซึ่งอาจจะสร้างปัญหาให้อาชีพของเธอได้
ในขณะที่เขากำลังจะโทรหาลี่เฟยนั่นเอง
“ จ้าวเทียน!...แกอยู่ที่นี่ได้ยังไง ”
เสียงนี้…
สีหน้าของจ้าวเทียนเปลี่ยนเป็นเย็นชา บรรยากาศรอบๆตัวเขาเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกเขาหันกลับไปมองช้าๆ เปลวเพลิงแห่งความแค้นลุกโชนอยู่ในแววตาของเขา
ฉันอุตส่าห์ยังไม่มีเวลาไปหาแก…
ไม่นึกเลยว่าแกจะมารนหาที่ตายเอง…
“ จางถง! ”